ซิ่นลี่ นำร่างอันสะบักสะบอมพาจิ๋นเม่ยหลงเดินมาหยุดอยู่หน้าโรงเตี๊ยมขนาดเล็กแห่งหนึ่งภายในน่าจะมีห้องพักประมาณหกถึงแปดห้อง "ถึงแล้ว! ที่นี่คืนบ้านของข้าเชิญคุณชายเข้ามาข้างในก่อน" ซิ่นลี่เดินเข้าประตูไปข้างในว่างเปล่ามีเพียงสตรีนางหนึ่งเท่านั้นที่อยู่ข้างใน "ซิ่นลี่? ละ..ลูกแม่ใครกันที่ทำเ้าเช่นนี้" นางวิ่งเข้ามาโอบกอดซิ่นลี่และตรวจดูอาการาเ็ของมัน
"ท่านแม่" ซิ่นลี่ พูดด้วยท่าทีเขินอายเล็กน้อยเพราะด้านหลังของตนมีจิ๋นเม่ยหลงยืนมองอยู่ จิ๋นเม่ยหลง ยืนแน่นิ่งไปครู่หนึ่งเพราะนางดูจากภายนอกแล้วสมควรที่จะมีอายุประมาณสามสิบปีต้นๆสัดส่วนรูปร่างรวมถึงหน้าตาดูแล้วเยาว์วัยยิ่งนักถ้าหากจิ๋นเม่ยหลงพบนางภายในเมืองคงจะไม่รู้เลยว่านางมีบุตรแล้ว
"ข้าถูกรุมทำร้ายจนสิ้นสติก็ได้คุณชายท่านนี้ช่วยเอาไว้" ซิ่นลี่ พูดขึ้นแล้วมองไปทางจิ๋นเม่ยหลง "จริงสิ ท่านมาจากตระกูลใดรึ? แล้วจะให้ข้าเรียกท่านว่า?" ซิ่นลี่ถามขึ้นอีกครามารดาของมันก็มองมายังจิ๋นเม่นหลงด้วยความอยากรู้ด้วยเช่นกัน "เรียกข้าว่าจิ๋นเม่ยหลง แล้วอีกอย่างข้าไม่ใช่คุณชายจากตระกูลใดทั้งนั้น ข้าเพิ่งจะมาถึงที่นี่ในวันนี้" จิ๋นเม่ยหลงพูดขึ้นแล้วสิ่งยิ้มกลับไปหาแม่ลูกคู่นี้
"..??" สองแม่ลูกมองหน้ากันคิ้วขมวดเล็กน้อย เป็ไปไม่ได้เลยที่จะให้เชื่อคำพูดของจิ๋นเม่ยหลงดูจากลักษณะภายนอกอาภรที่จิ๋นเม่ยหลงสวมใส่ใบหน้าอันหล่อเหลาแล้วพลังยุทธ์ที่อยู่ระดับ ปราณแตกฉานขั้นแปด ถ้าหากไม่ได้มาจากตระกูลใหญ่งั้นก็สมควรที่จะเป็ศิษย์พรรคใหญ่เป็แน่ จิ๋นเม่ยหลงเห็นใบหน้าของสองแม่ลูกนิ่งไป เขาจึงเอ่ยปากย้ำขึ้นอีกครั้ง "พูดไปพวกเ้าทั้งสองก็คงจะไม่เชื่อ แต่สิ่งที่ข้ากล่าวออกไปล้วนเป็ความจริง"
ซิ่นลี่มันกวาดตามองั้แ่หัวจรดเท้าของจิ๋นเม่ยหลงหลายต่อหลายครั้ง "ถะ..ถ้างั้นข้าขอเรียกท่านว่าพี่ใหญ่ได้หรือไม่?"
"ฮ่าฮ่าฮ่า แล้วแต่เ้าจะเรียกเถอะ" จิ๋นเม่ยหลง ะเิเสียงหัวเราะออกมา นางเมื่อรู้ว่าจิ๋นเม่ยหลงไม่ใช่คนจากตระกูลใหญ่ก็ค่อยๆโล่งอกขึ้นมาหน่อย "ข้าขอบใจท่านมากที่ช่วยเหลือลูกของข้า" นางพูดขึ้นมาด้วยเสียงอ่อนโยน
"อึ๊ก.." เสียงร้องของซิ่นลี่ดังขึ้น มันลืมไปเลยว่าขาข้างซ้ายของมันถูกซือเฉิงกระทืบอย่างรุนแรง นางเมื่อได้ยินเสียงรีบหันตัวกลับไปหาซิ่นลี่อย่างไว "ลูกแม่เ้าเป็อะไรมากหรือป่าว" จิ๋นเม่ยหลงเกิดมาไม่เคยได้รับไออุ่นจากมารดาความรู้สึกที่มีคนคอยห่วงใยไหนเลยจะรู้ จิ๋นเม่ยหลงยืนดูสองแม่ลูกอยู่จากนั้นก็เริ่มที่จะเดินไปข้างๆซิ่นลี่
"ให้ข้าดูหน่อย" จิ๋นเม่ยหลงขุกเขาลงหน้าหนึ่งก้มไปดูอาการาเ็ที่ขาซ้ายของซิ่นลี่ "นับว่าร้ายแรงอยู่บ้างเดี๋ยวข้าจะรักษาให้เอง" หลังพูดจบจิ๋นเม่ยหลงเรียกพลังมารออกมาสองส่วน ส่วนแรกถูกถ่ายเทเข้าไปตรงอาการาเ็ที่ขาซ้ายส่วนที่สองใช้ครอบคลุมไปทั่วทั้งขาพลังมารค่อยๆรักษาาแ ใช้เวลาเพียงไม่นานขาซ้ายของซิ่นลี่ก็กลับมาเป็ปกติ
"นี่ นี่ นี่มัน" ซิ่นลี่ ลนลานทันทีเพราะขาซ้ายของตนถูกจิ๋นเม่ยหลงใช้พลังแปลกๆรักษาจนกลับมาเป็ปกติ มารดาของมันยกมือขึ้นปิดปากดวงตาเริ่มที่จะมีน้ำไหลออกมาเล็กน้อย "บุญคุณครั้งนี้ข้าจะมิลืมมันเด็ดขาด" เสียงของนางที่พูดออกมาปนกับเสียงสะอื้นนิดๆ
"ข้าขอบคุ.." "ไม่จำเป็เ้าไปพักผ่อนซะเถอะพรุ่งนี้ข้ามีเื่ต้องถามเ้าอีกมาก" จิ๋นเม่ยหลง สบัดมือพูดตัดบท ซิ่นลี่ไป
"ข้าเข้าใจแล้ว ท่านแม่งั้นข้าขอตัวก่อน" ซิ่นลี่พูดจบก็เดินตรงกับไปยังห้องของตน โรงเตี๊ยมนี้มีสองชั้นชั้นละสี่ห้อง ห้องของซิ่นลี่อยู่ชั่นล่างห้องในสุดท้าย เหลือเพียงมารดาของซิ่นลี่กับจิ๋นเม่ยหลงแค่เพียงสองคืน บรรยากาศที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกก็บังเกิดขึ้น นางเองก็ไม่รู้ว่าจะคุยเื่ใดจิ๋นเม่ยหลงเองก็เช่นกัน ทั้งสองนิ่งเงียบกันอยู่นางแต่ก็เป็นางที่เปิดปากขึ้นมาก่อน "เรียนคุณชายข้ามีนามว่า เหวินฉี ขออภัยที่ข้าแนะนำตัวช้าไปหน่อย"
"อย่าได้ใส่ใจเลย ท่านอยู่ที่นี่กับซิ่นลี่เพียงแค่สองคนงั้นรึ? แล้วสามีท่านเล่า" จิ๋นเม่ยหลง เอ่ยปากถามออกไปด้วยความสงสัยสภาพภายนอกและภายในของที่นี่ถูกตบแต่งไว้อย่างเรียบๆกลางๆไม่หรูหราหรือและไม่เรียบง่ายจนเกินไป เหวินฉีสีหน้ามืดหม่นลงเล็กน้อย "สามีข้าเขาตายจากไปั้แ่ซิ่นลี่เพิ่งจะเกิดได้ไม่นาน ก่อนที่สามีข้าจะตายเขาก็ได้สร้างที่แห่งนี้ไว้ให้ข้าและซิ่นลี่อยู่ ข้าได้เงินเล็กๆน้อยๆจากการเปิดให้ผู้คนเข้ามาพักพอที่จะเลี้ยงชีพเราสองแม่ลูกได้"
จิ๋นเม่ยหลงนิ่งอึ้งไปครู่ใหญ่ สตรีเพียงคนเดียวเลี้ยงดูบุตรั้แ่ยังแบเบาะมาจนถึงป่านนี้ได้ นางช่างน่านับถือโดยแท้ "แล้วเหตุใดท่านไม่หาสามีใหม่? สตรีเช่นท่านไม่ว่าจะเป็รูปร่างหน้าตาเื่หาสามีใหม่คงจะไม่ใช่เื่เหลือบ่ากว่าแรง" จิ๋นเม่ยหลง แค่นเสียงถามออกไป
"ข้าทำเช่นนั้นไม่ได้ ถ้าหากข้าหาสามีใหม่มิใช่เป็การทรยศต่อสิ่งที่เขาทำให้ข้ากับลูกงั้นรึ" เหวินฉี เอ่ยปากพร้อมกับมองหน้าจิ๋นเม่ยหลงดวงตาของนางนั้นไม่หวั่นไหวเลยแม้แต่น้อย "มีคนมากมายเคยบอกให้ข้าลองเปิดใจรับใครสักคนมีรึข้าจะสนใจคำพูดเ่าั้ใจของข้าเป็ของสามีข้าเพียงผู้เดียว" คำพูดแน่วแน่ของ เหวินฉี ทำให้จิ๋นเม่ยหลงแน่นิ่งไปอีกครา
"อะแฮ่มๆ เอาเป็ว่านี้มันก็ค่ำแล้วข้าเองก็เหนื่อยจากการเดินทางมาแล้วด้วยเช่นนั้นข้าขอตัวไปพักผ่อนก่อนก็แล้วกันแล้วก็ข้าของอาศัยอยู่ที่นี่สักพักก็แล้วกัน" เหวินฉี พยักหน้าหนึ่งที จิ๋นเม่ยหลงเองหลังจากกล่าวจบก็เดินขึ้นไปยังสั้นสองของโรงเตี๊ยมนี้จิ๋นเม่ยหลงเลือกห้องในสุด เมื่อเข้ามาข้างในห้องแล้วจิ๋นเม่ยหลงล้มตัวลงนอนบนเตียงทันที "เฮ้อดูเหมือนข้าจะดูถูกนางเกินไปหน่อย" จิ๋นเม่ยหลงพึมพำขึ้นเบาๆ
ชะตาชีวิตของซิ่นลี่พลันให้จิ๋นเม่ยหลงหวนคิดถึงตนเอง เขาเกิดมาไม่เคยพบเจอหน้าบิดามารดาแต่กับซิ่นลี่แม้เกิดมาไม่เคยพบเจอหน้าบิดาแต่ก็ยังมีมารดาที่คอยห่วงใย จิ๋นเม่ยหลงรู้สึกเจ็บแปล๊บๆที่หัวใจเพียงเสี้ยววินาทีก็หายเป็ปกติเค้าคิดแต่ว่าแล้วบิดามารดาของตนละนี่ก็ผ่านมาหลายปีแล้วเหตุใดพวกท่านถึงไม่ตามหาตนเองเลย หรือว่าแท้จริงแล้วบิดาและมารดาของตนมิได้มีความสนใจเขาเลยแม้แต่น้อย
*********************************
เช้าวันต่อมา
จิ๋นเม่ยหลงเดินลงมายังชั้นร่างก็พบเห็นซิ่นลี่กับเหวินฉีรออยู่แล้ว "เมื่อคืนท่านหลับสบายดีรึไม่?" เป็ซิ่นลี่ที่เอ่ยปากขึ้นมาก่อน
"เมื่อมากันครบแล้วงั้นเราก็มาทานข้าวกันเถอะ เดี๋ยวให้ข้าไปเตรียมอาหารสักครู่" เหวินฉีเดินเข้าครัวไปตระเตรียมอาหาร
หลังจากทั้งสามทานอาหารกันเรียบร้อยแล้ว จิ๋นเม่ยหลงก็เอ่ยปากถามซิ่นลี่ขึ้น "วันนี้เ้าจะไปข้างนอกรึป่าว" "วันนี้ข้าจะไม่ไปไหนทั้งนั้นแหละ" ซิ่นลี่ตอบพลางยิ้ม "ก็ดีข้ามีเื่จะถามเ้าสักสองสามเื่" จิ๋นเม่ยหลงพูดขึ้นอีก "เชิญคุณชายถามมา" ซิ่นลี่ตั้งอกตั้งใจรอคำถามจากจิ๋นเม่ยหลงอย่างจริงจัง
"เื่แรกข้าอยากรู้ว่าทำไมเ้าพวกนั้นถึงรุมทำร้ายเ้า" เ้าพวกนั้นที่จิ๋นเม่ยหลงหมายถึงก็คือ ซือเฉิงและลูกสมุนของมัน ใบหน้าซิ่นลี่แปรเปลี่ยนเป็เคร่งขรึมเล็กน้อย "เพราะพลังปราณของข้ามันต้อยต่ำเลยอาจจะทำให้พวกมันขายหน้าในงาน ข้าเป็ศิษย์พรรคหมาป่าอัสนีในบรรดาศิษย์รุ่นเดียวกันกับข้า ข้านับว่าด้อยที่สุด"
"เื่ที่สองที่ข้าจะถามเ้างานที่เ้าเอ่ยถึงคืองานอะไร?" ซิ่นลี่อ้าปากเล็กน้อยแต่ก็พลันนึกถึงคำพูดที่จิ๋นเม่ยหลงบอกว่าเพิ่งมาถึงเมืองนี้เป็วันแรกได้ "อีกสิบวันข้างหน้าจะมีงานประลองยุทธ์ประจำปีปกติแล้วงานจะถูกจัดขึ้นในอีกสี่ปีข้างหน้าแต่เหตุใดครานี้ถึงจัดขึ้นไวกว่าเดิมข้าเองก็ไม่รู้และดูเหมือนว่าครั้งนี้จะถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่กว่าครั้งที่ผ่านมาซะด้วย"
"แล้วใครบ้างที่สามารถเข้าไปประลองยุทธ์ได้?" จิ๋นเม่ยหลง ดูไปแล้วค่อนข้างสนใจกับการประลองยุทธ์อยู่บ้างนิดหน่อยเพราะนี่เป็โอกาสดีที่จะได้ทดสอบพลังของตนเอง
"ทุกคน! ผู้ที่จะเข้าประลองยุทธ์จะต้องมีอายุไม่เกินยี่สิบปีหนึ่งพรรคสามารถส่งศิษย์ของตนเข้าประชันฝีมือได้ไม่เกินสี่สิบคนข้าเองก็้าที่จะลงไปแลกเปลี่ยนวรยุทธ์กับศิษย์สำนักอื่นอยู่บ้างแต่พลังปราณของข้ามันต่ำต้อยเช่นนี้คงต้องได้แต่ตัดใจเสียแล้ว" ซิ่นลี่ตัดพ้อพร้อมกับอธิบายกฏงานประลองให้กับจิ๋นเม่ยหลงฟังคร่าวๆ
"ฮึ่ม! งานประลองยุทธ์ครั้งนี้เ้าพวกซือเฉิงเองก็สมควรที่จะต้องร่วมด้วยเป็แน่ ฮ่าฮ่าโอกาสที่จะสั่งสอนพวกมันก็คงต้องเป็งานนี้เท่านั้น" จิ๋นเม่ยหลงนิ่งเงียบใบหน้าแสยะยิ้มเล็กน้อย ซิ่นลี่ เห็นใบหน้าของจิ๋นเม่ยหลงที่แสยะยิ้มก็อดที่จะสงสัยไม่ได้ "ท่านก็สนใจงานประลองยุทธ์ครั้งนี้ด้วย? อีกอย่างผู้ที่ชนะเลิศสามารถที่จะขออะไรจากท่านเ้าเมืองก็ได้หนึ่งอย่าง" ซิ่นลี่พูดต่อ
"แน่นอนโอกาสแบบนี้ไม่ได้มีมาบ่อยๆ แล้วอีกอย่างเ้าแค้นเ้าพวกนั้นรึป่าวละ?" จิ๋นเม่ยหลงพูดขึ้นมาด้วยสีหน้าเรียบเฉย "แม้ว่าข้าจะโกรธแค้นพวกมันแต่ข้าก็ไม่สามารถที่จะทำอะไรพวกมันได้" ซิ่นลี่ก้มหน้าลงทันควัน "เอาล่ะเดี๋ยวต่อจากนี้ไปพวกมันจะไม่กล้ามารังแกเ้าอีกแล้ว ข้า้าเข้าร่วมงานประลองยุทธ์ในครั้งนี้ด้วยจะต้องทำอย่างไรบ้าง" จิ๋นเม่ยหลง เอ่ยปากถามซิ่นลี่
"ถ้าหากท่านเป็ศิษย์พรรคภายในเมืองผู้าุโภายในพรรคจะจัดการเื่พวกนี้ให้เองแต่ท่านไม่ได้เป็ศิษย์พรรคใดถ้าหากท่าน้าที่จะเข้าร่วมงานประลองต้องไปลงทะเบียนด้วยตนเอง" ซิ่นลี่ตอบกลับ "งั้นจะรออะไรก็ไปกันเลยสิ" จิ๋นเม่ยหลงดูสนอกสนใจมากเป็พิเศษไม่ใช่แค่้าทดสอบพลังฝีมือของตนยัง้าที่จะแก้แค้นพวกซือเฉิงอีกด้วย
****************************************
ณ ตำหนักท่านเ้าเมือง
กลางเมืองฟ้าประกายแสงเป็ตำหนักท่านเ้าเมืองที่ใหญ่โตพอจะรองรับผู้คนได้ไม่ต่ำกว่าห้าพันคน "ผู้าุโข้า้าที่จะเข้าร่วมงานประลองยุทธ์" ที่รับลงทะเบียนผู้เข้าร่วมประลองยทธ์มีชายแก้ผมเผ้าขาวโพลนอยู่ท่านหนึ่ง
"เ้าเป็ศิษย์พรรคใด" ผู้าุโเอ่ยปากถามกลับ
"ขอภัยท่านาุโ ข้าผู้น้อยมิใช่ศิษย์พรรคใดทั้งนั้นข้าแค่้าเข้าร่วมงานประลอง" จิ๋นเม่ยหลง ตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงถ่อมตน ผู้าุโท่านนี้เริ่มที่จะเงยหน้ามองจิ๋นเม่ยหลง จิ๋นเม่ยหลงเองก็จ้องกลับ "ยามที่ข้าจ้องตาของมันแววตามันไม่หวั่นไหวเลยแม้แต่น้อยการประลองยุทธ์ในปีนี้ต้องเกิดเื่หน้าสนใจเป็แน่" ผู้าุโพึมพำขึ้นในใจ
"บอกชื่อของเ้ามาก็พอ เื่อื่นข้าจะจัดการต่อให้เอง" ผู้าุโท่านนี้เอ่ยปากขึ้น
"ข้าชื่อจิ๋นเม่ยหลง" จิ๋นเม่ยหลง ตอบกลับไปด้วยความนอบน้อมตามเดิม
"จิ๋นเม่ยหลง? อีกเจ็ดวันต่อจากนี้ค่อยมาวัดพลังปราณ ตอนนี้เ้ากลับไปได้แล้ว" ผู้าุโ สบัดมือขึ้นครั้งหนึ่ง
"ถ้าอย่างงั้นข้าน้อยขอตัวลา" จิ๋นเม่ยหลง หันหลังเดินจากไปพร้อมกับซิ่นลี่ ระหว่างทางเดินจิ๋นเม่ยหลงก็เอ่ยปากถามซิ่นลี่ขึ้น "เ้ารู้จักผู้าุโท่านนั้นรึป่าว" ซิ่นลี่ส่ายหัวอย่างว่องไว "ั้แ่ข้าอยู่ในเมืองนี้ข้าเองก็ยังไม่เคยพบเจอผู้าุโท่านนี้มาก่อน" พลังปราณของท่านาุโท่านนั้นจิ๋นเม่ยหลงไม่สามารถที่จะระบุได้เลย "ฮึ หวังว่าจะเป็คนเดียวกับที่ข้าคิดไว้" จิ๋นเม่ยหลง แค่นเสียงพร้อมกับใบหน้าเปื้อนยิ้ม.