เทพัเขียวได้นำความมาบอกกล่าวกับท่านเ้าสำนัก ท่านเ้าสำนักจึงได้พาลูกๆมายืนรอรับหน้าแท่นบรรจถรณ์ ไม่นานนักก็ปรากฏร่างชายหนุ่มและหญิงสาวยืนอยู่บนแท่นนั้น
“มากันแล้วหรือ” เ้าสำนักกล่าวพลางจับแขนลูกสาวมาสำรวจดูอะไรบางอย่าง ทันใดนั้นใบหน้าเ้าสำนักก็เปลี่ยนเป็สีแดง เหวี่ยงแขนทั้งสองของลูกสาวลง
“งามหน้าจริงๆ เ้าไปประเดี๋ยวเดียวก็พลีกายให้เ้าหนุ่มนี่แล้วหรือ ช่างหน้าด้านไร้ยางอายยิ่งนัก เ้านึกถึงศักดิ์ศรีของตัวเองบ้างไหม นึกถึงใจพ่อบ้างไหม” เ้าสำนักกล่าว
เทพสุญตากลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ปล่อยโฮออกมา แข้งขาหมดแรง ทรุดตัวลงกับพื้น “ลูกผิดไปแล้ว ลูกสำนึกผิดแล้ว” เทพสุญตากล่าว
เทพเทพาเมื่อเห็นนางทรุดตัวลงไปจึงรีบเข้าไปคุกเข่าประคองนางไว้ พลันกล่าวกับผู้เป็อาจารย์ว่า “ข้าผิดเองท่านอาจารย์ ข้ายอมรับผิดทุกประการ ข้ารักนาง ข้าจะดุแลนางเอง”
“ข้าไม่เคยเห็นใครทุเรศเท่าเ้าสองคนอีกแล้ว” เ้าสำนักกล่าวทั้งน้ำตา
“ลูกห้าพ่ออบรมเ้าไม่ดี วันนี้พ่อจะขอตีเ้าสักครั้ง” กล่าวจบท่านเ้าสำนักก็รวบรวมพลังปราณไว้บนฝ่ามือ แล้วปล่อยไปที่เทพสุญตา
“ท่านพ่อ ท่านพ่อ อย่าตีน้องห้าเลย”ลูกๆคนอื่นะโห้ามแต่ไม่ทัน พลังปราณระดับเอกยุทธ์สูงสุดถูกส่งไปยังร่างเทพสุญตาแต่พอกระทบเข้ากับไอปราณอนันต์เท่านั้น ก็สะท้อนกลับไปยังเ้าสำนักจนกระอักโลหิต ร่างกระเด็นไปถึง 3 เมตร
“ท่านพ่อ ลูกอกตัญญู ขอท่านพ่อลงโทษ” เทพสุญตากล่าวด้วยความใพลางวิ่งไปกอดท่านเ้าสำนัก
“ฮ่าๆๆ ระดับเทพครึ่งก้าวแล้วสินะ ดีๆๆ เด็กน้อยเอ๋ย พ่อไม่โกรธเ้าแล้ว พยุงพ่อยืนขึ้นเถอะ” เ้าสำนักรู้สึกดีใจในผลการฝึกของลูกสาวจนหายโกรธ
ทันใดนั้นนางมารจารวีก็ปรากฏกายขึ้น เ้าสำนักให้ทุกคนคุกเข่ารับ พลางกล่าวด้วยความเคารพว่า “ท่านอาจารย์หญิงท่านมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร”
“ข้าก็มากับลูกสาวเ้าน่ะสิ ทุกคนฟังข้า ข้ามีเวลา 1 ชั่วยาม เดี๋ยวข้าจะเล่าเหตุการณ์ต่างๆภายในนั้นให้ทุกคนฟังอย่างละเอียด รู้แล้วห้ามแพล่งพลายออกไปเด็ดขาด” พูดจบนางมารจารวีก็เล่าเื่ราวทั้งหมดจนครบถ้วนกระบวนความ
“พ่อต้องขอโทษพวกเ้าด้วยแล้วกันนะ ที่แท้เ้าก็ผ่านพิธีแต่งงานที่จัดโดยอาจารย์หญิงมาแล้ว” เ้าสำนักกล่าว
“30 ปีกว่าในนั้นมันคงจะนานมากทีเดียว ข้าขอบใจเ้าที่ดูแลนางแทนข้า เ้าหนุ่มข้าขอโทษ” เ้าสำนักกล่าวกับเทพเทพา
“หามิได้ เื่ที่ข้าปฏิบัติต่อนางล้วนทำด้วยใจ ท่านอาจารย์มิควรกล่าวขอโทษข้า” เทพเทพากล่าว
“เอาเถอะ ยังไงก็ต้องจัดพิธีแต่งขึ้นมาใหม่ เพื่อให้สมหน้าตาหน่อย ปรึกษากันไปเถอะนะ ข้าต้องไปแล้ว” นางมารจารวีกล่าว
“น้อมส่งท่านอาจารย์หญิง” เ้าสำนักกล่าว พลันร่างนางมารก็หายวับไป
“ส่งเทียบเชิญไปยังอีก 2 สำนัก 1 พรรค และ 1 วัง” วันที่ 1 เดือนหน้าข้าจะแต่งลุกสาว เรียนเชิญทุกท่านร่วมเป็สักขีพยานเื่นี้ให้เทพวายุจัดการ”
“รับทราบ” ้เทพวายุรับคำสั่ง
“เอาละ พวกเ้าแยกย้ายกันไปได้แล้ว” เ้าสำนักกล่าว
“เ้าทั้งสองแยกกันอยู่ไปก่อนนะ ลูก 5 ไปอยู่เรือนเวหา ส่วนเทพเทพา อยู่เรือนอัสนีกับข้า” เ้าสำนักกล่าว
“รับทราบ” ทั้งสองรับคำ
ณ เรือนอัสนี
“เ้าหนุ่มท่านมหาเทพจอมราชัน ได้สั่งให้ข้ามอบห้องกลอัสนีกับกำไลโมรา์นี้ให้กับเ้า กำไลนี้เ้าจะใส่หรือจะเก็บไว้ภายในมิติแห่งจิตก็ได้ แต่มันเป็เครื่องรางระดับมหาเทพและเป็ตัวแทนมหาเทพจอมราชัน เ้าสามารถพูดคุยกับท่านมหาเทพผ่านเครื่องรางนี้ได้เลย ข้าไปละนะ” กล่าวจบเ้าสำนักก็รีบปิดประตูออกจากห้องไปทันที
“เมื่อประตูปิดเ้าจะไม่สามารถเปิดออกไปได้อีก จนกว่าจะบรรลุเทพครึ่งก้าวขั้น 10 ถึงจะมีปราณเพียงพอที่จะเปิดออกไปได้” เสียงท่านมหาเทพจอมราชันดังออกมาจากกำไลโมรา์
“ท่านพ่อนี่จริงๆเลย นี่ขนาดไม่มีสังข์พรหมจักรแล้วยังมีกำไลโมรา์มาหลอกหลอนข้าอีกหรือนี่” เทพเทพากล่าว
“ครั้งนี้พ่อไม่ได้หลอกนะ กำไลโมรา์นี้จะช่วยเสริมความมีชีวิตชีวาและพละกำลัง โดยมันสามารถดึงปราณรอบๆตัวเข้ามาเก็บไว้ในร่างเ้า ลดผลกระทบไอมารและปราณมาร มีความสามารถรักษาอาการาเ็ต่างๆได้ดี ช่วยเสริมแรงขับปราณให้มีกำลังมากกว่าเดิมถึง 5 เท่า เมื่อเ้าเป็เทพแท้แล้วสามารถหลอมมันเข้ากับร่างเทพาเพื่อยกระดับความสามารถให้สูงกว่าเทพในระดับเดียวกันได้อีกด้วย” มหาเทพจอมราชันกล่าว
“แล้วลูกอยู่ในระดับไหนแล้ว” เทพเทพาถาม
“เ้าก็ใช้ดวงตาที่สามของเ้าสอดส่องดูสิ” มหาเทพจอมราชันตอบ
“อยู่ระดับที่ 7” เทพเทพาตอบ
“ดีๆ ใช่แล้ว ฝึกเพื่อให้ได้อีก 3 ระดับเ้าก็น่าจะมีความสามารถพอจะสู้กับมารพยัคขาวได้ ซึ่งมารผู้นี้กำลังจะเกิดใหม่ได้สำเร็จภายในเร็ววันนี้แล้ว ถ้าเ้าไม่เร่งฝึกเกรงว่าจะไม่ทันแล้ว พ่อได้มอบคัมภีร์เทพอัสนีย์ไว้ในหอตำราเทพวิสุทธิ์ ภายในมิติแห่งจิตของลูกแล้ว การฝึกใช้วิธีดึงอักษรรูนขึ้นมาพิจารณาวิถีธรรม เหมือนที่เ้าเคยเรียนกับเทพนิลกาฬ ในห้องเทพยาตรา ถ้าทำไม่สำเร็จเ้าไม่ต้องแต่งงาน” มหาเทพจอมราชันกล่าว
“รับทราบ” เทพเทพารับคำ จากนั้นก็นั่งสมาธิน้อมใจเข้าไปในมิติแห่งจิต เขาก้าวเข้าไปในหอตำราเทพวิสุทธิ์ ซึ่งเป็ตึกมี 9 ชั้น โดยชั้นที่ 1 - 8 ใช้สำหรับเก็บหนังสือทั่วไป ชั้นที่ 9 ใช้เก็บหนังสือระดับเทพขั้นสูงที่ประกอบด้วยอักษรรูน และชั้นนี้ยังมีสถานที่ใช้สำหรับฝึกพิจารณาอักษรรูนอีกด้วย เมื่อถึงชั้น 9 มองไปที่ชั้นหนังสือตรงด้านซ้ายใกล้ประตูทางเข้ามีหนังสือเล่มใหญ่ปกสีทอง มีอักษรสีแดงจารึกที่หน้าปกว่า “คัมภีร์เทพอัสนีย์” เขาจึงทำสมาธิน้อมใจซึมซับอักษรรูนเข้ามายังศูนย์กลางกาย พิจารณากลับไปกลับมาโดยไม่ถอนถอยจากสมาธิ
15 วันผ่านไป ณ เรือนอัสนี
คัมภีร์มี 10 บท ซึมซับและเข้าใจได้มาถึง 8 บทแล้ว แต่ระดับยังอยู่ที่ 7 เท่าเดิม กำไลโมรา์ก็ซึมซับปราณภายนอกโดยรอบเข้ามาในร่างกาย เพื่อหล่อเลี้ยงชีวิตให้มีความสดชื่นไม่หิวกระหาย สามารถดำรงค์ชีวิตอยู่ได้โดยไม่ต้องกินดื่มหรือหลับนอน
20 วันผ่านไป ณ เรือนอัสนี
ตระหนักรู้ทั้ง 10 บททะลวงขั้นที่ 8 ได้สำเร็จเกิดพายุหมุนและสายฟ้าเหนือเรือนอัสนี
“ดีมากให้เ้านำคัมภีร์ “ตายแล้วเกิด” มาศึกษาต่อ พ่อวางไว้ที่ชั้นเดิม วิชานี้จะต้องใช้เมื่อจะบรรลุเทพแท้” เสียงมหาเทพจอมราชันดังขึ้นมาจากกำไลโมรา์
เทพเทพามองไปที่ชั้นหนังสือที่เดิม พบหนังสือเล่มนึงมีลักษณะแปลกมาก เป็หนังสือไร้ชื่อ ไร้ปก บทแรกเขียนว่า”บทที่ 11 ตายแล้วเกิด”
เทพเทพาจึงนำคัมภีร์ “ตายแล้วเกิด” มาซึมซับอักษรรูน พบว่าเป็วิธีเดินปราณอนันต์ เพื่อข่มปราณมาร ทันใดนั้นก็ตระหนักได้อย่างรวดเร็ว บรรลุขั้นที่ 9 ในทันใด เกิดพายุหมุนฟ้าผ่าและแรงะเิปราณอย่างรุนแรงจนแผ่นดินไหว โยกคลอนไปหมด
ณ เรือนเวหา
“สามีเ้าคนนี้ไม่ธรรมดาจริงๆ เมื่อสักครู่บรรลุขั้นที่ 8 อยู่แท้ๆ ไม่ทันถึง 1 ชั่วยามก็บรรลุขั้นที่ 9 มาติดๆแล้ว นับถือจริงๆ” ราชินีน้ำแข็งกล่าวกับลูกสาว
“สามีข้าเขาเป็คนจริงจัง ลองจับอะไรแล้วถ้าไม่สำเร็จไม่มีวันเลิกลา” เทพสุญตากล่าว
“ขอให้จริงเถอะ เพราะตอนนี้เขาจับเอาหัวใจลูกสาวแม่ไปหมดทั้ง 4 ห้องแล้ว” ราชินีน้ำแข็งกล่าว
“ท่านแม่….ลูกเขินนะ” เทพสุญตากล่าว
“เขาเป็คนจริงจังน่ะดีอยู่ แต่ขอให้จริงใจรักลูกแม่เพียงคนเดียวก็พอ” ราชินีน้ำแข็งกล่าว
“อาจารย์บอกว่าเทพอัสนีย์ทุกคน ต่อไปจะได้เป็าาแห่งพิภพเทพ ต่อไปเขาก็จะมีพระสนมหลายคน ให้ข้าทำใจไว้ก่อน” เทพสุญตากล่าว
“เชื่อเ้าเลย เ้ายอมให้เขามีเล็กมีน้อยั้แ่ตอนนี้แล้ว” ราชินีน้ำแข็งกล่าว
“ไอมาร!!! ท่านแม่หลบเข้าไปในเรือนก่อน ข้าจะไปตรวจแถวๆนี้สักครู่ บุษบงค์ บุษบา ดูแลท่านแม่ให้ดี เดี๋ยวข้ากลับมา” เทพสุญตากล่าวกับอัศวินผู้พิทักษณ์ซ้าย-ขวา
“รับทราบ” อัศวินผู้พิทักษณ์ซ้าย-ขวา กล่าวขึ้นพร้อมกัน
เทพสุญตาได้บินสำรวจจนทั่วบริเวณ และได้มาพบกับพี่น้องทั้งสี่คน จึงทักไปว่า “คารวะท่านพี่ทุกท่าน พวกท่านก็ได้ััไอมารใช่หรือไม่”
“ใช่ ท่านพ่อบอกว่ากลิ่นไอนี้ไม่ใช่มารพยัคขาว แต่ไม่ทราบว่าผู้ใด จึงให้พวกเรามาตรวจดู” เทพปฐวีกล่าว
“แล้วพวกท่านพบสิ่งใดผิดสังเกตหรือไม่” เทพสุญตาถาม
“ยังไม่พบเลย บัดนี้กลิ่นไอมารก็หมดลงแล้ว คงจะไม่มีอะไรแล้ว ่นี้คงต้องจัดเวรยามเพิ่ม และช่วยกันจับตาดูสิ่งผิดปกติไปก่อน” เทพวารีกล่าว
“งั้นเราแยกกันตรงนี้นะ ข้าจะรีบกลับไปดูท่านแม่” เทพสุญตากล่าว
“ตกลง” พี่ๆของนางกล่าวพร้อมกัน
29 วันผ่านไป ณ เรือนอัสนี
สุดท้ายก็ตระหนักได้ว่าคัมภีร์เทพอัสนีย์กับคัมภีร์ตายแล้วเกิดคือเล่มเดียวกัน โดยคำภีร์ตายแล้วเกิดคือส่วนท้ายของคัมภีร์เทพอัสนีย์ อีก 5 บทที่ขาดหายไป จึงนำมาหลอมรวมแล้วตระหนักรู้ ทันใดนั้นก็เกิดพายุลูกใหญ่ในพายุมีสายฟ้าปรากฏขึ้นพลันพายุก็บีบตัวลงเหลือเท่าเข็มและปลดปล่อยสายฟ้าและเพลิงมารอัคคีออกมา ธาตุไฟเริ่มเข้าแทรกแต่กำไลโมราได้ดูดซับเอาไว้ ทำให้ไม่ได้รับอันตราย เขาจึงถอนสมาธิออกมาพิจารณาใหม่อีกครั้ง
30 วันผ่านไป ณ เรือนเวหา
“เฮ้อ…. พรุ่งนี้ก็วันแต่งแล้วยังไม่บรรลุอีก เมื่อวานก็ทำท่าจะบรรลุแล้วก็เงียบไป” ราชินีน้ำแข็งกล่าวด้วยความกลัดกลุ้มใจ
“ท่านพ่อบอกว่าธาตุไฟเข้าแทรก แต่ยังดีที่มีของวิเศษที่ท่านมหาเทพจอมราชันให้ไว้ก็เลยไม่ได้รับาเ็ใดๆ”เทพสุญตากล่าว
“เก่งไม่กลัว กลัวช้า” ราชินีน้ำแข็งกล่าว
“ข้าเชื่อมั่นในตัวพี่เขา ข้าเชื่อว่าในที่สุดแล้วพี่เขาจะต้องทำได้” เทพสุญตากล่าว