เมื่อเห็นสีหน้าลังเลของแม่เฒ่า หูหลันเยวี่ยก็รู้ทันทีว่าคุณย่าคิดอะไรอยู่ในใจ
"คุณย่าคะ คนนอกเห็นว่าครอบครัวเราเริ่มมีกินมีใช้ พวกเขาก็อิจฉาริษยา เลยสาดโคลนใส่หนู คุณย่าเป็นย่าแท้ๆ ของหนู จะไม่เชื่อหลานแท้ๆ แต่กลับไปเชื่อคนนอกได้ยังไงคะ? ถึงยังไงหนูก็เป็นส่วนหนึ่งของสกุลหู คนนอกด่าหนูว่าเป็นขี้ขโมย ที่จริงก็เหมือนด่าคนในสกุลหูของเราทางอ้อม คุณย่าว่าจริงไหมคะ?"
แม่เฒ่าหูคิดตามคำพูดของหลันเยวี่ยเล็กน้อย แล้วเผลอพยักหน้าโดยไม่ทันรู้ตัว
เมื่อเห็นแม่เฒ่าพยักหน้า หูหลันเยวี่ยก็พูดต่อ "คุณย่าเป็นย่าแท้ๆ ของหนู ถ้าครอบครัวเรามีแต่จะเจริญขึ้น คุณย่าก็จะได้หน้าได้ตาไปด้วยใช่ไหมคะ? แต่ถ้าข่าวลือเรื่องหนูเป็นขโมยยังแพร่สะพัดในหมู่บ้านแบบนี้ ไม่แน่ว่างานครูอัตราจ้างของหนูก็อาจจะหลุดมือไปก็ได้"
พอแม่เฒ่าหูได้ยินว่าข่าวลือในหมู่บ้านอาจทำให้หลานสาวไม่ได้เป็นครู แกก็ร้อนใจขึ้นมาทันที
"ยัยหนูเยวี่ย แล้วอย่างนี้จะทำยังไงกันดีล่ะ? กว่าจะได้เป็นครูไม่ใช่เรื่องง่าย งานนี้จะทิ้งไม่ได้นะ!" ถึงแม่เฒ่าหูจะไม่ชอบหลานสาวที่ปากคอเราะราย ชอบเถียงคำไม่ตกฟากคนนี้
แต่ก็ไม่อยากให้หูหลันเยวี่ยไม่ได้เป็นครูอัตราจ้าง
นับตั้งแต่มีหลานสาวเป็นครู แม่เฒ่าหูเดินเหินไปไหนก็ยืดอกผึ่งผายได้เต็มที่
แม่เฒ่าหูคิดว่าในตระกูลใหญ่ของพวกเขา มีคนเป็นครูสักคน เวลาหลานชายจะไปสู่ขอใคร ก็ยังมีภาษีดีกว่าคนอื่น
ถ้าหูหลันเยวี่ยตกงานครูไปจริงๆ แม่เฒ่าหูคิดคำนวณด้วยนิ้วเท้าก็ยังรู้เลยว่าญาติสนิทมิตรสหายจะหัวเราะเยาะพวกเขาทั้งตระกูลลับหลังยังไง
หูหลันเยวี่ยเห็นว่าแม่เฒ่าใส่ใจเรื่องการเป็นครูของตนมาก ในใจก็นึกดูถูก "คุณย่าคะ หนูจะไม่ยอมให้งานครูของหนูพังลงเด็ดขาด แต่พวกปากเสียที่ปล่อยข่าวลือทำลายชื่อเสียงของหนูก็ต้องถูกเปิดโปงให้ได้ หนูรู้ว่าคุณย่ามีเส้นสายกว้างขวางในหมู่บ้าน หนูขอรบกวนคุณย่าช่วยสืบหน่อยนะคะว่าไอ้คนใจร้ายคนไหนที่เที่ยวพูดจาใส่ร้ายหนู"
หูหลันเยวี่ยรู้ว่าข่าวลือเรื่องเธอเป็นขี้ขโมย ต้องเป็นฝีมือของเฉินเชี่ยนเชี่ยนแน่นอน เพียงแต่เฉินเชี่ยนเชี่ยนกลับไปแล้ว ข่าวลือถึงเพิ่งจะถูกปล่อยออกมา แสดงว่าเฉินเชี่ยนเชี่ยนต้องวางคนไว้ในหมู่บ้านเพื่อเป็นกระบอกเสียง
หูหลันเยวี่ยอยากใช้มือของแม่เฒ่าจับกระบอกเสียงที่เฉินเชี่ยนเชี่ยนทิ้งไว้ในหมู่บ้านออกมา
คนอย่างแม่เฒ่าหูที่มีเวลาเหลือเฟือ แถมยังชอบไปสุมหัวกับพวกผู้หญิง ชอบคุยเรื่องชาวบ้านไปทั่ว ถ้าย่าของเธอยอมเสียเวลาสักหน่อย ก็คงจะหาต้นตอของข่าวลือเจอได้ไม่ยาก
ถึงหูหลันเยวี่ยจะไม่ได้อยู่ในชนบทนานนัก แต่เธอก็เข้าใจนิสัยของผู้หญิงที่ชอบนินทาว่าร้าย ใส่สีตีไข่กันในชนบทเป็นอย่างดี
ผู้หญิงชาวนาที่ชอบนินทาว่าร้ายพวกนี้ มีลักษณะร่วมกันอยู่อย่างหนึ่งคือ นาทีที่แล้วยังนินทาใครบางคนให้คุณฟังอยู่ นาทีต่อมาพอเจอคนคนนั้น ก็หันมานินทาคุณลับหลังเสียแล้ว
พวกนั้นสาบานเป็นมั่นเป็นเหมาะว่าจะไม่แพร่งพรายเรื่องที่ได้ยินจากคุณออกไป แต่พอเจอคนอีกกลุ่ม ก็จะรีบเอาเรื่องที่คุณเล่าให้ฟังไปเล่าต่อ แถมยังใส่สีตีไข่เพิ่มด้วย และแทบจะไม่ลังเลเลยที่จะบอกว่าได้ยินเรื่องนี้มาจากคุณ
สำหรับเรื่องที่หลานสาวขอร้อง แม่เฒ่าหูคิดใคร่ครวญอยู่ครู่หนึ่งก็ตอบตกลง "ถ้าฉันรู้ว่าใครปล่อยข่าวลือ ฉันจะฉีกปากมันให้ได้"
หูหลันเยวี่ยยิ้มหวานให้แม่เฒ่า "งั้นหนูก็จะรอข่าวดีจากคุณย่านะคะ หนูรู้ว่าแค่คุณย่าลงมือช่วยสืบ ยังไงก็ต้องมีความคืบหน้าเร็วๆ นี้แน่นอน หนูรู้อยู่แล้วว่าคุณย่าเก่งที่สุด"
"ยัยหนูเยวี่ย ปากของแกนี่มันทั้งร้ายกาจ แต่ก็น่ารักน่าเอ็นดูซะจริงนะ!" แม่เฒ่าหูหัวเราะคิกคัก
หลังจากส่งแม่เฒ่าหูไปแล้ว หูหลันเยวี่ยก็หันมาพูดกับพ่อแม่และถิงถิงด้วยสีหน้าจริงจัง "ตอนที่เฉินเชี่ยนเชี่ยนจะกลับไป เธอบอกพ่อว่าตอนหนูเรียนประถมเคยขโมยของ พอเธอไปแล้ว ข่าวลือเรื่องหนูขโมยเงินจากบ้านพ่อแม่อุปถัมภ์มาซื้อของเข้าบ้านเราก็แพร่สะพัดออกมา ทุกคนคิดว่ามันเป็นเรื่องบังเอิญจริงๆ หรือเปล่า?"
"เยวี่ยเยวี่ย ลูกหมายความว่าคนที่ปล่อยข่าวลือว่าลูกขโมยของ คือคนที่เชี่ยนเชี่ยนสั่งมาอย่างนั้นเหรอ?" จ้าวหงเหมยถามอย่างระมัดระวัง
หูหลันเยวี่ยไม่ได้ตอบโดยตรง แต่กลับถามว่า "แม่คิดว่าหนูใส่ร้ายเชี่ยนเชี่ยนเหรอคะ?"
"แม่..." จ้าวหงเหมยอ้ำอึ้ง ก่อนจะพูดอย่างระมัดระวัง "แม่ก็เชื่อนะว่ามันไม่น่าจะเป็นเรื่องบังเอิญ แต่แม่ก็ไม่เข้าใจว่าทำไมเชี่ยนเชี่ยนถึงต้องทำแบบนี้?"
หูฉางหมินไม่ได้แสดงความคิดเห็น การที่เขาเงียบก็เหมือนกับบอกว่าความคิดของเขาไม่ได้ต่างจากภรรยามากนัก
"พี่เชี่ยนเชี่ยนโกรธที่พี่สาวเอาเรื่องฉี่รดที่นอนไปป่าวประกาศ เลยใส่ร้ายทำลายชื่อเสียงของพี่สาวลับหลังใช่หรือเปล่าคะ?" ถิงถิงลองคาดเดา
หูหลันเยวี่ยรีบต่อคำพูดของถิงถิง "หนูว่าน่าจะเป็นเพราะเหตุผลนี้แหละ หนูรู้ว่าในสายตาพ่อกับแม่ เฉินเชี่ยนเชี่ยนเป็นเด็กผู้หญิงที่ซื่อๆ ถ้าเธอซื่อขนาดนั้น ทำไมไม่พูดเรื่องที่เธอได้ยินจากคนอื่นเรื่องหนูขโมยของตอนประถมต่อหน้า แต่กลับมาพูดกับพ่อเป็นการส่วนตัวตอนจะไปล่ะ? ก็เพราะเรื่องที่เธอพูดมันแต่งขึ้นเองทั้งหมด กลัวว่าถ้าพูดต่อหน้าจะถูกหนูจับได้ไงคะ เพราะคนที่เธอกลับไปรู้จักที่นั่นหนูรู้จักหมดแล้ว ถ้าหนูจะให้ทั้งสามฝ่ายมาเผชิญหน้ากัน เธอคงไม่กล้าหรอก"
แม้สองสามีภรรยาหูฉางหมินจะซื่อ แต่ก็ไม่ได้โง่ ตอนนี้พวกเขาเริ่มคิดจริงๆ แล้วว่าเชี่ยนเชี่ยนที่เลี้ยงมาสิบแปดปีเปลี่ยนไปจากเดิมแล้ว
เดิมทีหูหลันเยวี่ยไม่ได้คิดจะข้องเกี่ยวอะไรกับญาติทางบ้านสกุลเฉินอีกแล้ว แต่หลังจากที่เฉินเชี่ยนเชี่ยนก่อเรื่องไม่หยุดหย่อน เธอก็ตัดสินใจว่าจะเขียนจดหมายถึงเฉินอิ่ง
พ่อของเฉินอิ่งกับพ่ออุปถัมภ์ของหูหลันเยวี่ยเป็นพี่น้องกัน และเฉินอิ่งก็อายุมากกว่าหูหลันเยวี่ยหนึ่งปี
เมื่อก่อนตอนที่หูหลันเยวี่ยยังอยู่ที่บ้านสกุลเฉิน เธอกับเฉินอิ่งก็สนิทกันมาก
หูหลันเยวี่ยจำได้ว่าในชาติที่แล้ว หลังจากที่เฉินเชี่ยนเชี่ยนกลับไปที่บ้านสกุลเฉิน เธอก็กลายเป็นดาวเด่นในกลุ่มสาวๆ ในบ้านพักพนักงาน หนุ่มๆ หลายคนที่นั่นก็แอบปลื้มเธอด้วย
ในบรรดาหนุ่มๆ ที่แอบปลื้มเฉินเชี่ยนเชี่ยน ก็มีคนที่เฉินอิ่งชอบอยู่ด้วย
เฉินอิ่งเห็นว่าหนุ่มที่ตัวเองชอบคอยเอาอกเอาใจเฉินเชี่ยนเชี่ยน ในใจก็เกิดความรู้สึกหงุดหงิดเป็นธรรมดา
เฉินเชี่ยนเชี่ยนก็ดันเป็นพวกที่ใครมาจีบก็ไม่ปฏิเสธ ไม่รับผิดชอบทั้งที่ไม่ได้จริงจังด้วยตามสไตล์ชาเขียว [1] สุดๆ
ผู้ชายดูเหมือนจะหลงเสน่ห์สาวประเภทชาเขียวแบบนั้น
เฉินเชี่ยนเชี่ยนรู้ดีว่าหนุ่มที่มาเอาใจเธอคือคนที่เฉินอิ่งชอบ แต่ก็ยังไม่ยอมหลีกทาง ยังคงเล่นหูเล่นตากับเขาต่อไป
ในชาติที่แล้ว หลังจากที่หูหลันเยวี่ยพยายามอย่างหนักเพื่อกลับไปอยู่บ้านสกุลเฉิน เธอก็ได้เห็นกับตาว่าเฉินอิ่งกับเฉินเชี่ยนเชี่ยนทะเลาะกันอย่างรุนแรงเพราะผู้ชายคนหนึ่ง
สุดท้ายเฉินเชี่ยนเชี่ยนก็ไม่ได้เลือกหนุ่มที่เฉินอิ่งชอบ
พอหนุ่มคนนั้นเห็นว่าเฉินเชี่ยนเชี่ยนเลือกคนอื่นแล้ว ก็หันกลับมาตามจีบเฉินอิ่ง
หูหลันเยวี่ยไม่อยากให้ในชาตินี้ของเธอ เฉินเชี่ยนเชี่ยนยังคงโดดเด่นที่สุดในบ้านพักพนักงาน เธอเลยตั้งใจว่าจะช่วยเฉินอิ่งสักหน่อย
หูหลันเยวี่ยเขียนจดหมายถึงเฉินอิ่ง และเตรียมของฝากจากชนบทให้หล่อนอีกจำนวนหนึ่ง วันรุ่งขึ้นเธอก็ขอให้หลินซือหย่วนที่กำลังจะไปในเมืองช่วยเอาของไปส่งที่ไปรษณีย์ให้
เนื่องจากเป็นการส่งในเมืองเดียวกัน ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด วันนั้นเฉินอิ่งก็น่าจะได้รับของ
ปรากฏว่าช่วงบ่ายวันนั้น เฉินอิ่งก็ได้รับจดหมายและของฝากจากชนบทจำนวนมากที่หูหลันเยวี่ยส่งมาให้
หลังจากอ่านจดหมายที่หูหลันเยวี่ยเขียนมาจนจบ เฉินอิ่งก็ยกยิ้มขึ้นมา
ผ่านไปไม่ถึงวัน ข่าวลือเรื่องเฉินเชี่ยนเชี่ยนอายุสิบแปดแล้วแต่ยังฉี่รดที่นอนอยู่ก็แพร่กระจายไปทั่วบริเวณบ้านพักพนักงาน
เชิงอรรถ
[1] ชาเขียว (绿茶) ใช้บรรยายผู้หญิงที่ดูน่ารัก แต่ไม่จริงใจ