ทาคชิพาองค์หญิงเดินไปรอบๆวังฮะคิที่มีต้นไม้เต็มไปหมด มันดูสวยเพราะบางต้นใบเป็สีแดง บางต้นก็สีชมพูและบางต้นก็เป็สีที่ไม่มีใครเหมือนคือใบไม้สีฟ้า
“สวยไหมองค์หญิง?” ทาเคชิหันมาถาม
“สวย...แต่มันก็คงสวยในฤดูใบไม้ผลิเท่านั้น”คำพูดขององค์หญิงทำให้ทาเคชิหัวเราะออกมาเบาๆ
“นายหัวเราะทำไม?” องค์หญิงสงสัย
“ผมขอโทษ...คือตำหนักนี้ไม่มีคำว่าฤดูหรอกองค์หญิง”
“ไม่มีฤดู?”
“ใช่... ไม่มีฤดูเพราะที่นี่อากาศจะเย็นสบายตลอด ต้นไม้จะเปลี่ยนสีไปเรื่อยๆ ถ้าข้าจำไม่ผิด 3ปี ต้นไม้ก็จะเปลี่ยนสีหนึ่ง อย่างปีที่แล้วต้นนี้เป็สีแดงแต่ตอนนี้มันเป็สีชมพู”
“มันวิเศษมากเลย” องค์หญิงยิ้ม ใบหน้าของเธอช่างสวยจริงๆ
“ใช่...ผมมีที่หนึ่งอยากให้เห็น”ทาเคชิพาไปที่ต้นไม้สีขาวเป็ต้นเดียวของที่นี่องค์หญิงใเพราะไม่เคยเห็นต้นไม้สีขาวเลย
“ทำไมถึงเป็อย่างนี้ล่ะ?”
“ที่นี่มีเื่เล่าด้วยนะ” ทาเคชิเดินเข้าไปลูบลำต้น
“นายช่วยเล่าให้ฉันฟังได้ไหม?”
“ถ้าองค์หญิง้าผมจะเล่า เื่มันมีอยู่ว่า ต้นไม้ต้นนี้เคยมีต้นไม้อีกต้นอยู่ใกล้ๆมันคงจะรักกันมั้ง วันหนึ่งต้นไม้ต้นข้างๆ มันได้ถูกถอนออกไป เหลือเพียงต้นไม้ต้นนี้จนบัดนี้ตันไม้ต้นนี้ก็ยังรอต้นไม้ที่ถูกถอนไปให้กลับมา มันคงนานจนกลายเป็สีขาว” สีหน้าของทาเคชิเศร้าลงทันทีคงเพราะเหมือนเขามั้งที่กำลังรอให้เอรอสปล่อยยูคิมูระออกมา
“น่าสงสารต้นไม้ต้นนี้จัง” องค์หญิงเดินเข้าไปกอดต้นไม้สีขาวต้นนี้
“อบอุ่นมากเลย” เธอพูดพร้อมกับยิ้ม
“นายชื่อทาเคชิเหรอ?” ทาเคชิพยักหน้า
“คงเป็ทหารฝีมือดีแน่ๆเลย” องค์หญิงเดินต่อไป
“ไม่ขนาดนั้นหรอก” ทาเคชิเดินตามหลังองค์หญิงตลอด
“ฉันเชื่อว่านายต้องฝีมือดีอย่างแน่นอน”
“อะไรที่ทำให้องค์หญิงมั่นใจ?” องค์หญิงไม่ตอบ เพียงแค่หันมายิ้มให้เท่านั้นปล่อยเป็ปริศนาให้ทาเคชิคิดเล่น เขาได้พาองค์หญิงไปเที่ยวรอบๆตำหนัก
“มีที่ไหนที่นายจะพาฉันไปอีกไหม?” องค์หญิงถามขึ้น
“วันนี้องค์หญิงทรงเหนื่อยแล้วหยุดพักก่อน แล้วพรุ่งนี้ผมจะมารับองค์หญิงแต่เช้าเพื่อไปเที่ยวตำหนักอื่นต่อและผมยังมีที่พิเศษให้องค์หญิงด้วยนะ” ทาเคชิเสนอ
“ได้... ฉันจะรอ” องค์หญิงเดินเข้าตำหนักฮะคิ
คนส่งอาหารเดินไปที่วังหิมะพอเปิดประตูเข้าไปเห็นยูคิมูระนอนอยู่ที่เตียง
“ฮือ... ฮือ..” เขาร้องไห้ใหญ่เลย
“น่าสงสารจริงๆถูกขังมาตั้ง 3ปีแล้วจักรพรรดิไม่ปล่อยซะที” คนส่งอาหารรู้สึกสงสารยูคิมูระมากแต่เขาก็ไม่สามารถทำอะไรได้นอกจากส่งอาหาร
“อาหารมาแล้วนะ” คนส่งอาหารพูด ยูคิมูระลุกขึ้นมามองแล้วรีบวิ่งตรงไปที่คนส่งอาหาร
“ปล่อยฉันออกไปทีได้โปรดเถอะ” ยูคิมูระคร่ำครวญ
“ไม่ได้หรอก ฉันไม่มีพลังอำนาจอะไรที่จะปล่อยนายได้” ชายส่งอาหารคนนั้นตอบ
“ฉันไม่ใช่ยูคิมูระนะ”
“อย่าพูดตลกหน่อยเลย”
“จริงๆนะเชื่อฉันซิ”
“ฉันไม่เชื่อหรอกก็นายถูกจับขังมานานถึง3ปี จะไม่ใช่ได้ยังไง”
“ฉันคือ.. ทาคาฮิสะจริงๆนะ”คนส่งอาหารฟังเื่โกหกที่มาจากปากของยูคิมูระไม่ไว้ เขารีบออกไปทันที
“เปิดซิๆ ฉันคือ...ทาคาฮิสะจริงๆนะ” เสียงะโพร้อมกับน้ำตาไหลออกมาไม่หยุดคงได้รู้แล้วซินะความเ็ปนั่นน่ะ ไม่มีใครบรรยายได้หรอก ถ้าเกิดไม่เจอกับตัวเอง
“พี่....พี่มาช่วยฉันซะทีซิ” ทาคาฮิสะได้เพียงแต่ร่ำไห้เท่านั้น
“ปีศาจ มันเป็ปีศาจจริงๆ” เสียงที่สั่นคลอ อาจเพราะความกลัวของเขา
คนส่งอาหารเดินออกมาเขาเองก็สงสัยอยู่เหมือนกัน
“ทุกทีเด็กนั่นจะไม่กินอาหารเท่านักแต่ครั้งกลับกินหมด สงสัยจะทนความหิวไม่ไหว น่าสงสารจริงๆ อายุเพียง15 แต่ต้องมาถูกขังลืม” คนส่งอาหารเศร้าใจแทนยูคิมูระ
มาริอากำลังจะเดินกลับบ้านเธอได้เห็นทาคาฮิสะที่มีใบหน้าเหมือนทาเคชิเธอรีบวิ่งเข้าไปหา
“ทาเคชิ” เธอเรียก แต่ดูเหมือนเขาจะไม่ได้ยิน เธอเลยเดินเข้าไปสะกิดยูคิมูระหันมามองเธอด้วยสายตาไม่ค่อยเป็มิตร
“ไหนนายบอกว่าแม่เรียกไง ทำไมยังมาเดินอยู่ตรงนี้?”มาริอาสงสัย ยูคิมูระไม่สนใจเขาเดินต่อไป มาริอาดึงเสื้อของเขาเอาไว้
“นี่... เป็อะไร?ฉันแค่สงสัยว่าทำไมนายมาอยู่ที่นี่?” มาริอาไม่ยอมปล่อย
“ปล่อย” เสียงพูดดังขึ้น มันดูเยือกเย็นจัง
“ทาเคชินายเป็อะไรหรือเปล่า?” เธอใในน้ำเสียงของเขา ยูคิมูระหันมามองมาริอาด้วยสายตาที่ดูดุทำให้มาริอาเริ่มกลัว
“ถ้านายไม่สบายใจบอกกับฉันก็ได้”
“ไม่ต้องมายุ่งกับฉัน” ยูคิมูระพูดแล้วเขาก็เดินไป มาริอาไม่ยอมปล่อยไปง่ายๆหรอกคนอย่างเธอต้องหายข้องใจให้ได้
“นี่หยุดเดี๋ยวนี้นะ” เธอะโ แต่ดูเหมือนยูคิมูระไม่สนใจ เขายังคงเดินต่อไปเรื่อยๆมาริอาหยิบก้อนหินก้อนเล็กๆแถวนั้นปาใส่ยูคิมูระ ได้ผลแฮะเขาหยุดเดินแล้วหันกลับมา
“บอกให้หยุดไม่ยอมหยุดใจร้ายที่สุด เมื่อกี้นายยังเป็อย่างนี้เลย”มาริอาเดินเข้ามาใกล้ๆ ยูคิมูระ เขายืนนิ่ง มาริอาเดินเข้ามากอดยูคิมูระ คนที่เดินอยู่แถวนั้นก็หันมาดูกันหมดยูคิมูระสะดุ้งเล็กน้อย อาจเพราะไม่เคยถูกกอด ความอบอุ่นจากตัวผู้หญิงเป็อย่างนี้เหรอ?อบอุ่นจัง แล้วอ้อมกอดของแม่จะเป็อย่างนี้หรือเปล่า? หรือจะอบอุ่นกว่านี้?เสียงภายในใจของเขาถามตัวเองตลอดเวลาที่มาริอายังกอดเขาอยู่ เมื่อเขารู้สึกตัวเขาผลักมาริอาออกทันที ทำให้มาริอาใ
“นี่นายเป็อะไรกันแน่?” มาริอาเริ่มน้อยใจ
“ฉัน.... ฉันขอโทษ” ยูคิมูระรีบวิ่งหนีไปทันที ปล่อยให้มาริอายืนงงรวมทั้งผู้คนแถวนั้นด้วย
ยูคิมูระร้องไห้อีกแล้วเลิกได้แล้ว ร้องอยู่นั่นแหละถึงจะพูดยังไงแต่คำว่าแม่มันอยู่ในสมองของยูคิมูระมาถึง15ปี
“ทำไม...ฉันถึงต้องเป็อย่างนี้ เพราะอะไรกัน” ยูคิมูระะโสุดเสียงท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนสีเป็สีฟ้าครึม แล้วฝนก็ตกลงมา
ยูคิมูระได้เพียงแต่อยู่ท่ามกลางสายฝนที่โปรยปรายอย่างหนักยูคิมูระรู้เสียใจแล้วเขาก็หมดสติไป
“ยูคิมูระๆ” เสียงที่ดูอบอุ่นนี่มันอะไรกัน ยูคิมูระค่อยๆลืมตาขึ้นทำไมเขานั่งอยู่ท่ามกลางต้นหญ้าที่เขียวชอุ่มอย่างนี้ทั้งๆที่เมื่อกี้ฝนยังตกหนักอยู่แท้ๆ
“ยูคิมูระ” เสียงอบอุ่นนั่นอีกแล้ว เขากวาดสายตาไปทั่ว แต่ไม่มีใครเลย
“พ่อรักลูกมากที่สุดเลยรู้ไหม?” เสียงนั้นยังดังอยู่
“รู้ครับผมเองก็รักพ่อมากเหมือนกัน” เสียงเล็กๆนั้น
“นี่มันอะไรกัน นี่มันเสียงฉันนิ” ยูคิมูระยังกวาดสายตาไปเรื่อยๆแล้วก็ต้องหยุดเหมือนเห็นเด็กน้อยคนหนึ่งวิ่งเข้ามา
“พี่เป็ใคร?” เด็กน้อยคนนั้นหน้าเหมือนยูคิมูระตอนเขา 5ขวบเลย
“พี่ชื่ออะไร? ทำไมไม่ตอบ” เด็กน้อยคนนั้นถามพร้อมกับรอยยิ้มที่อยู่บนใบหน้าดูซิเวลาที่เด็กน้อยนั้นยิ้มน่ารักแค่ไหน
“ทำไมพี่ไม่ยิ้มเลย?” เด็กน้อยถามต่อ
“คือ...” ยูคิมูระอ้ำอึ้ง แน่ละเขาอยู่ที่ไหนก็ไม่รู้
“ยิ้มซิ แล้วโลกของพี่จะสดใส” เด็กน้อยพูดเสร็จก็วิ่งไป
“เดี๋ยว...ฉันยังไม่รู้จักชื่อเลย” เด็กน้อยหันมาแล้วยิ้มให้เขา
“ผมชื่อ... ยู..”
“นี่... นี่... นายตื่นซิ” เสียงผู้หญิงนิ กำลังเรียกใครหยุด หนวกหูจริงๆ ยูคิมูระค่อยลืมตาขึ้นเขาถ้ารีบถอยหลังอย่างเร็ว
“กลัวฉันไปได้” หญิงคนนั้นพูดปนยิ้ม
“ทำไมมานอนตรงนี้ล่ะ?ไม่เห็นเหรอว่าฝนตก เดี๋ยวจะไม่สบายเอานะ” ยูคิมูระหลบสายตาทันที
“ทำไมไม่พูดหรือเป็ใบ้?” เธอถาม
“เธออีกแล้วเหรอ?” เขายอมพูดแล้ว มิซิกิยิ้มแล้วขยับเข้าไปใกล้ยูคิมูระ
“นายเป็ใคร?”
“เป็....” ดูเขาจะตอบไม่ได้หรือเพราะว่ายังสับสนอยู่
“ไม่เป็ไรแล้วนายชื่ออะไรล่ะ?” เขาเงยหน้ามองมิซึกิที่ยิ้มไม่หุบ
“ชื่อ...ยู” เขาเงียบไปทำให้มิซึกิสงสัย
“ชื่ออะไรนะ?” เธอถามอีกครั้ง
“ฉันชื่อ... ทา..ทาคาฮิสะ”
“ทาคาฮิสะเหรอ?” เขาพยักหน้า
“นายมาจากไหนน่ะ?ไม่เคยเห็นหน้าเลย”
“เธอไม่จำเป็ต้องรู้” เขาลุกขึ้นแล้ววิ่งฝ่าสายฝนไปทันที
“เดี๋ยว... ฝนตกอยู่นะ”ดูเหมือนเสียงมิซึกิจะเป็นแค่ลมพัดผ่านเขา ยูคิมูระมุ่งตรงกลับไปที่วัง