……………..
หลังจากเหตุการณ์ในครั้งนั้น สองพี่น้องฝาแฝดก็เปลี่ยนไปกลายเป็คนใหม่ พวกเขาทั้งสองคนสนิทกับโชมากขึ้นจากเดิมเป็พิเศษ และคำว่าพิเศษในที่นี้คือพิเศษแบบจริงจังเป็อย่างมากแบบใส่ไข่เลยนะ ทั้งสองพี่น้องเริ่มใกล้ชิด พูดคุยและยกย่องโชจนออกนอกหน้าอย่างที่ไม่น่าเชื่อเลย ขนาดตัวของโชเองที่เคยรู้จักตัวตนของสองพี่น้องนี้มาก่อนเมื่อครั้งอดีตจนถึงกับตั้งฉายาเรียกว่าแฝดนรกเอาไว้ให้ ก็ยังแทบไม่อยากจะเชื่อเลยสักนิด แต่ก็เอาเถอะ!! ในเมื่อทั้งสองคนนั้นเขาอยากที่จะปรับปรุงตัวเอง เราก็ควรจะให้อภัยพวกเขาได้…ใช่ไหม?
โชยังคงไปโรงเรียนและเรียนหนังสือเช่นเดิมตามปรกติ เขาเริ่มคิดว่าชีวิตในวัยเรียนมันน่าเบื่อมากขึ้น ไม่เห็นว่ามันจะน่าสนุกและน่าตื่นเต้นเหมือนเช่นดังแต่ก่อนในครั้งที่เขายังเป็เด็ก หรือเพียงเพราะว่าเหตุการณ์เ่าั้มันผ่านมาเนิ่นนานมากแล้ว และนานจนแม้กระทั่งตัวของเขาเองยังลืมความสนุกในตอนนั้นไปจนหมดสิ้น
‘อันที่จริงฉันควรจะทำตัวให้เหมือนกับวัยเด็กอายุ 13 ปีด้วยไหม? ก็ในเมื่อตัวของฉันเองได้กลับมาเป็เด็กอีกครั้งแล้วนี่!? อายุขนาดนี้ก็ย่างเข้าสู่วัยรุ่นแล้วนี่เนอะ? แต่…ไอ้การที่จะให้ทำตัวเหมือนเด็ก ฉันคงจะทำไม่ได้จริง ๆ ขอเถอะนะ!! ขอแค่นี้…เท่านี้ฉันก็เกินจะต้านทานมากไปอยู่แล้ว’
โชกำลังล้างสมองของตัวเองอยู่ เพื่อเคลียร์ความวุ่นวายที่ตัวเขากำลังโต้แย้งกับตัวเองอยู่ จู่ ๆ ก็ต้องหยุดความคิดต่าง ๆ ของเขาลง
“มาอยู่ที่นี่เอง…ทำอะไรอยู่? ไปเล่นเตะบอลกัน” ดำชวนโชไปเล่นฟุตบอล ถ้าเป็เมื่อ 20 ปีที่แล้วนะ โชคงจะรีบะโตอบรับเลย แต่เป็ตอนนี้ เขานั่งนึกเหมือนคิดอะไรสักอย่าง กว่าจะกลั่นคำพูดออกมาได้แต่ละคำ
“อือ…ไปก็ได้ ก็ดีเหมือนกัน แก้เซ็ง…ไปเพื่อน!!”
มีใครเขาเตะฟุตบอลแก้เซ็งกันบ้าง? อาจจะมีแต่นั่นคงไม่ใช่แบบเดียวกันกับความคิดที่โชคิดเองก็ได้ เขามีแต่เล่นเพื่อกระชับมิตรกันไม่ใช่หรือ? เล่นเพื่อเป็กีฬา เล่นเพื่อความสนุก และเล่นเพื่อเป็การออกกำลังกายชนิดหนึ่งนะ!!
แต่ถึงยังไงในเวลานี้โชก็มีเพื่อนเพิ่มมากขึ้นจากเดิมแต่ก่อน มีกิจกรรมให้ทำอยู่มากมายจนทำให้หายเซ็งได้อย่างแน่นอน อีกทั้งวันหยุดเสาร์และอาทิตย์ในบางครั้ง โชก็ยังคงต้องออกไปช่วยงานของลุงพุธ ถ้าลุงมีงานเร่งด่วนแบบเ้าของงานเร่งจะให้เสร็จไวไวอะไรแบบนั้น แล้วเื่ของการเรียนในส่วนนี้นะ!! เขาก็ไม่เกี่ยงเลยด้วย ไม่รู้ว่าทำไม ? ั้แ่ได้ย้อนอดีตกลับมาในคราวนี้ เขาถึงได้ตั้งหน้าตั้งตาเก่งเข้าขั้นแถมขยันจนตัวของโชเองยังคงแปลกใจในความตั้งใจของตัวเอง อีกทั้งหนังสือหนังหาก็อ่านได้แบบไม่รู้สึกเบื่อ และจะชอบแอบไปนั่งคิดอะไรคนเดียวอย่างเงียบ ๆ ในบางครั้งก็หาที่สงบ ๆ นอนเพื่อให้ผ่อนคลายก่อนที่จะใช้สมองของเขาคิดถึงลำดับเหตุการณ์ของเขาต่อไป
……………
ชั่วโมงเรียนสุดท้ายของวันนี้คือ วิชาลูกเสือ เนตรนารี และยุวกาชาด นักเรียนในชั้นต่างก็รอชั่วโมงนี้กันอยู่แทบจะทุกคน ยกเว้นโชซึ่งเขาก็เรียนไปตามหน้าที่เพียงเท่านั้น ต่างก็ได้ตรงไปยังสนามฟุตบอลหน้าเสาธง อาจารย์เรียกให้นักเรียนมัธยมต้นทุกคนมาเข้าแถวรวมกัน เพื่อที่จะประกาศข่าวสำคัญให้แก่นักเรียนให้ทราบโดยทั่วกัน
“สวัสดีนักเรียนชั้นมัธยมต้นทุกคน วันนี้ครูจะมาบอกกับนักเรียนทุกคนว่าสัปดาห์หน้าทางโรงเรียนได้จัดให้มีการเข้าค่ายของลูกเสือ เนตรนารี และยุวกาชาด โดยจะจัดถึง 3 วัน 2 คืน จะมีกิจกรรมเล่นรอบกองไฟกันในคืนสุดท้าย ทางโรงเรียนได้มีเอกสารให้ผู้ปกครองของนักเรียนเซ็นอนุญาต หรือไม่อนุญาต!! แจกให้กับนักเรียนในวันนี้ ขอให้นักเรียนทุกคน นำใบขออนุญาตนี้ไปให้ผู้ปกครองของนักเรียนเซ็นรับรู้ด้วยนะ อย่าลืม!! ให้นำ…มาให้แก่ครูภายในวันศุกร์นี้”
……………….
“นายยื่นใบขออนุญาตให้อาจารย์ไปรึยัง?” ดำถามโช
“ยื่นไปั้แ่เมื่อวานแล้ว…และนายล่ะ?”
“ยังเลย… แต่ฉันกำลังจะเอาไปยื่นส่งอาจารย์แล้วล่ะ ยายนายอนุญาตไหม?”
“อนุญาตสิ…ยายฉันเคยเป็อาจารย์เก่านะจะบอกให้ ทำไมจะไม่อนุญาตในเื่เกี่ยวกับการเรียนล่ะ?”
“ดีเลย…ของฉันก็เหมือนกัน แม่อนุญาตให้มาเข้าค่ายลูกเสือ ฉันอยากให้ถึงสัปดาห์หน้าไว ๆ จัง!!”
โชมองหน้าเพื่อนรักของเขา แววตาของดำเปล่งประกายเหมือนคนที่กำลังตื่นเต้นและมีความสุข เหมือนเด็กน้อย ๆ ที่กำลังได้ของเล่นที่อยากได้มานานแล้วเป็ของขวัญ
‘อะไรจะตื่นเต้นขนาดนั้นเนี่ย? หรือว่าเราควรจะตื่นเต้นไปกับดำด้วยนะ’
โชส่งยิ้มให้กับเพื่อนของเขาแทนการเสแสร้งแกล้งทำเป็ตื่นเต้น เพราะว่าจิตใจของโชไม่ได้ตื่นเต้นเลยแม้แต่น้อยจึงทำให้ไก่กับกุ้งซึ่งในตอนนี้ได้กลายเป็แฟนพันธุ์แท้ของโชไปเป็ที่เรียบร้อยแล้ว ถึงกับหูผึ่ง!! ตาโต และอยากจะแสดงความคิดเห็นต่าง ๆ เผื่อมีส่วนร่วมด้วยกันกับโชแต่สองแฝดไม่ได้สนใจดำสักเท่าไหร่นัก พวกเขาทั้งสองคนจึงแกล้งเข้าไปเบียดดำ และกระแซะจนดำกระเด็นออกไปทางด้านข้าง แล้วทั้งคู่ก็เข้ามารุมล้อมโชด้วยท่าทางที่ตื่นเต้นดีใจ
“โช…นายก็เข้าร่วมใช่ไหม? แหม!! ดีจัง!! เราจะได้เล่นรอบกองไฟด้วยกันนะ” เสียงไก่ทำเป็เนียนตีซี้
“แหม!! หนูอดเสียดายไม่ได้เลยพี่ พวกยุวกาชาดต้องไปเข้าค่ายอีกที่หนึ่งน่ะสิไม่ได้เข้าค่ายอยู่ที่โรงเรียน หรือว่า…หนูควรย้ายมาอยู่เนตรนารีวันนี้ดีคะพี่ไก่?”
“ใครเขาย้ายกันได้ล่ะ? คุณครูเขาคงไม่อนุญาตหรอก น้องกุ้งก็ไปเข้าค่ายยุวกาชาดของน้องกุ้งไปเถอะ เดี๋ยวพี่เข้าค่ายลูกเสือเผื่อน้องกุ้งเอง ดีใช่ไหมล่ะ?”
ดำและโชมองหน้ากัน พวกเขาทั้งคู่อดที่จะหัวเราะออกมาอย่างเสียไม่ได้ จึงทำให้ไก่กับกุ้งทำหน้าทำตาเหลอหลากับอาการขำพร้อมกับหัวเราะของโชและดำ แต่ว่าพวกฝาแฝดนั้นก็พลอยหัวเราะไปกับพวกเขาทั้งสองคนด้วยถึงแม้ว่าทั้งคู่จะไม่รู้สาเหตุเลยก็ตาม…ว่าโชกับดำนั้นกำลังหัวเราะกันด้วยเื่อะไร
‘อะไรกันนี่? เ้าพวกเด็กฝาแฝดก็เปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็หลังมือได้ด้วยหรือนี่!! ไม่น่าเชื่อแต่ก็ต้องเชื่อสินะ โอเค…โอเค แบบนี้ก็ได้ ฉันจะยอมให้หรอกนะ เพราะเห็นแก่ว่าพวกนายยังคงเป็เด็กด้วยกันทั้งคู่ ดูสิ หน้าตาบ้องแบ๊วแบบนี้ ดูยังไงก็น่ารักดีนี่นา แล้วฉันจะเปลี่ยนฉายาให้พวกนายใหม่ก็แล้วกันเอาเป็ แฝดเสนอ (เสนอหน้า) ก็แล้วกัน’
พอโชนึกฉายาใหม่ให้แก่เด็กแฝดได้ก็หัวเราะต่อกัน ไปอีกยาว…เป็การขำที่มารธอนไปโดยปริยาย มันจะสนุกอะไรเบอร์นี้
…………………
มาถึงแล้ววันที่เด็ก ๆ ทั้งหลายต่างก็รอคอย ยกเว้นคนหนึ่งพระเอกของเรา วันนี้คือวันศุกร์ของสัปดาห์ถัดมา โดยทางโรงเรียนได้หยุดทำการเรียนการสอนหนึ่งวัน เพราะจะมีการเข้าค่ายที่โรงเรียน 3 วัน 2 คืน (วันศุกร์จนถึงวันอาทิตย์) จึงให้พี่ ๆ มัธยมปลายหยุดไปหนึ่งวันในวันนี้และชั้นมัธยมต้นทั้งหมดเข้าร่วมกิจกรรมเข้าค่ายลูกเสือและเนตรนารี ส่วนยุวกาชาดให้ไปเข้าค่ายในอีกสถานที่หนึ่ง จึงทำให้อาจารย์ต้องแบ่งตึกอาคารเรียน ไว้ให้เป็ที่พักของนักเรียนดังนี้
1.อาคารที่หนึ่งให้เป็ที่พักของเหล่าเนตรนารีสามัญรุ่นใหญ่ทั้งหมด โดยคณะอาจารย์ผู้ดูแลจะพักอยู่รวมกับพวกเด็ก ๆ ด้วย พวกอาจารย์จะพักกันอยู่ที่ชั้นล่างของอาคาร ส่วนพวกเนตรนารีจะอยู่ชั้น 2 - 4 ตามลำดับชั้น มัธยมปีที่ 1 อยู่ที่ชั้นสอง มัธยมปีที่ 2 อยู่ที่ชั้นสาม และมัธยมปีที่ 3 อยู่ที่ชั้นสี่ โดยจะอยู่รวมกันเป็หมู่ไปเหมือนการแบ่งทีม โดยแต่ละหมู่จะมีชื่อเรียกเป็ชื่อของนกต่าง ๆ เช่น หมู่นกเอี้ยง หมู่นกนางนวล เป็ต้น
2.อาคารที่สองเป็ที่พักของลูกเสือสามัญรุ่นใหญ่ทั้งหมด และอาจารย์ผู้ดูแลยังคงต้องพักที่ชั้นล่างเหมือนอย่างเช่นกับของทางเนตรนารี โดยให้เหล่าลูกเสือทั้งหลายพักที่ชั้นสอง สาม และสี่ตามลำดับชั้นด้วยเหมือนกันกับของเหล่าเนตรนารี ส่วนลูกเสือก็จะมีหมู่คล้าย ๆ กันกับของเนตรนารี แต่หมู่ของลูกเสือจะใช้ชื่อเรียกเป็ชื่อของบุคคลสำคัญของชาติเป็วีรชนและใช้แถบสีประจำหมู่ เช่น หมู่นเรศวร น้ำตาล - เหลือง หมู่พระเ้าตาก แดง - น้ำเงิน เป็ต้น
ใน่เช้าได้มีการทำพิธีเปิดกิจกรรมการเข้าค่ายเมื่อเสร็จแล้วก็ได้แยกย้ายกันไปตามหมู่คณะ แล้วอาจารย์ก็ได้ให้นักเรียนนำสัมภาระไปเก็บที่ห้องตามที่ได้จัดไว้
โชได้อยู่หมู่เดียวกันกับ ดำและไก่ซึ่งทั้งสองคนดีใจที่ได้อยู่ร่วมกลุ่มเดียวกันกับโช หมู่ของโชชื่อหมู่อู่ทอง และมีโชเป็นายหมู่ และไก่เป็รองนายหมู่ ส่วนดำเป็คนหาน้ำ แล้วยังมีเพื่อน ๆ ในชั้นเรียนที่อยู่ในหมู่อู่ทองอีก 11 คน ต่างคนต่างก็มีหน้าที่ ที่ต้องจัดการ อย่างคนทำอาหารก็มีด้วยกันถึง 3 คน ส่วนพวกที่เหลือต่างก็ต้องเตรียมอุปกรณ์ทำอาหารต่าง ๆ เช่น กระทะ หม้อ มาจากบ้าน ส่วนโชได้แบ่งภาระหน้าที่ให้เพื่อน ๆ ในกลุ่มไปเป็ที่เรียบร้อยั้แ่เมื่อวานก่อนจะมาเข้าค่ายแล้ว ซึ่งทุกคนก็ได้เตรียมข้าวของมาพร้อมตามที่โชได้จัดแจงแบ่งหน้าที่ไป
พวกเขาเก็บเสบียงอาหารของหมู่ไว้ในห้องที่อาจารย์เตรียมไว้ให้ เด็ก ๆ ตื่นเต้นกับการเข้าค่ายในครั้งนี้มาก เพราะมันเป็การเข้าค่ายแบบลูกเสือสามัญรุ่นใหญ่ ซึ่งในตอนเรียนชั้นประถมจะไม่เหมือนกัน อย่างเื่อาหาร อาจารย์ก็ให้นักเรียนทำกันเองแค่เฉพาะมื้อเย็น ส่วนมื้อเช้ากับกลางวัน อาจารย์ได้ให้แม่ครัวเตรียมไว้ให้และรับประทานกันที่โรงอาหาร ซึ่งตอนมื้อเย็นบางหมู่อาจจะไม่ได้กินข้าวดี ๆ เลยก็เป็ได้ เพราะอาจจะมีข้าวดิบ ข้าวแฉะ หรือว่าบางทีเจอข้าวสามกษัตริย์เลยก็ได้ ดิบ แฉะ ไหม้
หมู่ของโชกำลังเก็บข้าวของกันอยู่ จู่ ๆ ก็มีเสียงคนแปลกหน้าดังเล็ดลอดเข้ามา
“เฮ้ย!! พวกแก…มีข้าวเยอะไหม? ของหมู่พวกฉันดันลืมเอามา!! ขอแบ่งหน่อยสิ”
โชมองมาตามเสียงที่พูดอยู่ ก็รู้โดยทันทีว่าใคร? เขาเป็รุ่นพี่มัธยมปีที่3 ที่นิสัยโคตรจะเกรียนเลย ชื่ออะไรนะ…โชพยายามนึกอยู่
“เฮ้ย…กูถาม? ทำไมไม่มีใครตอบเลยวะ?”
พวกเพื่อนนักเรียนหมู่อู่ทองของโชในตอนนั้นยังคงอยู่แค่ชั้นมัธยมปีที่1 กันอยู่เลยก็คงจะกลัวพวกรุ่นพี่สุดเกรียนคนนี้กันล่ะนะ แต่สำหรับโชในตอนนี้ เขาไม่ได้รู้สึกอะไรเลย แถมยังคงมองมาที่รุ่นพี่คนนั้นไปเสียอีก ไอ้ที่มองก็คงเพราะกำลังนึกชื่อแต่ว่านึกยังไม่ออกอยู่ต่างหากล่ะ
“แล้วคนที่ถามน่ะ เป็ใคร?” โชถามด้วยความที่เขานึกชื่อเท่าไหร่ก็นึกไม่ออกสักที
“พูดจาแบบนี้ มึงไม่เคารพรุ่นพี่รึไงวะ?” รุ่นพี่จอมเกรียนโวยวาย
“รุ่นพี่? ออ…ครับ แล้วรุ่นพี่ชื่ออะไรกันครับ?” โช ลอยหน้าลอยตาถามรุ่นพี่จอมเกรียน
“ผมจะได้จดและลงบัญชีไว้น่ะครับ คือ เสบียงของพวกผมที่เอามามันมีค่าใช้จ่ายนะครับ ถ้ารุ่นพี่ไม่ว่าอะไร ผมจะได้นำข้าวสาร หรือสิ่งของต่าง ๆ ที่รุ่นพี่้ามาให้อย่างสบายใจโดยไม่ถึงหูอาจารย์ ดีไหมล่ะครับรุ่นพี่!?” โชพูดพร้อมถือปากกาและสมุดเตรียมจด
“อะไรกัน!? ขอแบ่งนิด ๆ หน่อย ๆ ก็ไม่ได้เหรอ? เอ่อ…ข้าวสารน่ะขอแค่ถ้วยเดียวก็ได้” เสียงรุ่นพี่จอมเกรียนเริ่มแ่ลง
“แล้วจะพอกินกันทั้งหมู่หรือครับรุ่นพี่?”
“พอสิ!! เพราะว่าข้าจะไปขอทุก ๆ หมู่เลย หมู่ละถ้วย สิบหมู่ก็สิบถ้วย เหลือเฟือ!!”
‘โอ้โฮ!! ไอ้รุ่นพี่จอมเกรียนคนนี้มันช่างหน้าหนาเสียเหลือเกิน มันยังมีหน้ามาบอกว่าจะขอทุกหมู่อีกนี่ความคิดของมันไม่คิดจะรับผิดชอบอะไรเลยรึ?’
“งั้นทางหมู่ของผม คงจะให้ข้าวสารแก่รุ่นพี่ไม่ได้หรอกครับ แต่ถ้าทางรุ่นพี่เปลี่ยนใจ จากการมาขอไปเฉย ๆ แบบนี้แล้วเปลี่ยนมาเป็ซื้อทดแทน ผมจะถือว่านี่คือการทำธุรกิจนะครับ ทางผมจะส่งสินค้าให้กับรุ่นพี่ตามที่รุ่นพี่้าเลยครับ” โชโต้ตอบด้วยท่าทางยียวนกวนประสาท โดยที่เขารู้สึกสนุกกับการที่ได้แหย่รุ่นพี่จอมเกรียนผู้นี้
“ไอ้ขี้งก!! ไม่เอาก็ได้วะ…ไปขอหมู่อื่นก็ได้ จะจำไว้ไอ้พวกหมู่อู่ทองมันขี้งก!!”
สิ้นเสียงรุ่นพี่จอมเกรียน ก็กระแทกประตูห้องอย่างแรงใส่ พวกเพื่อน ๆ ของโชดูท่าทางตกอกใ ทำหน้าเลิ่กลั่กกันเป็แถว ส่วนตัวของโชนั้นไม่ได้มีท่าทีอะไรเลย และยังคงเก็บข้าวของเข้าที่เหมือนเดิมต่อไป
“นายไม่กลัวรุ่นพี่คนนั้นเลยเหรอ?” ดำทำหน้าวิตกเป็กังวล โชหันมามองดูเพื่อนรักของเขา
“กลัว!? มีอะไรให้ต้องกลัว? ไอ้รุ่นพี่จอมเกรียนคนนั้น”
“ชู่ว!! นายอย่าพูดเสียงดังสิ เดี๋ยวมีคนได้ยิน แล้วเอาไปบอกรุ่นพี่คนนั้นพอดี” ดำรีบยกมือขึ้นมาปิดปากโช
“บอกก็ดีสิ ไม่จำเป็ที่พวกเราจะต้องไปกลัวไอ้รุ่นพี่จอมเกรียนคนนั้น กลับกันต่างหากที่พวกมันจะต้องกลัวพวกเรา ฮ่า ๆ ๆ” โชหัวเราะอย่างเสียงดังจนดำ หน้าเหลอหลา
อาจารย์ให้พวกลูกเสือจัดเตรียมข้าวของ คือ ให้เป็ชั่วโมงว่างนานถึงหนึ่งชั่วโมงก่อนที่จะประกาศเรียกรวมตัว โดยการเรียกรวมตัวกันในแต่ละครั้งลูกเสือทั้งหลายจะต้องมีผ้าพันคอติดอยู่กับตัวเสมอ เพราะว่าอาจารย์จะให้นักเรียนเปลี่ยนชุด จากชุดลูกเสือเป็ชุดลำลองทั่วไปหรือว่าชุดไปเวท แต่จะให้ใส่ชุดลูกเสือก็ต่อเมื่อถึงเวลาที่ต้องทำพิธีหรือกิจกรรมสำคัญ ๆ เพราะถ้าใส่แต่ชุดลูกเสือตลอดเวลา 3 วัน 2 คืนนี้ คงจะมีกลิ่นตุ ๆ เหมือนกับกลิ่นของเสื้อผ้าเน่าเหม็นเสียมากกว่า
พอครบชั่วโมงว่างแล้วพวกอาจารย์ก็ประกาศเรียกรวมตัวลูกเสือทุกหมู่ และให้เหล่าลูกเสือทั้งหลายเตรียมตัวเดินทางไกล โดยจะออกเดินทางกันเป็หมู่โดยให้ผู้เป็หัวหน้าถือธงของหมู่ของตนและเริ่มออกเดินทาง เส้นทางที่จะต้องไปจะมีจุดมาร์คต่าง ๆ ที่อยู่ในแผนที่ที่อาจารย์ได้แจกให้แก่หัวหน้าหมู่ไปแต่ละหมู่ และอาจารย์จะคอยอยู่ที่ตามจุดต่าง ๆ ถ้าลูกเสือหมู่ไหนไปถึงจุดหมายที่มาร์คไว้ในแผนที่แล้วล่ะก็ จะต้องให้อาจารย์หรือคนตรวจจุดหมายเซ็นชื่อหรือปั๊มตราเพื่อเอาไว้เป็หลักฐานตามจุดที่มาร์คนั้น ๆ อีกด้วย
เส้นทางที่เดินทางไกล ในสมัยนั้นจะผ่านบ้านคน วัด ตลาด แม้กระทั่งบ้านไหนที่มีหมาดุ หรือป้ายแปลก ๆ และสถานที่ต่าง ๆ ตามแผนที่เ่าั้ ก็จะใช้เป็จุดมาร์คพิเศษที่อาจารย์ทำเอาไว้ให้ ระยะทางประมาณ 5 กิโลเมตรได้ กว่าจะครบในทุกด่านก็ใช้เวลาไปหลายชั่วโมง แล้วพวกลูกเสือก็ไปรวมตัวกันที่สนามหลวง ดีนะที่ขากลับอาจารย์ให้นั่งรถกลับกันโดยรถบัสคันใหญ่เลยล่ะ แล้วอาจารย์ก็แจกข้าวกล่องกับน้ำดื่มให้กับลูกเสือทุกคนไว้รับประทานกันบนรถ หลังจากที่เดินกันแค่นี้ก็เหนื่อยกันหน้าดำหน้าแดงแล้ว พอเด็ก ๆ ได้นั่งรถลมเย็นบางคนก็เลยผล็อยหลับไป…