บทที่ 110 ชิ้นส่วนสำคัญ
การประสานงานที่ยอดเยี่ยม พร้อมกับความรับผิดชอบต่อหน้าที่ของทั้งสอง แม้จะมีอันตรายขนาดนี้ก็ยังไม่คิดหนีเอาตัวรอดไปเพียงลำพังนั้นน่าชื่นชมมาก ซูหยวนภูมิใจที่ตัวเองได้อยู่ในองค์กรนักล่าซึ่งมีแต่คนตั้งใจทำงานเช่นนี้ ต้องบอกว่าประธานจางนั้นดูแลลูกน้องของพวกเขาได้ดีจริงๆ เธอได้ยินว่า ถ้าลูกน้องในองค์กรของเขาต้องตายในหน้าที่ ผลตอบแทนที่ครอบครัวจะได้นั้นเพียงพอที่ทำให้พวกเขาอยู่สุขสบายไป 2 รุ่นเลย
ในขณะเดียวกัน ผู้ที่ละทิ้งหน้าที่ ผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นก็รุนแรงไม่ต่างกัน เมื่อมีทั้งแรงจูงใจและบทลงโทษ สุดท้ายแล้วมันก็สร้างจิตสำนึกให้สมาชิกในองค์กรต้องเลือกสิ่งที่ดีที่สุดไปโดยปริยาย
ซูหยวนติดตามนักล่าที่รับผิดชอบพาเธอหนี ด้านหลังยังมีเสียงตึงตังและเสียงกรีดร้องไม่หยุด ระหว่างทางเธอก็ได้เจอพวกนักวิจัยและผู้รักษาความปลอดภัยที่กำลังหนีเอาตัวรอด สถานการณ์วุ่นวายจนทำให้เคลื่อนตัวได้ช้าลง และเพราะแบบนั้น...ร่างขนาดใหญ่ของปีศาจร้ายก็วิ่งตามหลังเข้ามาใกล้มากขึ้น
มันไม่ได้สนใจพวกนักวิจัยมากนัก เพราะนักวิจัยเหล่านี้ไม่ได้มีแกนพลังงานในร่าง ซูหยวนลองสังเกตดูในระหว่างที่วิ่งไปด้วย หลังจากที่มันโจมตีหรือถูกโจมตี มันจะต้องรีบหาแหล่งพลังงานเพื่อเติมให้ตนเอง ราวกับว่าพลังงานในร่างกายถูกใช้ออกเป็นจำนวนมาก หรือพูดให้ถูก....นี่ก็คือจุดอ่อนของผู้ที่ไม่ได้เรียนรู้วิธีการควบคุมการใช้พลังงานอย่างถูกต้องนั่นเอง
ยิ่งมันได้ต่อสู้กับนักล่าระดับสูงสกุลจาง มันก็ยิ่งต้องการพลังงานจำนวนมากขึ้น ตอนนี้มันไม่สามารถฆ่านักล่าสกุลจางได้ แต่ก็ทำให้เขาได้รับบาดเจ็บไม่น้อยแล้ว ถ้ามันต้องการปิดฉากนักล่าสกุลจางคนนั้น สิ่งที่มันต้องทำก็คือการเติมพลังงานเข้าไปให้มากกว่านี้ ซึ่งเป้าหมายที่มันต้องการก็คือพวกผู้รักษาความปลอดภัยนั่นเอง
“ร่างทดลองยังมีจุดอ่อนอยู่นะคะ คุณอยากจะช่วยเพื่อนนักล่าไหม”
“นักเรียนหมายถึงจุดอ่อนเรื่องที่มันต้องการพลังงานมหาศาลใช่ไหม?” นักล่าระดับสูงของสกุลจางไม่ได้โง่ เขาเองก็มองเห็นเรื่องนี้แล้วเช่นกัน แต่....หน้าที่ของพวกเขาก็คือการปกป้องอันซูหยวน ถ้าเขาหันกลับไปต่อสู้ แล้วทำให้นักเรียนสาวคนนี้ได้รับบาดเจ็บ ไม่ใช่ว่าพวกเขาทำหน้าที่ไม่สมบูรณ์งั้นหรือ?
ซูหยวนเข้าใจความคิดของอีกฝ่าย ทางนั้นไม่รู้ว่าเธอจะมีความสามารถในการปกป้องตนเองหรือไม่ ดังนั้นเขาย่อมไม่ต้องการที่จะเสี่ยง อีกอย่าง...ในสายตาของเขา เธอเป็นแค่เด็กนักเรียนชั้นปีที่ 1 เท่านั้น จะสามารถต่อสู้กับปีศาจร้ายแบบนั้นได้ยังไง
เด็กสาวหยุดเท้าของตนเองก่อนจะคว้าแท่งเหล็กที่กระจัดกระจายอยู่รอบๆแล้วขว้างไปด้านหน้า เกิดเสียงดัง “ปัง!!” เหมือนกับตอนที่ลูกกระสุนถูกยิงออกไป เป้าหมายก็คือหน้าอกของเจ้าร่างทดลองที่ไม่ทันได้ตั้งตัวจนเกิดเป็นรอยยุบลงไปเกือบ 1 ฝ่ามือ
การแสดงของเธอนี้ทำให้นักล่าระดับสูงชะงักไป แม้จะเคยได้ยินว่าเด็กสาวเป็นผู้มีพรสวรรค์ในการต่อสู้ แต่ไม่ได้คิดเลยว่าระดับพลังงานของเธอจะสูงขนาดนี้
“ฉันป้องกันตัวได้ค่ะ พวกเราทำลายร่างทดลองนี้กันไหมคะ ไม่อย่างนั้น...ถ้ามันปรับตัวกับพลังงานได้เมื่อไร น่าจะเป็นปัญหามากกว่านี้นะคะ” ซูหยวนรู้ว่าถ้าเธอเอาตัวเองหนีออกจากที่นี่ เธอก็จะรอดตายร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่มันก็ยังน่าเสียดายอยู่ดี...
เธอเห็นโอกาสที่จะทำลายร่างทดลองนี้ ไม่ใช่เพราะอยากช่วยคนจำนวนมาก ทว่าหากการลงมือครั้งนี้สำเร็จ ไม่เพียงแค่องค์กรของเธอไม่สูญเสียบุคลากรที่ยอดเยี่ยมไปเท่านั้น ยังสามารถสร้างบุญคุณให้คนจำนวนมากอีกด้วย อย่างน้อยๆก็นักล่าสองคนนี้ การที่เธอไม่เอาแต่วิ่งหนีแล้วปล่อยพวกเขาตาย หลังจากนี้เมื่อได้ร่วมงานกันเอง พวกเขาจะตอบแทนเธอแน่
และอีกอย่างที่เธอคิดว่าน่าจะได้ประโยชน์ นั่นคือการที่เธอมีส่วนร่วมปกป้องฐานวิจัยลับนี้ เพียงพอที่จะทำให้เจ้าของฐานวิจัยลับมองเธอในแง่ดีมากขึ้น ในอนาคต...เมื่อเธออยากจะทดลองสารอาหารสังเคราะห์ ข้อมูลของฐานวิจัยนี้น่าจะจำเป็นอยู่ไม่น้อย
เพื่อความร่วมมือในอนาคต ซูหยวนไม่ลังเลเลยที่จะเสี่ยงอันตราย ไม่สิ! ในความเป็นจริงแล้ว เธอไม่กลัวว่าตัวเองจะได้รับบาดเจ็บด้วยซ้ำ ไม่ต้องพูดถึงบาเรียป้องกันที่ซื้อมาในราคาหลักแสนเหรียญจากฟาร์ม แค่ความเร็วของเจ้าร่างทดลองนั้นก็ไม่น่าจะตามเธอได้ทันแล้ว
เมื่อเห็นว่าซูหยวนมั่นใจขนาดนั้น นักล่าระดับสูงก็ไม่คิดมากอีกต่อไป เขาหยิบอาวุธของตัวเองออกมา ก่อนที่เจ้าร่างทดลองจะได้กินแกนพลังงานของผู้รักษาความปลอดภัยแล้วฟื้นตัวได้ เขาก็ประชิดตัวมันแล้ว
“ตาย!!”
เคร้ง!!
แม้ว่าเจ้าร่างทดลองจะได้รับบาดเจ็บ แต่กล้ามเนื้อของมันถูกพัฒนาขึ้นไปแล้ว การโจมตีครั้งนี้ของนักล่าระดับสูงจึงสร้างแค่รอยฟกช้ำเล็กๆน้อยๆเท่านั้น
“พวกโง่! พวกแกก็เป็นแค่อาหารของฉันเท่านั้น!! อ๊า!!!” มันคำรามเสียงดังจนนักวิจัยหลายคนไม่สามารถยืนรับความกดดันนี้ไหว บางคนหมดสติไปเพราะความหวาดกลัวด้วยซ้ำ
“อยากกินฉันเป็นอาหาร ต้องดูว่ามีความสามารถพอหรือเปล่า!” นักล่าระดับสูงไม่ใช่พวกอ่อนแอ ยิ่งตอนที่พวกเขาร่วมมือกับเพื่อนอีกคนแล้ว หลอกล่อให้ร่างทดลองสับสนไปหมด
น่าเสียดายที่เจ้าสิ่งมีชีวิตกลายพันธุ์นี้ไม่ใช่สัตว์ร้ายไร้ความคิด หลังจากที่เห็นว่าตัวเองเสียเปรียบ อีกทั้งพลังงานในร่างกายก็เริ่มลดลง มันเปลี่ยนจุดสนใจของตัวเองทันที
เพราะไม่ต้องกลัวการโจมตีที่ไม่ถึงจุดตาย มันจึงกระโดดออกไปหาเป้าหมายอื่นที่จะให้ค่าพลังงานของมันเพิ่มขึ้นแทน เพียงการเคลื่อนไหวเดียวก็สามารถคว้าหัวของพวกผู้รักษาความปลอดภัยได้ 2 คนแล้ว ปากที่แหลมคมกัดเข้าไปสองครั้งก็หาแกนพลังงานได้สำเร็จ มันกลืนกินอย่างตะกละตะกลาม ในขณะที่พลังงานก็ฟื้นตัวอย่างรวดเร็วเช่นกัน
ปัง!
“ฮ่า!! พวกแกช่างอร่อยเสียจริง” ในขณะที่กินจนเลือดเต็มปาก มันก็ยังพูดข่มขู่คนอื่นไปด้วย เสียงหัวเราะที่เหมือนปีศาจทำให้พวกผู้รักษาความปลอดภัยไม่กล้าขยับ ซึ่งพวกเขาไม่ได้รู้เลยว่าการกระทำแบบนั้น มีแต่จะทำให้กลายเป็นอาหารที่วางรอให้กินเท่านั้น
นักล่าระดับสูงของสกุลจางกัดฟันกรอด พวกเขาอยากจะตะโกนออกไปเหลือเกินว่าถ้าไม่คิดจะช่วยทำประโยชน์ อย่างนั้นก็ไสหัวไปให้ไกลๆยังจะดีกว่า เพราะการที่พวกผู้รักษาความปลอดภัยอยู่ที่นี่ แกนพลังงานในร่างของพวกเขาจะเป็นแค่เชื้อเพลิง เติมพลังงานให้ร่างทดลองเท่านั้น
ในขณะที่พวกตนมีพลังงานจำกัด ร่างทดลองมีเชื้อเพลิงให้เติมเต็มอยู่เสมอ คิดว่ากรณีแบบนี้...ใครที่จะลำบากกว่ากัน!
“ฟุดฟิดๆ อ๊า! เด็กน้อยคนนี้กลิ่นหอมจริงๆ ไม่น่าเชื่อเลยว่าอายุเท่านี้ แต่กลิ่นพลังงานกลับสูงมากจนผิดปกติ”
เมื่อมันเคลื่อนตัวไปรอบๆ ในที่สุดก็รับรู้ถึงตัวตนซูหยวนที่อยู่ไม่ไกลเสียที สายตายามมันมองเด็กสาวนั้นเต็มไปด้วยความประหลาดใจทว่าก็มีแววสนุกสนานอยู่ในที
แต่เดิมแล้ว...ตัวมันก็ชื่นชอบจะรังแกคนอ่อนแอกว่า ก่อนที่จะถูกทางการจับได้ มีเด็กสาวหน้าตาดีหลายคนที่เป็นเหยื่อให้มันรังแก ดังนั้นพอเห็นซูหยวน ความตื่นเต้นที่จะได้ทำให้เด็กสาวต้องร้องไห้ด้วยความทรมานนั้นก็ถูกกระตุ้นให้คิดถึงอีกครั้ง แววตาที่เต็มไปด้วยความบ้าคลั่งในคราแรกยิ่งเต็มไปด้วยพลังมากกว่าเดิม
หากคนที่ยืนตรงหน้าของพวกมันไม่ใช่ซูหยวน เชื่อได้เลยว่าจะต้องหวาดกลัวจนสิ้นสติ แต่น่าเสียดายที่ซูหยวนไม่ใช่ “เด็กสาว” ตั้งแต่แรก ประสบการณ์ในชีวิตก่อนมีมากกว่าเจ้าร่างทดลองคนนี้เสียอีก มีความกดดันไหนบ้างที่เธอไม่เคยพบเจอ อีกอย่าง...เธอก็ผ่านความตายมาแล้ว สุดท้ายสิ่งที่น่ากลัวไม่ใช่ความตาย หากแต่เป็นความรู้สึกที่มีก่อนตายต่างหาก
ซูหยวนแค่นหัวเราะออกมา ในขณะที่ร่างทดลองมองว่าเธอเป็นเหยื่อ มันกลับไม่ได้รู้ตัวเลยว่าใครกันแน่ที่คือเหยื่อตัวจริง!
“ไม่ใช่ว่าที่ผ่านมา แกก็แค่เล่นงานแต่คนอ่อนแอหรอกหรอ? ฉันมีค่าพลังงานแบบนี้ก็ปกติแล้ว แต่เป็นแกนั่นแหละที่อ่อนแอเกินไป”
“อะไรนะ?” ร่างทดลองจิตผิดปกติไม่ได้คิดว่าจะเจอการตอบกลับแบบนี้ จากที่คิดจะเล่นสนุกกับเด็กสาวตรงหน้าแล้วค่อยสังหาร กลับเหมือนถูกเหยียบย่ำศักดิ์ศรีจนมีความคิดที่จะฆ่าเด็กสารเลวนี้ให้ตายๆไปเสีย
ความโกรธถูกกระตุ้น หมายความว่าสติสัมปชัญญะที่เหลือเพียงน้อยนิดถูกทำลายไปด้วยเช่นกัน ความประมาทนำมาซึ่งความตาย คำสอนตามศาสนาที่ซูหยวนนับถือยังคงนำมาใช้ได้เสมอ เธอเพียงโยนคำพูดออกไปไม่กี่คำ ก็ลดทอนพลังต่อสู้ของทางนั้นได้แล้ว
“ตายซะ นังสารเลวน้อยนี่!!”
ร่างทดลองพุ่งตัวเข้ามาโดยไม่ได้ระวังด้านหลังของตัวเอง ซูหยวนไม่ได้ขยับในทันที เธอมองดูการเคลื่อนไหวของนักล่าทั้งสองคนที่เคลื่อนตัวเข้ามา พร้อมกันนั้นก็หยิบเอาเครื่องมือที่อยู่ใกล้ที่สุดขึ้นมาถือไว้
ฟวับ!! ปัง!!
สองนักล่าประสานการโจมตี สอยร่างที่ลอยอยู่กลางอากาศของร่างทดลองจนกระเด็นไปด้านข้าง ผนังกำแพงที่ไม่ได้แข็งแรงแตกเป็นช่องว่างเท่าตัวคน แต่ร่างทดลองนั้นไม่ได้ถูกทำลายด้วยการโจมตีเพียงเท่านี้ ถึงมันจะพ่นเลือดออกมาจากปาก กระนั้นก็ยังกลับมายืนได้อย่างมั่นคงอยู่ดี
เพื่อไม่ให้ร่างทดลองตั้งหลักได้อีก สองนักล่าตามมาปล่อยการโจมตีของตัวเองอีกครั้ง เป็นคอมโบการต่อสู้ที่สวยงามมาก น่าเสียดายที่ร่างทดลองเป็นร่างกลายพันธุ์แล้ว การโจมตีที่เน้นในเรื่องการฟาดฟันไม่ได้ทำให้มันตกตายเนื่องจากพลังป้องกันที่สูงผิดปกติ ทว่า...แรงจากการโจมตีก็ทำให้ร่างทดลองบาดเจ็บช้ำอยู่ข้างในเหมือนกัน
“ฮึ่ม!!” เจ้าร่างทดลองบาดเจ็บขนาดนี้ มันรู้ดีว่าไม่สามารถรับการโจมตีได้ตลอดไป ดังนั้นสายตาของมันจึงตั้งไว้ที่ซูหยวน เด็กสาวที่มีพลังงานในร่างกายแผ่ออกมามากที่สุด
คนปกติอาจจะไม่รับรู้ถึงพลังงานที่ปล่อยออกมาได้ แต่มันเป็นร่างทดลองกลายพันธุ์ไปแล้ว ทุกการเคลื่อนไหวล้วนต้องการพลังงานมหาศาล และพลังงานพวกนี้ก็คืออาหารหลักของมัน ไม่น่าแปลกใจเลยที่สัญชาติญาณในการตามหาพลังงานจะทำให้มันเปลี่ยนแปลงการรับรู้ด้านพลังงานไปด้วย
ซูหยวนยังสนใจกระบวนการพัฒนานี้ ถ้าเธอมีความสามารถในการวัดค่าพลังงานของผู้คน มันก็คงจะทำประโยชน์ให้ไม่น้อยเลย
“ไสหัวไป!!” มันปัดการโจมตีของนักล่าทั้งสองที่ยังพัวพันไม่เลิก เพียงการโจมตีเดียวก็ผลักให้นักล่าทั้งสองถอยร่นไป เปิดช่องว่างให้ร่างทดลองสามารถเคลื่อนไหวได้อีกครั้ง
ตู้ม!!
มันพุ่งตัวมาด้วยความเร็ว ร่างเล็กๆของซูหยวนอยู่ไม่ไกลแล้ว มือหนาเตรียมคว้าคอของเธอแล้วกระชากกินให้เร็วที่สุด แต่ซูหยวนก็พร้อมรับมืออยู่แล้วเช่นกัน
เคร้ง!
แท่งเหล็กที่ซูหยวนถือเอาไว้ก่อนหน้านี้แทงเข้าที่หน้าอกของร่างทดลอง หากใช้แค่แรงของเด็กสาว อาจจะไม่เพียงพอที่เจาะทะลุการป้องกันได้ แต่ซูหยวนไม่ได้ใช้แค่พลังการขว้างของตนเองเท่านั้น ในตอนที่มันไม่คิดจะหนีแท่งเหล็กที่โจมตีไป ซูหยวนก็ขยับร่างหลบพ้นระยะการคว้าจับของอีกฝ่ายได้สำเร็จ
ร่างที่พุ่งมาไม่สามารถหยุดได้ทันที มันยังพุ่งไปข้างหน้าแล้วกระแทกเข้ากับกำแพงห้องทดลอง เมื่อรวมกับผนังกำแพงหนาและแรงโจมตีที่ซูหยวนใช้ไปก่อนหน้านี้ กล้ามเนื้อที่แข็งแกร่งเหมือนเหล็กก็ต้านเอาไว้ไม่ได้
หน้าอกของมันเกิดรอยแผลให้เห็น เลือดสีแดงเข้มซึ่งเกิดจากพลังงานสะสมมากเกินไปทะลักออกมาเหมือนเขื่อนที่มีรูรั่ว หากไม่ปิดรูนั้นให้เร็วแล้วปล่อยให้ขอบรอบๆแตกร้าวมากขึ้น ไม่นานก็เตรียมเจอกับแรงระเบิดได้เลย
แต่เดิมแล้ว ร่างทดลองที่กลายพันธุ์นี้ก็ยังไม่ได้กลายพันธุ์อย่างสมบูรณ์ มันคือการกลายพันธุ์ที่ผิดปกติจากผลการทดลองที่ล้มเหลว ดังนั้นจึงไม่สามารถฟื้นร่างกายตัวเองได้ เว้นเสียแต่ว่ามันจะได้รับพลังงานจำนวนมากเพื่อซ่อมแซมรูรั่วนี้
“นังสารเลว!!” ร่างทดลองโกรธมาก ความเจ็บปวดนี้เหมือนกับร่างทั้งร่างกำลังจะระเบิดอย่างแท้จริง มันหันไปหาซูหยวนที่เบี่ยงตัวหลบไปไม่ไกล อยากจะกัดเด็กสาวสารเลวนี้ให้รู้ซึ้งถึงความเจ็บปวดที่เหมือนกัน แต่น่าเสียดายที่มันไม่รู้ว่าซูหยวนรออยู่ก่อนแล้ว
ปัง!!!
เพราะอยู่ไม่ไกล แรงโจมตีนี้จึงรุนแรงมาก อีกทั้งเป้าหมายในการโจมตีของซูหยวนก็คือ “ดวงตา” ที่อ่อนแอที่สุดของร่างทดลอง
เหล็กแหลมทำหน้าที่ของตนเองอย่างดี กอปรกับดวงตาเป็นจุดอ่อนที่สำคัญ ดังนั้นร่างทดลองที่หวังจะจัดการคนอื่น จู่ๆก็ถูกโจมตีเข้าเสียเอง
แม้จะไม่เพียงพอให้มันตกตายในครั้งเดียว ทว่าสองนักล่าระดับสูงก็ไม่ใช่ตอไม้ พวกเขาใช้โอกาสนี้โจมตีย้ำเข้าที่จุดเดิม ซูหยวนขยับออกห่างตำแหน่งของร่างทดลองเพื่อไม่ให้ขวางทางทั้งสองคน จนในที่สุด...ร่างทดลองที่แข็งแกร่งหนักหนาก็ค่อยๆล้มตัวลง....
…………………….