“ท่านอาจารย์ ข้ากินยาแล้วขอรับ” เยี่ยซางกล่าว
“นี่คือยาทงลั่วช่วยรักษาอาการาเ็ของกล้ามเนื้อและกระดูกได้”กงเสวียนยัดขวดยาใส่มือเยี่ยซางซางโดยตรง
หลังจากให้เม็ดยาแก่เยี่ยซางแล้วกงเสวียนก็หันกลับไปสังเกตนกสีขาวต่อ
ดวงตาทั้งคู่ของนกสีขาวเป็ประกายมันส่ายหัวเล็กน้อย จากนั้นก็หันไปเผชิญหน้ากับกงเสวียน
“ข้าบอกไม่ได้ว่ามันคือนกชนิดใดแต่ตามคำบอกเล่าของอสูรโบราณมันดูคล้ายชิงเผิง แต่มันไม่ใช่ชิงเผิงแน่นอน”กงเสวียนสรุป
“ข้าคิดว่าอาจารย์ลุงจะรู้ข้าเห็นตอนมันต่อสู้กับสัตว์อสูรตัวอื่น ข้าเลยไปสู้กับมันตอนนี้มันยินดีจะติดตามข้ามา” เยี่ยซางกล่าว
“ไม่เลว ไม่เลว!สัตว์อสูรที่อยู่ด้วยโดยสมัครใจเช่นนี้ดีกว่าสัตว์อสูรที่ถูกจับมาฝึกฝนนักดูแล้วยังมีช่องว่างให้พัฒนาอีกมาก ไว้ค่อยให้ท่านอาจารย์มาดูวันอื่นแล้วกัน”กงเสวียนมองเยี่ยซางด้วยท่าทางประหลาดใจมีตั้งกี่คนที่ใฝ่ฝันจะได้สัตว์อสูรบินได้มาเป็สัตว์ขี่แต่ก็มักทำไม่ได้แต่เยี่ยซางแค่ออกไปข้างนอกแล้วพบสัตว์อสูร มันกลับยินดีจะติดตามเขาด้วยตัวเอง
หลังจากสัตว์อสูรได้รับการฝึกฝนจากมนุษย์อสูรตัวนั้นจะสูญเสียความดุร้ายและขาดสัญชาตญาณบางอย่างไปทั้งยังสูญเสียช่องว่างที่สามารถพัฒนาได้จึงยากจะก้าวหน้าสัตว์อสูรอย่างนกสีขาวที่เต็มใจจะติดตามผู้คนนั้นหายากกว่าสัตว์ขี่มากไม่สามารถเอามาเทียบกันได้เลย
“เ้าเข้าสู่ขั้นสี่ของเลี่ยนชี่ตอนนี้เ้าปฏิบัติตามข้อกำหนดของข้าสำเร็จแล้วแต่เ้าไม่สามารถหย่อนยานได้เข้าใจหรือไม่? นอกจากนี้นกสีขาวตัวนี้ต้องกินอาหารจำนวนมากทุกวันมันลำบากที่เ้าจะต้องหาอาหารด้วยตนเอง ข้าจะสั่งให้ศิษย์รับใช้ส่งอาหารมาให้”หลังจากอธิบายจบกงเสวียนก็มองที่เยี่ยซางด้วยสายตาแปลกๆ และจากไป
เมื่อกงเสวียนจากไปแล้วเยี่ยซางก็ไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนจะมาแต่งขนให้นกสีขาว “ข้าจะตั้งชื่อให้เ้าข้าหวังว่าเ้าจะเป็าาบนท้องฟ้า เช่นนั้นข้าจะเรียกเ้าว่า เทียนอวี่”
นกสีขาวยืดคอและส่งเสียงร้องสองครั้งเป็การยอมรับชื่อที่เยี่ยซางตั้งให้
แม้ว่าแขนขวาจะไม่สะดวกนักแต่เยี่ยซางยังคงอยู่ในสนามหน้าบ้านไม้ไผ่ขณะใช้มือซ้ายสร้างที่พักให้เทียนอวี่ก่อนไปฝึกซ้อมต่อ
หลังกลับเข้าไปในบ้านไม้ไผ่เยี่ยซางก็หยิบคัมภีร์หม้อโอสถศักดิ์สิทธิ์ออกมาและเริ่มท่องจำ
คัมภีร์หม้อโอสถศักดิ์สิทธิ์สามารถส่งคืนให้หุบเขาโอสถได้ทันทีก็จริงแต่อย่างไรแล้วตัวเขาก็มีสิทธิ์ที่จะฝึกฝนก่อนเพราะเขาเป็คนพบมันเอง
เยี่ยซางใช้เวลาหนึ่งชั่วยามในการท่องจำคัมภีร์หม้อโอสถศักดิ์สิทธิ์ทั้งหมด
เมื่อวางคัมภีร์หม้อโอสถศักดิ์สิทธิ์ลงเยี่ยซางก็นึกคำถามขึ้นมาได้เฟิงเฉินไม่ได้ฝึกคัมภีร์หมื่นวิถีเนื่องจากการฝึกคัมภีร์หม้อโอสถศักดิ์สิทธิ์ของเขามีความก้าวหน้าในระดับสูงเกือบจะสำเร็จวิชาทั้งหมดในคัมภีร์หม้อโอสถศักดิ์สิทธิ์แล้วแต่ตัวเยี่ยซางนั้นต่างออกไป วิชาหม้อโอสถลึกลับที่เขาฝึกเพิ่งเริ่มต้นเท่านั้นเช่นนั้นเขาก็สามารถฝึกทั้งสองคัมภีร์ร่วมกันได้
หลังจากอ่านการวิเคราะห์ของเฟิงเฉินเกี่ยวกับคัมภีร์หม้อโอสถศักดิ์สิทธิ์และคัมภีร์หมื่นวิถีแล้วเยี่ยซางก็รู้สึกว่าทั้งคู่ไม่มีความขัดแย้งกันหนึ่งคือเส้นทางการบ่มเพาะที่ใช้ตัวเองเป็หม้อโอสถ ส่วนอีกหนึ่งใช้ฟ้าดินเป็เตาหลอมในการฝึกตนเองทั้งสองรูปแบบสามารถทำได้ในเวลาเดียวกัน
หลังจากคิดได้อย่างนั้นเยี่ยซางก็เริ่มฝึกฝน
หลังจากเข้าสู่วิชาหม้อโอสถลึกลับแล้วเขาก็โคจรพลังปราณไปตามเส้นทางที่เคยฝึกแล้วเยี่ยซางก็ใช้พลังงานทั้งหมดในการบ่มเพาะคัมภีร์หมื่นวิถี
การบ่มเพาะของคัมภีร์หมื่นวิถีค่อนข้างซับซ้อนมันคือการเปิดจุดชีพจรของตัวเอง แล้วจึงดูดซับปราณจิติญญาฟ้าดินเข้าสู่ร่างกายจากนั้นค่อยนำมันเข้าสู่เืและกระดูกเพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับตัวเอง
ขั้นแรกของคัมภีร์หมื่นวิถีเรียกว่า ‘เลี่ยนเซวี่ย’ ซึ่งเทียบเท่ากับระดับเลี่ยนชี่ซึ่งเป็การฝึกเส้นเืให้แข็งแรงขั้นที่สองคือเฉียงจินซึ่งเทียบเท่ากับระดับจวี้หยวนสำหรับฝึกฝนเส้นเอ็นขั้นที่สามคือต้วนกู่เทียบเท่ากับระดับหนิงตันสำหรับฝึกกระดูกขั้นที่สี่คือกุยอีเทียบเท่ากับระดับเฟินเสิน เป็การหลอมรวมเื เส้นเอ็นและกระดูกขั้นที่ห้าคือเวิ่นเต้าซึ่งเทียบเท่ากับระดับเวิ่นซวีขั้นที่หกคือเลี่ยนเสินเทียบเท่ากับระดับเฮ่าเทียนขั้นที่เจ็ดคือจินเซินเทียบเท่ากับระดับเซิ่งจิ้ง
คัมภีร์หม้อโอสถศักดิ์สิทธิ์สามารถฝึกฝนได้ถึงระดับสูงสุดคือเซิ่งจิ้งแต่คัมภีร์หมื่นวิถียังมีขั้นถัดไปอีก ขั้นที่แปดของคัมภีร์หมื่นวิถีคือปู้เมี่ยขั้นที่เก้าคือหลุนหุย หลังจากนั้นในคัมภีร์ก็เป็หน้ากระดาษว่างอยู่
นี่จึงเป็เหตุผลที่ทำให้เยี่ยซางรู้สึกได้โดยสัญชาตญาณว่าคัมภีร์หมื่นวิถีนั้นแข็งแกร่งกว่าคัมภีร์หม้อโอสถศักดิ์สิทธิ์
ในขณะที่เขาฝึกฝนเยี่ยซางรู้สึกว่าปราณจิติญญาฟ้าดินก็เหมือนดาวดวงเล็กๆ ค่อยๆเข้าสู่ตัวเขาผ่านจุดชีพจร เข้าไปในเส้นเืและไหลเวียนไปพร้อมกับเื
หลังจากฝึกเป็เวลาหนึ่งวันหนึ่งคืนเยี่ยซางก็ยังรู้สึกสดชื่นเมื่อเขาออกมาจากบ้านไม้ไผ่ ร่างกายของเขาดูเหมือนจะมีพลังมากมายไม่รู้จบ อาการาเ็ที่แขนขวาของเขาก็ดีขึ้นมากเช่นกัน
ขณะที่เยี่ยซางกำลังซักผ้าชายหนุ่มสองคนในชุดคลุมสีเทาก็ปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับหมูป่า
“พวกเ้าเป็ใครกัน?” เยี่ยชางถาม
“พวกเราเป็ศิษย์ช่วยงานทั่วไปของยอดเขาไท่เสวียนขอรับท่านกงเป็คนขอให้เรามาที่นี่ ท่านบอกว่ามีสัตว์อสูรที่ต้องให้อาหาร”พวกศิษย์ช่วยงานทั่วไปมักปฏิบัติต่อศิษย์ระดับอื่นๆของหุบเขาโอสถเหมือนพวกเขาเป็ผู้าุโ
“เช่นนั้นก็ย่อมได้ ขอบคุณสำหรับการทำงานหนักของพวกเ้าข้าจะย่างครึ่งหนึ่ง ส่วนอีกครึ่งจะให้เป็อาหารของมัน”เยี่ยซางรู้ว่านี่เป็ศิษย์ช่วยงานทั่วไปที่กงเสวียนส่งมา
เยี่ยซางอารมณ์ดีขึ้นเขาจุดไฟและย่างหมูป่าครึ่งตัว
เมื่อเร็วๆ นี้เขากินแต่ยาปี้กู่ จึงทำให้ตอนนี้เยี่ยซางอยากกินเนื้อสัตว์มากเหลือเกิน
หมูป่าครึ่งตัวถูกเทียนอวี่กินอย่างรวดเร็วหลังจากนั้นเทียนอวี่ก็ขยับมาที่ด้านข้างของเยี่ยซางอีกครั้งแล้วเฝ้าดูหมูป่าย่างของเด็กหนุ่มส่วนศิษย์รับใช้สองคนก็ช่วยเยี่ยซางทำความสะอาดด้านหน้าและด้านหลังของบ้านไม้ไผ่
หลังจากที่หมูป่าย่างเสร็จแล้วเยี่ยซางก็หั่นแบ่งให้ศิษย์รับใช้สองคนก่อนจะเทเหล้าให้ตัวเองแล้วเริ่มกินเนื้อย่าง
เมื่อเห็นว่าเยี่ยซางไม่สนใจเทียนอวี่ก็จิกเนื้อย่างจากมือของเยี่ยซางก่อนมันจะขยับจะงอยปากกับคอสองครั้งแล้วกลืนมันลงไป
“กินเนื้อย่างด้วยหรือ?” เยี่ยซางตะลึง ตามปกติแล้วจะหาสัตว์อสูรกินเนื้อปรุงสุกได้จากที่ไหนกันเทียนอวี่แตกต่างจากสัตว์อสูรทั่วไปมากจริงๆ
เมื่อเห็นว่าเทียนอวี่ชอบกินเยี่ยซางก็หั่นหมูป่าย่างเป็ชิ้นๆ แล้วป้อนให้เทียนอวี่สุดท้ายแล้วเยี่ยซางก็ได้กินแค่สองชิ้นเท่านั้น
รวมทั้งเนื้อดิบและเนื้อย่างเทียนอวี่ก็กินหมูป่าไปมากกว่าครึ่งตัวเสียแล้ว
“เ้าสองคนทำงานหนักจริงๆ ข้าจะเตรียมอาหารให้มากกว่านี้ในอนาคตถ้าเห็นข้ากำลังฝึกฝน เ้าก็ย่างและให้อาหารมันได้เลย”หลังจากอธิบายสองประโยคให้ศิษย์ช่วยงานทั่วไปฟังแล้วเยี่ยซางก็นำตั๋วทองที่ฉินเอ้าเซวียนมอบให้เขาออกมาและส่งให้ศิษย์ช่วยงานทั่วไป
“ท่านเยี่ยซางสุภาพเกินไปแล้วขอรับ นี่คือสิ่งที่เราควรทำพวกเราไม่กล้ารับตั๋วเงิน ถ้าผู้าุโหรือคนอื่นรู้ เราจะถูกขับออกจากูเาได้”เมื่อเห็นเยี่ยซางให้ตั๋วทอง ศิษย์รับใช้ทั้งสองก็รู้สึกกังวลหุบเขาโอสถไม่เพียงแต่จัดการศิษย์ในสำนักอย่างเคร่งครัดเท่านั้นแต่ยังรวมถึงเื่นี้ด้วย
“เ้าทั้งสองไม่ต้องกังวล ไปซื้อเหล้าแล้วนำกลับมาให้ข้าเื่ของสำนักข้าจะจัดการเอง!” เยี่ยซางกล่าวด้วยรอยยิ้มฉินเอ้าเซวียนให้ตั๋วทองจำนวนมากแก่เขาแค่หนึ่งหรือสองใบไม่มีปัญหาอะไรกับเยี่ยซางอยู่แล้ว
ศิษย์รับใช้ทั้งสองกล่าวขอบคุณและจากไปพวกเขารู้ว่าเยี่ยซางกำลังดูแลพวกเขาอยู่ ไม่จำเป็เลยแม้แต่น้อยที่ต้องใช้เงินมากขนาดนี้ในการซื้อเหล้าสักสองสามขวดเพราะนี่มันตั๋วทองคำ
หลังจากเล่นกับเทียนอวี่ระยะหนึ่งเยี่ยซางก็กลับเข้าบ้านไม้ไผ่และฝึกซ้อมต่อไปเขารู้สึกว่าคัมภีร์หมื่นวิถีนั้นน่าทึ่งมาก ผลในการเสริมความแข็งแกร่งของร่างกายก็ชัดเจนหลังจากฝึกเพียงครั้งเดียวอาการาเ็ที่แขนขวาก็เกือบหายแล้วอาจกล่าวได้ว่ามันดีกว่ากินยารักษาอาการาเ็เสียอีก
หลังจากฝึกฝนต่ออีกสองวันแขนขวาของเยี่ยซางก็หายดี ถ้าคนอื่นรู้เื่นี้คงจะใมากกระดูกหักจะหายดีในสามหรือสี่วันได้อย่างไร?
เยี่ยซางรู้ว่านี่คือผลการฝึกฝนของยาทงลั่วและการบ่มเพาะคัมภีร์หมื่นวิถี
หลังจากการฝึกฝนไม่กี่วันเยี่ยซางก็ได้เข้าสู่ขั้นแรกของคัมภีร์หมื่นวิถี ตราบใดที่เขาตั้งใจฝึกพลังของคัมภีร์หม้อโอสถศักดิ์สิทธิ์และคัมภีร์หมื่นวิถีก็จะโคจรพร้อมกัน