นางลงมือหักดอกกุหลาบดอกใหญ่จำนวนหนึ่งที่สวยงามและดูอวบอิ่มสมบูรณ์อย่างรวดเร็วเมื่อเด็ดกลีบออกมาทีละกลีบเรียบร้อย นางก็นำไปล้างให้สะอาดจากนั้นจึงยกเตาขนาดเล็กและหม้อใบเล็กที่แอบนำเข้ามาตั้งเพื่อเคี่ยวน้ำกุหลาบ
กุหลาบมีสรรพคุณบำรุงผิวพรรณให้งดงามอีกทั้งน้ำในมิติยังเปี่ยมด้วยพลังแห่งการรักษานางหวังว่าการรวมกันของสองสิ่งนี้จะช่วยกู้ผิวหน้าขรุขระของนางได้
เมื่อใส่กลีบดอกไม้ที่ล้างสะอาดลงในหม้อเติมน้ำพุ และเคี่ยวด้วยไฟอ่อนจนกลีบดอกซีดจางแล้ว นางก็กรองเอาแค่กากออกเหลือเพียงน้ำสีชมพูใส
นี่คือ‘น้ำกุหลาบ’ ที่แท้จริง!
หลังจากปล่อยให้เย็นสักพักเย่ชิงชิงก็เทน้ำกุหลาบลงในขวดกระเบื้องที่เพิ่งซื้อมาใหม่ขวดนี้ยาวเท่าฝ่ามือผู้ใหญ่ ขวดใหญ่ขนาดนี้คงใช้ได้เป็เดือน
เมื่อถือขวดน้ำกุหลาบที่ปรุงเองไว้เย่ชิงชิงก็ย้ายกายออกจากมิติ นางยังคงนอนในท่าเดิมแต่ในมือกลับมีขวดกระเบื้องหนักอึ้ง เวลาในมิติไหลช้ากว่าข้างนอกมากแม้นางจะวุ่นวายอยู่ข้างในเป็เวลานานแต่เมื่อออกมาก็ยังสามารถงีบหลับได้อีกเล็กน้อย
เวลาบ่ายอ่อนๆเย่ชิงชิงตื่นขึ้นเนื่องจากกลิ่นหอมที่โชยมา นางเดินงัวเงียไปยังลานบ้านขณะนี้นางซูกำลังใช้ตะเกียบพลิกไส้ไก่ไปมา
“ชิงชิง เ้าตื่นแล้วหรือ?” นางซูเห็นบุตรสาวก็ยิ้มมุมปากอย่างอารมณ์ดี
เมื่อเห็นบุตรสาวจ้องมองตาค้างนิ่งงันไม่ไหวติง นางซูก็ส่ายหน้าพลางยิ้มให้นางวางตะเกียบลงแล้วหยิบผ้าเช็ดหน้าสีขาวสะอาดชุบน้ำหมาดๆ เข้ามาเช็ดหน้าให้
เย่ชิงชิงสะดุ้งเล็กน้อยจากััเย็นสบายนางหรี่ตาลง ยังไม่อยากตื่น
“ยังง่วงอยู่หรือ?” นางซูแอบยิ้มเมื่อเห็นบุตรสาวของนางหรี่ตาหยีนางนำผ้าเช็ดหน้าไปซักแล้วผึ่งให้แห้ง พลางกล่าวว่า “ถ้าง่วงก็เดินเล่นไปเรื่อยๆเอาแล้วกัน มิเช่นนั้นเดี๋ยวเวลากลางคืนจะนอนไม่หลับเอาได้”
“ไม่ง่วงแล้วเ้าค่ะ”
เย่ชิงชิงส่ายหน้าเมื่อครู่นางหลับสนิทจนไม่รู้สึกตัว อันที่จริงนางเป็เด็กสาวที่ยังไม่โตเต็มที่การเดินระยะทางไกลในตอนเช้าก็ทำให้เหนื่อยล้าได้
นางเดินเข้าไปดูเครื่องในไก่ที่ต้มเสร็จแล้วกลิ่นหอมฟุ้งกระจายไปทั่ว หลังจากเคี่ยวด้วยไฟอ่อนรสชาติของเครื่องเทศก็ซึมซาบเข้าไปทุกส่วน กลายเป็สีแดงเข้มน่ารับประทาน
“ต้องขอบคุณความคิดของชิงชิง แม่รู้สึกว่าวิธีนี้ใช้ได้ผล ลองชิมดูสิ”นางซูส่งตะเกียบให้บุตรสาวนางไม่เคยรู้สึกเปี่ยมล้นด้วยความหวังในชีวิตเช่นนี้มาก่อนในเวลานี้ใจนางเปี่ยมสุขและเปี่ยมด้วยความคาดหวัง
หากล่าช่วนขายได้เมื่อมีรายได้เข้ามา นางและบุตรทั้งสองก็จะไม่อดตายและสามารถมีชีวิตที่ดีได้เสียที
เย่ชิงชิงคีบชิ้นหนึ่งเข้าปากเคี้ยวและกลืนลงท้องไป รสชาติเผ็ดจัดจ้านชุ่มลิ้น ช่างเผ็ดร้อนและสดชื่น!หัวใจไก่ที่นุ่มละมุน ลำไส้ไก่ที่เหนียวนุ่ม และกึ๋นไก่ที่กรุบกรอบต่างมีรสชาติที่เป็เอกลักษณ์เฉพาะ เลือกไม่ถูกเลยทีเดียว
เพราะการทำล่าช่วนครั้งนี้ประสบผลสำเร็จมารดาและบุตรสาวจึงมีกำลังเต็มเปี่ยม ทั้งสองช่วยกันเสียบเนื้อใส่ไม้ไผ่เย่จื้อเฟิงที่อยู่ข้างๆ ก็ดูเหมือนจะได้รับอิทธิพลจากความสุขของพวกนางและเอาแต่พูดซ้ำๆ ว่าอร่อยไม่ขาดปาก
วันถัดมาเมื่อเริ่มฟ้าสาง นางซูก็สะพายตะกร้าและพาเย่ชิงชิงเข้าเมืองอีกครั้ง
ล่าช่วนที่เสียบไม้เรียบร้อยแล้วถูกเก็บไว้ในหม้อดินแช่อยู่ในน้ำพริกปรุง ในยุคที่ไม่มีตู้เย็นเช่นนี้ อาหารก็ไม่เน่าเสีย
เมื่อรีบเร่งออกเดินทางก็มาถึงตลาดเช้าทันเวลาพอดี ทั้งสองมองหาทำเลที่คึกคักข้างแผงผักเพื่อตั้งที่ขายของ
นางซูวางตะกร้าไว้ตรงหน้าตนเองนางเปิดผ้าขาวที่คลุมหม้อดินไว้เพื่อป้องกันฝุ่น แล้วเริ่มขายล่าช่วน
ผู้คนที่รีบเร่งในตลาดเช้ามีจำนวนมากแต่กลับไม่มีใครเหลียวมองพวกนาง
บนถนนที่เต็มไปด้วยกลิ่นหลากหลายผสมปนเปกันกลิ่นหอมของล่าช่วนไม่ได้ฟุ้งกระจายไปไหนไกลนักยิ่งไปกว่านั้นพื้นที่ขายของพวกนางก็เล็กและไม่เป็ที่สังเกตจึงไม่มีใครเข้ามาสอบถาม นางซูจึงรู้สึกท้อแท้เล็กน้อย
เย่ชิงชิงเม้มปากมองไปที่ถนนซึ่งเต็มไปด้วยเสียงะโเรียกลูกค้า จึงลองะโตามแบบอย่าง“ล่าช่วนมาแล้วเ้าค่ะ! ล่าช่วนแสนอร่อย!”
นางซูได้ยินก็สะดุ้งใแล้วรู้สึกละอายใจขึ้นมา นางยังสู้เด็กไม่ได้เลย
นางจึงเริ่มะโเรียกลูกค้าตามแรกๆ เสียงยังสั่นเล็กน้อยแต่หลังจากะโไปสองสามครั้งก็มีน้ำเสียงเป็ธรรมชาติมากขึ้น
เสียงเรียกลูกค้าดึงดูดความสนใจของป้าคนขายผักจากแผงข้างๆเป็คนแรก นางสะพายตะกร้าเดินเข้ามาดู
“นี่มันอะไรกัน?”
“ท่านป้า ล่าช่วนนี่อร่อยมากเลยนะเ้าคะ ท่านลองชิมสักชิ้นไหม? ข้าไม่คิดเงินเ้าค่ะ”
เย่ชิงชิงเลือกมาหนึ่งไม้แล้วใช้ตะเกียบเลื่อนชิ้นนอกสุดลงมาวางลงบนจาน
เมื่อมีการชิมโดยไม่คิดเงินและเป็ของแปลกใหม่ ก็แทบไม่มีผู้ใดปฏิเสธดีที่นางคิดเื่การชิมโดยไม่คิดเงินไว้ล่วงหน้า จึงเตรียมจานและไม้แคะฟันไว้แล้ว
ป้าท่านนั้นใช้ไม้แคะฟันจิ้มชิ้นหนึ่งขึ้นมาดู“นี่มันก็แค่หัวใจไก่นี่นา!”
“ใช่แล้วเ้าค่ะ มันคือหัวใจไก่” นางซูพยักหน้ามองท่านป้าด้วยความคาดหวังเต็มเปี่ยม
แต่ป้าท่านนั้นเคี้ยวไปไม่กี่ครั้งก็ทำหน้าบูดบึ้งและบ้วนออกมา “นี่มันอะไรกัน? เผ็ดจะตายอยู่แล้ว!”
น่าเสียดายนักป้าท่านนี้เป็คนไม่ชอบกินเผ็ด เมื่อชิมของแบบนี้เข้าก็ออกอาการทันทีนางเอาแต่บ่นว่าเผ็ดจะตายอยู่แล้ว
“นี่...” นางซูขมวดคิ้วเล็กน้อย เริ่มต้นได้ไม่สวยนัก
คนอื่นๆที่ได้ยินเสียงบ่นก็เริ่มสนใจเข้ามามุงดู “เผ็ดมากเลยรึ?ขอข้าลองชิมสักชิ้นสิ”
เมื่อได้ยินคำพูดเช่นนี้แสดงว่าผู้พูดชอบกินเผ็ดแน่นอน เย่ชิงชิงตาเป็ประกาย นางจึงรีบยื่นจานให้ทันที