...สิบปีผ่านไปอย่างรวดเร็วในความรู้สึกของราชิสา วันนี้เป็วันครบรอบวันตายของพ่อเธอและเป็วันที่ผู้ชายคนนั้นได้รับโทษเป็เวลาสิบปีพอดี ถ้าเธอจำไม่ผิดเขาคงได้รับการปล่อยตัววันนี้แล้วเช่นกัน หญิงสาวตัวเล็กยังคงวนเวียนอยู่กับการทำขนมหลังจากที่เมื่อเช้าเธอแวะไปหาพ่อที่สุสานมา...ราชิสาพยายามหาอะไรทำเพื่อไม่ให้เื่เลวร้ายในอดีตหวนกลับมาทำลายชีวิตเออีก เธอนวดแป้งที่จะใช้ทำขนมปังในวันรุ่งขึ้นจนเสร็จก่อนจะเงยหน้าดูนาฬิกาบนฝาผนังเมื่อเห็นว่าดึกมาแล้วจึงเก็บกวาดภายในร้านและเตรียมปิดร้านโดยที่ไม่ทันสังเกตเลยว่ามีใครคนหนึ่งกำลังจับตามองเธออยู่
ราชิสาเดินเอาขยะออกมาทิ้งด้านข้างร้านอย่างเช่นเคยโดยที่ไม่ทันระวังตัวเพราะเวลานี้ก็ยังพอมีผู้คนให้เห็นเธอจึงไม่ได้เอะใจอะไรจนกระทั่ง...
“อย่าส่งเสียงถ้ายังไม่อยากได้” เสียงแหบห้าวอย่างคนหวาดระแวงดังอยู่ข้างหูเธอ กลิ่นไม่พึงประสงค์ลอยออกมาจนเธอมั่นใจว่าเขาไม่ได้ผ่านการชำระล้างร่างกายมานานเลยทีเดียว ราชิสาพยายามจะขัดขืนเพราะเธอเองก็พอรู้ศิลปะป้องกันตัวอยู่บ้างแต่เธอก็ต้องหยุดการกระทำนั้นเพราะรู้สึกได้ถึงโลหะเย็นเฉียบที่จ่ออยู่ที่เอวคอดจึงทำให้เธอเลือกที่จะยืนอยู่เฉยๆและยอมทำตามที่มันบอก
“แก้าอะไร”
“ชีวิตเธอไง” รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมปรากฏบนใบหน้าหยาบกร้าน เขาถูกสั่งให้มาเอาชีวิตเธอในราคาที่สูงลิบเพราะฉะนั้นจะพลาดโอกาสนี้ไม่ได้เด็ดขาด
“ใครส่งแกมา” ราชิสาใจหายวูบหลังจากที่ได้ยินมันพูด
“จะตายอยู่แล้วจะรู้ไปทำไม”
เพราะท่าทางที่มองจากด้านหลังดูเหมือนคู่กักที่กำลังกอดกันอยู่จึงทำให้ผู้คนที่เดินผ่านไปผ่านมาไม่ได้ให้ความสนใจเพราะถือเป็เื่ปกติของที่นี่ แต่ไม่ใช่กับชายคนหนึ่งที่เดินมาถึงทันได้เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดพอดีเพียงแต่เขากำลังรอจังหวะอยู่เท่านั้น
“ไปถามพระเ้าเอาก็แล้วกัน” มันเงื้อมีดขึ้นหมายจะแทงที่เอวบาง ราชิสาหลับตาปี๋เตรียมตัวรับความเ็ปที่กำลังจะเกิดขึ้น คิดในใจว่าดีเสียอีกที่ได้ตายวันเดียวกับพ่อของเธอ วันนี้เธอกำลังจะได้ไปอยู่กับพ่อแล้ว
‘พ่อรอชิสาแปปนึงนะคะชิสากำลังจะไปหาพ่อแล้ว’
พลัก!!!
แต่มันยังไม่ทันได้ทำอย่างใจคิดเมื่อมีใครคนหนึ่งเข้ามาขวาง เขาเข้ามาช่วยราชิสาได้ทันเวลาพอดี ชายหนุ่มต่อสู้กับคนร้ายอย่างไม่กลัวตาย ราชิสาลืมตาขึ้นเมื่อรับรู้ถึงความช่วยเหลือ เธอมองชายที่ช่วยชีวิตด้วยแววตาสงสัย คิ้วเรียวขมวดมุ่นเข้าหากัน ‘ทำไมช่างดูคุ้นตาเหลือเกิน’ แต่การต่อสู้ข้างหน้ากลับเรียกสติเธอกลับมา...
ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ได้เปรียบคนร้ายทุกอย่างเสียเพียงอย่างเดียวคือมันมีอาวุธมีดแต่เขามีเพียงมือเปล่า เธอมองดูอย่างเอาใจช่วยระหว่างนั้นก็พยายามสังเกตหน้าตาท่าทางของเขาไปด้วย หมวกแก๊ปสีดำที่เขาใส่อยู่บวกกับความมืดทำให้เธอมองเห็นเขาไม่ชัด
“ระวังนะคะ”
“อ๊ะ!! บ้าชิบ” เสียงห้าวสบถออกมาเมื่อมีดในมือมันได้ลิ้มรสเืของเขา...เพราะคอยเอาแต่มองราชิสาเป็ระยะจึงทำให้เขาพลาดท่าโดนมีดคนร้ายเข้าที่สีข้าง แม้จะไม่ลึกมากแต่ก็เรียกเืได้พอสมควร
“ช่วยด้วยค่ะ...ช่วยด้วย...มีคนร้าย” ราชิสาเห็นท่าไม่ดีจึงร้องะโเรียกให้คนมาช่วย
คนร้ายเห็นท่าไม่ดีรีบทิ้งมีดแล้ววิ่งหายเข้าไปในความมืดแต่ราชิสารู้สึกได้ว่ามันจะกลับมาอีกอย่างแน่นอน
“คุณ...เป็อะไรมากหรือเปล่าคะ” ราชิสารีบวิ่งเข้ามาหาชายหนุ่มที่ช่วยชีวิตเธอ เรย์รีบขยับหมวกลงปิดหน้าทันทีขายังไม่อยากให้เธอรู้ว่าเป็เขา...
“รีบกลับบ้านซะ” เรย์หันหลังและเดินจากมาโดยไม่หันกลับไปมองเธออีก ถ้าเขามาไม่ทันจะเกิดอะไรขึ้นไม่อยากจะคิดเลย...ดีที่เขาตัดสินใจเดินมาเรื่อยๆจนถึงที่นี่ไม่อย่างนั้นเขาคงจะสูญเสียเธอไปอย่างไม่มีวันกลับและเธอก็จะไม่รู้ความจริงเื่ที่เขาอยากจะบอกเลยด้วยซ้ำ....