บทที่ 17 ขอบเขตอันยิ่งใหญ่ทั้งเจ็ดแห่งอาณาจักรชำระิญญา
เย่อู๋เชวียมองตรงไปข้างหน้าอย่างสงบนิ่งและเพิกเฉยต่อเสียงเย้ยหยันจากทางด้านหลังโดยสมบูรณ์ใน่สิบปีที่ผ่านมาการเย้ยหยันและเหยียดหยามที่เขาได้รับจากทายาทของตระกูลมู่หรงนั้นทำให้เขาชินชากับเื่นี้ไปแล้ว
การดูถูกเหยียดหยามของซือหม่าอ๋าวมันก็ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อเย่อู๋เชวียแม้แต่น้อยเขาคิดว่าโดยส่วนมากแล้วคนหนุ่มมักจะมีนิสัยเช่นนี้ พวกเขาหยิ่งผยองและไม่เห็นคนอื่นอยู่ในสายตาดังนั้นเขาจึงคร้านที่จะนำเื่นี้มาใส่ใจ
ปฏิกิริยาของเย่อู๋เชวียทำให้หลินอิงหลัวรู้สึกเหนือความคาดหมายเล็กน้อยหลังจากได้เห็นการต่อสู้ที่บ้านตระกูลมู่หรงเมื่อวันก่อนรวมทั้งการยอมรับคำท้าทายของจวินซานลี่หลินอิงหลัวรู้ทันทีว่าเย่อู๋เชวียกำลังเดินอยู่ในเส้นทางที่คนธรรมดาไม่มีวันเข้าถึง
ซือหม่าอ๋าวอาจถือว่าโดดเด่นในหมู่คนรุ่นใหม่แต่เมื่อเทียบกับจวินซานลี่เขาไม่แตกต่างอะไรจากมดปลวกตัวเล็กๆ เท่านั้น
ในขณะนี้ซือหม่าอ๋าวตระหนักว่าสิ่งที่เขากล่าวถูกละเลยโดยเ้าขยะที่อยู่ด้านหน้าซึ่งยังไม่สามารถควบแน่นิญญาจันทราด้วยซ้ำเขาเชื่อเสมอว่าความแข็งแกร่งคือทุกสิ่ง และเมื่อเผชิญกับท่าทีของเย่อู๋เชวียเขาจึงรู้สึกไม่พอใจเล็กน้อย
ฉีซื่อหลงมองเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด อย่างไรก็ตามสีหน้าของเขายังคงนิ่งเฉยและปล่อยให้เสื้อคลุมพลิ้วไหวไปตามสายลมโดยไม่เข้าไปแทรกแซงแต่อย่างใด
เขารู้ว่าการปรากฏตัวอย่างกะทันหันของเย่อู๋เชวียจะทำให้ซือหม่าอ๋าวไม่พอใจแต่หลินอิงหลัวและฉีซื่อหลงไม่ได้กังวลเกี่ยวกับเื่นี้ เย่อู๋เชวียทรงพลังแค่ไหนพวกเขารู้ดีที่สุด
ในเดือนหน้าฉีซื่อหลงจะใช้ทรัพยากรทั้งหมดที่มีในมือของเขาฝึกฝนเด็กน้อยทั้งสามเพื่อให้พวกเขาสามารถสร้างผลงานที่ดีที่สุดในสมรภูมิร้อยเมือง
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเย่อู๋เชวียฉีซื่อหลงมีความคาดหวังสูงสุดสำหรับเด็กหนุ่มคนนี้ด้วยระดับบ่มเพาะอาณาจักรหลอมรวมร่างกายขั้นสมบูรณ์แบบเขาสามารถเอาชนะมู่หรงเทียนที่อยู่ในอาณาจักรวีรชนโดยไม่ได้รับาเ็แต่อย่างใดพร์ของเย่อู๋เชวียยิ่งใหญ่อย่างที่เขาไม่อาจจินตนาการได้เขาเชื่อว่าในเวลาเพียงครึ่งเดือนเย่อู๋เชวียจะสามารถควบแน่นิญญาจันทราได้อย่างแน่นอน!
“บางทีเมืองหลงกวงของเราอาจสร้างผลลัพธ์ได้ดีอย่างคาดไม่ถึง”
ดวงตาของฉีซื่อหลงเปล่งประกายสดใสด้วยความคาดหวัง
“หวือ”
ในขณะที่ทั้งสี่กำลังบินข้ามขอบฟ้าก็มีใครบางคนทำลายความเงียบขึ้น
“เ้าเมืองฉีแม้ว่าชายหนุ่มจากตระกูลมู่หรงคนนี้จะมีความแข็งแกร่งไม่ธรรมดาแต่อย่างไรก็ตามอาณาจักรชำระิญญาและหลอมรวมร่างกายยังมีระยะห่างค่อนข้างไกลเ้าเมืองฉีเหตุใดไม่เลือกคนอื่น?”
ซือหม่าอ๋าวที่บินอยู่ด้านหลังสุดมองเย่อู๋เชวียอย่างดูถูกเหยียดหยามโดยไม่คิดจะปิดบัง
“ฮ่าๆตอนนี้ยังอยู่ห่างจากคฤหาสน์ของข้าพอสมควร ดังนั้นพวกเราจะสนทนากันไปพลางๆ ก็ได้หลินอิงหลัว ซือหม่าอ๋าวแม้ว่าเ้าทั้งสองจะควบแน่นิญญาจันทราและก้าวเข้าสู่อาณาจักรชำระิญญาแล้วแต่นั่นก็ใช่ว่าเ้าจะแข็งแกร่งเหนือกว่าผู้อื่น”
คำพูดของฉีซื่อหลงดังก้องอยู่ในหูของหลินอิงหลัวและซือหม่าอ๋าวเกี่ยวกับเื่นี้พวกเขาทำได้เพียงพยักหน้าเห็นด้วยเท่านั้น
“ขั้นแรกของการบ่มเพาะคือการหลอมรวมร่างกายนั่นคือการขัดเกลาิั กล้ามเนื้อ เส้นเอ็น กระดูก และไขกระดูกเพื่อทุกสิ่งทุกอย่างในร่างกายของเ้าจะหลอมรวมกันเป็หนึ่งเดียวและตอนนี้เย่อู๋เชวียก็อยู่ในขั้นตอนนั้นแล้ว อีกเพียงก้าวเดียวเขาก็จะทะลวงเข้าสู่อาณาจักรชำระิญญาเช่นเดียวกันกับพวกเ้า
เมื่อพูดถึงอาณาจักรชำระิญญา ขั้นแรกเ้าต้องลบล้างอัตลักษณ์ทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับการเป็มนุษย์ออกไปซึ่งนั่นคือการควบแน่นิญญาของตัวเองให้เป็ิญญาจันทราสีเงิน!
ิญญาจันทราคืออะไร? เมืุ่์เกิดมาพวกเขาจะมาพร้อมกับิญญาเจ็ดดวง ิญญาทั้งเจ็ดแบ่งออกเป็ วีรชน หลอมรวม ควบคุมปราณ แก่นแท้ ความว่างเปล่า และ์ศักดิ์สิทธิ์อาณาจักรชำระิญญาคือขอบเขตที่จะแบ่งผู้มีพร์และคนธรรมดาออกจากกันหากพร์ของเ้าไม่เพียงพอต่อให้ใช้เวลาทั้งชีวิตเ้าก็ไม่มีทางกลายเป็ผู้บ่มเพาะอาณาจักรชำระิญญาได้
เมื่อรู้สึกถึงการมีอยู่ของิญญาทั้งเจ็ดแล้วผู้บ่มเพาะจะควบแน่นิญญาทั้งเจ็ดให้กลายเป็สิ่งที่จับต้องได้ทีละดวงิญญาทั้งเจ็ดประกอบด้วยอำนาจอันทรงพลังซึ่งจะแสดงคุณสมบัติที่แตกต่างกันและิญญาจันทราที่ถูกควบแน่นขึ้นก็จะแสดงสีสันไปตามระดับการบ่มเพาะ”
เมื่อพูดถึงเื่นี้ฉีซื่อหลงก็สังเกตเห็นว่าคนหนุ่มสาวที่อยู่ทางด้านหลังเริ่มให้ความสนใจมากขึ้นเรื่อยๆฉีซื่อหลงยิ้มและกล่าวต่อไปว่า
“ิญญาวีรชนคือระดับที่หนึ่งของอาณาจักรชำระิญญาและระดับที่สองก็คือการหลอมรวมิญญาอาณาจักรย่อยทั้งสองนี้จะทำให้ิญญาจันทราของเ้าเป็สีเงินและสีเงินเข้มในระดับที่สามคือการควบคุมิญญาและระดับที่สี่คือปราณิญญาพวกมันมีความสอดคล้องกับสีม่วงอ่อนและสีม่วงเข้มตามลำดับ
ในขณะที่แก่นแท้ิญญา ความว่างเปล่าและ์ศักดิ์สิทธิ์ซึ่งถือเป็ขอบเขตระดับสูงของอาณาจักรชำระิญญาจะมีความสอดคล้องกับสีม่วงทองทองอ่อน และทองเข้ม ด้วยวิธีการนี้พวกเราจะสามารถระบุระดับการบ่มเพาะของคนอื่นๆได้อย่างง่ายดาย ตัวอย่างเช่นหลินอิงหลัวและซือหม่าอ๋าวตอนนี้เ้าทั้งสองมีิญญาจันทราเป็สีเงินอ่อนและมันกำลังจะเปลี่ยนเป็สีเงินเข้มซึ่งพิสูจน์ได้ว่าตอนนี้เ้าสองคนอยู่ในจุดสูงสุดของอาณาจักรวีรชนแล้ว”
ตามคำพูดของฉีซื่อหลงหลินอิงหลัวและซือหม่าอ๋าวใเป็อย่างมากิญญาจันทราข้างหลังพวกเขาก็ปลดปล่อยประกายสีเงินจางๆคล้ายกับเป็การยืนยันคำพูดของฉีซื่อหลง
“หลังจากนี้เ้าสองคนควรพยายามอย่างเต็มที่เพื่อบุกทะลวงอาณาจักรหลอมรวมิญญาให้สำเร็จก่อนเดือนหน้าหากทำสำเร็จความแข็งแกร่งของพวกเ้าจะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญท้ายที่สุดในเจ็ดอาณาจักรชำระิญญาก็มีความแตกต่างค่อนข้างมากในระหว่างอาณาจักรย่อยแม้กระทั่งในอาณาจักรเดียวกัน หากพวกเ้ามีทักษะหรือไหวพริบที่ดีกว่าคู่ต่อสู้มันก็เพียงพอที่จะทำให้พวกเ้าเอาชนะฝ่ายตรงข้ามได้อย่างง่ายดาย
ส่วนเย่อู๋เชวียข้าจะให้เวลาเ้าครึ่งเดือนเ้าต้องควบแน่นิญญาจันทราของตัวเองและก้าวเข้าสู่อาณาจักรชำระิญญาให้ได้ด้วยวิธีนี้เมื่อเ้าเข้าร่วมสมรภูมิร้อยเมืองเ้าจึงจะมีคุณสมบัติได้รับสิ่งที่เ้า้า”
ประโยคสุดท้ายทำให้หัวใจของเย่อู๋เชวียสั่นไหวจากนั้นดวงตาที่สดใสของเขาก็เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น
ใช่!
สมรภูมิร้อยเมืองไม่ใช่สิ่งที่ใครจะเข้าร่วมก็ได้มีเพียงผู้ที่เป็ตัวแทนของเมืองหลักร้อยแห่งของดินแดนตะวันออกในภาคเหนือเท่านั้นและพวกเขาทุกคนล้วนเป็อัจฉริยะที่แข็งแกร่งเพียงแค่มู่หรงเทียนที่ต่อสู้กับเขาก่อนหน้านี้ก็มีความแข็งแกร่งไม่ธรรมดาแล้ว
หากเขา้าได้รับบางสิ่งบางอย่างที่แตกต่างจากคนธรรมดาเขาจำเป็ต้องมีความแข็งแกร่งเพื่อรองรับมันด้วย
เย่อู๋เชวียรู้ดีว่าเขาเสียเวลามากเกินไปในการหลอมรวมต้นกำเนิดกฎศักดิ์สิทธิ์นั่นเป็เหตุผลให้ระดับการบ่มเพาะของเขาล้าหลังอัจฉริยะรุ่นเดียวกันค่อนข้างไกลในการต่อสู้ที่จะถึงนี้อัจฉริยะบางคนมีขอบเขตการบ่มเพาะไปถึงระดับกลางของอาณาจักรชำระิญญาแล้วในขณะที่บางคนอาจไปถึงอาณาจักร์ศักดิ์สิทธิ์ด้วยซ้ำ
ปัจจุบันเขายังอ่อนแอมากเกินไปสำหรับเย่อู๋เชวียต่อให้เขาควบแน่นิญญาจันทราขึ้นมาได้เขาก็ยังถือว่าอ่อนแอมากกว่าทุกคนที่เข้าร่วมในการประลองครั้งนี้!
เมื่อเขาทะลวงผ่านอาณาจักรวีรชนแล้วเท่านั้นความแข็งแกร่งของเขาจึงจะเพิ่มมากขึ้นอย่างก้าวะโเพราะเย่อู๋เชวียรู้สึกว่ากฎศักดิ์สิทธิ์ในตันเถียนสามารถทำให้พลังปราณของเขาแข็งแกร่งและหนาแน่นมากขึ้นกว่าเดิมนับสิบเท่า
ยิ่งไปกว่านั้นหลังจากทะลวงสู่อาณาจักรชำระิญญา นอกเหนือจากต้นกำเนิดกฎศักดิ์สิทธิ์แล้วเย่อู๋เชวียยังมีไพ่ตายอีกชิ้น มันคือหยกโลหิตัที่ลุงฝูทิ้งไว้ให้เขา
เหตุผลที่มู่หรงเทียน้าเป็ศัตรูกับเขาก็เพราะหยกโลหิตันี้ว่ากันว่าหยกโลหิตัคือสมบัติล้ำค่าที่สุดของผู้บ่มเพาะอาณาจักรชำระิญญา!
ด้วยทุกสิ่งที่กล่าวมาเย่อู๋เชวียเชื่อมั่นว่าตราบเท่าที่เขาทะลวงผ่านอาณาจักรชำระิญญาได้สำเร็จ ในการประลองสมรภูมิร้อยเมืองจะไม่มียอดฝีมือคนใดต่อสู้กับเขาได้อย่างแน่นอน!
ความคิดต่างๆแวบเข้ามาในหัวของเย่อู๋เชวียและเส้นทางทั้งหมดก็เริ่มชัดเจนมากขึ้นเรื่อยๆ!
เมื่อมองไปยังหนุ่มสาวทั้งสามฉีซื่อหลงก็รู้ว่าพวกเขากำลังถูกกระตุ้นด้วยจิติญญาการต่อสู้และสิ่งต่อไปคือการควบคุมให้พวกเขาฝึกฝนอย่างเคร่งครัดตลอดทั้งเดือน
“จำไว้ให้ดีในการประลองครั้งนี้จะดึงดูดความสนใจของผู้คนมากมายนั่นรวมไปถึงตัวแทนของมหาอำนาจหลายแห่ง พวกเ้าจำเป็ต้องมีการแสดงออกที่ดี เพราะมันอาจเป็โอกาสทำให้พวกเ้าทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าในครั้งเดียวข้าจะเคี่ยวเข็ญให้พวกเ้ามีความแข็งแกร่งมากที่สุดเท่าที่จะมากได้เพียงแต่พวกเ้าจะไปถึงจุดนั้นได้หรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับพวกเ้าเอง”
จากนั้นสายตาของฉีซื่อหลงก็ค่อยๆชำเลืองมองไปยังเย่อู๋เชวียผู้ซึ่งห้อยกล่องสีดำยาวไว้บนหลัง
‘บางทีอาจมีเพียงเขาเท่านั้นที่สามารถบรรลุความเป็ไปได้นี้’
หากเย่อู๋เชวียไม่ได้รับการคาดหวังจากฉีซื่อหลงเขาจะถูกเลือกแทนมู่หรงเทียนได้อย่างไร?
แม้กระทั่งภายใต้ความกดดันของจวินซานลี่เย่อู๋เชวียก็ยังยืนหยัดอย่างมั่นคงทั้งยังขอเลื่อนเวลาการต่อสู้มาเป็สี่ปีอีกด้วยแม้แต่ฉีซื่อหลงก็ยังรู้สึกใไม่น้อยกับทางเลือกของเย่อู๋เชวีย!
และประเด็นที่สำคัญที่สุดก็คือฉีซื่อหลงจำได้ว่าชายหนุ่มชื่อเย่อู๋เชวียคนนี้เป็ตัวตนที่น่าทึ่งแค่ไหนในเหตุการณ์เมื่อสิบปีก่อน!หากเย่อู๋เชวียไม่แข็งแกร่งถึงขนาดนั้นจวินซานลี่จะเคียดแค้นเขามานานนับสิบปีได้อย่างไร?
แม้ว่าใน่สิบปีที่ผ่านมาเย่อู๋เชวียอาจถูกผู้คนเรียกว่าขยะ แต่ฉีซื่อหลงผู้ได้เห็นเย่อู๋เชวียผงาดขึ้นด้วยตัวเองย่อมมีความเชื่อมั่นต่อชายหนุ่มคนนี้อย่างสูง!
“วืด”
ขณะที่ทั้งสามกำลังจมอยู่ในความคิดของตัวเองพวกเขาก็รู้สึกว่าความเร็วในการเคลื่อนที่ไปข้างหน้าของทั้งกลุ่มกำลังช้าลงเรื่อยๆ!
“การโบยบินอยู่บนท้องฟ้านี่คือความสามารถที่ผู้บ่มเพาะอาณาจักรชำระิญญาไม่สามารถทำได้!”
ในขณะนี้เย่อู๋เชวียมีความรู้สึกว่าเส้นทางการบ่มเพาะของเขาเพิ่งเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น
“ครืน…”
ด้วยการควบคุมพลังของฉีซื่อหลงรัศมีจางๆ ของม่านพลังที่ปกคลุมพวกเขาอยู่ก็ค่อยๆ เลือนหายไปและในที่สุดเย่อู๋เชวียและคนอื่นๆ ก็ยืนอยู่บนพื้นดินอีกครั้ง
“นี่คือ…”
ทั้งสามพบว่าพวกเขากำลังยืนอยู่ในสถานที่แปลกๆแห่งหนึ่ง
“ตัง!”
มีเสียงะเิดังขึ้นจากูเาที่อยู่ในระยะไกลพร้อมกับความผันผวนอันร้อนแรงที่ถูกปลดปล่อยออกมาพร้อมกัน
เย่อู๋เชวียรู้สึกได้อย่างชัดเจนว่ามีความร้อนจางๆปะทุขึ้นมาจากสถานที่แห่งนั้น และทันทีที่ััได้ถึงความร้อนนี้จิติญญาการต่อสู้แห่งกฎศักดิ์สิทธิ์ภายในร่างกายของเขาก็เริ่มสั่นะเืเบาๆ
หลินอิงหลัวและซือหม่าอ๋าวก็รู้สึกเช่นเดียวกันสายตาของพวกเขาจ้องมองไปยังเนินเขาที่อยู่ไม่ไกลด้วยความตื่นเต้น
หลินอิงหลัวดูเหมือนจะจำอะไรบางอย่างได้นางมองไปยังฉีซื่อหลงและพบว่าฝ่ายหลังกำลังยิ้มและพยักหน้าเบาๆ
“ถูกต้อง มีแม่น้ำปราณอยู่ในูเาลูกนี้”
เย่อู๋เชวียตกตะลึงเป็อย่างมากในขณะที่ใบหน้าของหลินอิงหลัวและซือหม่าอ๋าวก็เปลี่ยนไปทันที!