วันถัดมาในเวลาเที่ยงตรงปวงชนต้องเข้าแถวต้อนรับขบวนเสด็จของฮองเฮาท่ามกลางแดดเปรี้ยงๆ ในระหว่างที่ฮองเฮาทรงประทับอยู่บนรถม้าอยู่นั้นอยู่ดีๆ ก็มีแม่เฒ่าคนหนึ่งเป็ลมแดด และล้มไปขวางทางพระองค์จนทำให้ขบวนเสด็จต้องหยุดกะทันหัน
“บังอาจ! ใครกันที่กล้าก่อความวุ่นวายเช่นนี้”ทหารดุใส่ชาวบ้านที่พากันลุกขึ้นไปช่วยประคองท่านแม่เฒ่า
“เรียนนายท่าน ท่านแม่เฒ่าคุกเข่ามานานภายใต้แดดแรงเช่นนี้ท่านก็เลยเป็ลม พวกข้าจะพานางไปปฐมพยาบาลเ้าค่ะ” หญิงชาวบ้านกล่าว
“ให้ขบวนเสด็จผ่านไปก่อนพวกเ้าค่อยไป” ทหารไม่ยอม
“ถ้าหากท่านแม่เฒ่าเป็อะไรไปจะว่ายังไงเ้าคะ” หญิงชาวบ้านกังวล
“ให้พวกเขาไปเถอะเราไม่อยากได้ขึ้นชื่อว่ารังแกปวงชน” ฮองเฮาตรัสเพราะพระนางจำเป็ต้องขอเด็กจากหมู่บ้านแห่งนี้ หากสร้างความไม่พอใจต่อชาวบ้านพวกเขาอาจแข็งข้อไม่ยอมทำตามที่พระนางขอก็เป็ได้
“พะย่ะค่ะ” ทหารยอมปล่อยให้ชายฉกรรจ์อุ้มแม่เฒ่ากลับเข้าไปในหมู่บ้านเพื่อไปปฐมพยาบาล
“ขอบพระทัยเพคะ” หญิงชาวบ้านกล่าว
จากนั้นฮองเฮาก็เสด็จไปที่ลานประชุม พอถึงก็ทรงลงจากรถม้าและเสด็จไปประทับที่หน้าลานประชุมของหมู่บ้านฉายยี่
“เราได้ข่าวว่าที่นี่มีเด็กผู้หญิงวัยแปดขวบเราขอดูหน้าเด็กจะได้หรือไม่” ฮองเฮาตรัสกับหัวหน้าหมู่บ้าน
แม่ของเด็กน้อยกอดเด็กหญิงแน่นมากเพราะกลัวว่าพระนางจะแย่งลูกของนางไป
“บังอาจ!พวกเ้ากล้าขัดรับสั่งของฮองเฮาอย่างนั้นหรือ” ทหารรีบดุใส่ชาวบ้าน
“จางิ ปล่อยลูกสิ” หัวหน้าหมู่บ้านกล่าว
“แต่ว่า” จางิไม่อยากปล่อยแต่พอเห็นทุกคนในหมู่บ้านมองนางเป็ตาเดียวนางก็เลยยอมปล่อยให้ลูกสาวเดินไปคุกเข่าต่อหน้าพระพักตร์ของฮองเฮา
ฮองเฮาทรงลุกจากที่ประทับแล้วเสด็จไปหาเด็กน้อยพระนางทรงประคองเด็กให้ลุกขึ้นยืนแล้วเชยคางเด็กน้อย “นางช่างน่ารักน่าเอ็นดูยิ่งนัก”แต่ทรงดำริในพระทัยว่า “ไม่จริง! เราทำนายได้ว่าเด็กที่มีดวงค้ำจุนฝ่าาอยู่ที่หมู่บ้านแห่งนี้นี่แต่เหตุใดถึงไม่ใช่เด็กน้อยผู้นี้ หรือว่าเป็เพราะเราตั้งครรภ์ความสามารถในการทำนายถึงด้อยลง ไม่เป็ไร เราจับเด็กกลับเมืองหลวงไปก่อนค่อยดูนางดีๆ ใหม่ก็ไม่สาย”
จากนั้นฮองเฮาก็ตรัสว่า “เราถูกชะตาเด็กคนนี้เราจะดูแลอุปถัมภ์เลี้ยงดูนางเป็อย่างดี”
“ไม่ได้นะเพคะ ได้โปรดอย่าพรากลูกไปจากหม่อมฉันเลยนะเพคะ”จางิคุกเข่าขอร้อง
“เราจะมอบทองคำแท่งให้เ้าไม่เพียงเท่านั้นจะช่วยลดภาษีให้หมู่บ้านของเ้าด้วย” ฮองเฮาทรงใช้วิธีนำทรัพย์สินและหนทางการบรรเทาทุกข์ของชาวบ้านมาล่อ
“เป็ความจริงงั้นหรือพะย่ะค่ะ”หัวหน้าหมู่บ้านดีใจที่จะได้ลดภาษี
“แน่นอนอยู่แล้วเรากล่าวแล้วไม่คืนคำหรอก” ฮองเฮาตรัส
“จางิ! เ้าจงมอบลูกให้ฮองเฮาทรงดูแลเถิดหากนางได้เติบโตในวังหลวง วงศ์ตระกูลของเ้าอาจได้เชิดหน้าชูตาก็เป็ได้นะ”หัวหน้าหมู่บ้านเกลี้ยกล่อม
จางิคิดในใจว่า “ลูกของข้าคงได้เติบโตหรอกนางคงมีชีวิตอยู่ไม่พ้นปีนี้เสียมากกว่า แล้วไหนว่ายันต์บดบังช่วยได้ไงไม่เห็นจะได้ผลเลย” นางก็เลยกล่าวว่า “หม่อมฉันรักลูกมากหม่อมฉันอยู่ไม่ได้ถ้าขาดลูกไปเพคะ”
“เ้าควรเสียสละเพื่อหมู่บ้านของพวกเรานะพวกเราจะได้ลดภาษีด้วยนะ” หญิงชาวบ้านคนหนึ่งกล่าว
“ได้โปรดเห็นแก่แม่เลี้ยงเดี่ยวอย่างข้าเถิดอย่าพรากลูกไปจากข้าเลยนะ ข้าไม่เหลือใครแล้วจริงๆ ” จางิขอร้องทุกคน
“ทรงพาเด็กคนนี้ไปเถิดพะย่ะค่ะเอาไว้พวกกระหม่อมจะช่วยเกลี้ยกล่อมแม่ของเด็กอีกที” หัวหน้าหมู่บ้านใช้วิธีเผด็จการ
“ขอบใจมาก” ฮองเฮาทรงยิ้มมุมพระโอษฐ์อย่างสมพระทัย
“ไม่ได้นะพวกเ้าไม่มีสิทธ์เอาลูกไปจากข้านะ เอาลูกของข้าคืนมา เอาคืนมาเดี๋ยวนี้” แม่ของเด็กน้อยพยายามขัดขวางสุดฤทธิ์ แต่ชาวบ้านพากันช่วยจับรั้งนางไว้ทำให้ทหารนำตัวเด็กน้อยไปได้
“บังอาจ! อยากโดนตัดหัวหรืออย่างไร”ทหารดุใส่จางิ
ชาวบ้านที่ช่วยกันฉุดรั้งจางิไว้ก็กล่าวว่า “ไม่เอาน่า!เ้าไม่ควรขัดรับสั่งของฮองเฮาแบบนี้นะ ถ้าเ้าโดนปะายังไงลูกของเ้าก็ต้องไปอยู่กับฮองเฮาอยู่ดี”
“ฮือฮือได้โปรดเห็นใจข้าด้วยเถิด อย่าพรากลูกไปจากข้าเลยนะ ถือว่าข้าขอร้อง” แม่ของเด็กน้อยพยายามอ้อนวอนทั้งน้ำตา
“งั้นเรากลับนะ ทหาร! อุ้มเด็กไปเดี๋ยวนี้” ฮองเฮาตรัสสั่งทหาร
“ช้าก่อนเพคะ”
“ท่านรองแม่ทัพผิงหลางนี่เอง”ฮองเฮาทรงจดจำได้
“ถวายบังคมเพคะฮองเฮา” ผิงหลางคุกเข่าเพื่อคารวะ
“มีอะไรอย่างนั้นหรือ” ฮองเฮาตรัสถาม
“หม่อมฉันมีความเห็นว่าพระองค์ทรงไม่ควรพรากลูกไปจากแม่เด็กนะเพคะพระองค์ทรงเป็ถึงพระแม่ของแผ่นดิน ทรงไม่ควรทำร้ายจิตใจราษฎรที่ถือว่าเป็ลูกๆของพระองค์เช่นนี้นะเพคะ” ผิงหลางกล่าวเตือน
“เราทำร้ายพวกเขาตรงไหนไม่ทราบเราอุตส่าห์ประทานทองคำแท่งให้แม่ของเด็กไว้ตั้งตัวและช่วยดูแลลูกของนางให้เจริญเติบโตในวังหลวง นอกจากนี้เรายังช่วยลดภาษีให้ชาวฉายยี่อีกต่างหากเราไม่เมตตาพวกเขาหรืออย่างไร” ฮองเฮาทรงแย้ง
“ทรงแน่พระทัยนะเพคะว่าจะเลี้ยงดูหาใช่มีวัตถุประสงค์อื่นแอบแฝงแน่นะเพคะ” ผิงหลางกล่าวอย่างรู้ทัน
“เราจะทำอะไรเด็กได้ล่ะ” ฮองเฮาทรงทำเป็ไม่เข้าพระทัย
“แต่ถึงอย่างนั้น ทรงไม่ควรพรากแม่พรากลูกนะเพคะพระองค์ทรงเป็แม่คนแล้ว หากมีคนมาพรากบุตรไปจากพระองค์บ้างทรงจะรู้สึกอย่างไรเพคะ” ผิงหลางกล่าวอ้าง
“บังอาจ! นี่เ้ากล้าแช่งเราอย่างนั้นหรือ”ฮองเฮาทรงกริ้ว
“หม่อมฉันมิบังอาจเพคะหม่อมฉันแค่้าเปรียบเทียบเท่านั้น” ผิงหลางกล่าว
“เอาล่ะเราไม่ถือโทษโกรธเ้าเื่นี้ เื่นี้ถือว่าจบไป มาเริ่มเื่ของเ้าดีกว่าเราได้ยินมาว่าเ้าเดินทางไปที่แคว้นหลีและอภิเษกกับท่านอ๋องแห่งแคว้นหลีไปแล้วนี่ดังนั้นตอนนี้เ้าคงเป็ถึงพระชายาแห่งแคว้นหลีไปแล้วใช่มั้ย” ฮองเฮาตรัส
“ไม่เป็ความจริงเพคะ” ผิงหลางรีบแย้ง
“ไว้ค่อยให้ฝ่าาทรงไต่สวนเ้าเื่ที่เ้ายอมสวามิภักดิ์ให้แคว้นหลีมิน่าล่ะ ตอนมีศึกาเ้าถึงหนีทัพด้วยการแกล้งป่วยทำให้เ้ามีชีวิตรอดอยู่ได้ถึงทุกวันนี้ฝ่าาทรงจะได้พิจารณาโทษของเ้าและครอบครัวอีกที ทหาร!จับกุมนางไว้เดี๋ยวนี้”ฮองเฮาทรงสั่งจับกุมท่านรองแม่ทัพ
“ปล่อยหม่อมฉันนะเพคะหม่อมฉันถูกปรักปรำ หม่อมฉันไม่ได้แกล้งป่วย ในตอนนั้นหม่อมฉันป่วยจริงๆต่างหากเพคะ” ผิงหลางพยายามดิ้นรนขัดขืนและไม่พอใจที่ถูกยัดเยียดข้อกล่าวหา
“ช้าก่อน ปล่อยนางเดี๋ยวนี้”
“องค์ชายหก! เหตุใดถึงอยู่ที่นี่” ฮองเฮาทรงแปลกพระทัยเพราะพระองค์ทรงทราบมาว่าองค์ชายหกต้องตรวจราชการแผ่นดินที่เมืองสุ่ยลี่สิถึงจะถูก
“ทรงปล่อยผิงหลางเถิดพะย่ะค่ะนางไม่ได้เป็ชายาของท่านอ๋องแห่งแคว้นหลีและไม่ได้มีเจตนาหนีทัพในสมัยที่มีาแต่นางถูกลอบทำร้ายในระหว่างที่พยายามปกป้ององค์รัชทายาทต่างหาก” องค์ชายหกตรัส
“จะเชื่อนางได้อย่างไรสายของเราเห็นนางไปปรากฏตัวอยู่ที่แคว้นหลีนี่” ฮองเฮาทรงรู้ความเคลื่อนไหวของท่านรองแม่ทัพ
“ตอนนี้นางเป็คนรักของกระหม่อมแล้วและมีแผนว่าจะวิวาห์กับกระหม่อมในอีกไม่ช้านี้พะย่ะค่ะ” องค์ชายหกทรงกล่าวอ้าง
“เอาล่ะ! ในเมื่อองค์ชายหกช่วยยืนยันความบริสุทธิ์ของท่านรองแม่ทัพถึงขนาดนี้แล้วเราจะยอมปล่อยนางไปก็แล้วกัน งั้น เราขอตัว” ฮองเฮาตรัส
“ช้าก่อนพะย่ะค่ะฮองเฮาทรงเป็ใหญ่ในฝ่ายในเท่านั้น พระองค์ทรงไม่มีอำนาจในการเมืองการปกครองทรงอย่าลืมสิพะย่ะค่ะ” องค์ชายหกทรงเตือน
“เราก็ไม่ได้ยุ่งเกี่ยวการเมืองการปกครองเสียหน่อย”ฮองเฮาตรัส
“แล้วสิ่งที่พระองค์ทรงกระทำนอกวังหลวงล่ะพะย่ะค่ะการพรากลูกชาวบ้านมันเป็การรังแกปวงชนนอกวังหลวงไม่ใช่หรือ” องค์ชายหกทรงกล่าวอ้าง
“เราก็แค่จะรับเลี้ยงเด็กผู้นี้เท่านั้นเอง”ฮองเฮาตรัส
“ทรงแน่พระทัยหรือพะย่ะค่ะสมัยก่อนพระองค์ทรงเป็เพียงหมอดูดังนั้นการทำพิธีเสริมดวงชะตาด้วยการสังเวยชีวิตจึงมีคนรู้กันน้อยแต่บัดนี้พระองค์ทรงเป็ถึงฮองเฮาแล้วการทำเช่นนั้นอาจทำให้ภาพลักษณ์ของฮองเฮาดูไม่ดีในสายตาของปวงชนและเหล่าขุนนางได้นะพะย่ะค่ะ”องค์ชายหกทรงเตือนอีก
“พิธีเสริมดวงอะไรกัน เราไม่ได้จะทำอย่างนั้นเสียหน่อย”ฮองเฮาทรงแสร้งทำเป็ไม่รู้ไม่ชี้
“การเป็หญิงสูงศักดิ์แม้มีอำนาจมาก แต่ก็ต้องระวังพระองค์ให้มากเช่นกันเพราะทุกคนต่างพากันจับจ้องพระองค์ทุกฝีก้าวแค่พระองค์ทรงกระทำความผิดเพียงนิดเดียว เหล่าขุนนางอาจรวมหัวกันทูลขอให้ปลดฮองเฮาได้นะพะย่ะค่ะ”องค์ชายหกทรงขู่
“ท่านขู่เราอย่างนั้นหรือ”ฮองเฮาทรงกริ้ว
“ทรงกลับวังเถิดพะย่ะค่ะทรงกำลังตั้งครรภ์โอรส์ พระองค์ทรงยิ่งต้องสร้างกุศลให้มากการสร้างบาปสร้างกรรมโดยการพรากแม่พรากลูก บางทีกรรมอาจตามสนองได้นะพะย่ะค่ะ”องค์ชายหกตรัสขู่อีก
“เอาล่ะ เราไม่พรากเด็กก็ได้เราอุตส่าห์จะลดภาษี และจะมอบทองคำเพื่อช่วยแม่ของเด็กแท้ๆ ” ฮองเฮาทรงยอมปล่อยเด็ก
“ฝ่ายในไม่ได้มีอำนาจเื่การลดภาษีนะพะย่ะค่ะทรงอย่าลืมสิ” องค์ชายหกทรงทราบกลไกการทำงานของราชการซึ่งฝ่ายในไม่อาจยุ่งเกี่ยวได้
“เราต้องไปเยี่ยมเยียนราษฎรที่เมืองอื่นแล้ว”ฮองเฮาทรงรีบตรัสเปลี่ยนเื่
“น้อมส่งเสด็จพะย่ะค่ะ” องค์ชายหกตรัส
ฮองเฮาทรงยอมปล่อยเด็กน้อยคืนสู่มารดาแล้วเสด็จออกจากเมืองฉายยี่อย่างรวดเร็ว ทรงดำริในพระทัยว่า “เราเจอแล้วชายผู้มีดวงพิฆาตฝ่าา ที่แท้ก็คือ องค์ชายหกนี่เอง เหตุใดเราถึงเพิ่งรู้นะ”
องค์ชายหกทรงประคองผิงหลางและกล่าวว่า “เ้าไม่เป็อะไรนะ”
“พระองค์ตรัสโกหกเช่นนี้ได้อย่างไรเพคะนี่ต่อหน้าพระพักตร์ฮองเฮาเลยนะเพคะ” ผิงหลางกล่าว
“เราจะรับผิดชอบทุกอย่างเองเ้าไม่ต้องกลัว” องค์ชายหกตรัส
“ทรงสารภาพว่ากุเื่ขึ้นมาดีกว่าเพคะทรงไม่ต้องลำบากถึงขั้นต้องแกล้งอภิเษกกับหม่อมฉันหรอก” ผิงหลางกล่าว
“เราต้องแต่งงานกับเ้าให้เร็วที่สุดเพราะในเมื่อเ้าไม่ได้เป็ชายาของท่านอ๋องฝ่าาทรงต้องหาเื่เอาผิดเ้าและครอบครัวเป็แน่ ฐานที่เ้าหนีทัพในสมัยที่เกิดา”องค์ชายหกทรงทราบพระดำริของฝ่าา
“ทรงอย่าเสียสละความสุขในชีวิตเพื่อหม่อมฉันเลยเพคะหม่อมฉันจะหาทางเอาตัวรอดเอง” ผิงหลางไม่อยากทำให้ใครต้องมาเดือดร้อนเพราะนาง
“เรากำลังไขว่คว้าความสุขต่างหากเ้าคือความสุขของเรา ยังไม่รู้ตัวอีกอย่างนั้นหรือ” องค์ชายหกตรัสเสียงหวาน
“นี่พระองค์…” ผิงหลางใกับคำพูดนั้น แต่สักพักก็มีคนมาขัดจังหวะ
“เอ่อ ขอประทานอภัยเพคะหม่อมฉันอยากขอบคุณที่พระองค์ช่วยลูกของหม่อมฉันไว้เพคะ” จางิกล่าว
“ไม่เป็ไรจงดูแลลูกของเ้าให้ดีเถิด” องค์ชายหกตรัส
“แล้วเื่ทองคำล่ะพะย่ะค่ะ”หัวหน้าหมู่บ้านทวง
“เราให้คนของเรานำทองคำและเมล็ดพันธุ์ทนแล้งไปไว้ที่ห้องประชุมหมู่บ้านแล้วรีบไปที่นั่นกันเถอะ ตอนนี้หมอดูเหวยเหนียงและสามีรออยู่ที่นั่นแล้ว” องค์ชายหกทรงพบเหวยเหนียงและสามีของนางโดยบังเอิญทำให้พระองค์ทรงร่วมทางกับหมอดูและเสด็จมาที่หมู่บ้านแห่งนี้ด้วยกัน
“ขอบพระทัยพะย่ะค่ะ” หัวหน้าหมู่บ้านกล่าวอย่างยินดีที่พระองค์ไม่ได้ตระบัดสัตย์
“เหวยเหนียงมาถึงที่นี่แล้วหรือเพคะ”ผิงหลางกล่าวด้วยความดีใจ
“ใช่แล้ว! และนางเป็คนบอกให้เรารีบมาที่นี่ไม่เช่นนั้นเ้าอาจถูกจับตัวไป” องค์ชายหกตรัสและทรงเห็นว่าเป็จริงดังคำพูดของเหวยเหนียงจึงทำให้พระองค์ทรงเชื่อถือหมอดูผู้นี้
“ว่าแต่สามีของเหวยเหนียงเป็ใครกันเพคะ”ผิงหลางสงสัย
“อดีตท่านแม่ทัพซูเยี่ยนไงล่ะ”องค์ชายหกตรัส
“เป็ไปได้อย่างไรกันพวกเขาไม่ถูกกันนี่” ผิงหลางไม่อยากจะเชื่อ
“อดีตท่านแม่ทัพถูกพิษทำให้เขาอยู่สภาวะความจำเสื่อมตอนนี้เขากลายสภาพเป็เด็กวัยสิบขวบ ส่วนเื่ทำไมเหวยเหนียงถึงยอมแต่งงานนั้นเ้าจงถามนางเองก็แล้วกัน พวกเรารีบตามชาวบ้านไปที่ห้องประชุมกันเถอะ” องค์ชายหกตรัส
เมื่อถึงที่ประชุมผิงหลางเดินเข้าไปกอดเหวยเหนียงด้วยความคิดถึง
“เ้าไม่เป็อะไรนะ ผิงหลาง”เหวยเหนียงกล่าว
“ข้าไม่เป็อะไรองค์ชายหกทรงช่วยข้าไว้” ผิงหลางปล่อยเหวยเหนียงแล้วกล่าว
“พระองค์ทรงปรากฏตัวต่อหน้าพระพักตร์ของฮองเฮาซึ่งเคยเป็หมอดูผู้เก่งกาจเช่นนี้ต่อไปโปรดทรงระวังพระองค์เองด้วย ตอนนี้ฮองเฮาทรงทราบแล้วว่าผู้ที่จะมาเป็ปรปักษ์ต่อฝ่าาและชิงบัลลังก์ไปก็คือพระองค์”เหวยเหนียงพูดเบาๆ เพื่อไม่ให้ชาวบ้านคนอื่นได้ยิน
“เราไม่ทำอะไรอาจหาญเช่นนั้นหรอกเราไม่ได้อยากเป็ใหญ่เสียหน่อย” องค์ชายหกทรงไม่ได้มีความคิดกอบกู้บัลลังก์เลยสักนิด
“พระองค์ทรงเป็ห่วงปวงชนมากถึงขนาดยอมสละทรัพย์สินส่วนพระองค์ให้ชาวฉายยี่เช่นนี้พระองค์ทรงอย่าปากแข็งเลยเพคะ” เหวยเหนียงเห็นพระเมตตาขององค์ชายหกและรู้ดีว่าต่อไปพระองค์จะทนไม่ได้จนถึงขั้นต้องออกมาเป็ผู้นำกอบกู้บัลลังก์เสียเองเพื่อปกครองแผ่นดินโดยธรรมและทำให้ชีวิตของราษฎรดีขึ้นกว่านี้
“แล้วจะทำอย่างไรดีล่ะ” ผิงหลางกังวล
“ในเมื่อผิงหลางมีดวงนำโชคเ้าก็ควรตามติดองค์ชายหกตลอดไงล่ะ” เหวยเหนียงชี้แนะ
“ข้าเนี่ยนะ” ผิงหลางชี้มาที่ตัวเอง
“ในเมื่อเรายอมปรากฏตัวต่อหน้าอดีตหมอดูผู้เก่งกาจอย่างฮองเฮาเพื่อเ้าดังนั้นเ้าก็ควรตอบแทนเราด้วยการปกป้องคุ้มครองเราสิ ถึงจะถูก” องค์ชายหกตรัสอ้าง
“แต่ว่า” ผิงหลางลังเล
“เ้ามีความหลังฝังใจถึงเื่ที่ไม่อาจปกป้ององค์รัชทายาทได้นี่คือหนทางไถ่โทษของเ้า เ้าจงปกป้ององค์ชายหกให้ดีที่สุดเถิดนะ” เหวยเหนียงกล่าว
“ข้ายอมปกป้ององค์ชายหกก็ได้ว่าแต่ตอนนี้เ้ามีวิธีประกอบพิธีเรียกฝนหรือไม่” ผิงหลางยอมรับชะตากรรมที่จะปกป้ององค์ชายหกครานี้นางจะไม่ยอมผิดซ้ำสองยอมปล่อยให้องค์ชายหกทรงตกอยู่ในอันตรายเป็อันขาด
“ไม่มีหรอกข้าหาใช่แม่มดหมอผีเสียหน่อย” เหวยเหนียงกล่าว
“อ้าว! แล้วจะทำอย่างไรดีชาวบ้านที่นี่ก็ต้องทนแล้งต่อไปน่ะสิ” ผิงหลางกล่าวด้วยความผิดหวัง
“ต้องให้ชาวบ้านไปขอโทษผู้าุโไป่สงที่อยู่บนเขาและไปช่วยเขาปลูกป่าชดเชยที่พวกชาวบ้านไปลอบตัดไม้ทำลายป่า หากทำได้ผู้าุโไป่สงจะช่วยสร้างเส้นทางน้ำไหลให้เองเมื่อมีน้ำไหลเข้ามาไปในหมู่บ้านกลายเป็ลำธารประจำหมู่บ้านบริเวณหมู่บ้านก็จะความชื้นมากขึ้น ฝนจะตกที่นี่เองนี่คือหนทางแก้ไขความแห้งแล้งของหมู่บ้านในระยะยาว” เหวยเหนียงกล่าว
“แต่พวกข้าไม่ถูกกับไป่สงเสียหน่อยเขาเป็คนหยิ่งผยอง และชอบต่อว่าพวกเราเวลาไปหาของป่าด้วย” ชายหนุ่มคนหนึ่งกล่าวเพราะไม่ชอบขี้หน้าของไป่สง
“เขาเป็คนอนุรักษ์ป่า พวกท่านเองก็ควรรับฟังเขาบ้างเขาจะบอกหนทางที่ทำให้หมู่บ้านของท่านกลายเป็ดินแดนที่อุดมสมบูรณ์เองเชื่อข้าเถิด” เหวยเหนียงกล่าว
“เชื่อนางเถิดนางเป็หมอดูที่เก่งมากเลยนะ” องค์ชายหกทรงยอมรับในตัวนาง
“เอ่อพวกเราเองก็อยากไปพบผู้าุโไป่สง แต่เขาอาจไม่ยอมพบพวกเรา” หัวหน้าหมู่บ้านกังวล
“ข้ามีวิธีผู้าุโไป่สงชอบเล่นหมากรุกเป็ชีวิตจิตใจ ก็ให้ซูเยี่ยนไปท้าเขาแข่งหมากรุกสิหากเขาแพ้เขาต้องยอมทำตามชาวบ้านทุกอย่าง” เหวยเหนียงเสนอ
“แต่ซูเยี่ยนไม่ปกติไม่ใช่หรือ”ผิงหลางไม่มั่นใจในตัวซูเยี่ยน
“ซูเยี่ยนเล่นหมากรุกมาั้แ่เด็กแล้วเขาเล่นเก่งมากเลยนะ” เหวยเหนียงยอมรับในฝีมือการเล่นหมากรุกของสามี
“งั้นลองทำตามคำแนะนำของเหวยเหนียงกันเถอะหากไม่เป็ไปตามแผน ค่อยคิดหาทางใหม่ก็แล้วกัน” องค์ชายหกตรัส
“ต้องเร็วหน่อยนะพะย่ะค่ะทางการจะมาเก็บภาษีอีกหนึ่งเดือนข้างหน้าแล้ว” หัวหน้าหมู่บ้านกังวล
“ทองคำนี่อาจพอสำหรับค่าภาษีสำหรับเดือนหน้าแต่ครั้งต่อไปต้องเร่งปลูกพืชเก็บเกี่ยวผลผลิตไปขายสินะพวกชาวบ้านถึงมีรายได้ในระยะยาว” องค์ชายหกตรัส
“งั้นรีบไปที่เขาหลีอ้ายกันเถอะเพคะ”เหวยเหนียงกล่าว