ตำหนักชุนซี
ประมุขน้อยเย่วซินนั่งจิบชาอย่างใจเย็นอยู่หลังตำหนักหลังจากมีเื่ถกเถียงในงานเลี้ยง์ที่ผ่านมานางก็ยังคงรอผู้เป็พ่อว่าจะตัดสินใจอย่างไร แต่ก็ยังคงเงียบสงบไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้นกับนางอีกทั้งยังพลางนึกถึงบุรุษผู้นั้นที่คอยกวนใจนางอยู่ตลอดเวลา ระหว่างที่กำลังคิดอะไรเพลินๆ อยู่ๆ ก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นดึงสติของนาง
“ซินเอ๋อร์!”
ชายวัยกลางคนผู้หนึ่งกึ่งเดินกึ่งวิ่งเข้ามาในตำหนักด้วยท่าทางเร่งรีบ พอมาถึงก็นั่งลงตรงหน้านางด้วยความเหน็ดเหนื่อยก่อนจะยกน้ำชาขึ้นดื่มดับกระหาย เย่วซินหันมามองจากนั้นจึงถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยหน่ายพลางกล่าวขึ้นอย่างไม่ไยดี
“ข้าไม่รับแขก”
“แขกหรือ? นี่ข้าเป็ได้แค่แขกของเ้างั้นหรือ ั้แ่ข้ากลับมาตลอดทางได้ยินแต่เื่ของเ้า ข้าต้องทนอ่านฎีการ้องเรียนเ้า ให้ลงโทษเ้า ฟังคำบ่นของพ่อเ้า อีกทั้งยังเร่งรีบมาหาเ้าไม่ได้พักไม่ได้ผ่อนเป็ห่วงเ้าแค่ไหน แต่เ้ากลับบอกว่าข้าเป็แค่แขกของเ้าเช่นนั้นหรือ ซินเอ๋อร์เหตุใดเ้านี่ช่างใจร้ายกับอาคนนี้เสียจริง”
หลี่หมินเสินจวินน้องชายของเทียนตี้ เดิมเป็ผู้ดูแลต้นไม้์ในพิภพเทพหลังจากกำเนิดเขตแดน์ก็ได้รับหน้าที่เป็ผู้ดูแลหอตำรา์บัดนี้ได้เสร็จธุระกลับมาจากการมอบหมายงานของเทียนตี้ จึงเร่งรีบเข้ามาหาผู้เป็หลานสาวของตน พลางกล่าวร่ายยาวด้วยความน้อยอกน้อยใจ แต่แม้นางจะไม่สนใจเขา ก็ไม่ได้ทำให้เขาโกรธหรือเลิกเป็ห่วงนางได้เลย เขารู้ดีว่าลึกๆ แล้วหลานสาวผู้นี้เป็คนดีแต่ที่กลายมาเป็เช่นนี้ก็เพราะปล่อยวางความแค้นไม่ได้และประชดประชันโชคชะตาที่พรากแม่ผู้เป็ที่รักให้จากไป
“ท่านอา...ท่านร่ายยาวเช่นนี้ไม่เหนื่อยบ้างหรืออย่างไร พูดธุระของท่านมาเถอะ พูดจบแล้วก็รีบกลับไปพักผ่อนข้ามีเื่ให้ต้องคิดทบทวน”
“นี่...ข้าอุตส่าห์พูดมาตั้งเยอะเ้ายังจะพยายามไล่ข้ากลับอีกหรือ เ้านี่ช่าง...เอ๊ะ! เดี๋ยวนะ เ้าน่ะหรือมีเื่ให้ต้องคิด”
หลี่หมินพูดต่อไม่ทันจบประโยคก็ชะงักลง พลางทำสีหน้าสงสัยจากนั้นก็กล่าวถามต่อไป ค่อยๆ ยื่นหน้าเข้าไปใกล้ั์ตาวาววับอย่างมีความหวัง
“เ้าคิดอะไร คิดได้แล้วใช่หรือไม่การที่เ้าอารมณ์ร้าย เข่นฆ่าเหล่ามารปีศาจจนล้มตายมากมายไม่สนใจผู้ใด อีกทั้งยังโมโหง่ายทำลายเซียนรับใช้บ่อยๆ เป็เื่ที่ประมุขน้อยอย่างเ้าไม่ควรทำ หลานอาเื่ที่ผ่านมาแล้วก็ให้มันผ่านไป เทพเซียนอย่างเราอายุยืนยาวไม่สายเกินไปที่จะแก้ไข อาจะออกหน้าให้เ้าเอง! ข้าดีใจที่เ้าคิดได้เช่นนี้เห็นทีชาตินี้คงตายตาหลับไม่ผิดต่อแม่ของเ้าแล้ว”
หลี่หมินเสินจวินพูดร่ายยาวด้วยรอยยิ้มท่าทีปลื้มปีติ น้ำตาคลอเบ้าพลางตบไหล่ผู้เป็หลานสาวเบาๆ ทำเอาเย่วซินถอนหายใจออกมาและส่ายหน้าอย่างเอือมระอา
“เพ้อเจ้ออะไรของท่าน”
“อ้าว ก็เ้าบอกว่าเ้ามีเื่ให้ต้องคิดนอกจากเื่นี้ยังมีเื่อะไรอีกที่เ้าต้องคิดทบทวนเล่า” หลี่หมินเสินจวินนิ่งไปสักพักก่อนเอ่ยถามกลับมาด้วยแววตาซื่อๆ
“ท่านอา ข้าว่าวันนี้ท่านพูดมากเกินไปแล้ว ท่านจะกลับเองหรือว่าจะให้ข้าส่งท่านกลับไป”
“ใจร้าย...ใจร้ายที่สุด ข้ากลับก่อนก็ได้มีหลาน หลานก็ไม่สนใจไม่เหลียวแล ข้านี่ช่างอาภัพเสียจริง”
“ท่านอา”
หลี่หมินเสินจวินพูดประชดประชันทำท่าน้อยเนื้อต่ำใจจะเดินออกไปแต่ถูกเรียกเอาไว้เสียก่อน ทำให้ยิ้มร่าออกมาอย่างดีอกดีใจแต่ก็แสร้งทำเก็บอาการ จากนั้นค่อยๆ หันกลับมาทำพูดจาห่างเหิน
“ท่านมีอะไรกับข้างั้นหรือประมุขน้อย”
“ข้ามีเื่อยากถามท่าน”
“เชิญประมุขน้อยกล่าวเถิด”
“ท่านรู้จักซีอวิ๋นซ่างเสินหรือไม่ เค้าเป็คนเช่นไรเล่าให้ข้าฟังหน่อย”
“ซีอวิ๋นซ่างเสิน...เ้าถามถึงเค้าทำไม ไม่ใช่ว่าไปมีเื่กับองค์เทพมาหรอกนะ ประมุขน้อยเ้าอย่าหาเื่อีกเลย ข้าขอร้องล่ะ”
“เค้ายื่นมือเข้ามายุ่งเื่ของข้า ข้าถามท่านก็ตอบเถอะ”
หลี่หมินกล่าวร้องขอผู้เป็หลานสาว นางไม่รับปากได้แต่ตอบกลับมาด้วยสีหน้านิ่งแต่แววตาเป็ประกาย หลี่หมินเสินจวินเห็นแววตาที่แปลกไปของนางจึงถอนหายใจออกมาและยอมเล่าเื่ของมหาเทพซีอวิ๋นสั้นๆ ให้ผู้เป็หลานฟัง
“มหาเทพซีอวิ๋นเป็ 1 ใน 3 มหาเทพที่กำเนิดจากฟ้าดินเช่นเดียวกับแม่ของเ้าและมหาเทพตงหยางถือเป็มหาเทพชั้นสูง อยู่มาั้แ่พิภพเทพเช่นเดียวกับมหาเทพองค์อื่นๆ ตอนนั้นเ้ายังเยาว์นักเลยอาจจะจำไม่ได้ บัดนี้พำนักอยู่ที่วิมานไท่ชิงทางทิศใต้ของแดน์ เป็เทพที่รักสันโดษ รักความสงบ ความสามารถก็โดดเด่นขอย้ำกับเ้าว่าเค้าแข็งแกร่งมาก! เก่งทั้งบุ๋นทั้งบู๊ ในสมัยพิภพเทพ่ที่ยังสงบสุขเผ่ามารไม่มารุกรานก็เพราะมหาเทพซีอวิ๋นนี่แหละที่ต่อสู้ทำาปกป้องเขตแดนพิภพเทพ อีกทั้งยังรูปงามขวัญใจเซียนสาวทั่วแดน์”
“รูปงามอะไรกัน แต่แข็งแกร่งขนาดนั้นเชียวหรือ ไม่มีสักทางที่ข้าจะชนะได้เลยรึ ท่านอาท่านหาทางหน่อยสิ”
นางตอบกลับพลางทำสีหน้าครุ่นคิด หลี่หมินเสินจวินไม่เคยเห็นหลานของตนเป็เช่นนี้มาก่อนจึงเกิดความสงสัย ปกตินางจะเป็คนที่ไม่คิดสิ่งใดอยากจะร้าย จะแก้แค้น หรือจะทำสิ่งใดก็จะแสดงออกมาตรงๆ แต่ครั้งนี้แตกต่างออกไป เขาครุ่นคิดอยู่นานจนนางเอ่ยท้วงขึ้นมา
“ท่านมองหน้าข้าเช่นนี้หมายความว่าอย่างไร”
“ปกติข้าไม่เคยเห็นเ้ามานั่งคิดวิธีแก้แค้นใครหรือสนใจอยากรู้เื่ของผู้ใดเช่นนี้ ที่ผ่านมาเ้าทำสิ่งใดไม่เคยคิดวางแผนไตร่ตรอง แต่บัดนี้เ้ากลับสนใจมหาเทพเป็พิเศษ ข้าย่อมต้องแปลกใจ”
“ก็ท่านพูดเองมิใช่หรือว่าเขาแข็งแกร่ง อีกอย่างข้ากับเค้าต่างก็เป็มหาเทพหากสู้กันให้รู้แพ้ชนะคงะเืฟ้าะเืดิน แดน์นี้คงพังทลายเป็แน่ แล้วอีกอย่างใครบอกท่านว่าข้าจะแก้แค้นเขา”
นางตอบกลับพลางหยอกล้ออาของตนที่ตอนนี้เอาแต่ทำหน้าเหวอประหลาดใจ
“ก็เขากับเ้ามีเื่กัน เขาหักหน้าเ้าต่อหน้าเซียนรับใช้ แล้วเ้าก็มาถามเื่ของเขากับข้า ด้วยนิสัยของเ้าถ้าไม่เอาคืนแล้วจะคิดทำอะไรได้อีก”
หลี่หมินกล่าวอธิบายอย่างรู้ทันหลานสาว ทว่าเย่วซินกลับแสยะยิ้มออกมากว
“ในสายตาของทุกคนข้าเป็เช่นนั้นสินะ ปีศาจร้าย โเี้ที่มีหน้าอยู่ทุกวันนี้ก็เพราะบารมีเสด็จแม่”
“ข้าไม่ได้หมายความเช่นนั้น”
“ช่างเถอะ! เพราะข้าก็เป็เช่นนั้นจริงๆ ท่านกลับไปก่อนเถอะพักผ่อนให้เต็มที่จากนี้คงมีเื่ปวดหัวให้ท่านอีกไม่น้อย" เย่วซินกล่าวตัดบทหลังจากคุยกับผู้เป็อามาเป็เวลานาน
“แต่เื่มหาเทพ....”
“ท่านวางใจเถอะ ข้ายังไม่มีความคิดที่จะแก้แค้นเขาในตอนนี้”
พูดจบนางก็เดินเข้าตำหนักไปหลี่หมินเสินจวินมองตามไปพลางถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก
ณ วิมานไท่ชิง
วิมานของมหาเทพซีอวิ๋นดินแดนศักดิ์สิทธิ์ที่ตั้งอยู่ทางทิศใต้ของแดน์ อยู่เหนือการปกครองของแดน์เป็สถานที่เงียบสงบแตกต่างจากแดน์ที่มีเหล่าเทพเซียนเดินกันพลุกพล่าน วิมานแห่งนี้ถูกรายล้อมไปด้วยทิวเขาที่เรียงกันสลับซับซ้อนท่ามกลางกลุ่มก้อนเมฆสีขาว ด้านในวิมานเต็มไปด้วยไอเซียนบริสุทธิ์ที่เกิดจากมหาเทพและเหล่าเทพเซียนที่ฝึกฝนบำเพ็ญเพียรที่วิมานแห่งนี้
เหล่าผู้ที่อาศัยอยู่ที่นี่ล้วนเป็เทพเซียนที่ได้ถูกคัดเลือกมาอย่างดีสวมใส่อาภรณ์สีขาวทุกคน วิมานแห่งนี้เป็อีกที่หนึ่งที่มีเซียนจำนวนมากอยากมาอยู่เพื่อคอยรับใช้ปรนนิบัติมหาเทพซีอวิ๋น มหาเทพชั้นสูงที่แข็งแกร่งและสง่างามที่เหล่าเทพเซียนต่างเคารพและชื่นชมเป็อย่างมาก
ด้านนอกเขตอาคมของวิมานไท่ชิง เย่วซินบัดนี้นางได้ปรากฏตัวที่นี่ยืนนิ่งทอดสายตามองไปที่วิมานแห่งนี้จากนั้นค่อยๆเผยรอยยิ้มออกมา พลางกล่าวขึ้น
“น่าสนใจ...”
เมื่อกล่าวจบร่างของนางก็ค่อยจางหายไปจนเหลือแต่ความว่างเปล่า
วันต่อมา
เย่วซินตื่นแต่เช้าอาบน้ำแต่งตัวอย่างงดงาม วันนี้นางเลือกใส่อาภรณ์สีฟ้าด้วยผิวพรรณที่สะอาดสะอ้าน ใบหน้านวลผ่องถูกแต่งแต้มด้วยชาดสีแดงระเรื่อ เครื่องประดับหยกสีฟ้าอ่อนที่เข้ากับชุดตอนนี้นางช่างดูงดงามยิ่งนัก หลังจากแต่งตัวเสร็จนางก็ได้เดินทางมาที่วิมานไท่ชิงอีกครั้งแต่ทว่าครั้งนี้ปรากฏตัวในเขตอาคม เซียนรับหนุ่มสองคนให้เห็นเข้าจึงรีบเข้าไปหา
“คารวะประมุขน้อย ท่านมาที่นี่ด้วยเหตุใดหรือขอรับ” เซียนรับใช้หนุ่มผู้หนึ่งกล่าวอย่างนอบน้อม
“ข้ามาพบมหาเทพ เขาอยู่ที่ใด”
“เรียนประมุขน้อย องค์เทพกำลังทำสมาธิด้านในตำหนักอีกสามวันจึงจะตื่นขึ้นมาขอรับ”
“สามวันเชียวรึทำไมถึงนานเพียงนั้น”
“มหาเทพทำเช่นนี้เป็ประจำ ไม่ทราบว่าประมุขน้อยจะมาเสียเวลาท่านแล้ว”
“เช่นนั้นอีกสามวันข้าจะมาใหม่แจ้งมหาเทพให้ข้าด้วยแล้วกัน”
“ขอรับ”
เย่วซินพูดจบก็เตรียมจะกลับออกไปแต่อยู่ๆ สายตาก็เหลือบไปเห็นหนิงเซียนที่เดินเข้ามากับเซียนรับใช้สี่คน เย่วซินมองอย่างสงสัยจนนางมาหยุดอยู่ตรงหน้าและเอ่ยทำความเคารพ
“คารวะมหาเทพ”
“หนิงเซียนเ้ามาทำอะไรที่นี่”
“มหาเทพ ข้ามาส่งต้นไม้เซียนเหล่านี้ให้กับวิมานไท่ชิงอยู่เป็ประจำวันนี้ก็เช่นกัน”
เย่วซินไม่พูดอะไรพลางมองไปที่ต้นไม้เซียนที่อยู่ในมือเซียนรับใช้เ่าั้อย่างครุ่นคิดจากนั้นไปสะดุดตากับเซียนรับใช้นางหนึ่งที่ก้มหน้างุดยืนตัวสั่นก็นึกขึ้นได้ถึงเื่ราวที่เกิดขึ้นวันนั้น
“เ้านี่เอง เป็เซียนรับใช้ตำหนักธิดา์เลยโอหังสินะ ข้าว่าข้าเคยบอกเ้าแล้วว่าอย่ามาให้เห็นหน้าอีก ลืมไปแล้วหรือเห็นทีข้าคงต้องเตือนความจำให้เ้าเสียหน่อยแล้ว”
เย่วซินพูดด้วยรอยยิ้มแต่แฝงไปด้วยความอำมหิต คนเ้าคิดเ้าแค้นอย่างนางมีหรือจะปล่อยไปง่ายๆ เมื่อเซียนรับใช้ได้ยินดังนั้นก็แขนขาอ่อนแรงทำต้นไม้ในมือตกพื้นจนเละเทะจากนั้นก็นั่งคุกเข่าลงกับพื้นพร้อมร้องขอชีวิต
“มหาเทพโปรดอภัย ข้าน้อยผิดไปแล้ว ข้าน้อยผิดไปแล้ว!”
***********************************************************