Dead Area: ล่าข้ามเขตอันตราย
บทนำ
พันธกร สะดุ้งตื่นขึ้นมาจากเตียงนอนเก่าๆ ภายในห้องเล็กๆ ใจเขาหวาดหวั่นทันทีที่ตื่นนอนขึ้นมา เพราะรู้ดีว่าวันนี้เป็วันศุกร์ของสัปดาห์ และมันจะเป็ ‘วันคัดเลือกเครื่องสังเวย’ สำหรับอาณาเขตที่เขาอยู่ตอนนี้ เป็วันที่เขาไม่อยากจะให้ถึงเลย เขาตื่นนอนขึ้นมาเพราะฝันร้าย พอมองไปที่นาฬิกาที่แขวนบนผนังก็พบว่ามันเพิ่งจะตีสี่เท่านั้นเอง
เขาตัดสินใจไม่นอนต่ออีกแล้ว และเดินไปยังห้องนอนของแม่ที่เป็ห้องเล็กๆ เหมือนกัน เขาลองเคาะประตูห้องของแม่ดู สักพัก แม่ก็เดินมาเปิดประตูห้องนอนของตน
“อ้าว? พัน” แม่เขางุนงงเมื่อเห็นเขา แล้วก็หันไปมองนาฬิกาที่ติดบนผนัง “จะตีสี่เองนี่ลูก มีอะไรเหรอ?”
“แม่จำไม่ได้แล้วเหรอว่าวันนี้วันอะไร?” พันธกรถามแม่ขึ้นมา เขาตัดผมทรงนักเรียนรองทรงสูงสีดำ ตอนนี้อยู่ในชุดนอน ฝ่ายแม่ของเขา พอเขาถามออกมาแบบนั้น เธอก็ถอนหายใจออกมา
“ใครจะไปลืมได้ ว่าวันนี้เป็วันอะไร?” แม่ว่า แล้วก็เข้ามาโอบกอดเขาเอาไว้ในอ้อมแขน “ไม่เป็ไรหรอก พัน ชื่อของพันมีน้อยมาก เพราะพันเพิ่งจะอายุสิบห้าปี ไม่มีทางที่ผู้นำอาณาเขตจะจับมาได้หรอก”
“ผมไม่กลัวที่จะโดนจับหรอก แต่ผมห่วงแม่ที่จะโดนจับมากกว่า พ่อก็จากไปแล้วเพราะออกไปรบกับพวกนั้น” พันธกรโอบกอดแม่ตอบ แม่ของเขาลูบศีรษะของเขาอย่างอ่อนโยน ก่อนจะปลอบใจเขา
“แม่ไม่ถูกจับหรอก ไม่ต้องห่วง” เธอบอกให้เขาสบายใจ แต่นั่นไม่ได้ทำให้เขาสบายใจขึ้นเลยแม้แต่นิด ปีนี้เขาอายุเขาเข้าสิบห้าปีแล้ว มีสิทธิ์ที่จะมีชื่อในกล่อง ‘คัดเลือกเครื่องสังเวย’ แต่แม่ของเขาน่าเป็ห่วงมากกว่า เพราะแม่อายุเยอะแล้ว ต้องมีใบจดรายชื่ออยู่ในกล่องนั้นหลายชื่อแน่นอน ไม่เหมือนเขาที่เพิ่งจะเข้าม.สี่ปีนี้ที่โรงเรียน
“ผมยอมไม่ได้แน่ ถ้าพวกนั้นจับแม่ไปเป็ ‘เครื่องสังเวย’” พันธกรถอนตัวออกจากแม่ของตัวเองก่อนจะบอกอีกครั้ง “พ่อก็จากไปแล้ว ถ้าแม่จากไปอีก ผมจะอยู่กับใคร?”
“ไม่นะ ลูก พันต้องอยู่ยืนหยัดคนเดียวให้ได้” แม่เขาบอกพลางจับแขนทั้งสองข้างของเขาเอาไว้ “พันต้องรู้จักการใช้ชีวิตใน ‘สภาพ’ แบบนี้นะ”
พันธกรถอนหายใจออกมา ก่อนที่แม่จะบอกให้เขากลับไปนอน และเวลาหกโมงเช้าตรง ทุกคนในอาณาเขตจะต้องไปรวมตัวที่ลานว่าง พันธกรนอนไม่หลับจนถึงตีห้าจึงลุกขึ้นมาอาบน้ำ และแต่งตัวด้วยชุดสบายๆ ตอนนั้นเอง แม่เขาก็เตรียมตัวเสร็จแล้วเหมือนกัน ทั้งสองลงมากินข้าวเช้าด้านล่าง ซึ่งเป็ข้าวต้มกับผัดผักเท่านั้น เป็ผักที่แม่เขาปลูกไว้กินเองที่สวนครัวหลังบ้าน ในอาณาเขตเล็กๆ แบบนี้ ของกินก็ไม่ค่อยจะมีมากนัก ฐานะของคนในอาณาเขตไปในทางยากจนกันหมดทั้งสิ้น ทั้งแม่และเขาอาศัยอยู่ในอาณาเขตเล็กๆ แห่งหนึ่งใจกลางกรุงเทพมหานคร เมืองที่เคยเป็เมืองหลวงของประเทศไทย แต่บัดนี้ถูกยึดครองไปเสียแล้ว โดย ‘พวกนั้น’
มันเป็การจู่โจมที่รวดเร็ว รุนแรง และบ้าคลั่ง
สามสิบปีที่แล้ว จู่ๆ ยานอวกาศจากนอกโลกก็บินเข้ามาในโลก กระจายครอบคลุมไปหลายๆ ประเทศ าเกิดขึ้นและจบลงภายในยี่สิบสี่ชั่วโมงเท่านั้น ฝ่ายเอเลี่ยนเป็ฝ่ายชนะ เนื่องจากพวกมันมีอาวุธที่ทันสมัยกว่าทางโลกมาก แม้แต่ชาติมหาอำนาจอย่างสหรัฐอเมริกาก็ยังโดนโจมตีไม่เหลือคราบภายในเวลาสามชั่วโมง และหลังจากนั้น มนุษย์ก็ตกเป็ทาสของพวก ‘เอไอ’ นั่นคือสิ่งที่มนุษย์ปกติเรียกพวกมัน มันย่อมาจากคำว่า Alien Intruder หมายถึงผู้บุกรุกจากนอกโลก พวกเอไอแพร่กระจายกำลังและกองทัพของมันไปทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยด้วย แต่พวกมันก็ยังอนุญาตให้มนุษย์ปกติอยู่ใน ‘อาณาเขต’ ได้ ‘อาณาเขต’ นั้น เหมือนกับเมืองเล็กๆ เมืองหนึ่ง มีขนาดไม่กว้างมากนัก มีทางออกทางเดียว และห้อมล้อมด้วยกำแพงสูงพร้อมกับรั้วที่ติดกระแสไฟฟ้า มนุษย์ต้องอาศัยอยู่ในแต่ละอาณาเขตที่อยู่แยกห่างจากกัน มีอาณาเขตกระจายอยู่มากมายในกรุงเทพฯ อาณาเขตของพันธกรเป็อาณาเขตที่แปด
แต่พวก ‘เอไอ’ ก็ไม่ได้ปราณีอะไรกับพวกเขาขนาดนั้น พวกมันยังคงข่มเหงพวกเขาอยู่ พวกมันอนุญาตให้พวกเขาอยู่ในอาณาเขตเล็กๆ ได้ก็จริง แต่มีข้อแม้ว่า ทุกวันศุกร์ของสัปดาห์ในทุกๆ ปี จะต้องมีการคัดเลือกมนุษย์คนหนึ่ง จะเป็เพศหญิงหรือเพศชายก็ได้ อายุมากกว่าสิบห้าปีขึ้นไป เพื่อนำไปเป็เครื่องสังเวยแก่พวกเอไอ หรือก็คือเอาไปให้พวกมันกินเป็อาหารนั่นเอง ผู้นำอาณาเขตจำเป็ต้องกระทำตามคำสั่งของพวกเอไอ มิเช่นนั้น อาณาเขตของพวกเขาจะถูกลบล้าง โดยมีธรรมเนียมการแบบนี้มามากกว่ายี่สิบปีแล้ว โดยจะมีรายชื่อของคนในอาณาเขตอยู่ในกล่องในลานว่าง และทุกวันศุกร์ของสัปดาห์ ทุกคนจะมารวมกันที่นั่น เพื่อคัดเลือกเครื่องสังเวย
พอถึงเวลาหกโมงเช้า พันธกรก็เดินจับมือออกไปพร้อมกับแม่ของเขา เขาเดินออกมาจากบ้านในตอนเช้าที่พระอาทิตย์ยังไม่ขึ้น แล้วก็เห็นบรรดาเพื่อนบ้านแต่ละคนต่างก็เดินออกมาเหมือนกัน ทุกคนมุ่งหน้าสู่ลานว่าง มารวมตัวกันเข้าแถวที่นี่อย่างเป็ระเบียบ มีเ้าหน้าที่ออกสำรวจภายในบ้านแต่ละหลังด้วยว่ามีคนออกมากันครบหรือเปล่า? เมื่อทุกคนมาเข้าแถว ผู้นำอาณาเขตก็ขึ้นบันไดไปบนเวที ก่อนจะพูดใส่ไมโครโฟนซึ่งอยู่เื้ักล่องใส่รายชื่อเครื่องสังเวยสีเขียวตรงหน้า
“ตามธรรมเนียมของเรา วันนี้จะต้องมีผู้เสียสละเพื่อต่อลมหายใจของเราต่อไปได้” ผู้นำอาณาเขตซึ่งเป็ชายรูปร่างอ้วนกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงไม่ดีเท่าไหร่ “ขอให้์จงเดินทางมารับบุคคลคนนั้นขึ้น์ด้วยทีเถิด”
จากนั้น ผู้นำก็ไม่พูดอะไรอีกแล้ว เขาเดินมาที่ตรงกล่องสีเขียวข้างหน้า ก่อนจะเอามือล้วงเข้าไปในภายในกล่อง ทุกคนที่ยืนเข้าแถวกัน ทั้งชายและหญิงที่อายุครบต่างพากันกลืนน้ำลายลงคอ ไม่มีใครรู้เลยว่าใครจะโดนคัดเลือกเป็เครื่องสังเวยแก่พวกเอไอ พันธกรบีบมือแม่ไว้แน่น ขณะที่ผู้นำอาณาเขตกำลังเลือกจับกระดาษใบรายชื่ออยู่
แล้วผู้นำอาณาเขตก็เลือกมาได้หนึ่งใบ เขากลับขึ้นไปบนเวทีและก็กล่าวประกาศรายชื่อของคนที่ต้องตกเป็เครื่องสังเวยออกมาผ่านไมโครโฟน
“นางวิกานดา สัพพะโยธิน”