เยว่เฟิงเกอวางตะเกียบในมือลงเอ่ยเตือนอย่างมีน้ำใจ “เกรงว่าเ้านายเ้าคงจะถูกกระดูกไก่อุดหลอดลมตายแล้วกระมังหากเ้ายังไม่รีบไปตามหมอในจวนมารักษานาง”
“นายหญิงรอก่อนนะเ้าคะบ่าวจะไปตามหมอประจำจวนมาเดี๋ยวนี้” เมื่อเฉี่ยวอวี้ได้ยินเช่นนั้นก็รีบปลดมือฉินหว่านแล้วออกวิ่งไปจากห้องอาหาร
เพียงแต่เมื่อออกไปจากเรือนใหญ่แล้วเฉี่ยวอวี้กลับไม่ได้รีบร้อนไปตามหมอ นางเพียงเดินไปยังโรงหมอในจวนอย่างช้าๆ
อย่างไรเสีย ยามนี้นางก็ทำได้แค่ใช้ดวงตาข้างเดียวมองสิ่งต่างๆซึ่งบางครั้งยามที่เดินเหินอยู่ นางยังรู้สึกไม่มั่นคงจนซวนเซเกือบจะล้มลง
เฉี่ยวอวี้เดินไปยังโรงหมอพลางครุ่นคิดคนเดียวในใจอย่างเจ็บแค้น“เ้าไม่เห็นข้าเป็คน ข้าก็จะไม่รับใช้เ้าอย่างเต็มกำลังเฉกเช่นเมื่อก่อนอีกยามนี้กระดูกไก่ติดคอเ้า ถือว่าเป็กรรมตามสนองที่เ้าสมควรโดน”
ในเวลาเดียวกันนี้ เมื่อสาวใช้อีกสองคนในห้องอาหารเห็นว่าเฉี่ยวอวี้จากไปแล้วก็รีบวิ่งเข้าไปหาฉินหว่าน
สาวใช้หนึ่งในสองรินน้ำชาให้ฉินหว่านด้วยคิดจะให้คนลองดื่มชาดูว่าจะช่วยให้กระดูกไก่ชิ้นนั้นลื่นลงคอไปได้หรือไม่
ฉินหว่านรับชามาดื่มไปอึกหนึ่งก่อนจะพ่นน้ำชาทั้งหมดออกมาแทบจะในทันที
ซ้ำร้ายนางยังพ่นใส่หน้าสาวใช้คนนั้นพอดีด้วย
ฉินหว่านไออย่างรุนแรงออกมาอีกครั้งนางมองสาวใช้ผู้หวังดีนางนั้นด้วยสายตาดุร้าย นิ้วที่สั่นไหวชี้ไปที่อีกฝ่าย แต่ปากกลับไม่อาจเอื้อนเอ่ยคำใดออกมาได้แม้แต่คำเดียว
สาวใช้นางนั้นเห็นเช่นนั้นก็ใจนหน้าซีดขาว รีบคุกเข่าลงตรงหน้าฉินหว่าน
“บ่าวผิดไปแล้วบ่าวสมควรตาย” เสียงโขกศีรษะของสาวใช้คนนั้นดังขึ้น
ยามนี้ฉินหว่านเริ่มหายใจลำบากมากขึ้นเรื่อยๆแล้ว นางสูดลมหายใจเข้าโดยแรงด้วยท่าทางที่เหมือนจะขาดอากาศหายใจอยู่รอมร่อ
ฉินหว่านน้ำตาหลั่งไหลสายตาที่มองเยว่เฟิงเกอราวกับถูกชโลมไว้ด้วยยาพิษ
เป็เพราะนังเยว่เฟิงเกอสมควรตายนี่รอให้นางหายดีก่อนเถอะ นางจะต้องรายงานเื่นี้ให้ท่านอ๋องทราบ ให้ท่านอ๋องสั่งลงโทษอีกฝ่ายให้จงได้
หรือจะให้ดีก็ปลดพระชายาคนนี้ไปเสียจากนั้นค่อยสับคนเป็หมื่นเป็พันชิ้น
ในตอนนี้เองสาวใช้อีกคนช่วยตบหลังให้ฉินหว่านเบาๆนางอยากจะลองดูว่า หากทำเช่นนี้จะสามารถทำให้กระดูกไก่ชิ้นนั้นหลุดออกมาจากในลำคอได้หรือไม่
เมื่อฉินหว่านถูกตบหลังเบาๆเช่นนี้ นางก็เริ่มไออย่างรุนแรงออกมาอีกครั้ง
ฉินหว่านหันไปถลึงตาอย่างดุร้ายใส่สาวใช้คนนั้นทำเอาคนเป็ต้องหยุดมือทันทีแล้วทรุดลงคุกเข่าบนพื้น และกระทำเช่นเดียวกับสาวใช้คนแรก
ทว่า เวลาผ่านไปนานแล้วแต่กลับยังไม่เห็นเงาเฉี่ยวอวี้เดินนำท่านหมอมา
และยามนี้ใบหน้าของฉินหว่านก็ซีดขาวเหลือประมาณคาดว่าอีกเดี๋ยวเดียวนางคงได้ขาดอากาศหายใจตาย
แม้เยว่เฟิงเกอจะนับว่าได้สมปรารถนาแล้วแต่นางจะปล่อยให้ฉินหว่านตายไปรวดเร็วเพียงนี้ไม่ได้ มิฉะนั้นนางคงได้ถูกตราหน้าว่าเป็ฆาตกร
เยว่เฟิงเกอยืนขึ้นก่อนจะเดินไปหยุดอยู่ด้านหลังของฉินหว่านอย่างช้าๆ แล้วยื่นมือออกไปตบแผ่นหลังของฉินหว่านอย่างแรงหนึ่งที
เมื่อถูกเยว่เฟิงเกอตบหลังไปหนึ่งทีฉินหว่านก็สำรอกเอากระดูกไก่ที่ติดอยู่ในลำคอออกมาได้
ในที่สุดก็สามารถหายใจเข้าออกได้สะดวกแล้วฉินหว่านอ้าปากหอบหายใจคำใหญ่ เป็นานถึงค่อยๆ กลับมาหายใจเป็ปกติ
นางมองกระดูกไก่ที่สำรอกออกมาสีหน้าย่ำแย่ยิ่ง
นั่นคือกระดูกส่วนขาของไก่กระดูกชิ้นใหญ่เพียงนั้นเข้าไปติดอยู่ในลำคอนางได้ การที่นางไม่ตายก็นับว่าโชคดีมากแล้วกระนั้นฉินหว่านก็ยังคงรู้สึกกลัวไม่หาย นางไม่คิดว่าเยว่เฟิงเกอในยามนี้จะน่ากลัวถึงเพียงนี้
กระดูกใหญ่เพียงนั้นกลับถูกเยว่เฟิงเกอโยนเข้าคอนางได้อย่างง่ายดาย
หากไม่ใช่เพราะดวงนางยังไม่ถึงฆาตนางคงถูกกระดูกไก่ชิ้นนั้นติดคอตายไปแล้ว
พอนึกถึงว่าเมื่อครู่ตนเกือบจะขาดอากาศหายใจตายฉินหว่านก็รู้สึกหนังศีรษะชา