แสงอาทิตย์ยามเย็นสาดส่องท้องฟ้าสีส้มคราม อากาศแห้งและเริ่มเย็น ที่ร้านอาหารแล็กๆแห่งหนึ่ง สไตล์พื้นเมือง ภายในร้านมีเก้าอี้ อยู่หน้าเคาเตอร์อาหารวางด้วยกล่องใส่ช้อนส้ะเกียบและมีดหั่นอาหาร หลังเคาเตอร์อาหาร มีตู้เย็น เครื่องทำกาแฟ เตาแก๊ส เครื่องปรุงหลากหลายชนิดจัดวางอยู่มากมาย
มีชายหนุ่มหน้าตาดี อายุ 36 ปี หุ่นดี สูง ผิวขาว ผมดำยาวรวบมัดผมไว้ข้างหลังเหมือนหางม้า คิ้วเข้มหนา แววตาทอประกายเหมือนมหาสมุทรยามราตรี ขอบตาดำคล้ำอดหลับอดนอนเนื่องจากทำงานหนัก
ฝึบ ๆๆๆ ปั่กๆๆๆ แกร๊กๆ ฟู่วววว....... เสียงหั่นสับซอยดังมาเป็จังหวะๆ หลิวซิงมุ่นแต่ทำอาหารเตรียมพร้อมไว้สำหรับขายใน่เช้าของพรุ่งนี้ตอนเปิดร้าน ร้านของเขาเป็ร้านเล็กๆที่อยู่ภายในเมืองที่แสนวุ่นวาย ไกล้ๆกันก็มีร้านอาหารสุดหรูสองร้านที่พึ่งมาเปิดใหม่อยู่ฝั่งตรงข้ามกับเขาพิดิบพอดี วันนี้ลูกค้าไม่ค่อยได้เข้าร้านของเขาสักเท่าไหร่จึงปิดร้านไว
ชายหนุ่มเดินออกจากร้านมาสูบบุหรี่มองไปร้านฝั่งตรงข้ามอย่างขุ่นเคือง “ไอ้ร้าน McDoonal กับ JFC มันมาตั้งอยู่ทำไมแถวนี้ฟะ”
“ฮ่าๆ ก็บอกแล้วไงว่าให้เซ้งร้านของนายมาให้ฉันยังจะดีกว่า” ชายวัยกลางคนที่สวมชุดยูนิฟอร์มผู้ของร้านกล่าว ผูจัดการคนร้าน eight - twelve ที่ตั้งอยู่ข้างๆเขาก็ออกมาสูบบุหรี่ด้วยเช่นกันและยังไม่ลืมที่จะแนะให้หลิวซิงขายร้านนั้นให้กับเขาเพื่อที่จะได้ขยายพื้นที่ร้าน eight - twelve ของเขานั่นเอง
“เออ ๆ ไว้รอชาติหน้าละกัน” หลิวซิงตอบกับไปแบบไม่แยแส
“หึหึ เอ็งจะเอาอะไรไปสู้กับร้านพวกนั้น ดูซิั้แ่ที่พวกมันมาเปิดที่นี่ลูกค้าเข้าร้านนายวันละกี่คน แค่เขาเห็นร้านเล็กๆโทรมๆคนเขาก็ไม่กล้าเข้าร้านแล้ว นายแค่เซ็นต์เอกสารมอบโฉนดที่ของนายมาให้ชั้นแล้วก็รับๆเงินไปซะก็หมดเื่แล้ว ง่ายๆเองเป็ไง”
“เพ้ย ฉันชื่อที่มาเจ็ดแสนค่าอุปกรก่อสร้างร้านอีก แม่งเอ้ย ใครจะไปรู้ว่าไอ่ห่xx สองร้านนี้มันจะมาตั้งแถวนี่วะ ถ้ารู้มาก่อนก็คงไม่ซื้อที่ตรงนี้แล้ว แถมไอ้เ้านายหน้าอสังหาริมทรัพย์และนายด้วยยังจะซื้อที่คืนในราคาเจ็ดแสนเท่าเดิมอีกเยxxข้ ในเมื่อสองร้านนั้นมาเปิดกิจการแถวนี้ที่ตรงนี้หากรออีกสักครึ่งปีราคามันก็จะสูงขึ้นอย่างแน่นอน จากฉันที่ซื้อมาเจ็ดแสนอีกไม่นานมันคงจะขายได้สักหลักล้านกว่าๆ ใครโง่ขายตอนนี้ก็บ้าแล้ว”
“ชิส์” ผู้จัดการพ่นลมอย่างหงุดหงิด เป็ความจริงที่ว่าเมื่อมีร้านอาหารหรูสองร้านนั้นมาเปิดกิจ มันจะช่วยเพิ่มราคาที่ดินโดยรอบให้สูงขึ้นได้ แต่มันก็ต้องใช้ระยะเวลา
หลิวซิงเป็เด็กกำพร้า เมื่อออกจากสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าเขาก็ไปหางานทำไปด้วยเรียนไปด้วย ต่อมาก็ต้องเข้าวิทยาลัยเขาเรียนได้ดีจึงมีโอกาศได้เข้ากู้ยืมกองทุนการศึกษาจากรัฐและร่ำเรียนจนจบมหาวิทยาลัยสาขาวิทยาศาสตร์และการอาหาร เรียนจบก็เข้าทำงานในร้านอาหารเริ่มจากระดับล่างจนขึ้นไปเป็เชฟใหญ่ได้และเก็บออมเงินได้ก้อนนึง เขาออกจากงานและมาซื้อที่ดินตรงนี้เพื่อเปิดร้าน แต่ก็ไม่คิดว่าเมื่อเปิดร้านมาได้เพียงหนึ่งเดือน ก็มีร้านอาหารหรูมาเปิดกิจการไกล้ๆซะงั้น
ถึงเขาจะทำอาหารได้ดี หลิวซิงไม่ได้มีเงินทุนที่จะซื้อของมาหลายอย่างมาทำเมนูต่างๆแข่งกับร้านอาหารอื่นได้ ไอ้สองร้านหรูนี้มันมาเปิดกิจการแข่งขันตัดหน้าเขากระชั้นกระชิดเกินไป ร้านอาหารหรูทั้งสองก็ไม่ได้ขายอาหารแพงจนเกินไปบางอย่างก็ถูกกว่าร้านของเขาเสียอีก
ถ้าการที่จะอยู่รอดได้หลิวซิงก็ต้องขายให้ถูกกว่า แต่เขาทำแบบนั้นไม่ได้ เมื่อมาตั้งร้านที่นี่เขาก็ซื้อของใช้จ่ายอุปกรณ์เครื่องครัวต่างๆ เฟอร์นิเจอร์ และของอื่นๆ ทั้งหมดนี้ก็ต้องผ่อนชำระให้ครบในแต่ละเดือน มันยากมาก ใครจะรู้ได้ล่ะว่าทั้ง Mcdoonal กับ JFC มันจะมาเปิดไกล้ๆอย่างกระทันหัน
ตอนนี้เขาก็ไม่ได้มีเงินสำรองใดๆเหลืออีก ขายที่กลับคืนทั้งๆที่พึ่งจะซื้อที่มาได้ไม่นานและยังได้ในราคาซื้ออีก มันไม่คุ้มเขาจะต้องรอให้ที่ดินมีมูลค่าเพิ่มเสียก่อน แต่ตอนนี้ไม่รู้ว่าเขาจะมีรายได้รายรับที่มากพอมาใช้จ่ายผ่อนชำระข้าวของต่างๆหรือไม่
หลังจากสูบบุหรี่เสร็จหลิวซิงก็ได้ดีดบุหรี่ใส่ก้นผู้จัดการร้านeight-twelve ก่อนจะกลับเข้าร้านตัวเอง
“เฮ้ย อย่ามาพาลดิ อย่าลืมจ่ายเงินที่ติดไว้ด้วย ค่าเบียร์บุหรี่ ของเอ็งน่ะไม่มี eight-twelve สาขาไหนให้ติดเงินหรอกนะ”
“พูดมากน่า นายก็มากินฟรีร้านของฉันเหมือนกันแหละ”
ตกค่ำหลิวซิงก็เตรียมอาหารที่จะขายพรุ่งนี้เช้าจนเสร็จ เขาหั่นวัตถุดินเตรียมเอาไว้ทั้งผัก เนื้่อสัตว์ หมูไก่ เนื้อ สัตว์ทะเล และยังได้ปรุงเคี่ยวน้ำสต๊อกไว้สามแบบ น้ำสต๊อกไก่ น้ำกระดูกหมู และก็น้ำสต๊อกปลาใช้ก้างปลาและปลาตากแห้งเคี่ยวด้วยไฟอ่อนๆ
แต่เดิมนั้นเขาขายเมนูธรรมดาๆไม่ได้มีอะไรมาก แต่เพื่อที่จะอยู่รอดได้เลยต้องเตรียมเมนูใหม่ๆไว้หลายๆแบบจะได้ดึงดูดลูกค้าได้บ้าง
ยามค่ำฟ้ามืดแล้ว ตอนนี้ก็ทุ่มกว่าๆ คนสัญจรบนถนนและคนผ่านไปผ่านมาเริ่มคับคั่ง ผู้คนจากบริษัทหรือพนักงานโรงงานต่างก็เลิกงานกลับบ้านไปอยู่กับครอบครัว ถึงหลิวซิงจะปิดร้านแล้วแต่ก็ยังมีบริการเดลิเวอร์รี่ให้กับลูกค้าประจำ
เสียงโทรศัพท์ดัง
เนี๊ยว.....เน๊ยว....................... สไลด์เพื่อรับสาย
“คร๊าบ ๆ แล้วจะไปส่งให้ครับ ขอบคุณที่อุดหนุนครับ”
เขาเริมจัดแจงเตรียมอาหารบรรจุใส่กล่องอย่างคล่องแคล่ว กระเป๋าคาดเอวที่หน้าท้องใส่เงินทอนและโทรศัพท์มือถือและที่ชาร์จแบตแสงอาทิตย์ ข้างกระเป๋ามีมีดถูกเสียบไว้ในช่องเสียบมีดทำครัวสองเล่มพกติดตัวไว้โดยมีชายเสื้อคลุมไว้อยู่ไม่ให้ใครเห็น สุดท้ายก็ไปล้างหน้าส่องกระจกเซ็ตผมและสวมแว่นกันแดดRaybanปิดบังรอยคล้ำใต้ตา
เมื่อเตรียมตัวออกส่งเดลิเวอรี่เสร็จ ก็ออกไปนอกร้านและเอากล่องใส่อาหารไปมัดไว้ท้ายรถมอเตอไซค์ Vespa สีฟ้ารุ่นลิมิเต็ดรถสุดรักราคาหลักแสนต้นๆ รูปลักษณ์สุดคลาสสิคเกียร์ออโต้ เครื่องยนต์สี่จังหวะ 154.xx cc
แป๊ดๆๆ
ิญญานักซี่งสิงเข้าร่างทันทีที่จับแฮนด์บิดเบิ้ลเร่งเครื่องเต็มที่ ถนนใหญ่รถติดไม่ใช่ปัญหา เขาขับหลบหลีกซิกแซกด้วยความชำนาญ เมื่อไกล้ถึงจุดหมายผ่านเส้นทางเข้าหมู่บ้านเปลี่ยวแสงไฟสลัวๆตามรายทางถนนเล็กๆของหมู่บ้านก็เป็ถนนว่างโล่ง ชายหนุ่มแสยะยิ้มขึ้นมือขวาของเขาบิดแฮนด์เร่งจนมิดข้อมือแทบพลิก
แป๊ดๆ ิญญานักซิ่งสิงร่างอีกครั้ง ยกล้อหน้าลอยสูงกว่าเจ็ดสิบห้าองศา ล้อหลังเร่งเบรินลากจนยางเสียดพื้นถนนควันตลบ ด้วยความเร็วที่มากพอที่หากได้อ้าปากแล้วล่ะก็น้ำลายคงจะกระจุยกระจายเมื่อประทะเข้ากับลม
เมื่อซุ่งมาได้ครึ่งทางของถนนนักซี่งเขาก็ขมวดคิ้วขึ้นและะโออกไปด้วยสีหน้าท่าทางใถึงขีดสุด
“เฮ้ยยยหลบบปายยยย”
ชายแก่เดินโซเซพอได้ยินเสียงะโก็หันหน้าไปหา ไฟจากรถเวสป้าเปิดสูงส่องสว่างเข้าหน้า ชายแก่ราวกับไม่เห็นแสงไฟหน้ารถเลย หากเป็คนปรกติแล้วมีแสงไฟมาส่องหน้าก็ต้องรู้ตัวและเอามือมาป้องแสงโดยอัตโนมัติ
มันกระชั้นชิดเกินไป กว่าที่หลิวซิงจะเห็นชายแก่คนนี้ได้ชัดเจนเขาก็ได้อยู่ในระยะไกล้กว่ายี่สิบเมตรแล้ว ไฟที่สลัวข้างทางยามค่ำบวกกับแว่นกันแดดเรย์แบน ทำให้ทัศนะวิสัยลดลงจนแทบติดลบ
ชายหนุ่มเบครจนล้อหน้าดิสเบครทำงานแทบลุกเป็ไฟ วินาทีนี้ไม่ต้องกลัวรองเท้าสึกกันแล้ว สองเท้าครูดพืิ้นเบรคจนรองเท้าหนังที่สวมมาเสียดสีกับพื้่นถนนจนเป็ควันส่งกลิ่นไหม้ออกมา
“อ๊ากกไม่ทันแล้ว” หลิวซิงหลับตาปี๋ มันสายเกินไปที่จะเบครหรือหักเลี้ยวได้ เพราะความเร็วกว่าร้อยกิโลเมตรต่อชั่วโมงยากที่จะต้านแรงหักเลี่ยวแฮนด์ได้ ถึงหักเลี้ยวได้ด้วยความเร็วขนาดนี้วิถีโค้งคงไม่สามารถเบี่ยงรถไปได้ เพราะถ้าฝืนหักเลี้ยวกระทันหันสุดแรงเกิดรถก็ต้องเสียการทรงตัวมันไม่เลี้่ยวหรอกทั้งรถและก็ตัวเขาเองก็จะกระเด็นไปข้างหน้าและกระแทกอย่างแรงเข้ากับชายแก่ รถทั้งคันก็จะกระเด็นไปข้างหน้าทั้งคัน
วืบบบ
เหมือนมีกระแสลมหรือคลื่นพลังบางอย่างออกมายันรถเวสป้าเอาไว้ ชายแก่ยื่นแขนไปข้างหน้าและก็สะบัดข้อมือขึ้นเล็กน้อย รถเวสป้าทั้งรถทั้งเ้าของรถก็ลอยข้ามหัวตีลังกาสองรอบก่อนจะกลับมาถึงพื้น
“เหวออ!!” หลิวซิงหลังจากตีลังกาแล้วก็กลับมาทรงตัวประคองรถได้ดั่งเดิม เขาเบครหยุดและทิ้งรถแล้วรีบวิ่งมาดูชายแก่ด้วยความใ เขาไม่รู้ว่าเมื่อกี้เขาทำได้อย่างไร นี่คงจะเป็เพราะสุดยอดความสามารถของเขาและจิติญญานักซี่งอาจจะมาสิงเขาจริงๆก็ได้ถึงทำให้เขาตีลังกาข้ามหัวชายแก่ไปตั้งสองรอบก่อนจะถึงพื้น
“นี่ปู่เป็อะไรไหมครับ” หลิวซิงสังเกตุดูชายแก่ท่าทางอิดโรยอย่างมาก "อ๊ะ" เขาเห็นคราบเืติดอยู่บนเสื้อและมุมปากของเขาก็ต้องใ แต่นี่ไม่ใช่ถึงกับทำให้สีหน้าของหลิวซิงเปลี่ยนเป็อัปลักษณ์ ชายแก่คนนี้มีาแที่ดวงตาทั้งสองข้าวมีรอยบาดลากยาวทำลายดวงตาของเขาไปทั้งสองข้างเลย
“ปู่นี่ ใครมาทำร้ายบอกผมๆมันอยู่ไหน ใครกันโเี้กับคนแก่ได้ขนาดนี้กัน” หลิวซิงเข้าไปจับแขนและประคองพร้อมกับพยายามลากชายแก่ให้เดินตาม “ป่ะผมจะพาไปโรงพยาบาลนะ”
ทันใดนั้นท่าทางหลิวซิงก็เปลี่ยนไปเป็งงงวย เขาพบว่าชายชรายืนอยู่ที่เดินไม่ไหวติงกับแรงดึงของเขาเลยราวกับขุนเขาที่ตั้งตระหง่าน
“ข้าเข้าใจความตั้งใจของเ้าแล้ว พ่อหนุ่มขอบใจมาก”
“นี่...” หลิวซิงตะแคงหน้ามองชายแก่ตรงหน้าอย่างสงสัย เสียงที่ได้ยินไม่ได้มาจากชายแก่คนนี้เพราะปากของเขาไม่ได้ขยับและเปล่งเสียงออกมาเลย
“เหอะๆ ไม่ต้องงงข้าเองพูดกับเ้าอยู่เพียงแค่ตอนนี้ข้าส่งผ่านเสียงเข้าสู่จิตของเ้าโดยตรง” ชายแก่ยกนิ่้วชี้แตะหน้าผากของหลิวซิงทันใดนั้นแสงสีทองเจิดจ้าลำแสงสีทองเคลื่อนเข้าสู่ร่างกายของชายหนุ่มทันที
“นะ นนนี่ปู่ทำอะไรกับผม!”
“อ๊าา ปปป ปู่ตายแล้วปู่เป็ผีสินะ ออย่ามาหลอกผมเลยนะๆๆ ผมไม่ได้ตั้งใจจะชนจริงๆ” เมื่อได้ยินชายแก่พูดแบบไม่ขยับปากและเป็เสียงส่งผ่านจิตให้เขาได้ยิน แสงสีทองประหลาดและไหลเข้ามาในตัวของเขา รวมเข้ากับเหตุการณ์ที่จู่ๆรถเวสป้าฝืนหลักกฏของฟิสิกตีลังกาแบบนั้นเขาก็พอเข้าใจได้ทันทีว่าชายคนนี้ต้องเป็ผีแน่ๆ วันนี้เขาเจอผีตัวเป็ๆเข้าให้แล้ว
หลิวซิงตื่นใวิ่งไปที่รถอย่างรวดเร็ว ิญญานักซิ่งสิงเข้าร่างอีกครั้งพลางติดเกียร์เครื่องยนต์เวสป้าออกทะยานด้วยความเร็วสุดแสน
ชายแก่ถอยหายใจส่ายหัวและพูดกับตัวเอง “ เฮ้อ ไม่มีเวลาแล้วชีวิตข้าต้องดับสูญ นี่ข้าคิดถูกไหมนะที่ส่งมอบพลังให้กับมัน” ชายแก่หันหน้าไปยังทิศทางที่หลิวซิงขับรถหนีไป เขาพึมพำบางอย่างเบาๆ มือและแขนขยับราวกับร่ายเวทย์มนต์
“เวลาของข้าเหลือไม่มากแล้ว ไม่มีทางเลือกแล้ว ขอให้เ้าโชคดี” ชายแก่ กระอักเืออกมาและดวงตาก็ปิดลง ร่างกายก็ค่อยๆจางหายไปอย่างช้าๆ
หลิวซิง ขับรถอยู่จู่ก็ต้องเบิกตากว้างอีกครั้ง และครั้งนี้เขาก็เบครไม่ทันอีกเช่นกัน มีหลุมดำราวกับประตูมิติอยู่ข้างหน้าดักทางเขาไว้ และในเวลาเดียวกันเขาก็รู้สึกร้อนๆในร่างกายแสงสีทองส่องออกมาตามร่างกายไปวิ่งแล่นไปทั่วร่างตามเส้นเื เส้นลมปราณ ก่อนแสงจะหดหายไปรวมกันที่ท้องน้อยในแถวตันเถียน
สติเริ่มเลือนลางเขาเเทบไม่มีแรงกำเบรคหรือประคองรถไม่ให้เข้าไปในหลุมดำข้างหน้า ในที่สุดเขาก็หมดสติไปพร้อมกับรถหายเข้าไปในหลุมดำ
ราวกับเข้าสู่ห้วงนิทราเหมือนได้นอนหลับไปเพียงชั่วข้ามคืน
แสงแดดอุ่นๆลอดผ่านป่าทึบส่องผ่านต้นไม้น้อยใหญ่ ทั่วทั้งบริเวณมีเศษซากกิ่งไม้ใบไม้ทับถมกัน ป่าทึบไกล้ริมเหว หลิวซิง นอนหมดสติอยู่ ลืมตาขึ้นมาชายหนุ่มค่อยๆลุกขึ้นยืนมองไปบริเวณรอบๆตัวเอง และมองดูมือ เท้า ตัวเองเขาใกับสิ่งที่เกิดขึ้น มันเล็กลง ดูเยาว์วัยขึ้น ตัวเล็กลง
“ ไม่เป็ไปไม่ได้ ฝันอยู่ใช่ไหม นี่ต้องเป็ความฝันแน่ๆ” เขาลองกัดลิ้นตัวเองและยังััได้กับความเจ็บ
“ไม่ ไม่ใช่ฝัน ตัวเรารู้สึกเจ็บจริง” หลิวซิงนึกถึงเหตุการณ์ล่าสุดและคิดแล้วคิดอีกว่าไม่ได้ฝันไปหรือไปดื่มเหล้าเมายาที่ไหนและมีคนเอาเขามาปล่อยในเกาะร้างหรือไม่ ซึ่งมันก็ไม่มีความทรงจำแบบนั้น เขาเริ่มสำรวจตัวเองอีกครั้ง
“เสื้อผ้าก็ดูใหญ่เหมือนเดิมแต่เป็ตัวเราเองที่เล็งลง เราขับรถหนีผีตาแก่จากนั้นก็หลุมดำประหลาดนั่น จู่ๆร่างกายก็รู้สึกเ็ปทรมานอย่ามาก แล้วก็หายใจไม่ออก หลุมดำนั้นหรือว่ามันคือประตูมิติเชื่อมผ่านทางไกล”
อึก.. เสียงกลืนน้ำลาย เขาสับสนและคิดบางอย่างจากหนังสือการ์ตูนหรือไม่ก็นิยายที่เคยอ่าน “หลุมอย่าบอกนะว่าคือประตูมิติ!!” เมื่อคิดได้เช่นนี้เขาดูหน้าซีดเซียวลงไปมากขาแข้งอ่อนแรงทันที
นานกว่าที่เขาจะตั้งสติได้อีกครั้งและมองไปรอบๆ
ค่อยๆมองสำรวจตัวเอง ที่กำลังสวมใส่อยู่ เป็กางเกงยีนส์สีดำเข็มขัดหนังสีขาว เสื้อยืดแขนยาวสีดำ สวม นาฬิกาข้อมือ H-shock ดำทองกันน้ำลึก15 เมตร มีสมาร์ทโฟนEphone5 ในกระเป๋าคาดเอวด้านหน้ามีธนบัตรเงินกับเหียญเงินและแว่นกันแดด กับที่ชาจร์แบทเตอรี่แสงอาทิตย์แบบพกพา ด้านข้างเอวมีช่องเสียบมีดมี มีดทำครัว 2เล่ม เสียบอยู่ด้านขวา ส่วนร้องเท้าหนังแผ่นรองผืนเท้าพังจากการครูดเบครบนถนน
ชายหนุ่มถอดเสื้อกางเกงออกมาตัดแขนขาส่วนเกินของเสื้อผ้าออกให้ได้สัดส่วนที่พอเหมาะกับรูปร่างตัวเองหลังจากสวมใส่แล้วก็ได้เจาะรูเพิ่มที่เข็มขัดหนังเพิ่มเติมอีกด้วย หลิวซิง หยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมา เปิดกล้องหน้าส่องดูตัวเอง พบว่าหน้าตา กลับไปเป็เหมือนตอนอายุ 15 ปี เขาคิดในใจว่าหน้าตาเยาว์วัยอันหล่อเหลากลับมาอีกครั้งก็ดีเหมือนกัน
หลิวซิง มองดูนาฬิกาเป็เวลา 10:30 เขาเปิดแอพเข็มทิศขึ้นมา เปรียบเทียบกับมุมของดวงอาทิตย์ที่ขึ้นอยู่ ตอนนี้ 10:30 อาจเป็เวลาที่แท้จริงสำหรับโลกนี้ก็เป็ไปได้ หลิวซิงหากิ่งไม้แถวๆนั้นโยนเสี่ยงทางทิศทาง เขาได้ตัดสินใจเดินหน้าไปยังทิศเหนือ
เขาจูงเวสป้าสุดรักไปด้วยระหว่างทางเวลาท้องหิวก็ได้เก็บผลไม้ป่าที่ดูคุ้นตาเหมือนกับโลกเดิมของเขาและอดไม่ได้ที่ละลิ้มลองดู เขาเลือกที่จะไม่ใช้รถในป่ามันจะลำบากมากหากใช้รถเวสป้าในการลุยผืนป่าที่เฉอะแฉะมีในไม้ชื้นๆและกิ่งไม้อยู่เต็มพื้นแบบนี้
เวลาผ่านไปตะวันเริ่มจะลับขอบฟ้า หลิวซิง ก็เริ่มที่จะเดินต่อไม่ไหวเพราะาแจาก กิ่งไม้เสี้ยนหนามแทงบาดเท้าของเขา จากนั้นก็ได้ยินเสียงฝีเท้าดังและค่อยๆมาไกล้ๆขึ้นเรื่อยๆและมาปรากฏตรงหน้าเขา
เสียงคำรามดัง โฮกกกกก !
เป็สิ่งมีชีวิต สูง สองเมตรมีขนดกหนามีเขี้ยวแหลมคม เมื่อมันยืนขึ้นสองขาก็จะสูงราวๆ สามเมตร มันดมตามกลิ่นเืจากเท้าของหลิวซิงมา
มันพุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็วมันเงื้อมือที่จะตะปบเข้ามา หลิวซิงใจสั่นสะท้านหน้าซีดขาว เขาเรียกสติกลับคืนมาอย่างรวดเร็วแล้วเบี่ยงตัวหลบแต่ด้วยความเร็วและความแรงของของมัน เขาไม่อาจหลบมันพ้นและได้ปลิวอย่างแรงจนกระแทกเข้ากับต้นไม้
“อ๊าาา”
หลิวซิง ร้องออกมาด้วยความเ็ป ชายหนุ่มไม่เคยได้รับความเ็ปเช่นนี้มาก่อน ทำให้ตอนนี้เขาเ็ปเป็อย่างมาก
เขามองดูแขนซ้ายของตัวเองบิดงอจนผิดรูป เขาคิดได้ว่าคงไม่รอดจากหมีสีดำร่างยักนี้เป็แน่ เขาดึงมีดออกมากำไว้จนแน่น จู่ๆก็มีความคิดแว่บเข้ามาในหัวว่า นั่น หมี มันคือหมีต้องแกล้งตายถ้าเจอหมี แต่ก็ไม่อาจใช้ได้กับหมีบางประเภท “ทำยังไงดีทำไงดี โอกาศ 50:50”
เขาตัดสินใจล้มคว่ำหน้านอนลงและหายใจอย่างช้าๆ หมีดำร่างั์ก็เดินเข้ามา
มันได้ใช้มือฟาดลงไปอีกครั้งจนร่างของหลิวซิงลอยไปกระแทกเข้ากับต้นไม้อีกครั้ง มีเสียงดัง กร๊อบ ของกระดูก
ซึ่งเป็เสียงกระดูกซี่โครงของเขานั่นเอง แต่ครั้งนี้เขาไม่ได้ร้องออกมาแต่อย่างใดจำต้องฝืนอดทนไว้เพราะต้องแกล้งตาย หมีดำไม่ได้ยินเสียงร้องของเขาครั้งนี้มันคิดว่าตายแล้ว มันเอาเศษใบไม้มากลบร่างของเขาไว้เพื่อที่จะซ่อนจากสัตว์อื่นๆมาพบเห็น เพราะว่ามันอิ่มอยู่จึงเก็บเอาไว้เป็อาหารมื้อต่อไป
จบตอน
ปล.โชคดีที่หมีมันอิ่มอยู่ ใครเจอหมีดำอย่าแกล้งตายเชียวล่ะ