แสงสว่างสีนวลจากโคมไฟข้างเตียง ส่องสว่างในห้องนอนเล็กๆ ทำให้เห็นเด็กชายหน้าตาน่ารัก ผิวขาว ใบหน้ากลม สองแก้มแดงระเรื่อดูสุขภาพดี ที่กำลังนอนอยู่บนเตียง พลางกะพริบตาปริบๆ
ข้างเตียงมีหญิงชรากับชายชรานั่งอยู่เคียงข้างกัน ด้วยใบหน้ายิ้มแย้มใจดีให้เด็กน้อยบนเตียง
" คุณยาย...นิทาน เล่านิทานให้หลานฟังก่อนนอนนะคับ"
เด็กชายร้องขอด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นแกมออดอ้อน เพราะสิ่งที่เด็กชายชื่นชอบที่สุดก่อนนอนคือ... การฟังนิทานที่ยายของเขาเล่าให้ฟังทุกคืน
" ได้ๆ วันนี้เสี่ยวิของยายเป็เด็กดี งั้นยายจะเล่านิทานเื่หนึ่งให้หลานฟัง แต่ว่านิทานเื่นี้ยายจะเล่าเพียงครั้งนี้ครั้งเดียว และหลานจะต้องจำไว้ให้ดี เพราะนิทานเื่นี้ เป็สิ่งที่เกี่ยวข้องกับโชคชะตาของพวกเราทุกคน หลานต้องจดจำมันให้ดี..."
" หลานจะจำให้ขึ้นใจ! "
สองสามีภรรยาผู้เฒ่า หันไปสบตากันครู่หนึ่ง ก่อนหญิงชราจะยื่นมือไปลูบศีรษะเด็กชาย ที่นอนอยู่บนเตียงเบาๆ
" กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว... มีดินแดนอันรุ่งเรืองแห่งหนึ่ง ตั้งอยู่บนดาวโลกที่แสนห่างไกล ดินแดนแห่งนั้นถูกเรียกขานว่า 'อแคว้นไท่หยาง' ผู้คนในแคว้นไท่หยาง ใช้ชีวิตอย่างผาสุขด้วยการพึ่งพาสิ่งที่เรียกว่า 'พลังธาตุ' โดยพลังธาตุที่พวกเขาใช้นั้นคือพลังธาตุที่อยู่ในธรรมชาติอันได้แก่ พลังจากธาตุหลักทั้ง 4 คือ ดิน น้ำ ลม ไฟ และยังมีธาตุพิเศษอีก 4 ธาตุ คือธาตุไม้ ธาตุทอง ธาตุสายฟ้า สุดท้ายคือธาตุมิติ...
" ซึ่งธาตุมิตินั้น นอกจากจะเป็ธาตุพิเศษแล้ว ยังเป็ธาตุลึกลับที่หายากที่สุด จนเกือบจะกลายเป็แค่พลังธาตุในตำนาน เพราะแทบจะไม่มีใครได้! นอกจากผู้ธาตุมิติในตำนานคนแรก ที่ปรากฏตัวขึ้นก่อนก่อตั้งแคว้นไท่หยางประมาณ 1,000 ปี
" ว่ากันว่า ผู้ที่ได้ธาตุมิติ จะมีพลังเหมือนเทพเ้า เพราะสามารถ่ชิงชีวิตของผู้คนได้ในชั่วพริบตา แต่ในขณะเดียวกัน ก็เป็ขุมกำลังที่ยิ่งใหญ่ ของอาณาจักรที่มีผู้ครองพลังธาตุมิติถือกำเนิด! ทว่า... หากควบคุมผู้มีพลังธาตุมิติไม่ได้ ดินแดนแห่งนั้น ก็อาจถึงคราวต้องล่มสลาย เหมือนกับแคว้นไท่หยาง...
" ในปีนั้น แคว้นไท่หยางได้รับพรจาก์ ประทานผู้มีพลังธาตุมิติมากำเนิดในดินแดนไท่หยาง แต่ผู้คนในแคว้นไท่หยางกลับไร้วาสนา เพราะผู้ที่ได้รับเลือกให้ครองธาตุมิติ กลับเป็ปีศาจในคราบมนุษย์ผู้หนึ่ง! เขาไม่ได้นำพาความรุ่งเรืองมาสู่ไท่หยาง สิ่งที่เขานำมาคือ...หายนะ! ที่ร้ายแรงจนทำลายล้างทุกสิ่งบนโลก!?
" ผู้ใช้พลังธาตุมิติคนนั้น ได้ใช้พลังของตน เปิดรอยแยกมิติระหว่างโลกมนุษย์กับโลกปีศาจ ทำให้หมอกทมิฬหรือไอปีศาจ ที่เป็พิษร้ายตุ่์แพร่กระจายเข้ามาในโลกมนุษย์
" ทำให้มนุษย์และสิ่งมีชีวิตชนิดอื่น ๆ ในโลก ตกตายไปมากกว่าครึ่ง! เพื่อหยุดยั้งการล่มสลายของโลกและสรรพชีวิต บุรุษผู้มีคุณธรรมสูงส่งและเก่งกล้าผู้หนึ่ง ได้เข้าต่อสู้กับปีศาจร้ายในคราบมนุษย์คนนี้อย่างกล้าหาญ
" แต่ถึงสุดท้ายเขาจะสังหารผู้ใช้พลังธาตุมิติลงได้ ทว่าทุกอย่างก็สายไป ไอปีศาจกระจายไปทั่วผืนดินแล้ว! ทางออกเดียวที่จะสามารถเอาชีวิตรอดจากหายนะครั้งนี้ได้ ก็คือการหนีออกมานอกโลก บุรุษผู้นั้นจึงสละชีวิตของตน ใช้เวทต้องห้าม ปิดผนึกรอยแยกมิติ เพื่อถ่วงเวลาให้ทุกคนหนี และด้วยการเสียสละของบุรุษผู้นั้น มนุษย์ที่เหลืออยู่น้อยนิด จึงสามารถหนีไปได้ ทว่าโลกใบนั้น ไม่สามารถใช้อยู่อาศัยได้อีกแล้ว...."
" คุณยายคับ แล้วฮีโร่ชื่ออะไร" เด็กน้อยถามด้วยความอยากรู้ เมื่อฟังนิทานจบ
" ชื่อของฮีโร่? ทำไมหลานถึงอยากรู้ชื่อของเขาล่ะ"
" ฮีโร่แข็งแกร่งมาก! เขาสามารถจัดการปีศาจร้ายได้ ิิจะให้ฮีโร่เป็ไอดอลของิิ! "
" งั้นหรือจ้ะ เขาก็เป็คนที่แข็งแกร่งมากจริงๆ นั่นแหละ เห็นว่าเขาเป็คุณชายรองของตระกูลเฉิน และเป็ชายหนุ่มที่ได้รับพรจาก์ เมื่อเกิดมา จึงมีพลังธาตุมากถึง 5 ธาตุเลยนะ เป็ 1 ในอัจฉริยะของยุคนั้นเลยทีเดียว"
" 5 ธาตุ! ฮีโร่สุดยอดมาก ิิก็อยากมีพลังธาตุเยอะ ๆ ด้วย"
" ถ้าเป็หลานต้องทำได้อยู่แล้ว ก็หลานเป็อัจฉริยะของยุคดวงดาว ที่อายุน้อยที่สุดนี่นา! ถ้าหลานเกิดในยุคนั้น หลานเองก็จะต้องเป็อัจฉริยะแห่งยุคได้แน่ๆ "
" ฮ่าว..." เด็กน้อยหาวเสียงดัง ปากเล็กๆ อ้ากว้างจนเห็นลิ้นสีแดงข้างใน
หญิงชรากับชายชราหันไปมองหน้ากันยิ้มๆ จากนั้นชายชราก็เอื้อมมือไปหรี่แสงของโคมไฟข้างเตียงลง
หญิงชราก้มลงไปจุมพิตหน้าผากหลานชายเบาๆ ก่อนทั้งสองจะบอกราตรีสวัสดิ์ แล้วออกจากห้องนอนไป ด้วยรอยยิ้มที่แฝงไปด้วยความซับซ้อน
......
หลายปีผ่านไป
" เ้านาย การทดสอบเครื่องย้อนเวลาครั้งที่ 9,999 พร้อมแล้ว" เสียงไร้อารมณ์เหมือนหุ่นยยนต์ ดังออกมาจากกำไลข้อมือ ที่ชายหนุ่มในชุดสีขาวสวมอยู่
" งั้นก็เริ่มเลย ครั้งนี้พวกเราจะต้องทำสำเร็จแน่! "
เดิมวันนี้เขามีนัดกินข้าวเย็นกับลูกค้ารายใหญ่ แต่ถ้าทดสอบเครื่องย้อนเวลาสำเร็จ เขาจะได้เปิดแผนธุรกิจใหม่ และแน่นอนว่า ต้องเสนอแผนงานกับลูกค้าด้วย เพื่อหาทุนเพิ่ม!
ชายหนุ่มเดินเข้าไปนอนในเครื่องมือทรงกลมสีขาวขนาดใหญ่ ที่รูปร่างคล้ายลูกบอลขนาดั์ ก่อนเสียงไร้อารมณ์จะดังขึ้นมาอีกครั้ง
" เริ่มการนับถอยหลัง 5 4 3 2 1...เริ่มการทดลอง! "
ตูม!!!
หลังจากสิ้นเสียงไร้อารมณ์เหมือนหุ่นยนต์ ได้เพียงสามอึดใจ อุปกรณ์ทรงกลมสีขาวกลางห้องทดลองขนาดมหึมา ก็ะเิทันที!
แรงจากการะเิ รุนแรงจนทำลายห้องทดลองทั้งหมดในชั่วพริบตา!
เมื่อเปลวเพลิงสงบลง ห้องทดลองและนักประดิษฐ์อัจฉริยะแห่งยุคดวงดาว ที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ ก็หายไปตลอดกาล!
..........
" แจ้งเตือนฉุกเฉิน! ระบบกำลังถูกแทรกแซงการทำงาน มีพลังงานไม่ทราบที่มา และไม่สามารถระบุส่วนประกอบได้ กระจายไปทั่วร่างกายของเ้านาย ระบบจะทำการต่อต้านอย่างสุดกำลัง! "
" ระบบผิดพลาด! ระบบเกิดการขัดข้อง! ไม่สามารถต่อต้านพลังงานปริศนาได้ เพราะพลังงานชนิดนี้ ถูกระบุว่าเกิดจากร่างกายของผู้สร้างระบบ..."
" ระบบถูกบังคับให้ยอมรับการบุกรุกของพลังงานโดยอัตโนมัติ"
" พลังงาน (ปริศนา) กำลังเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ ..."
" 20%... 45%... 70%.... 85%... 95%.... 100%! "
" ระบบ (ผู้ช่วยอัจฉริยะ) ถูกแทรกแซงจากพลังงานของผู้สร้างระบบ... สำเร็จ! "
" กำลังเปิดการบังคับใช้โหมดฉุกเฉิน..."
" ระบบถูกบังคับให้หยุด...กะ...การทำงา...น "
" ตี้ด........."
.......
" เกิดอะไรขึ้น! เหตุใดอยู่ๆ เ้าขยะนี่จึงได้หยุดหายใจ?! "
" ขะ...ข้าก็ไม่รู้ เมื่อครู่อยู่ๆ เขาก็หมดสติไป ระหว่างที่กำลังจับหมายเลขเลือกกลุ่มสอบ จากนั้นข้าก็รีบพาเขามาที่นี่ ข้าไม่ได้ทำอะไรเลยนะ! "
" บ้าเอ้ย! ถึงเด็กคนนี้จะเป็ขยะที่คนทั้งเมืองรังเกียจ แต่ตระกูลเทียนให้ความสำคัญกับเขามาก ถ้าเขามาตายในมือพวกเราล่ะก็... เกรงว่าพวกเราคงมีชีวิตอยู่ไม่ถึงวันพรุ่งนี้แน่! "
" แต่พวกเราไม่ได้ฆ่าเขานะ! "
" ถึงเราไม่ได้ฆ่า แต่คนก็ตายในมือเรา คนตระกูลเทียนไร้เหตุผลเพียงใด เ้าไม่รู้หรือ!? เพื่อระบายโทสะและความเสียใจ พวกเขาต้องเลือกพวกเราเป็แพะรับบาป! "
" งั้น... งั้นเราควรทำอย่างไร"
" ข้า! ไม่! รู้! ถ้าข้ารู้ข้าก็ทำไปนานแล้ว"
เสียงของบุรุษทั้งสอง ที่กำลังทะเลาะกัน ดังไปทั่วกระโจมรักษาฉุกเฉิน ทำให้ชายหนุ่มในชุดเครื่องแบบสีน้ำเงินเข้ม ที่เมื่อครู่นอนหมดสติอยู่บนเตียงผู้ป่วย รำคาญมากจนต้องลุกขึ้นมากล่าวว่า " พวกคุณช่วยเงียบๆ หน่อยได้ไหมครับ ผมจะนอน! "
"! "
" เขา... เขายังไม่ตายใช่หรือไม่ หรือว่า...หรือว่าตายแล้ว งั้น... งั้นเขาก็เป็ผี? "
" ผีเผออะไรกัน ป้าเ้าน่ะสิที่เป็ผี!? เ้าอย่าได้กล่าวไร้สาระ เมื่อครู่เขาแค่... แค่หมดสติไปเท่านั้น"
ชายชราร่างสูงโปร่งในชุดสีขาว รีบหันไปตวัดสายตาดุๆ ใส่ชายอีกคน ที่อยู่ในชุดพนักงานระดับล่างของสำนักศึกษาเทียนหลงหรือสำนักเทียนหลง อันเป็สถานที่ให้ความรู้และสอนการใช้พลังธาตุที่ยิ่งใหญ่ ซึ่งมีชื่อเสียงที่สุดในแคว้นไท่หยาง
" แต่ว่า... " เมื่อครู่ท่านบอกเองมิใช่หรือ ว่าเขาตายแล้ว!
เพราะถูกสายตาดุๆ จากคนเป็หมอจ้อง ชายหนุ่มจึงไม่กล้าเอ่ยประโยคท้ายออกมา เขาทำได้เพียงกล่าวในใจเท่านั้น
เมื่อปรามคนให้สงบปากได้แล้ว หมอชราก็เดินไปจับข้อมือตรวจชีพจรคนไข้ ที่เพิ่งฟื้นจากความตายกะทันหัน ด้วยมือสั่นๆ เล็กน้อย แต่เมื่อรับรู้ถึงการมีอยู่ของชีพจรคนเป็ เขาก็ถอนหายใจออกมาเสียงดัง ด้วยความโล่งอก!
ที่ชีพจรหยุดเต้นไปเมื่อครู่ เขาจะคิดเสียว่า ตนเองตรวจผิดพลาด!
แต่เมื่อตอนนี้คนตื่นแล้ว ก็ควรรีบส่งออกไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด เพราะหากเกิดตาย...เอ่อ...ชีพจรหยุดเต้นกะทันหันขึ้นมาอีก ครานี้เขาคงได้หัวใจวายตายตามไปด้วยเป็แน่!
" เทียนไค... เอ่อ คุณชายสาม หากท่านตื่นแล้ว ก็รีบออกไปข้างนอกเถอะ การสอบใกล้จะเริ่มแล้ว หากท่านยังมัวนอนอยู่ที่นี่ เกรงว่าท่านคงพลาดการสอบจบการศึกษาครั้งนี้ และ (อาจ) ต้องเรียนซ้ำชั้น"
เมื่อชายชราเอ่ยจบ เขาก็แอบเหลือบหางตามองชายหนุ่มที่นอนหลับอยู่บนเตียงคนไข้ แล้วยังหันหลังเอาผ้าห่มคลุมโปงอีก
เขาเคยได้ยินมาว่า คุณชายเทียนผู้นี้ ไม่ชอบให้ใครเรียกชื่อตนห้วนๆ ต้องเรียกเขาว่าคุณชายทุกครั้ง ไม่อย่างนั้น เขาจะวิ่งไปฟ้องบิดากับพี่ชาย ว่าถูกคนคนนั้นรังแกด้วยวาจา!
ช่างเป็เด็กขี้ฟ้อง และยังเป็จอมเอาแต่ใจจริงๆ แต่ที่แย่ที่สุดคือ พ่อกับพวกพี่ชายที่หลับหูหลับตาเอาใจเ้าตัวทุกอย่าง จนเสียผู้เสียคนั้แ่เด็กมากกว่า
แต่ไม่ว่าจะเรียกคุณชายสามอย่างไร ร่างบนเตียงก็ยังนอนนิ่ง ไม่ยอมขยับ จนหมอชราต้องรีบคว้าข้อมือชายหนุ่มขึ้นมาตรวจอีกครั้ง ว่าชีพจรของเขายังอยู่ดีหรือไม่
และผลก็ออกมาว่า...มันหายไปอีกแล้ว ชายหนุ่มผู้นี้ตายอีกแล้ว!
หมอชราเข่าอ่อนจนถึงกับทรุดลงไปกองบนพื้น ก่อนเขาจะหันไปหาชายอีกคน ที่แบกชายหนุ่มคนนี้ หรือคุณชายสามตระกูลเทียนเข้ามา แต่ว่า...
ผู้ชายคนนั้นชิ่งหนีไปนานแล้ว!
หมอชราพยายามสงบใจของตน แล้วยื่นมือสั่นๆ ไปจับชีพจรของชายหนุ่มอีกครั้ง และครั้งนี้ก็ปรากฏว่า...ชีพจรของชายหนุ่มยังปกติดี!
คราวนี้หมอชราไม่ปล่อยข้อมือชายหนุ่ม เขาจับมันไว้แน่น อีกมือก็เขย่าร่างชายหนุ่มอย่างแรง
ไม่ว่าอย่างไร เขาก็ต้องปลุกชายหนุ่มให้ได้ ไม่ว่าจะอยู่หรือจะตาย ก็ต้องส่งคนออกไปจากกระโจมรักษาที่เขารับผิดชอบให้ได้!
" อืม...ก็บอกว่าคนจะนอน... เฮ้ย!? ที่นี่...ที่ไหน? "
ชายหนุ่มที่เมื่อครู่นอนคลุมโปงอยู่บนเตียง ลุกขึ้นมาโวยวาย พลางกวาดสายตาไปทั่วกระโจม แล้วเขาก็พบว่า ที่นี่ไม่ใช่ห้องพักในแล็บส่วนตัวของเขา และไม่ใช่ห้องนอนในบ้านด้วย!
นี่เขาเบลอหนัก จนเข้ามานอนในบ้านคนอื่นเลยเหรอ?!
" ตื่นได้สักทีนะ เ้า... เ้าออกไปจากที่นี่ เดี๋ยว...เดี๋ยวนี้เลย! " หมอชราที่ใช้พลังงานทั้งหมดที่มีในร่างกาย ไปกับการปลุกชายหนุ่ม เอ่ยพลางหอบเบาๆ
หลังจบงานนี้ เขาจะลาออก! เขาไม่้าเป็แพทย์าุโในสำนักเทียนหลงอีกต่อไป เขาจะกลับไปบ้านเกิด แล้วใช้ชีวิตอย่างสงบ เขาจะไม่รักษาใครอีกแล้ว!
" อา... ขอโทษด้วยนะครับ ผมไม่รู้จริงๆ ว่าทำไมถึงมานอนอยู่ใน เอ่อ..." ชายหนุ่มกวาดสายตามองรอบกายอีกครั้ง ที่นี่ไม่น่าจะเป็ห้องๆ หนึ่งในบ้าน แต่น่าจะเป็ข้างในกระโจมมากกว่า คาดว่าชายชราคนนี้ คงเป็คนไร้บ้าน ต้องมาอาศัยในกระโจมข้างถนน ช่างน่าสงสารยิ่งนัก ชายหนุ่มหันกลับไปมองชายชราอีกครั้งด้วยสายตาเห็นใจ ก่อนจะเอ่ยอย่างเสียใจและสำนึกผิดว่า " ผมจะให้คนที่บ้านมาตอบแทนที่รบกวนคุณปู่อย่างเหมาะสม..."
" ตอนแทนเหมาะสม!? ..."
ตอบแทนอย่างเหมาะสม => เอาคืนอย่างสาสม หรือว่าเ้าเด็กนี่ จะได้ยินที่ถูกเรียกว่าขยะ ไม่ได้! เขาจะต้องลาออกจากสำนักเดี๋ยวนี้!
หมอชราได้ยินว่าชายหนุ่มจะให้คนที่บ้านมาจัดการ (?) ตนอย่างสาสม (?) ก็กลัวจนตัวสั่น เขารีบผลักร่างของชายหนุ่มออกไปจากกระโจม ก่อนจะกลับเข้ามาในกระโจม แล้วเก็บของส่วนตัวลงกระเป๋า แล้ววิ่งออกไปอย่างรวดเร็ว เพื่อตามหาอาจารย์ใหญ่หรือผู้ดูแลสำนักศึกษาเทียนหลง เพื่อยื่นเื่ขอลาออก!
ชายหนุ่มมองตามร่างของชายชราที่วิ่งเร็วราวกับสายลมด้วยสายตาทึ่งๆ ไม่คิดว่าชายชราร่างกายผอมแห้งแบบนั้น จะมีพละกำลังมาก จนวิ่งได้เร็วถึงเพียงนี้
เฮ้อ ต่างกับเขา ที่อายุเพียง 35 ปี แต่ร่างกายที่อ่อนแอมาั้แ่เกิด และผลจากการเอาแต่ขลุกอยู่ในห้องทดลองกับเอาแต่นั่งประดิษฐ์นู้นนี่ทั้งวัน ทำให้เขากลายเป็คนที่เดินได้แค่ไม่กี่เมตร ก็เหนื่อยจนหอบแล้ว
ว่าแต่...ตอนนี้เขาอยู่ที่ไหน?
" เทียนไคิ การสอบจะเริ่มแล้วนะ เ้าหากลุ่มเข้าสอบได้แล้ว? " เสียงเรียกดังขึ้นมาจากด้านหลังของชายหนุ่ม
" อ๊ะ? คุณถามผมเหรอครับ การสอบ? สอบอะไรเหรอครับ? "
ถึงชายหน้าโหดคนนี้จะเรียกชื่อเขาได้ถูกต้อง แต่แซ่ที่เอ่ย กลับเป็คนละแซ่ที่เขาใช้มาตลอดชีวิต แต่ตรงนี้ก็ไม่มีใครอื่นแล้ว
" เ้าถามว่าสอบอะไร การสอบจะเริ่มอยู่แล้ว เ้ายังไม่รู้ว่าจะสอบอะไร เทียนไคิ! นี่เ้าคิดว่าจะสามารถจบจากสำนักเทียนหลงแห่งนี้ไปได้ด้วยสภาพเช่นนี้จริง ๆ หรือ"
"..."
สำนักเทียนหลง? นั่นไม่ใช่ชื่อวิทยาลัยชื่อดังอันดับหนึ่งในยุคโบราณเหรอ? ทำไมถึงมีวิทยาลัยชื่อเดียวกันอยู่ในยุคดวงดาว? แล้วทำไมทุกคนถึงใส่ชุดแบบนี้! เสื้อผ้าบางๆ แบบนี้ จะป้องกันรังสีอันตรายในอวกาศได้เหรอ?
แต่ก่อนที่ชายหนุ่มจะได้ถามอะไรออกไป ก็มีเสียงดังขึ้นในหัวของเขาว่า...
[ ยินดีกับเ้านายด้วย! การย้อนเวลาครั้งที่ 9,999 ประสบความสำเร็จ! เนื่องจากตอนนี้เ้านายถูกส่งกลับมาในโลกยุคโบราณ ทำให้ข้อมูลทั้งหมดที่มีไม่สามารถใช้ได้ ระบบจึงต้องอัปเดตฐานข้อมูลใหม่ ]
[จากนี้ระบบจะดำเนินการรวบรวมข้อมูลปัจจุบัน จากสิ่งมีชีวิตในรัศมี 1,000 กิโลเมตรรอบตัวเ้านาย การรวบรวมข้อมูลเป็กระบวนการพิเศษ ที่ระบบสามารถทำได้ในกรณีพิเศษ (มากๆๆ) เท่านั้น และขอย้ำว่าเ้านายไม่สามารถควบคุมการเปิด-ปิดกระบวนการนี้ได้]
เทียนไคิ: ' อัปเดตข้อมูล? งั้นฉันก็ใช้ระบบไม่ได้น่ะสิ เดี๋ยวก่อนเสี่ยวมะ...'
[ เริ่มดำเนินการอัปเดตฐานข้อมูล... เวลาที่ใช้ในการอัปเดตคงเหลือ: ไม่ทราบเวลาที่แน่นอน]
เทียนไคิ: ' เฮ้อ... ตอนนี้มันไม่ใช่เวลามาอัปเดตระบบนะเสี่ยวมี่ นายไม่อยู่แล้วฉันจะหาข้อมูลเื่สอบจบวิทยาลัยในโลกโบราณที่ไหน! '
ไคิที่กำลังต่อว่าระบบในหัว พลันคิดบางอย่างขึ้นมาได้ เขาจึงเผลอเอ่ยขึ้นเสียงดังว่า...
" เดี๋ยวนะ การย้อนเวลาสำเร็จ... งั้นที่นี่ก็คือแคว้นไท่หยาง!? "
" ที่นี่ก็แคว้นไท่หยางน่ะสิ เ้าคิดว่าที่นี่เป็ที่ไหน อาณาจักรสุ่ย? ไม่ต้องมาเนียนทำความจำเสื่อม ยังไงวันนี้เ้าก็ต้องสอบจบการศึกษา! "
ชายหน้าโหดผลักร่างบางของชายหนุ่มไปอีกทาง ซึ่งมีเหล่าชายหนุ่มหญิงสาว อายุประมาณ 18-20 ปียืนรวมกันอยู่ แล้วเอ่ยเสียงเข้มก่อนเดินจากไปว่า " หากลุ่มเข้าซะ ไม่งั้นเ้าถูกปรับตกก่อนได้สอบแน่! "
"...ครับ เอ้ย ขอรับ! "
จะให้เขาหากลุ่มเข้าสอบมันก็ได้อยู่หรอก แต่จะสอบอะไรเขายังไม่รู้เนื้อหาที่ใช้สอบเลยนี่สิ!
งานนี้เข้าสอบหรือไม่เข้าสอบ ก็คงมีผลลัพธ์ไม่ต่างกัน เพราะเขาคงสอบตกแน่!
..............
โปรดติดตามตอนต่อไป