“ฮึก ฮือ... ท่านพ่อ ข้าไม่ยอมหรอกนะ เย่วซินเป็คู่หมายของข้า ข้าไม่ยอมยกเขาให้ใครหรอก ข้าไม่ยอม”หนิงอันร้องไห้ฟูมฟายเสียยกใหญ่ เพราะยังหาทางออกไม่ได้
“เ้าตัดใจเสียเถิดหนิงอัน แก้ไขอะไรไม่ได้อีกแล้ว มันเป็ชะตาของเขา ข้าก็คิดไม่ถึงเช่นเ้า เย่วซินเป็ถึงคู่ชะตาขององค์าาั มันคงจะเป็กรรมของพวกเ้าสอง ที่มิอาจสมหวังดั่งที่ตั้งใจไว้”
“ไม่จริงข้าไม่ยอมรับ มันต้องมีวิธีซิเ้าคะ “
“หยุดเพ้อเจ้อได้แล้วหนิงอัน ข้าบอกว่ามันสายเกินจะแก้ไขแล้ว เ้ายังมิรู้ความอยู่อีกรึ! “หญิงสาวยกมือปิดหน้าร้องไห้วิ่งตรงกลับบ้านทันที นางไม่อยากอยู่รับรู้อะไรอีกแล้ว เพราะแค่นี้หัวใจของนางก็รวดร้าวเกินจะทน หลวนคุณได้แต่มองบุตรสาวของตนด้วยความสงสาร ครั้งนี้เขาไม่สามารถช่วยอะไรได้เลย มันคงจะจบแล้วสำหรับหนิงอันกับเย่วซิน คนทั้งคู่คงไร้วาสนาต่อกันจริงๆ เื่มันถึงได้เป็เช่นนี้
อีกฝ่ายกลายเป็บุคคลต้องห้าม เป็ดวงใจของัตนนั้น แค่มองการกระทำ สายตาที่ห่วงหา และอาการยินดีที่คู่ชะตาเป็คนที่ตนหมายปองและคาดหวังเอาไว้ แค่นี้ก็รู้แล้วว่าัตนนั้นรักและหวงคู่ของตนเองมากขนาดไหน แล้วใครล่ะจะกล้าเอาชีวิตเข้าไปเสี่ยง
เฟยหลงค่อยๆ วางร่างบางที่ไร้สติในอ้อมแขนลงอย่างนุ่มนวล ร่างบางยังคงหลับใหลอยู่ในอ้อมกอดของคนตัวโต โดยที่ไม่รับรู้เลยว่า มือหนากำลังเปลื้องผ้าตนออกอย่างช้าๆ จนเหลือชิ้นสุดท้ายที่ร่างสูงปล่อยให้มันทำหน้าที่ปกปิดท่อนล่างเอาไว้ ก่อนที่จะอุ้มร่างบางขึ้นอีกครั้งมุ่งตรงไปยังเป้าหมาย นั่นก็คือกลางบ่อน้ำที่ดูแล้วไม่ได้ใหญ่โตมากนัก เขาวางร่างบางลงโดยให้อีกฝ่ายหันแผ่นหลังบางมาพิงกับหน้าอกแกร่งของตน ศีรษะของคนตัวเล็กซบลงกับไหล่กว้างของเขา มือข้างหนึ่งโอบกอดร่างบางเอาไว้ อีกข้างที่เหลือใช้ตักน้ำราดรดร่างกายคนตรงหน้าขัดถูจนเกลี้ยงเกลา สายตาคมจ้องมองสัญลักษณ์ที่ตนเรียก ก่อนจะยกยิ้มขึ้นอย่างสมดั่งใจ
“สุดท้ายแล้วเ้าก็หนีข้าไม่พ้นจริงๆ ข้าดีใจยิ่งนักชายาข้า”
“อือ... นะ-หนาว ท่านแม่ข้าหนาว”ร่างบางเริ่มจะได้สติขึ้นมาบ้างแล้วแต่ยังไม่สมบูรณ์เสียทีเดียว เฟยหลงเห็นอาการหนาวสั่นของคนตรงหน้า ก็รีบพูดเพื่อปลอบอีกฝ่าย
“เ้าอดทนสักหน่อยเถิด ประเดี๋ยวก็เสร็จแล้ว”เหมือนเย่วซินจะได้สติมากขึ้น ร่างบางเลยฝืนเปิดเปลือกตาที่หนักอึ้งของตน
ภาพแรกที่ตนเห็นคือใบหน้าคม ที่ตนจำได้ว่าเขาคือคนที่เกือบจะจับตนแก้ผ้าในตอนนั้น แต่เอ๊ะ? ทำไมมันรู้สึกแปลกๆ อย่างนี้นะหนาวๆ พิกล พอสติมาครบเท่านั้น
“ทะ-ท่านทำอะไรกับข้า แล้วเสื้อผ้าล่ะเสื้อผ้าข้าหายไปไหน”
ร่างเล็กทะลึ่งลุกพรวดพราด เป็เหตุให้ร่างกายซวนเซเพราะยังปรับสภาพไม่ได้เท่าที่ควร เฟยหลงรีบรวบร่างเล็กเข้ามาในอ้อมกอดทันที
“นี่เ้าจำอะไรไม่ได้เลยหรืออย่างไรเย่วเอ๋อร์”เขาก้มลงไปพูดกับร่างบางซึ่งตอนนี้ยืนตะลึงไปแล้ว
หลังจากที่ได้ยินคำพูดที่คิดว่าเคยได้ยินจากปากของใครคนหนึ่ง ที่เคยใช้เรียกตนเองแบบนี้ และเขาจำได้ไม่เคยลืมเพราะเคยถูกอีกคนบังคับล่วงเกินมาก่อน
“ท่าน... ท่าน”
“จำข้าได้แล้วใช่หรือไม่เย่วเอ๋อร์”ใช่ เย่วซินจำได้ขึ้นใจเลยทีเดียว เ้าแมวหัวขโมย แต่ที่เขาจำได้อีกอย่างคือบุรุษผู้นี้คือาาัที่มาเข้าพิธิผูกพันธะนี่นา แล้วทำไมเวลานี้ถึงได้มาอยู่กับเขาที่บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ได้ (เอ๋... บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ หรือหรือว่า ? ) และแล้วเื่ราวที่เกิดขึ้นทุกอย่างก่อนที่เขาจะหมดสติ ก็ค่อยๆ ไหลเข้ามาในสมองอย่างช้าๆ จนร่างบางสุดที่จะรับได้
“ไม่ ๆ ออกไปไห้พ้นอย่าได้มาจับตัวข้า! “
“เ้าเป็อะไร เจ็บตรงไหนบอกข้ามา”เฟยหลงถามอีกฝ่ายเพราะเป็ห่วง ร่างบางแหงนหน้าขึ้นไปมองก่อนจะตอบออกไป
“เจ็บสิ เจ็บมากเสียด้วย”
“เจ็บตรงไหนบอกข้ามาเถิด”
“มันจะมีประโยชน์อะไร ท่านช่วยข้าไม่ได้หรอก ไม่มีใครช่วยข้าได้ทั้งนั้น”
“เ้ารู้ได้อย่างไรว่าข้าช่วยเ้าไม่ได้ ไหนลองบอกข้ามาเถิดเย่วเอ๋อร์”เฟยหลงเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน เย่วซินแหงนหน้ามามองคนตรงหน้าอีกครั้ง พร้อมกับเอ่ยคำที่ทำให้คนฟังถึงกับนิ่งงันไป
“ข้าเจ็บตรงนี้ ท่านช่วยข้าได้หรือไม่ มันเจ็บมาก เจ็บเจียนตายอย่างที่ท่านเคยเตือนข้าไว้จริงๆ “เย่วซินมองหน้าเฟยหลง พลางใช้นิ้วชี้มาที่อกด้านซ้ายตรงตำแหน่งหัวใจ พลันดวงตาหวานก็มีหยดน้ำใสๆ ไหลหยดลงมาที่แก้มนวล เล่นเอาเฟยหลงถึงกับหน้าซีดพูดอะไรไม่ออก
เพราะความเสียใจและความผิดหวัง ทำให้เย่วซินเก็บน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่ ร่างบางสะอื้นให้อย่างหนัก หมดสิ้นแล้วจริงๆ เขากลายมาเป็คู่ชะตาได้อย่างไรกัน ชีวิตเขากำลังจะมีความสุข มีครอบครัวที่อบอุ่นกับหญิงคนรัก แต่ตอนนี้มันคงจะเป็เพียงแค่ความฝันเท่านั้น เขาต้องจากที่นี่ไปอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ไปในที่ที่ไม่รู้จัก เขาเพิ่งจะเข้าใจความรู้สึกของหลิงซานอย่างถ่องแท้ก็ตอนนี้ เมื่อมาเจอเข้ากับตนเอง
“ท่านรู้มาก่อนใช่หรือไม่ ถึงได้กล้าทำเช่นนั้นกับข้า! “เฟยหลงพยักหน้าตอบ ไม่มีประโยชน์อันใดที่จะต้องปกปิดอีกแล้ว
“ท่านมันเลวที่สุด ออกไปให้พ้นนะ ข้าเกลียดท่าน ฮึก ฮือ”
เย่วซินผลักอีกฝ่ายให้ออกไปพ้นตัว แต่แรงอันน้อยนิดที่เหลืออยู่ ไม่สามารถทำให้ร่างใหญ่ขยับไปไหนได้ เฟยหลงรวบตัวเย่วซินที่ตอนนี้ ทั้งร้องไห้ ทั้งดิ้นรนผลักไสเขา แต่เขาก็พยายามกอดคนตรงหน้าเอาไว้แน่น ผ่านไปสักพักร่างบางจึงสงบลง
เย่วซินยอมอยู่ในอ้อมกอดเขาอย่างหมดแรงมาสักพักหนึ่งแล้ว เฟยหลงไม่ได้เอ่ยอะไรออกมาเพียงแต่กระชับอ้อมแขนกอดคนตัวเล็กไว้ให้แน่นขึ้น ปล่อยให้อีกฝ่ายร้องไห้ออกมาให้พอ เผื่อความเ็ปทรมานใจจะคลายลงไปบ้าง ถึงจะไม่มากก็ยังดีกว่าไม่ทำอะไรเลย เขาเข้าใจความรู้สึกของเย่วซินดี ว่าคงยากจะทำใจยอมรับเื่นี้ในเร็ววัน เพราะต้องทิ้งทุกอย่างไว้เื้ั รวมทั้งความรักที่กำลังเบ่งบานกับสตรีเเสนงามผู้นั้นอีก ทุกอย่างต้องมาจบลงเพราะเขา นี่เขาคงจะถูกร่างบางเกลียดชังไปเสียแล้ว เขาคงต้องให้เวลาอีกฝ่ายค่อยๆ ปรับตัวและยอมรับมันให้ได้
“ถ้าข้าสามารถแบกรับความทุกข์จากเ้าได้ ข้าก็ยินดีที่จะรับมันไว้ เ้ารู้หรือไม่ว่าข้ายินดีเพียงใดที่มีเ้าเป็คู่ชะตา ั้แ่นิมิตเห็นเ้า ข้าก็เฝ้ารอวันนี้มาตลอด เราไปกันเถิดป่านนี้พวกเขาคงรอนานแล้ว”
เฟยหลงพูดจบก็ช้อนร่างบางขึ้นจากน้ำ ก่อนจะนำผ้ามาปกปิดร่างกายขาวนวลแล้วมุ่งหน้าตรงไปยังลานพิธี ขาแกร่งก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคง โดยคนตัวเล็กที่อยู่ในอ้อมแขนไม่ได้พูดอะไรอีกเลย
ไม่ต่อต้านหรือขัดขืนแต่อย่างใด ร่างเล็กเหนื่อยล้าทั้งร่างกายและจิตใจ จนไม่อยากที่จะต่อต้านอีกฝ่าย ปล่อยให้คนตัวโตกว่า อุ้มไปยังลานพิธี ความรู้สึกในตอนนี้เหมือนกับว่า ตนเองกำลังก้าวสู่ลานปะาอย่างช้าๆ เพื่อรอเวลาถูกเชือดโดยคนตรงหน้า
เมื่อไปถึงก็เป็จริงอย่างที่คาดคิดเอาไว้ ทุกคนเฝ้ารอคนทั้งคู่อย่างกระวนกระวายใจ โดยเฉพาะหลวนคุณที่ตอนนี้ถึงกับนั่งไม่ติด กลัวเหลือเกิน เขารู้จักนิสัยใจคอของเย่วซินเป็อย่างดี ว่าอีกฝ่ายดื้อดึงขนาดไหน เื่นี้คงไม่จบง่ายๆ เป็แน่ อย่างไรเสียก็ขอให้าาัผู้นั้น กำหราบคู่ของตนได้สำเร็จเถิด เพราะทางนี้ไม่อยากมีปัญหากับทางเผ่าั แต่พอเห็นว่าคนที่ตนกำลังนึกถึงกำลังอุ้มคนตัวเล็กก้าวมาทางนี้ โดยคนตัวเล็กที่อยู่ในอ้อมกอดของคู่ชะตาไม่ได้ต่อต้านแต่อย่างใด ก็พาให้เบาใจขึ้นมาก มารดาของร่างบางรีบปรี่เข้ามาหาบุตรชายของตนทันที พร้อมน้ำตาที่ไหลอาบแก้ม
หัวใจของคนเป็แม่ก็แทบสลาย ทันทีที่เห็นน้ำตาบนแก้มนวล และในตาที่แดงก่ำบ่งบอกว่าผ่านการร้องไห้มาอย่างหนัก ร่างบางดิ้นให้อีกฝ่ายปล่อยตนลง ก่อนจะโผเข้าสู่อ้อมกอดที่แสนจะอบอุ่นของมารดาทันที
“ฮึก ฮือ... ท่านแม่”
“เย่วเอ๋อเ้าเป็เช่นไรบ้าง โถ่ตาช้ำหมดแล้วหยุดร้องเสียเถิดแม่อยู่นี่แล้ว”นางกอดบุตรชายเอาไว้แนบอก มือบางยกขึ้นเช็ดน้ำตาให้อีกฝ่ายอย่างอ่อนโยน ก่อนจะพาเขามายังฉากกั้นด้านหลัง เพื่อจะเปลี่ยนเสื้อผ้าที่ท่านผู้นำให้คนไปเอามาเตรียมไว้ให้ ส่วนเฟยหลงก็กลับออกมายังลานพิธีเพื่อรออีกคน
“ท่านแม่ หนิงอันล่ะนางอยู่ไหน”เย่วซินถามหาคนรักทันที เป็เวลาเดียวกันกับที่หลิงซานเดินเข้ามาพอดี เขาเลยตอบคำถามพี่ชายแทนมารดา หลิงซานดีใจอยู่ไม่น้อย ที่ไม่ต้องไปอยู่ที่โน่นโดยลำพัง
อย่างน้อยมีพี่ชายไปอยู่เป็เพื่อน ขอเห็นแก่ตัวหน่อยเถิด ที่ตนเองดีใจท่ามกลางความเสียใจของพี่ชายตน
“ท่านพี่ ตอนนี้พี่หนิงอันกลับบ้านไปแล้ว”
“หนิงอันไม่คิดที่จะอยู่เพื่อส่งข้าเลยหรือ ข้าอยากพบนางอีกสักครั้งก่อนไป”
“ท่านพี่ นางคงจะทำใจยาก ข้าเห็นนางวิ่งร้องไห้กลับบ้านไปแล้ว ท่านพี่ล่ะดีขึ้นแล้วใช่หรือไม่
“ข้าดีขึ้นมากแล้วล่ะหลิงซาน แล้วเ้าล่ะวิ่งเตลิดไปอยู่เสียที่ไหนล่ะ ข้าถึงตามไม่เจอ”
“ก็ข้าในี่ มีอย่างที่ไหนอยู่ดีๆ ก็มีไอ้งูั์ ที่ทุกคนต่างก็ยัดเยียดให้เป็ผัวข้าโผล่มาตรงหน้าแบบนี้ ไม่ช็อคตายห่าก็บุญเท่าไรแล้ว”
“หลิงซานให้เกียรติเขาด้วย เขาเป็ถึงาาั เ้าอย่าได้พูดจาแบบนี้ให้ใครได้ยินเชียว”
“ดูเหมือนท่านพี่จะทำใจยอมรับได้แล้ว แต่ข้าขอบอกว่าไม่มีทาง”หลิงซานบอกคนตรงหน้าไปแบบนั้น
ตอนนี้เขาจะยอมๆ ไปก่อน เพราะคงสู้อีกฝ่ายไม่ได้ ค่อยหาวิธีเอาหลังจากไปอยู่ที่วังัก็แล้วกัน (แต่เอ๋ ไอ้วังันั่นมันอยู่ที่ไหนกันวะ) เขาคิดในใจ
“ข้าก็ไม่ยินยอมหรอก เ้าก็รู้ว่าข้ามีหนิงอันอยู่แล้ว”
“แล้วท่านพี่จะทำเช่นไรต่อไปล่ะ”
“ข้าก็ยังไม่รู้เลยคงต้องนิ่งเงียบไว้ก่อนกระมัง ค่อยหาหนทางเอาทีหลัง”เขาตอบน้องชายออกไปแบบนั้น เพราะยังหาทางออกไม่ได้เลย
อีกด้านของลานพิธี หลังจากที่เฟยหลงนั่งลง ท่านผู้นำก็ได้กล่าวกับเขา
“ข้าไม่คิดว่าคราวนี้จะมีคู่ชะตาถึงสองคน ข้าต้องขออภัยท่านจริงๆ ที่หาคู่ชะตาของท่านไม่เจอ”
“ไม่เป็ไร อย่างไรเสียเื่ก็ผ่านไปแล้ว ตอนนี้ก็หาคู่ของข้าก็เจอแล้วด้วย”เขาตอบออกไปไม่คิดที่จะถือสาหาความเอากับอีกฝ่าย ในเมื่อเขาก็เจอคนที่้าแล้ว แต่ท่านผู้นำยังเอ่ยขึ้นมาอีก
“แต่ข้าอดสงสัยไม่ได้ ว่าเพราะเหตุใดสัญลักษณ์ถึงไม่ยอมปรากฏขึ้นมา”
“ข้าก็ข้องใจไม่น้อยกับเื่นี้ เย่วเอ๋อร์มีคู่หมายแล้วอย่างนั้นใช่หรือไม่ท่านผู้นำ”เฟยหลงถามเื่ที่ตนสงสัยกับท่านผู้นำออกไป
“ใช่แล้วล่ะท่าน เขารักใคร่อยู่กับบุตรสาวของข้าเอง กำลังจะมีพิธีมงคลกันในไม่ช้า เขาสองคนรักกันมาก เฮ้อ... แต่ตอนนี้ทุกอย่างมันจบลงแล้ว”
“หึ หึ เื่เป็เช่นนี้นี่เอง ตอนนี้เขาไม่เกลียดข้าเข้ากระดูกไปแล้วรึ”
ตอนนี้เย่วซินอยู่ในชุดเ้าสาวแสนงดงาม ใบหน้างามหยดมีสีหน้าเศร้าหมองเป็อย่างมาก มารดาเห็นเช่นนี้แล้วจึงเอ่ยปลอบ
“ดูทำหน้าเข้าสิ เ้าเป็ผู้ที่ถูกเลือกทำใจยอมรับมันให้ได้นะเย่วเอ๋อร์ เ้าจะได้คลายทุกข์ลงไปบ้าง”
“ท่านแม่ไม่รักข้าแล้วรึ ถึงได้ผลักไสข้าให้ไปอยู่ที่ไหนก็ไม่รู้”
พลันน้ำตาหยดน้อย ก็ไหลลงมาบนแก้มนวลอีกครั้ง ทั้งๆ ที่มันได้หยุดไหลไปสักพักหนึ่งแล้ว
“แม่รักเ้าที่สุด เย่วเอ๋อร์เ้ายังจำครั้งนั้นได้หรือไม่ ตอนนั้นเ้ายังเด็กนักข้าไม่สบายเ้ากลัวว่าข้าจะหิว เ้าจึงเข้าครัวเพื่อทำอะไรให้ข้ากิน แล้วมันเกิดอะไรขึ้น”ร่างบางย้อนไปนึกถึงอดีต ตอนนั้นตนยังเล็กนัก
“ข้าจำได้ว่าในตอนนั้น ข้าได้เผาครัวของท่านแม่เสียมอดเป็จุนเลย เพราะข้าติดไฟไม่เป็เลยเผลอใช้พลังติดไฟ แต่ข้าคงเผลอไปหน่อยมันเลยไม่ได้ติดแค่ในเตาเท่านั้น แต่ยังเผื่อแผ่ออกมาในครัวเสียด้วยสิ”
“ใช่... วันนั้นชาวบ้านช่วยกันดับไฟเสียยกใหญ่ บ้านเกือบจะมอดทั้งหลัง”มารดาเอ่ยเื่ราวแต่หนหลัง ถึงวีรกรรมครั้งเมื่อตอนเป็เด็กของร่างบาง
“ข้ายังจำได้ วันนั้นท่านแม่ตีข้าเสียน่วมเลย และห้ามไม่ให้ข้าเข้าครัวอีกเด็ดขาดฮ่า ๆ ๆ ท่านแม่ตีข้า แต่ตอนที่เอายามาทาให้ข้า ท่านกลับร้องไห้เสียเอง ก้นข้าระบมไปหลายวันเลยกว่าจะหายดี”
เฟยหลงที่แอบฟังอยู่หลังฉากกั้นยกยิ้มขึ้นที่มุมปาก หลังจากแอบได้ยินวีรกรรมตอนเด็กของเย่วซิน เขาไม่ได้ตั้งใจที่จะแอบฟังหรอก ก็แค่จะออกมารับร่างบางเท่านั้น เห็นว่ามันได้เวลาทำพิธีผูกชะตาแล้ว แต่ยังไม่เห็นคนที่ตนรอออกมาเสียทีจึงออกมาตาม แต่ไม่คิดว่าจะมาได้ยินสิ่งที่สองแม่ลูกย้อนความหลัง ถึงวีรกรรมที่แสนจะซุกซนของร่างบางเข้า
“คราวนี้เ้าก็รู้แล้วใช่หรือไม่ ว่าข้ารักเ้าเพียงใดเย่วเอ๋อร์”
“ข้ารู้มาตลอด ว่าท่านแม่และท่านพ่อรักข้าที่สุด ข้าก็รักท่านทั้งคู่ที่สุดเช่นกัน “เขาพูดปนสะอื้น มันทำใจยากเหลือเกินที่จะยอมรับเื่นี้ได้ มารดาโอบกอดร่างบุตรชายไว้แนบอก
“เ้าไปอยู่ที่โน่นก็รักษาตัวด้วย เลิกนิสัยดื้อดึงของเ้าลงเสียบ้างเถิดนะเย่วเอ๋อร์ อยู่ด้วยกันแล้วจงรู้จักปรับตัวเข้าหากัน“มารดาหยุดไปอึดใจก่อนจะพูดต่อ
“จำเอาไว้ว่าความเชื่อใจกัน คือสิ่งสำคัญที่สุดที่ชีวิตคู่จะอยู่ได้ยืนยาว มองข้ามสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ไปเสียอย่าได้เอามาคิดให้รกสมอง เท่านี้เ้ากับเขาก็จะอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขแล้วล่ะ”
“ท่านแม่ ท่านกับท่านพ่อรักษาตัวด้วย ข้าคงไม่ได้อยู่ดูแลท่านทั้งสองอีกแล้ว ไม่รู้ว่าชาตินี้ เรายังมีโอกาสได้เจอกันอีกหรือไม่”
“ไปเถิดเย่วเอ๋อร์ พ่อเ้าและทุกคนรอเ้าอยู่”เฟยหลงรีบออกมาจากหลังฉากทันทีที่สองแม่ลูกเดินออกมา ส่วนหลิงซานกลับไปก่อนแล้ว เย่วซินชะงักฝีเท้าทันทีที่เห็นว่าใครยืนอยู่ตรงหน้าเขาในตอนนี้ เฟยหลงถึงกับตกตะลึง เมื่อเย่วซินก้าวมายืนอยู่ตรงหน้าเขา
ใบหน้าหวานถูกแต่งแต้มออกมาอย่างเบาบาง ใบหน้ารูปไข่งดงามรับกับจมูกโด่งรั้น ดวงตาหวานฉ่ำกำลังจ้องมองเขาด้วยความเศร้าหมอง สายตาคมไล่สำรวจไปเรื่อย และมาหยุดอยู่ที่ริมฝีปากอวบอิ่มแดงระเรื่อ มันช่างเย้ายวนยิ่งนักและเขาเองก็รู้ว่ามันหวานปานใด เฟยหลงมองร่างบางอย่างหลงใหลอยู่สักพักก็รู้สึกตัว เพราะเสียงกระแอมไอของมารดา มือหนายื่นมาทางร่างบางที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขา ก่อนจะแบออกเพื่อให้อีกคนวางมือลงบนมือหนา มันเป็ธรรมเนียมร่วมกันของทั้งสองเผ่า
“ข้ามารับเ้าเย่วเอ๋อร์”ร่างบางวางมือเล็กลงบนฝ่ามือใหญ่ ของคนที่ได้ชื่อว่าจะเป็สวามีของเขาในอีกไม่นาน ก่อนที่จะก้าวเดินเคียงคู่กันไปยังที่หมาย มารดาของร่างบางมองพลางยกยิ้มขึ้น อย่างน้อยคู่ของบุตรชายตนคงจะรักบุตรชายตนอยู่ไม่น้อย มองจากสายตาและการกระทำในตอนนี้ ร่างสูงไม่ได้เพียงแค่จับมือบุตรชายเท่านั้น หากแต่โอบกอดร่างบางของเย่วซินเอาไว้ให้เดินไปพร้อมกัน ถึงบุตรชายตนจะพยายามผลักไสเพียงใด
แต่สุดท้ายก็ยอมให้ร่างสูงโอบกอดไปยังลานพิธีอยู่ดี สงสัยคราวนี้เย่วซินจะเจอคนที่เหนือกว่าเข้าเสียแล้ว ความพยศความดื้อดึงคงได้ถูกกำหราบก็คราวนี้
หน้าลานพิธี
“เย่วเอ๋อร์”เสียงเรียกของบิดา ดังขึ้นมาทันทีที่เห็นร่างบางของบุตรชาย เดินมาพร้อมกับมารดาและใครอีกคนที่เรียกได้ว่า กำลังจะเป็บุตรเขยตนในไม่ช้า ซึ่งตอนนี้คนตรงหน้าได้โอบกอดเย่วซินเอาไว้ไม่ห่าง
“ท่านพ่อ ฮึก ฮือ... ปล่อยข้า ข้าจะไปหาท่านพ่อ”เย่วซินดิ้นรนออกจากอ้อมแขนของคนตัวโตทันทีที่ได้ยินเสียงบิดา ร่างสูงเลยจำใจปล่อยอีกฝ่าย
เย่วซินวิ่งไปหาบิดาทันที เขาสวมกอดบุตรชายด้วยความรู้สึกที่ยากเกินจะบรรยาย ตอนนี้มันสับสนไปหมด ไม่คิดว่าคู่ชะตาจะเป็บุตรชายของตน
“นิ่งซะคนเก่งของพ่อ เ้ากลายเป็คนขี้แงอย่างนี้ั้แ่เมื่อไรกันเย่วเอ๋อร์ ต่อจากนี้ไปพ่อไม่ได้อยู่ข้างกายคอยปกป้องเ้าอีกแล้ว เ้ากับหลิงซานมีกันอยู่แค่สองคน ช่วยกันดูแลซึ่งกันและกันให้ดี พ่อขอให้เ้าสองคนพบเจอแต่สิ่งดีๆ เข้ามา และแคล้วคลาดจากภัยทั้งปวง เ้าสองคนรักษาตัวด้วย”
หลังจากนั้นพิธีผูกพันธะก็เกิดขึ้น เย่วซินนั่งเคียงข้างเฟยหลง ส่วนหลิงซานก็ถูกอี้เฟยดึงให้มานั่งใกล้ๆ โดยใช้ลำแขนแกร่งโอบอีกคนเอาไว้ ทุกคนมองภาพที่เห็นก็พูดได้คำเดียวว่า าาัคู่นี้รักและหวงคู่ของตนมาก เรียกว่าหลงเลยก็ว่าได้ พิธีเริ่มขึ้นโดยมีผู้เฒ่าเผ่าหงส์ไฟและท่านผู้นำ ได้ใช้เวทมนต์ผูกชะตาของสองคนไว้ด้วยกัน จนมาถึงขั้นตอนสุดท้ายที่คู่ชะตาจะต้องดื่มน้ำศักดิ์สิทธิ์ เพื่อให้สัตย์สาบานว่า จะรักและซื่อสัตย์ต่อกันตลอดไป ก็เป็อันเสร็จพิธี
คู่ของอี้เฟยเเละหลิงซานได้ผ่านไปอย่างราบรื่น เพราะหลิงซานไม่ได้ชื่อถืออะไรเท่าที่ควร เลยรีบทำตามให้มันผ่านๆ ไป
แต่พอมาถึงคู่ของเฟยหลงกับเย่วซินนี่สิ เป็อันต้องหยุดชะงักลงชั่วคราว หลังจากที่เฟยหลงได้ดื่มน้ำในถ้วยใบเล็กๆ ไปแล้ว แต่เย่วซินกลับไม่ยอมดื่ม
ถึงใครจะเกลี้ยกล่อมอย่างไรก็ไม่ยอม เพราะเขารู้ว่าหากเขาดื่มน้ำในถ้วยใบนี้ เขาจะต้องตกเป็คนของเผ่าัอย่างสมบูรณ์ เฟยหลงเลยพูดเกลี้ยกล่อมร่างบางด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
“เย่วเอ๋อร์ เ้าดื่มน้ำในถ้วยใบนี้เสียเถิด จะได้เสร็จพิธี นี่ก็เลยเวลามามากแล้ว”เย่วซินดื้อแพ่งไม่ยอมดื่มท่าเดียว ทำเอาเฟยหลงถึงกับเืขึ้นหน้ากับความดื้อดึงของอีกฝ่าย เขาไม่คิดว่าร่างบางจะดื้อได้ถึงเพียงนี้ คิดว่าจะทำใจยอมรับได้บ้างแล้ว แต่ที่เห็นอยู่ในตอนนี้เย่วซินดูท่าจะร้ายใช่เล่น ดูจากสายตาหวานที่ตวัดมามองเขาอย่างดุดัน และไม่ยอมลงให้เขาแม้เพียงนิด จนเขาคิดว่าใช้ไม้อ่อนคงจะไม่ได้ผลเสียแล้ว พอหายจากอาการาเ็ที่โดนดวงจิตรัเล่นงาน จากแมวเชื่องๆ ก็เปลี่ยนมาเป็เสือร้ายภายในพริบตา
“ข้าจะบอกเ้าเป็ครั้งสุดท้าย จงดื่มมันซะ! “
“ก็ข้าบอกไปแล้วว่าไม่ดื่ม หูหนวกหรือไร! ”
ทุกคนต่างตกตะลึงที่คนตรงหน้ากล้าแผลงฤทธิ์ออกมา ทุกคนพากันขยาดกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ต่างก็รู้จักฤทธิ์เดชของร่างบางดี แต่ตอนนี้ต้องรอดูกันไปก่อน ในเมื่อร่างใหญ่ก็ร้ายไม่เบาเหมือนกัน
“นี่เ้าจะเอาเช่นนี้ใช่หรือไม่เย่วเอ๋อร์ ได้ถ้าเ้า้าอย่างนั้น”
หลังจากที่ร่างสูงพูดจบ ทุกคนก็ต้องตกตะลึงตาค้างอีกหลายๆ ครั้ง อย่างไม่คาดคิด เฟยหลงยกถ้วยใบเล็กที่มีน้ำอยู่กรอกเข้าปากตนเอง แล้วหันไปคว้าต้นคอของคนตรงหน้ามาจับไว้อย่างหนาแน่น
เย่วซินใเผลออ้าปากเพื่อที่จะต่อว่าอีกฝ่าย เป็จังหวะเดียวกับที่ริมฝีปากของคนตัวโตประกบเข้ากับริมฝีปากบางของคนตัวเล็ก
และแล้วน้ำในปากของคนตัวโตก็ค่อยๆ ไหลผ่านปากบางเข้ามา เฟยหลงใช้ฝ่ามือแข็งแกร่งของตนบีบคางของคนตัวเล็กเพื่อบังคับให้อีกฝ่ายกลืนลงลำคอไป จนเย่วซินทนฝืนเอาไว้ไม่ไหว ปล่อยให้มันไหลผ่านลำคอลงไปอย่างจำยอม จากนั้นน้ำตาเม็ดเล็กๆ ค่อยๆ ไหลออกมา
“ท่านพี่ พอเถิดเดี๋ยวก็เป็เื่ใหญ่หรอก”
เสียงเรียกเพื่อเตือนสติของอี้เฟยดังออกมา แต่เฟยหลงไม่มีทีท่าว่าจะถอนริมฝีปากออกไป เขากลับส่งปลายลิ้นร้อนชื้นเข้าไปควานหาความหอมหวานจากอีกฝ่ายอย่าเผลอไผล
ทันใดนั้นก็เกิดปรากฏการณ์ประหลาดขึ้น ได้มีลำแสงสีทองห่อหุ้มรอบกายคนทั้งคู่เอาไว้ ตามมาด้วยสัญลักษณ์หงส์ไฟที่ปรากฏอยู่ด้านหลังของเย่วซินส่องประกายขึ้น ก่อนที่จะพุ่งออกมาจากที่ที่มันเคยอยู่ ทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าตามมาด้วยลำแสงสีทองที่ดูอย่างไรก็คือั มันคือสัญลักษณ์ของเฟยหลงได้ทะยานตามไปติดๆ
“ท่านพี่ ท่านหยุดเดี๋ยวนี้นะ ท่านพี่ข้าบอกว่าให้หยุดไม่ได้ยินรึ! “
อี้เฟยเห็นท่าไม่ดีเลยเอ่ยเตือนพี่ชายก่อนที่เื่ยุ่งๆ จะตามมา เพราะตอนนี้เฟยหลงได้ถูกเสน่ห์แห่งคู่ชะตาเล่นงานเข้าแล้ว รวมทั้งเย่วซินก็ด้วย ดูได้จากสัญลักษณ์ของเขาทั้งคู่ที่พุ่งสู่ท้องฟ้า และเกี่ยวรัดกันอยู่ในตอนนี้ เขาเลยต้องรีบเตือนสติพี่ชายตนก่อนที่เื่ราวมันจะบานปลายไปมากกว่านี้
“ท่าพี่ ถ้าท่านไม่หยุดข้าคงต้องทำร้ายท่าน ทุกคนช่วยกันหน่อย”เขาหันไปหาคนช่วย แต่ทุกคนกลับตกตะลึงตาค้างกับภาพที่เห็นบนท้องฟ้า เขาเลยหันไปหาพี่ชายตนก่อนจะ
ผลัวะ!!
“ท่านพี่ ข้าขออภัย”
อี้เฟยไม่มีทางเลือกหันมากระชากพี่ชายตน แล้วปล่อยหมัดใส่ใบหน้าเสียเต็มรัก เฟยหลงถึงกับคืนสติในหมัดเดียว เขาสะบัดหัวเพื่อไล่ความมึนงง ก่อนจะหันมามองหน้าร่างบางในอ้อมแขนตน ใบหน้างามแดงก่ำดวงตาหวานหลับพริ้ม ร่างกายก็อ่อนปวกเปียกซุกอยู่ที่เเผงอกกว้างของเขา เฟยหลงหันมามองหน้าน้องชายฝาแฝดของตน
“อภัยให้ข้าเถิดท่านพี่ ข้าไม่มีทางเลือกจริงๆ ข้าต้องหยุดท่านก่อนที่จะ”อี้เฟยพูดได้เพียงเท่านั้นเฟยหลงก็ยกมือขึ้นห้าม เพราะรู้ว่าหากน้องชายหยุดเขาเอาไว้ไม่ได้ อะไรมันจะเกิดขึ้น เขาแหงนหน้าขึ้นไปมองบนท้องฟ้าซึ่ง ตอนนี้กลับมาเป็ปกติเหมือนเดิมแล้ว
“กลับกันเถิดอี้เฟย นี่ก็เลยเวลามามากแล้ว ป่านนี้เสด็จพ่อและเสด็จแม่คงจะรอพวกเราอยู่”เฟยหลงกระชับเย่วซินที่หมดสติอยู่ในอ้อมแขนตนให้แน่นขึ้น เพราะตนจะใช้พลังเวทย์พาร่างบางกลับวังัโดยมีชาวบ้านทุกคนมายืนส่งกันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา
บิดาและมารดารวมทั้งหยางหลิวก็เดินมายืนตรงหน้าร่างสูง ที่กำลังอุ้มคนที่หลับไม่ได้สติเอาไว้ ก่อนที่มารดาของคนในอ้อมกอดเอ่ยขึ้นกับเขา
“ท่านให้สัญญากับข้าได้หรือไม่”นางจ้องตาคนตรงหน้าอย่างขอร้อง
“ท่านว่ามาเถิด” เขามองตอบมารดาของร่างบางและเอ่ย
“ข้าหวังว่าท่านจะรักและดูแลเขาให้ดีเช่นข้า ถ้าวันใดหากท่านไม่้าเขาแล้ว โปรดส่งเขาคืนมาให้ข้าเถิด ข้าขอร้องท่านอย่าได้ทิ้งขว้างให้เขาต้องช้ำใจ”มารดาของเย่วซินพูดขึ้นพร้อมน้ำตา นางไม่้าให้บุตรชายต้องห่างจากอกของนางเลย
“มันจะไม่มีวันนั้นหรอก เพราะเขาคือดวงใจของข้าเช่นกัน ท่านพ่อท่านแม่โปรดวางใจเถิด ท่านทั้งสองอย่าได้กังวลสิ่งใด หากเย่วเอ๋อร์รู้เข้าจะทุกข์ใจเอาได้ ข้าขอสัญญาว่าจะรักเขาให้ได้เท่ากับพวกท่านทั้งสองคน”
“แค่นี้ข้าก็เบาใจได้บ้างแล้ว”
“ข้าลาท่านทั้งสองก่อน โปรดรักษาตัวด้วย”
เฟยหลงรับปากอีกฝ่าย พร้อมค้อมศีรษะลงอย่างให้ความเคารพบิดามารดาของชายาตน ก่อนจะหมุนกายแล้วหายไปจากตรงนั้นอย่างรวดเร็ว มารดาของเย่วซินทรุดลงไปนั่งร้องไห้ปิ่มจะขาดใจ ข้างกายซ้ายขวามีหยางหลิวกับสามีประคองเอาไว้
หยางหลิวเองไม่รู้ว่าจะรู้สึกอย่างไรกับสหายของตนดี แต่ก็อดที่จะรู้สึกใจหายเสียไม่ได้ สงสารสหายรักเหลือเกิน
เื่ราวมันเกิดขึ้นกะทันหันเกินไป เย่วซินไปโดยไม่ทันได้ล่ำลาใครเลยแม้แต่ครอบครัว ตื่นขึ้นมาจะใเพียงใด ที่ตอนนี้ตนได้จากครอบครัวมาแสนไกล และคงไม่ได้เจอกันอีกตลอดกาล