ด้วยรู้ว่าหากเขาเค้นถามสาวใช้ต่อ เื่ที่นางใช้ให้ซีเยว่ออกไปซื้อของให้หลิวชิงจะต้องถูกเปิดโปงอย่างแน่ เขายังเห็นแก่หน้านางที่เป็ฮูหยินเอกอยู่ ที่เขาลงมือในวันนี้ ก็เพื่อเตือนนางไม่ได้รังแกซีเยว่เช่นที่ผ่านมาอีกแล้ว
“เื่นี้ น้องจะจัดการให้ท่านพี่เองเ้าค่ะ อย่าได้ทำให้ตนเองเหน็ดเหนื่อยเพิ่มเลย” อู๋ซื่อรู้ได้จากแววตาของเขา ว่าเขากำลังเตือนนางอยู่ ทั้งยังมอบทางลงให้นางอีกด้วย
“ดี ข้าจะรอฟังการจัดการของเ้า”
เว่ยิเขยิบเข้าไปใกล้อู๋ซื่อแล้วกระซิบบอกนางด้วยเสียงอันเบา “เงินรายเดือนของซีเยว่ เ้าก็นำกลับคืนมาจากสาวใช้ของนางให้ครบ ทั้งเื่ข้าวของตลอดหลายปีที่ผ่านมาที่นางควรได้ก็จัดการให้นางเสีย”
อู๋ซื่อสะท้านออกมาด้วยความใ แม้แต่เื่นี้เขาก็รู้ แล้วเื่ที่ผ่านมาที่นางสั่งให้แม่นมสั่งสอนซีเยว่จนเสียนิสัย เขาจะไม่รู้ได้อย่างไร
“จะ เ้าค่ะ” นางก้มหน้าลง เพื่อไม่ให้เขาเห็นใบหน้าที่ซีดขาวของนาง
แววตาที่เกิดจากความไม่ยินยอมของอู๋ซื่อมองตามแผ่นหลังของสามีที่เดินจากไปอย่างโกรธแค้น นางได้แต่สาบานในใจว่านางจะต้องหาทางเอาคืนเื่ในวันนี้ที่ทำให้นางเสียหน้าต่อหน้าสาวใช้อย่างแน่นอน
เว่ยิ เดินไปที่เรือนของซีเยว่ เพื่อดูว่านางอาการเป็เช่นใดบ้าง เมื่อมาถึงก็เห็นว่าแม่นมชุยกำลังนั่งพักอยู่ที่หน้าห้องของซีเยว่
“คุณหนูของเ้าเป็เช่นใดบ้าง”
“นายท่าน เมื่อคืนยังมีไข้สูง แต่วันนี้ดีขึ้นไม่น้อยแล้วเ้าค่ะ ตอนนี้กำลังพักอยู่ด้านใน ให้บ่าวแจ้งว่าท่านมาพบหรือไม่เ้าคะ”
“ไม่ต้อง ข้าจะเข้าไปหานางเอง” เว่ยิเดินเข้าไปด้านใน เขามองหาซีเยว่ที่ต้องนอนพักอยู่บนเตียงแต่ก็ไม่เห็นตัวนาง
“อาเยว่!!!” เขาร้องออกมาเสียงดัง พร้อมทั้งเดินไปสำรวจห้องด้านข้าง ก็ไม่เห็นเงาของนาง
“คะ คุณหนูเป็อันใดเ้าคะ” แม่นมชุยตามเข้ามาอย่างร้อนใจ แต่เมื่อไม่เห็นร่างของซีเยว่ภายในห้อง นางก็ต้องยกมือขึ้นปิดปาก เกือบจะส่งเสียงร้องออกมา
“นางไปที่ใด!!!” เขาร้องถามออกมาด้วยเสียงแข็งกร้าว พาลให้นึกถึงเื่ที่นางมักจะหนีออกไปเที่ยวเล่นขึ้นมา
แต่ตอนนี้นางยังป่วยไม่น้อย แล้วจะออกไปด้านนอกได้อย่างไรโดยที่ไม่มีคนรู้
“คุณหนูไม่ได้ออกไปที่ใดเลยเ้าค่ะ บ่าวเฝ้าอยู่ที่หน้าห้องตลอด เพิ่งจะออกไปหน้าห้องตามคำสั่งของคุณหนูเมื่อครู่นี้เองเ้าค่ะ” แม่นมชุยคุกเข่าเอ่ยออกมาอย่างหวาดกลัว
“เ้าไปเฝ้าที่หน้าห้องไว้ อย่าให้ผู้ใดเข้ามา” หากเป็เช่นที่แม่นมชุยว่า นางไม่มีทางจะหายไปได้อย่างแน่นอน
ในจวนมีองครักษ์เดินตรวจตราอยู่ตลอด หากนางจะออกทางหน้าต่างยิ่งเป็ไปไม่ได้ เมื่อหน้าต่างยังถูกลงกลอนจากด้านในอยู่
เว่ยินั่งลงที่เก้าอี้ข้างเตียงของซีเยว่อย่างครุ่นคิด “คนทั้งคนจะหายไปได้อย่างไร” เขาจะนั่งรอจนกว่าซีเยว่นางจะกลับมา หากนางออกไปเที่ยวเล่นด้านนอกอย่างไรก็ต้องกลับมาที่เรือนอย่างแน่นอน
ซีเยว่ ที่วิ่งสำรวจมุมต่างๆ จนทั่วทั้งห้างสรรพสินค้าของนางแล้ว นางก็คิดจะกลับออกไปด้านนอก ด้วยไม่รู้ว่าผ่านมานานเพียงใดแล้ว และร่างกายที่ยังไม่ฟื้นตัวดี ทำให้นางอยากจะกลับไปนอนพักแล้ว
หากแม่นมชุยเข้ามาดูนาง ภายในห้องแล้วไม่พบตัวนางอาจจะสงสัยนางเอาได้
“กรี๊ดดดดด” เมื่อนางออกมาด้านนอกก็ต้องกรีดร้องออกมาอย่างใ
ด้วยนางโผล่ขึ้นมาอยู่ตรงหน้าของบิดานางพอดี เว่ยิเองก็ใไม่แพ้กัน เพียงแต่เขาร้องไม่ออกก็เท่านั้น เมื่ออยู่ๆ ซีเยว่นางก็โผล่ออกมาจากความว่างเปล่า ราวกับหายตัวไปมาได้เสียอย่างนั้น
“ท่านพ่อ!!!”
“เกิดเื่ใดเ้าคะ” แม่นมชุยร้องถามเสียงดัง นางถูกห้ามไม่ให้เข้ามา จึงไม่กล้าขัดคำสั่ง
“ไม่มี ไม่ต้องเข้ามา” เว่ยิกว่าจะหาเสียงตนเองเจอ แล้วเอ่ยตอบไปก็กินเวลาอยู่นาน จนแม่นมชุยร้อนใจจะเปิดประตูห้องเข้ามาอยู่แล้ว
สองพ่อลูกต่างจ้องมองหน้ากันไปมา เว่ยิอดไม่ได้ที่จะเป็คนเอ่ยถามขึ้นมาก่อน
“อาเยว่ เ้าทำได้อย่างไร” เขาสงสัยไม่น้อยที่นางสามารถหายตัวไปมาได้
“เอ่อ...ท่านพ่อ เอ่อ...หากข้าบอกสิ่งใดท่าน ท่านจะคิดว่าข้าเป็ปีศาจหรือไม่” นางกลัวว่าจะถูกจับไปเผาทั้งเป็
“เ้ามาว่าเถิด” เขายังใไม่หาย แต่ก็อยากจะฟังคำแก้ตัวของนางเสียก่อน
“ที่นี่คงไม่สะดวกพูด ลูกจะพาท่านไปอีกที่เ้าค่ะ” ซีเยว่คว้ามือของเว่ยิมาจับไว้ ก่อนจะพาหายเข้าไปในมิติ
“นะ นี่!!!” เขาเบิกตาจ้องมองหอสูงหน้าตาประหลาดตรงหน้าอย่างไม่เชื่อสายตาของตนเอง
ด้านนอกมิได้ทำมาด้วยไม้เช่นร้านค้าหรือเรือนที่เคยพบเห็น แต่ทำขึ้นมาจากสิ่งใดเขาก็ไม่อาจจะบอกได้ ขนาดของมันสูงใหญ่ไม่น้อย ไหนจะจำนวนชั้นที่มีมากกว่าหอโคมแดงที่สูงถึงสามชั้นในเมืองหลวงเสียอีก
“ที่นี่ เรียกว่ามิติเ้าค่ะ ที่ท่านพ่อเห็นคือร้านค้า เข้าไปดูด้านในดีหรือไม่เ้าคะ” ซีเยว่ดึงมือบิดาของนางให้เดินเข้าไปด้านใน
ตัวเว่ยิยามนี้ราวกับิญญาของเขาหลุดออกจากร่าง ไม่ว่าซีเยว่นางจะพาไปทิศทางใด เขาล้วนแต่ให้นางทำตามอำเภอใจ
“ประหลาดนัก” ข้าวของที่อยู่ด้านในทำให้เว่ยิอุทานออกมา
เขาไม่เคยเห็นสิ่งต่างๆ มาก่อนแม้แต่ชิ้นเดียว เสื้อผ้าที่เห็นจะบอกว่าเหมือนที่ชาวเมืองทั่วไปสวมใส่ก็เห็นจะไม่ถูกหนัก เมื่อเนื้อผ้าที่เขาััมันลื่น นุ่มน่าสวมใส่มากกว่า
ไหนจะรองเท้ารูปร่างแปลกตา แต่พอได้สวมใส่กลับสบายจนไม่อยากจะถอด (รองเท้าผ้าใบ) ซีเยว่ที่พาบิดาสำรวจตามชั้นต่างๆ จนทั่วแล้ว ก็เอ่ยขึ้น
“ท่านพ่อ ท่านอยากรู้สิ่งใดก็ถามลูกเถิดเ้าค่ะ” นางรู้ว่าบิดามีข้อสงสัยอยู่เต็มท้อง แต่้าจะสำรวจให้แล้วเสร็จเสียก่อน ที่จะเอ่ยถามนาง
เว่ยิ มองใบหน้าของบุตรสาวอยู่เนิ่นนานกว่าที่จะเอ่ยออกมาได้
“เ้ามีสิ่งนี้ได้อย่างไร”
“หากลูกบอกท่านว่า ตอนที่ลูกป่วยิญญาของลูกไปพบเทพแห่งการเวียนว่ายกับเทพชะตามาท่านจะเชื่อหรือไม่เ้าคะ” ซีเยว่มองหน้าบิดาของนางอย่างจริงจัง
“เ้าว่าเช่นไรนะ!!!” เขาร้องออกมาอย่างไม่เชื่อ
แม้ว่าท่านหมอที่มาตรวจอาการของนางจะบอกให้เขาเผื่อใจไว้บ้างแล้ว แต่ก็ไม่คิดว่านางถึงกับิญญาหลุดออกจากร่างไปจริงๆ
“ท่านฟังไม่ผิดเ้าค่ะ ลูกเหมือนได้ตายไปแล้ว สิ่งนี้ ท่านเทพชะตามอบให้ลูก ด้วยเห็นว่าลูกอาภัพเื่มารดา ทั้งยังมีชะตากรรมที่เลวร้ายไม่น้อย”
ใบหน้าของซีเยว่หมองลง นางไม่คิดจะโกหกบิดาเช่นนี้ แต่ให้อธิบายเื่ราวทั้งหมดก็เห็นทีจะเป็ไปไม่ได้
จะให้บอกว่าเทพชะตาทำเื่ผิดพลาด เข้าฝันนักเขียนนิยายจนเขียนเื่ราวของนางยุ่งเหยิง บิดาจะได้หาว่านางเสียสติไม่ว่า
“อาเยว่” เว่ยิเอ่ยเรียกบุตรสาวอย่างปวดใจ นางคงถูกรังแกมาไม่น้อย แม้แต่เทพชะตายังเห็นใจนาง
“ลูกยังได้รู้เื่ราวจะเกิดขึ้นต่อจากนี้อีกด้วยเ้าค่ะ ต่อไปลูกจะทำผิดที่เชื่อใจบ่าวชั่วจนถูกวางยาพิษ”
คำพูดที่หลุดออกมาจากปากของซีเยว่ทำให้เว่ยิภายในใจกระตุกขึ้น เช่นนั้นภาพฝันที่เขาเห็นก่อนหน้านี้ ก็เป็สิ่งที่จะเกิดขึ้นจริงในอีกไม่นานข้างหน้า
“เ้าถึงได้ขอให้บิดาเปลี่ยนตัวสาวใช้กับแม่นมจินใช่หรือไม่”
“เ้าค่ะ” นางพยักหน้ารับ พอได้เห็นใบหน้าที่หมองเศร้าของบิดา นางจึงได้เปลี่ยนเื่ทันที
“ท่านพ่อ ของด้านในนี้ หากมีสิ่งใดที่ช่วยเหลือเื่งานของท่านใด ก็บอกกล่าวลูกสักคำ ลูกจะได้นำออกไปให้ท่าน”