"ฉินเทียนสิ่งหนึ่งที่ต้องเ้ารู้ไว้นะ มันเป็สิ่งที่สำคัญที่สุดเลย หลังจากเ้าออกจากศาลเทพ์ไปเ้าต้องรีบพยายามทำสิ่งนี้ให้สำเร็จเร็วที่สุด"
"ท่านกำลังจะบอกอะไรข้ารึท่านเซียนซุน" ฉินเทียนใคร่รู้นั่นเพราะสีหน้าของเซียนซุนดูเหมือนจริงจังกับเื่นี้ยิ่ง ซึ่งมันดูไม่เหมือนนิสัยของเซียนซุนผู้นี้เลย
"สิ่งนี้คือหน้าที่ของเ้าของศาลเทพ์ทุกคน เมื่อเ้าออกไปเ้าต้องพยายามยกระดับศาลเทพ์ให้เร็วที่สุด ศาลเทพ์นั้นมี 9 ระดับ ตอนนี้เริ่มต้นคือระดับต่ำสุด แต่แม้มันจะเป็ระดับต่ำสุดมันก็มอบความสามารถพิเศษและประโยชน์ให้เ้าได้อย่างมากมาย ที่ข้าพูดจริงไหมฉินเทียน"
ฉินเทียนพยักหน้า ตัวมันรู้ได้ว่าศาลเทพ์นั้นมีประโยชน์ต่อตัวมันจริงๆ เพียงแค่กดดูเล่นๆ คร่าวๆ ก็ราวกับมีลูกเล่นมากมายให้ใช้ไม่หมดไม่สิ้น ยังไม่ต้องพูดถึงความสามารถพิเศษที่ใช้มองย้อนกลับไปดูอดีตของผู้อื่นได้ เพียงแค่การได้เสี่ยงเซียมซีกับศาลเทพ์ก็นับว่าเย้ยฟ้าท้าดินไม่น้อยแล้ว หากไม่นับว่าเซียมซีเหล่านี้มีข้อเสียบ้างก็ตาม หากแต่เพียงแค่ฉินเทียนเสี่ยงเซียมซีครั้งแรก สิ่งที่ตัวมันได้รับ ตัวฉินเทียนรู้ดีว่านี้มันอัศจรรย์เพียงไร
"เพราะแบบนี้ฉินเทียน เมื่อเ้าออกไป นอกจากแต้มบุญที่เ้าต้องหาแล้วจำนวนผู้ศรัทธาในตัวเ้าคือสิ่งจำเป็ สิ่งนี้คืออีกสิ่งที่เ้าต้องรีบรวบรวมให้ได้มากที่สุด เพราะมันคือสิ่งที่ใช้ในการยกระดับศาลเทพ์"
เซียนซุนผายมือทีหนึ่ง หน้าจอด้านหน้าของฉินเทียนก็เปลี่ยนไป มันมีข้อกำหนดต่างๆ ระบุอยู่มากมายยิ่ง
ศาลเทพ์ 9 ชั้นฟ้า
ศาลเทพ์ระดับ 1 : หมอกเมฆา์สีจางขาวขุ่น ภายในศาลเทพ์ฝึกฝนเร็วกว่าปกติ 8 เท่า
ศาลเทพ์ระดับ 2 : หมอกเมฆา์สีขาวกระจ่าง [้าผู้ศรัทธา 1,000,000 คน] ภายในศาลเทพ์ฝึกฝนเร็วกว่าปกติ 32 เท่า
ศาลเทพ์ระดับ 3 : หมอกเมฆา์สีเหลืองนวล [้าผู้ศรัทธา 1,000 ล้านคน] ภายในศาลเทพ์ฝึกฝนเร็วกว่าปกติ 128 เท่า
ศาลเทพ์ระดับ 4 : หมอกเมฆา์สีฟ้าอ่อน [้าผู้ศรัทธา 100,000 ล้านคน] ภายในศาลเทพ์ฝึกฝนเร็วกว่าปกติ 512 เท่า
ศาลเทพ์ระดับ 5 : หมอกเมฆา์สีม่วงแซม [้าผู้ศรัทธา 10 ล้านล้านคน] ภายในศาลเทพ์ฝึกฝนเร็วกว่าปกติ 2048 เท่า
ศาลเทพ์ระดับ 6 : หมอกเมฆา์สีประกายเงิน [้าผู้ศรัทธา 10,000 ล้านล้านคน] ภายในศาลเทพ์ฝึกฝนเร็วกว่าปกติ 8192 เท่า
ศาลเทพ์ระดับ 7 : หมอกเมฆา์สีทองขาว [้าผู้ศรัทธา 1 ล้านล้านล้านคน] ภายในศาลเทพ์ฝึกฝนเร็วกว่าปกติ 32,768 เท่า
ศาลเทพ์ระดับ 8 : หมอกเมฆา์สีทองอร่าม [้าผู้ศรัทธา 1 ล้านล้านล้านล้านคน] ภายในศาลเทพ์ฝึกฝนเร็วกว่าปกติ 131,072เท่า
ศาลเทพ์ระดับ 9 : หมอกเมฆา์สีชั้นฟ้ารัตน 7 สี [้าผู้ศรัทธาจำนวนไม่ระบุ มีเงื่อนไขเฉพาะบางอย่าง] ภายในศาลเทพ์ฝึกฝนเร็วกว่าปกติ 5,242,880 เท่า
ฉินเทียนเห็นจำนวนผู้ศรัทธาแล้วกลืนน้ำลายหลายอึกทันที เพราะจำนวนเหล่านี้ดูไม่น้อยเลยสำหรับตัวมัน แม้แต่เพียงระดับหนึ่งไประดับสองก็ต้องใช้จำนวนผู้ศรัทธาถึงหนึ่งล้านคน หากแต่คำอธิบายด้านหลังของศาลเทพ์ก็สร้างความสนใจให้ฉินเทียนอย่างยิ่ง
มันคือความเร็วในการฝึกฝน ที่เร็วกว่าปกติ 8 เท่า ไม่ต้องพูดถึงระดับสูงสุด เพียงแค่ระดับศาลเทพ์ระดับ 1 ก็ทำให้ตัวฉินเทียนฝึกฝนได้เร็วกว่าปกติ 8 เท่าแล้วฉินเทียนไม่อยากนึกคิดถึงสิ่งนี้เลย จากระยะเวลาฝึกฝน 8 ปี กลับใช้เวลาเพียงแค่ปีเดียว
แต่อนิจจา พอฉินเทียนคิดถึงเื่การฝึกฝน ตัวมันก็นึกได้ถึงว่าตัวมันเองมีหนึ่งชีพจริญญาชำรุด ต่อให้ฝึกเร็วกว่าปกติหลายเท่า มันก็คงทำให้ตัวมันไม่ได้ประโยชน์อะไรเท่าไหร่ เพราะเพียงการฝึกฝนระดับตราสัญญาลักษณ์สีขาวจางหนึ่งจุดแต้ม ตัวมันยังใช้เวลาเกือบๆ สิบปีฝึกฝน ทั้งๆ ที่ผู้อื่นๆ ใช้เวลาฝึกฝนเพียงแค่ปีเดียว
เซียนซุนราวกับรู้ว่าฉินเทียนคิดอะไร เซียนซุนเดินมาตบหลังฉินเทียนดัง!!!แบะๆๆ พร้อมกล่าวว่าถึงสิ่งที่ฉินเทียนกำลังคิดอยู่ "ฉินเทียนเ้าจะต้องกังวลเื่ชีพจริญญาทำไม มิใช่ว่าเ้ามีศาลเทพ์หรอกรึ"
"...ท่านเซียนซุนหรือท่านกำลังจะบอกข้าว่า"
ฉินเทียนยังไม่ทันกล่าวจบ ด้านหน้าของตัวมันก็มีตัวเลือกมากมายปรากฏ และทั้งหมดทั้งมวลก็มีแต่คำว่า เส้นชีพจริญญา มันมีั้แ่หนึ่งเส้นชีพจริญญาจนถึงสิบสองเส้นชีพจริญญา นอกจากนั้นด้านหลังยังมีแบ่งประเภทชนิดชีพจริญญาอีกมากมาย นับเป็แสนๆ ตัวเลือก ฉินเทียนมองไปก็เริ่มตาลาย
"ท่านเซียนซุนนี่คือ"
"หุหุ เ้ายังไม่รู้อีกรึ เ้าสามารถยกระดับชีพจริญญาของเ้าได้ผ่านแต้มบุญ อย่าว่าแต่เ้าเลย แม้แต่คนอื่นๆ ที่เ้า้าก็สามารถทำได้ เพียงแต่มีข้อแม้ สิ่งต่างๆ ในศาลเทพ์ หากเ้าใช้แต้มบุญแลกเปลี่ยนเพื่อตัวเ้าเองจำนวนที่ใช้ย่อมเป็ตามที่ระบุ หากแต่ถ้าเ้าปรารถนาจะใช้แต้มบุญเพื่อคนอื่นเช่นนั้นการยกระดับชีพจริญญา เ้าต้องใช้แต้มบุญมากกว่าปกติ 10 เท่า"
ฉินเทียนมองไปที่ระดับชีพจริญญาต่างๆ
หนึ่งชีพจริญญา ราคาแต้มบุญที่ต้องใช้ทั่วไปอยู่ที่ประมาณ 10 - 50 แต้มบุญ
สองชีพจริญญา ราคาแต้มบุญที่ต้องใช้อยู่ที่ 500 - 3000 แต้มบุญ
สามชีพจริญญา ราคาแต้มบุญที่ต้องใช้อยู่ที่ 1000 - 25000 แต้มบุญ
.
.
.
จนกระทั่งถึงสิบสองชีพจริญญา จำนวนแต้มบุญที่ใช้ฉินเทียนแทบจะไม่อยากมอง นับเลขศูนย์แทบนับไม่ถูก เล่นเอาตาลายเลยทีเดียว
ฉินเทียนสับสนเื่ชีพจริญญาไยมันจึงมีตัวเลือกมากมายเช่นนี้ ตามที่ฉินเทียนรู้ในโลกของตัวมันนั้นมีเส้นชีพจริญญาสูงสุดเพียงเก้าเส้นเท่านั้น แต่ ณ ที่ตรงนี้กลับมีตัวเลือกชีพจริญญามากมายเหลือเกิน มันมีให้เลือกสรรมากนัก จนแม้แต่ฉินเทียนเองก็ยังไม่รู้เลยว่าตัวมันเองจะเลือกเส้นชีพจริญญาอย่างไร แม้ด้านล่างตัวเลือกเ่าั้จะมีปุ่มกดให้เลือกอ่านคำอธิบายเพิ่มเติมได้
ตัวมันจึงมองจ้องไปที่เซียนซุนทันที
เซียนซุนราวกับว่ารู้ความปรารถนาของฉินเทียน เซียนซุนจึงหัวเราะหุหุเบาๆ ก่อนจะเริ่มอธิบายทันที "เด็กน้อยหน่อเด็กน้อย ความรู้ของเ้าในโลกของผู้ฝึกฝนและการบ่มเพาะนี้ช่างเล็กน้อยยิ่งนัก และความรู้ในดาราดวงนี้ก็เช่นกัน มันไม่สมบูรณ์เลยแม้แต่น้อย แต่ก็คงจะกล่าวอะไรมากไม่ได้ดาราดวงนี้พึงถือกำเนิดผ่านวันเวลาเพียงหลักไม่กี่แสนปี ผู้คนและการฝึกฝนมาได้ถึงระดับนี้ก็นับว่าเหมาะสม ส่วนเื่ชีพจริญญาก็ดังที่เ้าเห็น ความจริงมันไม่ได้มีเพียงเก้าชีพจริญญา หากแต่จำนวนสูงสุดคือสิบสอง จำนวนชีพจรยิ่งมากเท่าไหร่ก็ยิ่งดี ยิ่งมากก็แปลว่ายิ่งหายาก"
"แต่จำนวนเส้นชีพจริญญานั้นก็หาได้ว่าดีที่สุดไม่ มันยังมีเื่ของคุณสมบัติของชีพจริญญาต่างๆ อีก ซึ่งเื่นี้ คนบนดาราแห่งนี้นับว่ารู้น้อยนิดเต็มที และเื่คุณสมบัติของชีพจริญญานั้นก็สำคัญยิ่ง ไม่ใช่สิ่งที่ควรจะมองข้ามได้โดยง่ายด้วยนะฉินเทียน มาตรว่าหากผู้ใดได้ฝึกฝนวิชาที่เหมาะสมกับเส้นชีพจริญญาของตัวเอง มันจะสามารถปลุกความสามารถพิเศษของชีพจริญญานั้นๆ ได้อย่างรวดเร็วนอกจากนั้นการฝึกวิชาวรยุทธ์และอิทธิฤทธิ์ต่างๆ ก็จะเป็ไปด้วยความรวดเร็วและได้ผลดีมากกว่าผู้อื่นหลายเท่าตัวนัก"
"นอกจากนั้นสิ่งที่สำคัญที่สุดคือพวกมันจะไม่อายุสั้น หุหุ"
พอกล่าวมาถึงคำว่าอายุสั้นฉินเทียนก็แปลกใจทันที ราวกับว่าคำคำนี้เซียนซุนนั้นเน้นเป็พิเศษ
เซียนซุนมองหน้าฉินเทียน รู้ว่าฉินเทียนในเริ่มสนใจสิ่งที่ตัวเองพูดแล้ว เซียนซุนลูบเคราตัวเองสองสามทีก่อนจะชี้แจงแถลงไขต่อ "ที่ว่าอายุขัยสั้นนั้นเป็เพราะผู้คนบนดาราแห่งนี้ไม่รู้เลยว่าแท้จริงแล้วในการฝึกฝน เมื่อตนยกระดับตราสัญญาลักษณ์แต่ละขั้นนั้นจะได้รับอายุเพิ่มขึ้นเท่าไร และระยะเวลาบ่มเพาะปกตินั้นคือเท่าไร"
เซียนซุนผายมือ ด้านหน้าฉินเทียนก็มีหน้าจอแสดงข้อมูลบางอย่างขึ้นมา มันเขียนว่าระดับการฝึกฝนทั่วไปของเหล่าเทพเซียน โดยไม่ใช้ตัวช่วย
[เดินดิน 3 ระดับ]
- ตราสัญญาลักษณ์ิญญาสีขาวจางมิคมชัดมี 5 ขั้น ระยะเวลาฝึกฝน 1 ปี ต่อหนึ่งขั้น / อายุขัยผู้บำเพ็ญเท่าคนธรรมดา
- ตราสัญญาลักษณ์ิญญาสีขาวเข้มมี 5 ขั้น ระยะเวลาฝึกฝน 6 ปี ต่อหนึ่งขั้น / อายุขัยผู้บำเพ็ญ โดยประมาณ 100 ปี
- ตราสัญญาลักษณ์ิญญาสีเหลืองอ่อนมี 5 ขั้น ระยะเวลาฝึกฝน 12 ปี ต่อหนึ่งขั้น / อายุขัยผู้บำเพ็ญ โดยประมาณ 120 ปี
[ท่องนภา 5 ระดับ]
- ตราสัญญาลักษณ์ิญญาสีเหลืองเข้มมี 5 ขั้น ระยะเวลาฝึกฝน 60 ปี ต่อหนึ่งขั้น / อายุขัยผู้บำเพ็ญ โดยประมาณ 300 ปี
- ตราสัญญาลักษณ์ิญญาสีส้มอ่อนมี 5 ขั้น ระยะเวลาฝึกฝน 120 ปี ต่อหนึ่งขั้น / อายุขัยผู้บำเพ็ญ โดยประมาณ 600 ปี
- ตราสัญญาลักษณ์ิญญาสีส้มเข้มมี 5 ขั้น ระยะเวลาฝึกฝน 600 ปี ต่อหนึ่งขั้น / อายุขัยผู้บำเพ็ญ โดยประมาณ 3000 ปี
- ตราสัญญาลักษณ์ิญญาสีแดงมี 5 ขั้น ระยะเวลาฝึกฝน 1200 ปี ต่อหนึ่งขั้น / อายุขัยผู้บำเพ็ญ โดยประมาณ 6000 ปี
- ตราสัญญาลักษณ์ิญญาสีแดงเข้มมี 5 ขั้น ระยะเวลาฝึกฝน 6000 ปี ต่อหนึ่งขั้น / อายุขัยผู้บำเพ็ญ โดยประมาณ 12000 ปี
[แสวงมรรค 3 ระดับ]
มีสีม่วง น้ำเงินและสีดำ ระดับสูงกว่านี้ยังไม่เปิดเผยกรุณาอัปเกรดศาลเทพ์...
จากข้อมูลเหล่านี้ฉินเทียนก็ถึงกับทั้งอึ้งและใ ทั้งจำนวนอายุและเวลาในการฝึกฝนมันช่างยาวนานไม่น้อยเลย แต่หากฝึกฝนสำเร็จอายุที่ได้ก็ช่างมากมาย เช่นผู้ใดฝึกฝนบ่มเพาะถึงตราสัญญาลักษณ์ิญญาสีแดง คาดหมายได้ว่ามีอายุถึงหกพันปีได้
แต่จากข้อมูลนี้ฉินเทียนก็พบ เหล่าผู้ฝึกฝนต่างใช้เวลากว่าครึ่ง ไปจนถึงทั้งหมดของชีวิตไปกับการบ่มเพาะฝึกฝน มาตรว่ามีอายุหมื่นปี หรือแม้แต่สามสี่หมื่นปีก็ยังไม่พอกับการบ่มเพาะในระดับสูงสิ่งนี่ดูน่าประหลาดใจยิ่ง
นอกจากนั้นในตอนนี้ฉินเทียนก็ได้รู้แล้วว่า หลังจากตราสัญญาลักษณ์ิญญาสีแดงแล้วก็ยังมี สีม่วง น้ำเงินและสีดำอยู่อีก นับว่าโลกแห่งการฝึกฝนนี้ช่างใหญ่โตกว่าที่ฉินเทียนคิดไปมากมายนักจริงๆ
ในขณะที่ฉินเทียนกำลังตกตะลึงอยู่นั้น เซียนซุนก็พูดบางอย่างขึ้นทำให้ฉินเทียนใยิ่งกว่าเดิม
"ฉินเทียนสิ่งที่เ้าคิดนั้นง่ายเกินไป เ้าคิดว่าทุกคนนั้นฝึกฝนบ่มเพราะใช้เวลาครึ่งหนึ่งของชีวิต แล้วมีเวลาอีกครึ่งหนึ่งให้ใช้อย่างอิสระงั้นรึ หุหุ ความจริงนั้นโหดร้ายเสียยิ่งกว่านั้นอีกมากนัก หากความคิดของเ้าเป็จริงนั้นดาราดวงนี้ เ้าคงเห็นเหล่าผู้ฝึกตนมีตราสัญญาลักษณ์ิญญาเดินกันไปมาให้ควักไขว้แล้ว"
สิ่งที่เซียนซุนพูดทำให้ฉินเทียนราวกับคิดอะไรบางอย่างออก และมันก็เป็อย่างที่เซียนซุนกล่าวจริงๆ ในทวีปเล็กของฉินเทียนตัวตนของตราสัญญาลักษณ์ิญญาสีแดงราวกับเป็ตัวตนระดับตำนาน แข็งแกร่งสุดหยั่ง คนธรรมดาแทบจะไม่มีโอกาสได้เห็นตัวบุคคลที่สูงส่งเช่นนี้ นั่นแปลว่ามีอะไรบางอย่างที่ทำให้ผู้คนมากมายไม่สามารถก้าวสู่ตราสัญญาลักษณ์ิญญาสีแดงได้สำเร็จ และอย่าว่าแต่ตราสัญญาลักษณ์ิญญาสีแดงเลย แม้แต่ตราสัญญาลักษณ์ิญญาระดับต่ำๆ หากแต่ในโลกผู้ฝึกตนก็มีไม่น้อยที่ติดอยู่ระดับเพียงสีเหลืองอ่อน สีเหลืองเข้มและไม่อาจจะก้าวไปสู่ระดับสูงกว่านั้นได้ตลอดชีวิต
หุหุ เซียนซุนหัวเราะอย่างอารมย์ดี "ใช่แล้วฉินเทียนเป็อย่างที่เ้าคิด มันมีสิ่งที่ขว้างกั้นและทำให้ผู้คนไปไม่ถึงตราสัญญาลักษณ์ิญญาในระดับที่สูงขึ้นไปได้โดยง่าย สิ่งหนึ่งในนั้นก็คือเื่ของเส้นชีพจริญญา ผู้คนในโลกใบนี้ทั่วไปรู้ว่าชีพจริญญานั้นมีหลายเส้น ยิ่งเยอะก็ยิ่งดีทำให้ฝึกฝนบ่มเพราะสำเร็จได้โดยง่าย แต่ไม่มีผู้ใดรู้ว่าชีพจริญญาก็มีธาตุและลักษณะเฉพาะที่ต้องฝึกฝนให้เหมาะสม"
"ฉินเทียนถ้าเ้ามีสามชีพจริญญา ธาตุดิน ลักษณะพิเศษเต่า วิชาที่เ้าฝึกฝนควรเป็วิชาธาตุดิน หากเ้าฝึกธาตุอื่นเ้าจะใช้เวลาฝึกฝนมากขึ้น นอกจากนั้นพอฝึกฝนสำเร็จ อายุขัยที่ได้ก็น้อยลง ต่อมาก็ลักษณะพิเศษนามของเต่าย่อมโดดเด่นเื่ป้องกัน ในการฝึกฝนอิทธิฤทธิ์นั้นเ้าต้องพยายามหาโลหิตและวัตถุดิบที่เหมาะสมแก่ลักษณะพิเศษของเต่ามาเร่งเร้าให้ความสามารถของเต่านั้นตื่นขึ้นด้วย หากทำสำเร็จการฝึกฝนของเ้าจะเร็วขึ้นอีก หากไม่สำเร็จอายุขัยก็จะน้อยลงไปอีกหลายส่วนเช่นกัน"
"นอกจากเื่ของเส้นชีพจริญญาแล้ววิชาที่เลือกฝึกก็เช่นกัน วิชาแบ่งออกเป็ 5 ระดับ 5 ขั้น เดินดิน ท่องนภา ท่องดารา จ้าวจักรวาล จักรพรรดิฟ้าาา์ หรือจะเรียกเป็วิชาพื้นฐาน ล่าง กลาง สูง อัศจรรย์ก็ได้ วิชาเหล่านี้บ่งบอกว่าผู้ฝึกฝนนั้นสามารถก้าวไปสูงสุดได้ถึงระดับไหน หากเ้าฝึกวิชาเดินดิน หากปรารถนาจะโบยบินบนท้องฟ้าก็ตัดไปได้เลย และก็เช่นกันหากเ้าฝึกวิชาระดับท่องนภา หากจะก้าวสู่ห้วงดาราเขตแดนอวกาศก็ตัดไปได้เช่นกัน ดังนั้นวิชาที่เลือกฝึกฝนจึงสำคัญเช่นกัน ในโลกใบนี้แม้จะมีอารยธรรมโบราณอยู่มากมาย หากแต่ข้าเกรงว่าขอบเขตสูงสุดของดินแดนนี้จะอยู่ที่แค่ขอบเขตท่องดารา และในแสนปีนี้ ให้ข้าพูดตรงๆ บนดาราแห่งนี้มีผู้สำเร็จขั้นท่องดาราเพียงแค่ห้าคนเท่านั้น และไม่นับว่าตกตายไปแล้ว 2 คน ปัจจุบันมีเพียง 3 คนที่อยู่ในระดับท่องดารา"
ฉินเทียนได้ฟังเซียนซุนเล่าก็ตื่นเต้นราวกับกำลังได้รับความรู้เื่ที่ไม่คาดคิด และไม่อาจจะรับรู้ได้จากที่ใดๆ มันช่างน่าตื่นเต้นและน่าแปลกใจน้อย
ฉินเทียนพึมพำกับตัวเองในใจเบาๆ 'ท่องนภา ท่องดารา จ้าวจักรวาลและยังจักรพรรดิฟ้าาา์อีก!!!'