ฮูหยินข้าคือนักวิทยาศาสตร์ 【จบ】

    เล่มที่ 2 บทที่ 36 ไม่สนิท

            จ้าวเซิงที่อยู่ภายในห้องรู้สึกกระสับกระส่ายไม่ว่าจะยืนหรือจะนั่งก็อยู่ไม่เป็นสุข เขาเดินวนไปมาด้วยความร้อนรน

            ในที่สุดก็มีคนจากข้างนอกเข้ามาเขารีบถามทันทีโดยไม่รีรอ “เป็นอย่างไรบ้าง ไปสืบมาชัดเจนแล้วหรือยัง?”

            คนที่เพิ่งเข้ามาเอ่ยตอบว่า“สืบมาชัดเจนแล้วขอรับ! แม่นางหวาผู้นั้นชื่อหวาชิงเสวี่ย เช่าเรือนของตระกูลเหออยู่ปกติไม่ค่อยสุงสิงกับผู้ใด ช่วงนี้เหออู่ลาพักร้อนกลับมาพอดี จึงได้พักอาศัยอยู่ใต้ชายคาเดียวกันที่จริงทั้งสองคนไม่ได้สนิทกัน อยู่ในขั้นที่เพิ่งจะรู้จักกันเท่านั้น แต่คนในละแวกบ้านดูเหมือนจะจับตาดูคู่นี้อย่างคาดหวังอยู่ขอรับ...พอถึงวันปีใหม่เหออู่ก็จะกลับไปที่ค่ายแล้วโอ้ ใช่แล้ว! เหออู่ผู้นั้นเป็นถึงนายพันประจำกองทหารม้าแห่งค่ายชิงโจวด้วยขอรับ”

            ไม่ได้สนิทกัน เพิ่งรู้จักกัน

            จ้าวเซิงถอนหายใจด้วยความรู้สึกโล่งใจในทันที

            “พ่อบ้านจ้าว แล้วต่อไปพวกเราจะทำอย่างไร?จะไปเชิญพวกแม่สื่อมาจับคู่ให้หรือไม่ขอรับ?”

            จ้าวเซิงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก็ส่ายหน้า“ข้าจะลองไปเลียบๆ เคียงๆ ทางแม่นางหวาดูก่อน”

            “จำเป็นต้องทำถึงขนาดนั้นเลยหรือขอรับ?แค่ท่านแม่ทัพใหญ่ขอแต่งงาน ก็คงจะดีใจจนเนื้อเต้นแล้ว!”

            “ไม่กลัวหนึ่งหมื่นแต่กลัวหนึ่งในหมื่น” [1]

            ...

            หลังจากที่หวาชิงเสวี่ยทำขนมแป้งทอดสอดไส้หม้อสุดท้ายเสร็จนางก็เช็ดเหงื่อด้วยความเหนื่อยล้า

            นางเหนื่อยจะแย่แล้ว

            เพราะชาวเมืองผานสุ่ยได้ยินว่าเหล่าทหารที่ชายแดนต้องเฝ้าชายแดนในช่วงปีใหม่ทุกคนจึงทำของใช้และอาหารสำหรับเฉลิมฉลองในช่วงปีใหม่มาจากที่บ้าน เพื่อนำไปส่งให้ค่ายชิงโจวด้วยกัน

            ป้าเหอทำซาลาเปาไส้ถั่วเกือบหนึ่งร้อยลูกส่วนป้าเฉาเตรียมเต้าเจี้ยวไว้ห้าไหใหญ่ เพื่อนบ้านคนอื่นๆ ก็เตรียมของกินต่างๆ มีทั้งคนห่อเกี๊ยวสารพัดไส้ปนกันไปหมด ดูยุ่งวุ่นวายแต่ก็สร้างความคึกคักอย่างยิ่ง

            หวาชิงเสวี่ยเข้าเมืองตาหลิ่วต้องหลิ่วตาตามจึงเข้าร่วมกิจกรรมนี้ด้วย

            ขนมแป้งกรอบม้วนนั้นแตกหักได้ง่ายนางจึงเลือกทำขนมแป้งทอดสอดไส้จำนวนมากแทน ใช้เนยไปกว่าครึ่ง ทำให้นางรู้สึกเสียดายมากเพราะเนยนั้นหายากเสียเหลือเกิน

            แต่เมื่อลองคิดอีกแง่เหล่าทหารที่ปกป้องแว่นแคว้นนั้นยิ่งใหญ่มาก หากขนมที่นางทำช่วยให้พวกเขาได้กินอิ่มมีกำลังในการออกรบได้มากขึ้น เช่นนั้นก็ถือว่าไม่ได้ทำเสียเปล่า ถือว่าคุ้มค่าแล้ว

            “แม่นางหวา! เสร็จหรือยัง?”

            มีเสียงตะโกนมาจากข้างนอก

            “มาแล้วเจ้าค่ะๆ!”

            หวาชิงเสวี่ยไม่กล้าเสียเวลาหยิบผ้าฝ้ายที่เตรียมไว้ ห่อขนมแป้งทอดสอดไส้ แล้วผูกเป็นปม จากนั้นก็รีบวิ่งออกไป

            รถเทียมวัวสองคันจอดรออยู่ที่ปากทางเข้าตรอกแล้วตอนนี้บนรถเต็มไปด้วยข้าวของกองพะเนินเหมือนภูเขาขนาดย่อมๆ ที่บรรทุกความปรารถนาดีของชาวเมืองผานสุ่ย

            ถึงแม้หวาชิงเสวี่ยจะไม่ใช่คนของเมืองผานสุ่ยแต่เมื่อได้เห็นภาพเช่นนี้ ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกซาบซึ้ง จนเกิดความอบอุ่นในหัวใจ

            นางนำสิ่งของของตัวเองวางบนรถเทียมวัวแล้วมองตามรถที่จากไปพร้อมกับผู้คน ยังคงตื่นเต้นอย่างบอกไม่ถูก รู้สึกเหมือนตนเองได้ทำความดี

            หวาชิงเสวี่ยเดินกลับบ้านด้วยความอิ่มเอมใจเดินไปได้ไม่ไกลนัก ก็พบว่ามีรถม้าจอดอยู่หน้าประตูเรือนอย่างไม่คาดคิด

            เมื่อคนขับรถม้าเห็นนางก็รีบหันไปพูดอะไรบางอย่างกับคนที่อยู่ข้างใน

            หวาชิงเสวี่ยกะพริบตามองด้วยใบหน้างุนงง

            นี่ผู้ใดกัน?

            พ่อบ้านจ้าวสวมเสื้อนวมขนเตียวทำจากผ้าไหมทอลายถือเตาพกทองเหลืองไว้ในมือ เขาชะโงกครึ่งตัวบนออกมาจากรถม้า เมื่อเห็นหวาชิงเสวี่ยก็ยิ้มจนตาหยีทันที

            “แม่นางหวา ข้ารอท่านอยู่นานแล้ว”

            หวาชิงเสวี่ยเห็นว่าเป็นคนรู้จักก็ทักทายอย่างร่าเริง “พ่อบ้านจ้าว ท่านมาที่นี่ได้อย่างไรเจ้าคะ?เมื่อครู่ข้ากับคนอื่นๆ ไปส่งอาหารปีใหม่ที่จะนำไปให้ให้เหล่าทหารที่ค่ายมาเจ้าค่ะพ่อบ้านจ้าว ทางจวนแม่ทัพได้เตรียมของฉลองปีใหม่ไว้หรือไม่เจ้าคะ?”

            นี่มันเรื่องอะไรกันล่ะเนี่ย...

            จ้าวเซิงกระตุกยิ้มที่มุมปากพยายามรักษารอยยิ้ม “ชาวเมืองผานสุ่ยต่างก็มีน้ำใจ เมื่อเหล่าทหารได้รับของเหล่านี้แม้ว่าจะอยู่ในค่ายทหาร แต่พวกเขาก็คงจะผ่านปีนี้ไปได้อย่างดีเช่นกัน”

            “ช่วงปีใหม่ท่านแม่ทัพก็จะไปค่ายทหารด้วยหรือเจ้าคะ?”หวาชิงเสวี่ยถามด้วยความสงสัย

            จ้าวเซิงตอบอย่างภาคภูมิใจ“แน่นอนอยู่แล้ว ท่านแม่ทัพใหญ่ของพวกเรานั้นเคร่งครัดในวินัยตนเองเสมอมา ปกป้องชายแดนอย่างแข็งขันไม่เคยละเลย”

            หวาชิงเสวี่ยอดไม่ได้ที่จะเอ่ยด้วยความซาบซึ้ง“ท่านแม่ทัพใหญ่เสียสละเพื่อแคว้นเพื่อประชาชน น่าเลื่อมใสยิ่งนัก”

            จ้าวเซิงคิดในใจ ‘ความเลื่อมใสสามารถมีได้แต่ถ้าเป็นความรักใคร่ก็ยิ่งดีเข้าไปใหญ่’

            “อ๊ะ!” หวาชิงเสวี่ยเหมือนนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้จึงร้องเบาๆ แล้วรีบเอ่ยว่า “พ่อบ้านจ้าว ท่านรอข้าประเดี๋ยวนะเจ้าคะ!”

            พูดจบ นางก็จับชายกระโปรงแล้วรีบวิ่งเข้าไปในบ้าน

            จ้าวเซิงยังไม่ทันเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นก็เห็นหวาชิงเสวี่ยอุ้มห่อผ้าถุงหนึ่งกลับมา

            “นี่เรียกว่าขนมแป้งกรอบม้วนตอนเอาไปท่านต้องระวังอย่ากดทับ เพราะมันแตกง่าย” หวาชิงเสวี่ยยิ้มแย้มแล้วยื่นให้เขา“ถือว่าเป็นของขวัญเล็กๆ น้อยๆ ให้ท่านแม่ทัพ ถึงแม้จะไม่ค่อยมีค่า แต่ก็เป็นน้ำใจจากข้าตอนที่อยู่ในเมืองเหรินชิว ต้องขอบคุณที่ท่านแม่ทัพคอยดูแล”

            จ้าวเซิงรับขนมแป้งม้วนอะไรนี่มาถือไว้อย่างงงๆคิดในใจ ‘นี่ถือว่าเป็นการสื่อรักด้วยสิ่งของได้หรือไม่?ใช่หรือไม่? หรือไม่ใช่กันนะ?!’

            แต่ว่าแม่นางหวาเอ๋ยหากอยากจะแสดงความขอบคุณ เหตุใดไม่ตอบแทนด้วยการอยู่เคียงคู่นายท่านตลอดไปเล่า?

            ตอบแทนด้วยการอยู่เคียงคู่ท่านไปเลยสิ!แบบนี้ง่ายกว่ากันตั้งเยอะ!

            จ้าวเซิงยิ้มแย้มสดใสแล้วกล่าวว่า“คือว่า...แม่นางหวา ที่ข้ามาในครั้งนี้ เพราะมีเรื่องหนึ่ง อยากจะถามความเห็นของแม่นางสักหน่อย”

            “หือ?”หวาชิงเสวี่ยกะพริบตา มองด้วยใบหน้างงงวย “อยากถามความเห็นของข้า เรื่องอะไรหรือเจ้าคะ?”

            จ้าวเซิงมองซ้ายทีขวาทีจากนั้นฉีกยิ้มแล้วกล่าวว่า “ขอเชิญท่านไปคุยกันเป็นการส่วนตัวได้หรือไม่ขอรับ?”

            คนโบราณเวลาจะพูดอะไรต้องชอบเลือกสถานที่ด้วยสินะ...

            หวาชิงเสวี่ยคิดอยู่ครู่หนึ่งก็เลียนแบบความสุภาพของคนโบราณบ้าง “หากพ่อบ้านจ้าวไม่รังเกียจว่าบ้านของข้าดูโทรมเชิญเข้ามาดื่มชาสักถ้วยเถิดเจ้าค่ะ”

            จ้าวเซิงลงจากรถม้าตามหวาชิงเสวี่ยเข้าไปในเรือน

            เขามองสำรวจตัวบ้านเรือนและลานภายในอืม เป็นบ้านธรรมดาทั่วไป ไม่ถึงกับร่ำรวย แต่ก็ไม่ได้ถึงกับยากจนขัดสน

            เพียงแต่ในห้องพักของหวาชิงเสวี่ยนั้น...ดูแปลกๆไม่ได้ให้ความรู้สึกว่าอ่อนหวานเหมือนห้องของสตรีทั่วไป มีแต่สิ่งของประหลาดๆ มากมายที่เขาดูไม่ออกว่าคืออะไร...

            “พ่อบ้านจ้าว ที่นี่มีชาพุทราจีนเก๋ากี้กับชาฟักเขียวท่านจะดื่มอะไรเจ้าคะ?” หวาชิงเสวี่ยถาม

            จ้าวเซิงได้สติกลับคืนมาเขาก็ไม่ได้มาเพื่อดื่มชาอยู่แล้ว จึงรีบกล่าวว่า “ที่จริงที่ข้ามาหาแม่นางหวา เพราะอยากจะถามความเห็นเรื่อง...ระหว่างแม่นางหวากับท่านแม่ทัพน่ะขอรับ”

            “ข้ากับท่านแม่ทัพ?”หวาชิงเสวี่ยไม่ค่อยเข้าใจ “ข้ากับท่านแม่ทัพจะมีเรื่องอะไรกัน?”

            จ้าวเซิงเห็นว่านางทำหน้างงก็รู้ว่าตนคิดถูกแล้วที่มาแม่นางหวาผู้นี้ ช่างเป็นผู้ที่...จะอธิบายอย่างไรดี?

            ควรจะบอกว่านางไร้เดียงสาหรือว่าไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรเลยดี?

            เขากระแอมสองครั้ง ไอเบาๆแล้วกล่าวว่า “ที่จริง เพื่อเรื่องนี้ เมื่อสองวันก่อน ทางจวนแม่ทัพได้ส่งคนมาที่นี่แล้ว...แต่ว่าอาจจะเป็นเพราะความเข้าใจผิด คนที่ส่งมาจึงถูกไล่ออกไป”

            หวาชิงเสวี่ยขมวดคิ้วเล็กน้อยเหมือนกำลังพยายามรื้อฟื้นความทรงจำ

            จ้าวเซิงกล่าวต่อ “ดังนั้นวันนี้ข้าจึงตั้งใจมาด้วยตนเอง อยากจะมาพูดให้แม่นางเข้าใจ ท่านแม่ทัพฟู่ของข้า ชื่นชอบแม่นางมากหากแม่นางมีใจตรงกัน ข้าจะจัดหาแม่สื่อมาเจรจาสู่ขอ แม่นาง ท่านจะว่าอย่างไร?”

            หวาชิงเสวี่ยตกใจ แล้วกล่าวว่า“พ่อบ้านจ้าว ท่านช่วยพูดอีกครั้งได้หรือไม่? ข้ารู้สึกว่า...ข้าอาจจะหูฝาดไป...”

            “...” จ้าวเซิงเงียบไปสักพักพยายามอดกลั้นคำพูดที่จะตำหนิเอาไว้ แล้วกล่าวซ้ำอีกครั้ง “ขอถามแม่นาง ท่านเต็มใจที่จะแต่งเข้าจวนแม่ทัพหรือไม่?”

            แต่ง...เข้าจวนแม่ทัพหรือ?

            นี่...นี่...นี่มันเหลือเชื่อเกินไปแล้ว!

            หวาชิงเสวี่ยรู้สึกราวกับถูกฟ้าผ่า!

            มันไม่สมเหตุสมผลเลย!

            คนโบราณไม่ได้ถือเรื่องความเหมาะสมกันหรอกหรือ?

            เจ้าเคราเฟิ้มนั่นอยู่ดีๆเหตุใดถึงจะมาแต่งงานกับนาง? พวกเขารู้จักกันมานานเท่าใด?บ้าไปแล้วหรือไร?!!

            “ท่านแม่ทัพ...มีความลำบากใจที่ยากจะเอ่ยออกมาหรือไม่?”หวาชิงเสวี่ยถามด้วยสีหน้าหนักใจ “อย่างเช่น มีภารกิจลับอะไรที่ต้องแต่งงานโดยเร่งด่วนหรือไม่?”

            จ้าวเซิงกู่ร้องในใจ‘แม่นางท่านนี้ ความลำบากใจที่ยากจะเอ่ยเขาไม่ได้ใช้กันแบบนี้นะ!!!’

            “แม่นางคิดมากไปแล้ว...”รอยยิ้มของจ้าวเซิงแทบจะไม่สามารถรักษาไว้ได้แล้ว “ข้าเคยได้ยินท่านแม่ทัพพูดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นในเมืองเหรินชิวคาดว่าคงจะเกิดความรู้สึกดีต่อแม่นางตั้งแต่ตอนนั้น แม้ว่าจะเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจากความเร่งด่วนแต่ในเมื่อเคยพักอาศัยอยู่ในห้องเดียวกัน นอนบนเตียงเดียวกัน ท่านแม่ทัพก็สมควรรับผิดชอบแม่นางโดยการแต่งเป็นภรรยา”

            เช่นนี้แล้ว ท่านก็รีบแต่งไปเถอะ!อย่ามัวชักช้า!

            เมื่อหวาชิงเสวี่ยฟังจนจบก็ใช้เวลาในการทำความเข้าใจนานมาก...

            ค่อยๆ ...รู้สึก...รางๆเหมือนจะพอเข้าใจ...อะไรบ้างแล้ว

            ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้เอง...

            นางเข้าใจแล้วในทันที

            นางก็รู้สึกว่าแปลกๆอยู่เหมือนกัน คนสองคนที่เพิ่งรู้จักกันไม่นาน จู่ๆ ก็จะมาหารือเรื่องแต่งงานกัน ไม่สมเหตุสมผลเอาเสียเลยที่แท้เจ้าเคราเฟิ้มนั่นอยากจะรักษาชื่อเสียงของนาง เลยต้องแสดงความรับผิดชอบต่อนางสินะ!

            อย่างนี้ก็พอจะเข้าใจได้!อย่างไรคนโบราณก็ใส่ใจเรื่องนี้กันมาก และเจ้าเคราเฟิ้มผู้นั้น...ก็ดูเป็นคนหัวโบราณที่เคร่งประเพณีมากเสียด้วย

            หลังจากที่หวาชิงเสวี่ยทำความเข้าใจได้แล้วก็รู้สึกโล่งใจ จึงรีบอธิบายกับจ้าวเซิงว่า “ตอนที่อยู่ในเมืองเหรินชิว ต้องขอบคุณท่านแม่ทัพที่ดูแลข้าถึงได้รอดพ้นจากภัยอันตราย ท่านแม่ทัพมีบุญคุณต่อข้า ข้าไม่สามารถฉวยโอกาสเอาบุญคุณมาเป็นผลประโยชน์ได้เจ้าค่ะขอให้พ่อบ้านจ้าวช่วยส่งความรู้สึกขอบคุณของข้าไปด้วย แม้ว่าข้ากับท่านแม่ทัพจะเคยอยู่ห้องเดียวกันแต่เราก็ปฏิบัติต่อกันด้วยความเคารพ ท่านแม่ทัพเป็นสุภาพบุรุษ ไม่เคยล่วงเกินข้า ไม่จำเป็นต้องทำถึงขนาดนี้หรอกเจ้าค่ะ”

            เมื่อจ้าวเซิงได้ฟังดังนั้นคิ้วก็ยิ่งขมวดมุ่น พอฟังจนจบ ก็ถึงกับงงไปเลย!

            อะไรนะ?พวกท่านไม่ได้ถอดกางเกงกันแล้วเหรอ?

            จากนั้นก็ได้ยินหวาชิงเสวี่ยกล่าวต่อ“เรื่องแต่งงานเป็นเรื่องใหญ่ ท่านแม่ทัพไม่ควรจะเร่งรีบ ไม่จำเป็นต้องตัดสินใจแบบนี้เพียงเพราะเรื่องที่เกิดขึ้นในเมืองเหรินชิวท่านแม่ทัพมีอนาคตที่สดใส ในภายภาคหน้าก็จะต้องได้คู่ควรกับสตรีสูงศักดิ์ ข้าเป็นเพียงสตรีต่ำต้อยไม่กล้าอาจเอื้อมเบื้องสูงเจ้าค่ะ”

            พูดจาอย่างอ้อมค้อมก็ทำแล้วพูดอย่างตรงไปตรงมาก็ทำแล้ว หวาชิงเสวี่ยคิดว่าตนเองแสดงออกอย่างชัดเจนแล้ว คงจะไม่ทำให้เกิดความเข้าใจผิดอะไรอีก

            แต่เหตุใด บุรุษตรงหน้าถึงได้ทำสีหน้าเหมือนถูกทำร้ายอย่างหนักขนาดนี้กันล่ะ?

            “พ่อบ้านจ้าวเจ้าคะ?”หวาชิงเสวี่ยโบกมือไปมาตรงหน้าจ้าวเซิง

            จ้าวเซิงได้สติกลับคืนมามองหวาชิงเสวี่ยด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน “แม่นางหวา ท่าน...คิดดีแล้วหรือ?หากท่านแต่งเข้าจวนแม่ทัพ ท่านก็จะเป็นภรรยาท่านแม่ทัพ ท่าน...รู้หรือไม่มันหมายความว่าอย่างไร?ท่านจะมั่งมีศรีสุขไป...”

            ยังพูดไม่ทันจบ หวาชิงเสวี่ยก็ขัดด้วยรอยยิ้ม“พ่อบ้านจ้าว เรื่องนี้ไม่ได้จริงๆ เจ้าค่ะ ข้ากับท่านแม่ทัพไม่สนิทกันเสียหน่อย การที่จู่ๆจะมาหารือกันเรื่องแต่งงาน มันแปลกเกินไปเจ้าค่ะ”

            ไม่...สนิทกัน?

            ท่านยังอยากจะสนิทกันมากแค่ไหนอีก?!

            ภายในใจของจ้าวเซิงรู้สึกสับสนแต่ไม่ว่าเขาจะพูดอย่างไร หวาชิงเสวี่ยก็ไม่ยอมเปลี่ยนใจ นางเอาแต่พูดซ้ำๆ อยู่แค่สองสามประโยคกล่าวว่าระหว่างนางกับท่านแม่ทัพนั้นมีใจบริสุทธิ์ ท่านแม่ทัพไม่จำเป็นต้องชดเชยให้นางและไม่ควรเอาเรื่องแต่งงานมาล้อเล่น

            พูดไปพูดมา สุดท้ายจ้าวเซิงก็เริ่มเกิดความสงสัยในชีวิตไปแล้ว...

            หรือว่า...จะเป็นท่านแม่ทัพเสียเองที่คิดเข้าข้างตนเองฝ่ายเดียว?

            จ้าวเซิงจากไปอย่างมึนงงจากนั้นก็รีบไปพบฟู่ถิงเย่ด้วยสภาพเหน็ดเหนื่อยจนเหงื่อท่วม

            ท่านแม่ทัพใหญ่ฟู่เพิ่งฝึกยุทธ์เสร็จกำลังนั่งดื่มชาอยู่บนเก้าอี้ไม้พนักพิงสูง

            “นางว่าอย่างไร?”แม่ทัพเอ่ยถาม

            จ้าวเซิงเช็ดเหงื่อออกอย่างเงียบๆแล้วตอบอย่างอึกอัก “นางบอกว่า...นางกับท่าน ไม่สนิทกันขอรับ”

            “พรืด!”

            ท่านแม่ทัพพ่นชาออกมาเต็มปากเต็มคำ!ทำเอาเศษใบชาติดเต็มหน้าจ้าวเซิงไปหมด...

            —————————————————————————————————

            [1] ไม่กลัวหนึ่งหมื่นแต่กลัวหนึ่งในหมื่น(不怕一万就怕万一)คือไม่กลัวสิ่งที่คาดเดาไว้อยู่แล้วแต่กลัวสิ่งที่อยู่เหนือความคาดหมาย เปรียบเปรยว่าควรระมัดระวังไว้ก่อน จะได้ไม่ต้องเสียใจภายหลัง

    คล้ายกับเรื่องฮูหยินข้าคือนักวิทยาศาสตร์ 【จบ】 ที่คุณอ่าน

    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    485K 891
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    นิยาย รัก
    310K 841
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    นิยาย รัก
    627K 1276
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.27M 2359
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808