สนมรักของเจิ้นวันวันคิดแต่จะหาตังค์ [จบ]

    เล่มที่ 4 บทที่ 97 หนามยอกเอาหนามบ่ง

            "นางเด็กแสบอย่าลำพองใจนักเลย! ฝากไว้ก่อนเถอะ!"

            หวังซื่อคว้าเงินสิบตำลึงบนโต๊ะก่อนจากไปยังฝากถ้อยคำข่มขู่เอาไว้  คิดหาทางแก้แค้นในภายหลัง

            "ฮึ!"

            หมิงเถี่ยจู้เห็นหลี่ไหวฺอวี้พิงประตูอยู่ที่ทางเข้าบ้านอย่างสบายอารมณ์ก็แค่นเสียงเย็นชา เดินจากไปโดยไม่หันกลับ ท่ามกลางเสียงหัวเราะเยาะหยันของชาวบ้านรอบด้าน

            "เดินดีๆไม่ส่งนะ!" หลี่ไหวฺอวี้ยิ้มถากถาง

            "เพ้ย!"

            เดิมทีหวังซื่อตั้งใจจะด่าหลี่ไหวฺอวี้สักคำแต่พอเปล่งเสียงถ่มน้ำลายหลุดออกจากปาก ก็ถูกอีกฝ่ายขึงตาใส่นางพลันนึกถึงสภาพอันน่าสังเวชของซุนเถียนที่บุกมาถึงสองครั้งสองคราเกรงว่าตนเองจะถูกเตะปลิวออกไปเช่นเดียวกัน จึงรีบเผ่นแน่บไปอย่างรวดเร็ว

            "พี่ไหวฺอวี้ท่านกลับมาตั้งแต่เมื่อไร?"

            ไร้สุ้มเสียงโดยสิ้นเชิงวรยุทธ์สูงส่งล้ำเลิศก็ดีอย่างนี้! ตนเองควรไปฝึกบ้างหรือไม่?

            หมิงเป่าจูสูดหายใจเข้าออกลึกๆรู้สึกโล่งใจที่ทุกอย่างจบลงเสียที พอได้ยินน้องชายเอ่ยปาก จึงหันกลับไปมอง ก็เป็นจริงดังว่าพวกนางไม่รู้ตัวสักนิดว่าเขากลับมาตั้งแต่เมื่อใด

            "ไม่หลงทางหรือ?"หมิงเป่าจูกระเซ้าอย่างอารมณ์ดี

            หลี่ไหวฺอวี้หันหน้าเข้าไปในบ้านแสงอาทิตย์อัสดงสาดส่องมาทางด้านหลัง จึงเห็นใบหน้าไม่ชัด ยืนกอดอกพิงกรอบประตูมองหมิงเป่าจูเช่นนั้น

            เด็กสาวผู้นี้ช่างสามารถสร้างความประหลาดใจให้เขาได้ทุกครั้งจริงๆ

            ทันใดนั้น หลี่ไหวฺอวี้ก็ปล่อยมือเดินตรงเข้ามาหาหมิงเป่าจู ควานเข้าไปในอกเสื้อตนเอง ก่อนล้วงสิ่งของบางอย่างออกมา

            "อะไรหรือ?"หมิงเป่าจูเงยหน้ามองเขาพร้อมเอ่ยถาม

            "เปิดดูสิ"หลี่ไหวฺอวี้คลี่ยิ้มมุมปาก บนใบหน้าฉายแววเจ้าเล่ห์

            หมิงเป่าจูเอียงคอมองเขาลอบกลอกตาอยู่เงียบๆ ในใจ เด็กหนอเด็กน้อย เล่นอะไรไม่รู้จักโต

            เห็นอยู่ว่าแค่แบมือออกคำตอบก็ปรากฏต่อหน้าแล้วกลับต้องทำลีลาโยกโย้ให้มากเรื่อง

            แต่แม้จะคิดเช่นนั้นมือของหมิงเป่าจูก็ยังคงค่อยๆ งัดนิ้วที่กำแน่นของเขาออกทีละนิ้วเผยให้เห็นสิ่งของที่เปล่งประกายอยู่ภายใน

            "เงิน?"

            เขาเอาเงินมาจากที่ไหนพอเพ่งมองดู ก็พบว่ามีทั้งหมดหกตำลึง ความคิดหนึ่งผุดวาบขึ้นมาในความคิด หรือว่าจะเป็น...

            "โห!พี่ไหวฺอวี้ ท่านไปปล้นเขามาหรือ?" หมิงเป่าอวี้พูดจบเหมือนจะตระหนักอะไรบางอย่างได้ก็รีบหุบปากแน่นพลาง จดจ้องหลี่ไหวฺอวี้เขม็ง

            หลี่ไหวฺอวี้หัวเราะออกมา"ตกอกตกใจอะไรกัน นี่เรียกว่าตาต่อตาฟันต่อฟัน ดาบนั้นย่อมคืนสนอง!"

            หลังจากเขาพูดจบคนทั้งสามในห้องก็หัวเราะออกมา

            ไม่นานนักก็มีเสียงกรีดร้องดังลั่นออกมาจากเรือนขนาดใหญ่หลังหนึ่งในหมู่บ้าน จนชาวบ้านที่เดินผ่านหน้าประตูต่างก็ตกใจผวาแทบจะปัสสาวะรดกางเกงรีบหาบสาแหรกขึ้นบ่าแล้ววิ่งหนีไป

            "อ๊า!"

            หวังซื่อและหมิงเถี่ยจู้เดินตามกันเข้ามาในบ้านพอหวังซื่อเห็นสภาพในห้อง ก็รีบวิ่งไปที่ตู้เก็บของของตนทันที

            ในตู้ก็ถูกรื้อค้นกระจุยกระจายไม่ต้องรื้อค้นให้เสียเวลา แค่มองปราดเดียวก็รู้แล้วว่าของทุกอย่างถูกกวาดลงมาจนหมดสิ้น

            นางย่อตัวลงไปหยิบกล่องเหล็กใบหนึ่งขึ้นมาฝาถูกเปิดออก ไม่ต้องคิดก็รู้ว่าของในนั้นต้องไม่อยู่แล้วอย่างแน่นอน

            แต่นางกลับไม่เชื่อยังหยิบขึ้นมาตรวจสอบดูอีกครั้ง เป็นไปตามคาดผลลัพธ์ที่ได้ทำให้นางผิดหวังอย่างใหญ่หลวง

            หวังซื่อหย่อนก้นลงบนพื้นอย่างไม่อยากจะเชื่อเงินหกตำลึงที่พวกเขาขโมยมาจากหมิงเป่าจูหายไปทั้งหมด!

            "ขโมยขึ้นบ้าน!มีขโมยขึ้นบ้าน! ไม่ได้การ ข้าต้องไปหาหัวหน้าหมู่บ้าน!"

            หวังซื่อรีบลุกขึ้นยืนไม่สนใจแม้แต่จะปัดฝุ่นบนเสื้อผ้า คิดจะวิ่งไปที่บ้านของหัวหน้าหมู่บ้านแต่ถูกหมิงเถี่ยจู้คว้าตัวไว้

            "จะไปทำไมขโมยขโจรอะไรกัน นั่นมันฝีมือหลี่ไหวฺอวี้ชัดๆ!"

            มิน่าเล่าระหว่างที่ทุกคนกำลังคุยกันถึงไม่เห็นเขาที่แท้ก็แอบมาทำเรื่องแบบนี้นี่เอง!

            "เช่นนั้นพวกเรายิ่งต้องไปขอให้หัวหน้าหมู่บ้านมาดูว่าเจ้าพวกลูกเต่าที่เขาลำเอียงเข้าข้างทำตัวแบบไหนกล้าดีอย่างไรมาฉกของถึงบนศีรษะข้า ผู้ใดขโมยไปก็อย่าหวังว่าจะได้อยู่อย่างเป็นสุขเลย!"

            หวังซื่อตะโกนด่าทอไม่จบไม่สิ้นหมิงเถี่ยจู้รำคาญ จึงผลักนางออกไป จนเกือบจะล้มลงไปกองกับพื้น

            "ท่านผลักข้าทำไมกันนี่!"หวังซื่อโพล่งออกมาด้วยความโกรธ

            "เป็นเขายิ่งไปไม่ได้!"หมิงเถี่ยจู้สีหน้าถมึงทึง "หากเจ้าโดนเขาเตะเข้าสักที จะรอดชีวิตหรือไม่ยังไม่รู้!"

            ทั้งสองหวาดกลัวฝีไม้ลายมือของหลี่ไหวฺอวี้จนฝังรากลึกไปแล้วไม่กล้าไปยั่วโมโหเขาอีก ด้วยความสามารถเพียงน้อยนิดของพวกเขา กดขี่ข่มเหงหมิงเป่าจูสองพี่น้องยังพอไหวแต่กับหลี่ไหวฺอวี้ เกรงว่าจะมีคุณสมบัติไม่เพียงพอ

            นอกเหนือจากนี้...

            จุดที่เป็นหัวใจสำคัญยิ่งกว่าก็คือวันนี้หมิงเป่าจูสามารถจ่ายเงินสิบตำลึงออกมาได้อย่างง่ายดาย สุดรู้ว่าไปต้องตาคนตระกูลใหญ่ที่ไหนในเมืองมาหรือไม่

            เขาก็สังเกตเห็นในกระบุงยังมีห่อผ้าสีเทาอยู่อีกห่อไม่แน่ว่าในนั้นก็อาจมีเงิน

            บัดนี้นางมีความสามารถหาเงินได้แล้ว ไม่ใช่เด็กหญิงที่ขึ้นเขาไปเก็บผลไม้ป่ากินเหมือนแต่ก่อนอีกต่อไป

            หากพวกเขาไปฟ้องหัวหน้าหมู่บ้านว่าหลี่ไหวฺอวี้ขโมยเงินยังไม่ต้องพูดถึงว่าหัวหน้าหมู่บ้านจะเชื่อหรือไม่ แม้แต่ชาวบ้านก็คงไม่เชื่อ และคงไม่มีผู้ใดรับฟังพวกเขาแน่นอน!

            "แล้วจะทำเช่นไร?ปล่อยไปแบบนี้หรือ?" เงินตั้งมากมายพวกเขาต้องใช้เวลาอีกกี่ปีถึงจะเก็บได้ ถึงอย่างไรนางก็จะไม่ยอมทนกล้ำกลืนอย่างแน่นอน

            หวังซื่อยามนี้เอาแต่คิดว่าตนเองสูญเสียเงินไปแต่ไม่เคยคิดเลยว่าเงินเหล่านี้ไม่ใช่ของของนางตั้งแต่ต้น

            "จะทำอย่างไรได้!มิสู้มาคิดหาวิธีจัดการปัญหาแบบอื่นจะดีกว่า!"

            เรื่องเงินทำได้เพียงปล่อยไปก่อนแต่เขาก็หาทางระบายความโกรธแค้นในใจได้แล้ว ฮึ่ม คิดตักตวงผลประโยชน์จากเขาไม่ง่ายดายถึงเพียงนั้น!

            หวังซื่อได้ยินคำกล่าวดวงตาก็ลุกวาวหรือว่าเขามีวิธีอื่น?

            สองสามีภรรยาไม่มีเวลาสนใจแม้แต่จะเก็บกวาดห้องนั่งลงเริ่มหารือวางแผนเอาคืน

             

            ทั้งคู่วางแผนกันมาทั้งคืนนอนก็หลับไม่สนิท ทิ้งตัวลงนอนตอนฟ้าสางทั้งเสื้อผ้าชุดนั้น

            ใครจะรู้ว่าเพิ่งเคลิ้มหลับไปก็ได้ยินเสียงเคาะประตูดังสนั่น ทั้งสองที่เต็มไปด้วยโทสะ ประกอบกับอดนอนมาทั้งคืนบัดนี้แทบอยากจะฆ่าคน

            "ผู้ใดช่างไม่ลืมหูลืมตามาเคาะประตูบ้านผู้อื่นตั้งแต่ฟ้ายังไม่สาง!" หมิงเถี่ยจู้บ่นพึมพำ ลืมตาขึ้นอย่างงัวเงีย

            "มารดามันเถอะจะไม่ให้คนได้หลับได้นอนกันเลยหรือไร!"

            หวังซื่อสบถออกมาคำหนึ่งก่อนจะลุกขึ้นอย่างฉุนเฉียว เดินไปเปิดประตู ตั้งใจจะไปเอาเรื่องกับคนข้างนอก

            หมิงเถี่ยจู้เพิ่งจะหลับตาเพื่อนอนต่อก็ได้ยินเสียงกรีดร้องมาจากข้างนอก เสียงนั้นเป็นของหวังซื่อเขาจึงรีบสวมรองเท้าแล้ววิ่งออกไป

            พอออกไปก็ถึงกับอึ้งผงะ

            ในลานบ้านมีชายฉกรรจ์ร่างกำยำท่าทางเหี้ยมเกรียมยืนอยู่สี่ห้าคนหลายคนมีรอยแผลเป็นบนใบหน้า มือถืออาวุธ ทั้งกระบองทั้งมีด น่าขนพองสยองเกล้า

            ด้านหน้าสุดเป็นหญิงร่างท้วมคนหนึ่งกำลังกระชากผมของหวังซื่อกดลงกับพื้น

            หวังซื่อร้องไห้น้ำตาไหลพรากมองมาที่เขา "ท่านพี่ ช่วยด้วย! เขาจะฆ่าข้าแล้ว!"

            "หุบปาก!"

            ชายฉกรรจ์คนหนึ่งตะคอกใส่หวังซื่อด้วยความหงุดหงิดจนนางไม่กล้าส่งเสียงออกมาอีก

            "ท่านผู้กล้าทั้งหลายพวกเรามาคุยกันดีๆ เถิด ข้าไม่เคยพบเห็นพวกท่านมาก่อน ไม่ทราบว่าไปล่วงเกินพวกท่านตั้งแต่เมื่อใด"

            หมิงเถี่ยจู้เป็นพวกใจเสาะรังแกคนอ่อนแอ สยบต่อผู้แข็งแกร่ง เมื่ออยู่ต่อหน้าคนกลุ่มนี้ ความกร่างเช่นที่เคยมีก็มลายหายสิ้น

            พูดยังไม่ทันจบคำก็ถูกหญิงร่างท้วมที่จิกผมของหวังซื่ออยู่ตัดบทเสียก่อน

            "ล่วงเกิน?ล่วงเกินอย่างร้ายแรงเชียวล่ะ! สามีข้ายังนอนคางเหลืออยู่ที่บ้าน เจ้าว่าล่วงเกินหรือไม่เล่า?"

            หนิวกุยหลันกระชากผมของหวังซื่อจนหนังศีรษะแทบจะหลุดออกมา แม้หวังซื่อจะเจ็บปวดแต่กลับไม่กล้าเปล่งเสียงออกมาสักแอะเดียว

    คล้ายกับเรื่องสนมรักของเจิ้นวันวันคิดแต่จะหาตังค์ [จบ] ที่คุณอ่าน