ตอนที่ 25 ดูแคลนนาง (2)
สวี่เฉิงเหยาออกมาจากด้านหลังฉากกันลมด้วยสีหน้าบึ้งตึง “ท่านแม่จะปล่อยให้นางได้ใจไปเช่นนี้หรือเจ้าคะ”
เหลียงซื่อมองมาแวบหนึ่ง “นางไม่ได้ใจ แล้วจะเวียนมาถึงตาเจ้าได้ใจอย่างนั้นหรือ ก่อนหน้านี้คุณชายน้อยให้ความสนใจนางโดยไม่รู้สาเหตุ ส่วนตอนนี้แม้แต่เรื่องในบ้านนางก็จัดการได้อย่างรอบคอบเช่นนั้น หากเรื่องนี้แพร่ไปถึงหูท่านย่าเจ้านางจะยิ่งอยู่สูงขึ้น ต่อไปยังจะมีส่วนของเจ้าหรือไร”
เดิมทีสวี่เฉิงเหยาหน้าตาบึ้งตึงแต่เพียงชั่วขณะกลับดูพ่ายแพ้ยับเยิน “ท่านแม่อารมณ์ไม่ดีก็อย่าเอาข้ามาระบายโกรธได้หรือไม่ คิดว่าหากเปลี่ยนเป็นข้าจัดการเรื่องนี้แล้วจะจัดการไม่ได้หรืออย่างไร ทั่วทั้งใต้หล้าไม่ได้มีแค่นางสวี่เฉิงอวี๋ที่มีความสามารถหรอกนะเจ้าคะ”
ทั้งหมดนี้เป็นเพราะเนื้อหล่นจากตัวตนเอง[1] เหลียงซื่อก็แค่โกรธไปชั่วขณะคำพูดจึงแรงไปหน่อย
เห็นสีหน้าของบุตรสาวไม่ดีท่าทางที่น้อยเนื้อต่ำใจอย่างยิ่ง ในใจเหลียงซื่อก็อ่อนยวบ ดึงนางมาที่ข้างกายตนเองแล้วยืดแขนออกไปโอบนางไว้ในอ้อมแขนพร้อมกับตบไหล่ของนาง “ใช่แล้ว เฉิงเหยาของข้าเป็นเด็กที่มีอนาคตสดใสที่สุด เจ้าวางใจเถิด แม่ย่อมมีวิธีและมีอำนาจในการควบคุมดูแลเรือนแห่งนี้ ไม่ใช่แค่ลงโทษหญิงรับใช้สูงวัยไม่กี่คนง่ายๆ เช่นนั้น”
สวี่เฉิงเหยาเม้มริมฝีปาก คิดอยู่ครู่หนึ่ง “เช่นนั้นตอนนี้ท่านแม่คิดจะทำอย่างไร อีกสองวันจะจัดงานเลี้ยง คุณชายน้อยก็ต้องมา…ท่านแม่ ตอนอยู่ต่อหน้าคุณชายน้อยนางได้หน้าอย่างมาก หากให้คุณชายน้อยรู้ว่านางมีความคิดเห็นเช่นนี้ แม้แต่การจัดการเรื่องในบ้านก็สบายมาก เช่นนั้นคุณชายน้อยยิ่งให้ความสนใจนางไม่ใช่หรือ”
นางพูดพลางเขย่าแขนของเหลียงซื่อไปพลาง
เหลียงซื่อรู้ความในใจของนางและก็ยินดีที่จะเห็นผลสำเร็จ หากสำเร็จจริงๆ แล้วลูกสาวนางได้แต่งเข้าจวนขุนนางเช่นนั้น ภายภาคหน้าหากคิดจะแยกตระกูลบ้านใหญ่ยังจะกล้าควบคุมนางอีกหรือ
ดังนั้นนางตบหลังมือของสวี่เฉิงเหยาเบาๆ ปล่อยให้นางเขย่าอีกสองทีแล้วจึงกดมือนางไว้ “ทำไมพอเป็นเรื่องของคุณชายน้อยเจ้าก็ทำอะไรเลอะเลือน...เจ้าลืมไปแล้วหรือว่าเพราะอะไรคุณชายน้อยถึงสนใจนาง”
เรื่องนี้สวี่เฉิงเหยาได้ยินมาจากสวี่เฉิงอิง รู้ประมาณเจ็ดแปดส่วน พูดให้ชัดคือตอนแรกสุดที่เซียวหมิ่นหางมองเห็นสวี่เฉิงอวี๋ผู้นี้ไม่ใช่เพราะนางมีฐานะเป็นบุตรสาวสายตรงของตระกูลสวี่ แต่เป็นเพราะนางพูดจาฉะฉานและมีความรู้ที่ไม่ธรรมดาในหอป๋ายอวิ๋นไม่ใช่หรือ
จนถึงตอนนี้เซียวหมิ่นหางมาเยี่ยมถึงบ้านหลายครั้ง ไม่ใช่เพียงดึงนางมาวิจารณ์ของเก่าและของสะสมเหล่านั้น ทั้งสองคนยังแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในที่เดียวกันด้วย
แต่ถึงแม้เป็นเช่นนั้นสวี่เฉิงเหยายังคงทำหน้าไม่พอใจ “แต่ก็ต้องพูดคุยกับคุณชายน้อยให้ได้ก่อน…”
เสียงของนางอ่อนลงครั้งแล้วครั้งเล่า ก้มหน้าลงจนปลายคางเกือบจะจิ้มหน้าอกแล้ว “ท่านดูพี่ชายใหญ่สิ คุณชายน้อยมาเยี่ยมถึงบ้านพี่ชายใหญ่ยังช่วยแนะนำนาง ข้าเล่า พี่ชายของข้าอยู่แต่ข้างนอก ดื่มสุรา เล่นสนุกทั้งวัน เคยสนใจเรื่องของข้าเมื่อไรกัน ข้าเป็นสตรีคนหนึ่ง จะให้บุกเข้าไปประชิดข้างกายคุณชายน้อยหรืออย่างไร”
พูดถึงบุตรชายเหลียงซื่อก็ปวดศีรษะจนไม่อยากพูดมากต่อ ด้วยกลัวจะทำให้ตนเองหงุดหงิดและโมโหขึ้นมาได้
ดังนั้นนางจึงเปลี่ยนเรื่อง “เช่นนั้นทำไมเจ้าไม่ไปกับเฉิงอวี๋เล่า ทุกครั้งที่เจ้าสืบได้ว่าคุณชายน้อยมาเยี่ยมถึงบ้านก็ไม่รู้จักไปเล่นกับนาง หากว่าเจ้าพัวพันตามติดทุกครั้ง เช่นนั้นคนอื่นต้องสงสัยขึ้นมาแน่ แต่ถ้าเจ้าไปเป็นครั้งคราวนางจะสงสัยเจ้าได้อย่างไร รออีกไม่กี่วันที่บ้านมีงานเลี้ยงเจ้าก็คอยตามเฉิงอวี๋อย่าได้ห่าง คุณชายน้อยจะต้องตามหานางเพื่อพูดคุย เจ้ายังจะใช้โอกาสนี้พูดคุยไม่ได้เชียวหรือ”
เชิงอรรถ
^ เนื้อหล่นจากตัวตนเอง ใช้เปรียบเปรยถึงบุตรที่ให้กำเนิด และยังหมายถึงความเจ็บปวดอย่างมาก