บทที่ 45
[ท่านสังหาร มังกรเมฆาทอง ทันดร้า สำเร็จ]
[ท่านสังหารสิ่งมีชีวิตที่มีเลเวลสูงกว่าตัวท่านทำให้ได้รับค่าประสบการณ์เพิ่มเติม]
[กำลังประมวลผล]
.
.
.
[ท่านได้รับค่าประสบการณ์ 1,123,982 หน่วย]
[เลเวลของท่านเพิ่มเป็น 74 ทักษะหลายชนิดมีระดับเพิ่มขึ้นอย่างมากสามารถตรวจสอบการเปลี่ยนแปลงได้ที่หน้าต่างสถานะ]
[ดาราหายนะ ช่วงชิงอายุขัยมาได้ 3 ปี]
[ท่านได้รับ แก่นผลึกมังกร(ทันดร้า)]
[ท่านได้รับ แก่นผลึกมังกร(ไทรแองกูล่า)]
[ท่านได้รับ ไม้เท้าเศียรมังกร(เสียหาย)]
[เนื่องจากท่านสังหารโดยใช้ ดาราหายนะ ทำให้คำอวยพรแห่งการสูญสิ้นไม่แสดงผล]
[ท่านสังหารมังกร สิ่งมีชีวิตระดับสูงของโลก ได้รับฉายา นักล่ามังกร เมื่อต่อสู้กับมังกรค่าสถานะจะเพิ่มขึ้น 10%]
เสียงของโลกรายงานการเสียชีวิตของมังกรสีทองอร่ามที่นอนทอดร่างกลายเป็นศพอยู่ไม่ไกลนักในสภาพถูกแยกออกเป็นสองซีก เนื่องจากถูกฆ่าโดยแอนทาเรสสภาพศพของมันจึงเหมือนกับว่าถูกเร่งกาลเวลาไปหลายปี เอเลนเหลือบมองศพที่ใกล้จะเน่าสลายของมันด้วยแววตาเสียหายเพราะดูเหมือนจะไม่สามารถเก็บเกี่ยวกระดูกมังกรที่แสนหายากได้อีกแล้ว
แต่ก็ใช่ว่าเขาจะอับโชคไปเสียทีเดียวเพราะนอกจากแก่นผลึกมังกรที่ได้รับมาถึงสองชิ้นแล้ว ตัวไม่เท้าเศียรมังกรที่เสียหายก็ถือเป็นวัสดุชั้นเลิศที่มีความทนทานขนาดที่สามารถป้อกันการกัดกร่อนภายในกระเพาะอาหารของมังกรได้ในระดับหนึ่ง
น่าเสียดายที่เอเลนไม่สามารถตรวจสอบอะไรไปได้มากกว่านี้ เขาไม่เหลือเรี่ยวแรงแม้แต่จะกระดิกนิ้วแถมแขนข้างหนึ่งยังไหม้ไปตั้งแต่ข้อศอกจรดปลายนิ้ว เลเวลที่เพิ่มทำให้ค่าสถานะบางอย่างเพิ่มขึ้นจนลดทอนความเจ็บปวดไปได้บ้างแต่ดูเหมือนฉายานักล่ามังกรจะทำให้เขปวดหัวไปอีกหลายเดือน
“หวังว่าพวกมังกรจะไม่เชือดชั้นทิ้งทันทีที่เห็นหน้าหรอกนะ”
เอเลนพึมพำโดยไม่หวังให้ใครได้ยินเมื่อคิดถึงวันที่เขาจะต้องนำแก่นผลึกมังกรไปส่งมอบคืนให้ที่นครามังกรซึ่งเขาก็ยังไม่รู้ว่าคือที่ไหน
ที่อีกด้านหนึ่งของสนามรบที่พังพินาศท่ามกลางเศษซากที่ไม่สมบูรณ์ของมังกรสีทองได้มีอะไรบางอย่างผุดออกมาจากกองซากเนื้อ อีกาสีดำตนหนึ่งแลซ้ายแลขวาด้วยสภาพอิดโรยก่อนจะบินกระท่อนกระแท่นออกไปจากกองซากศพตรงไปยังสถานที่อันไกลแสนไกลทางทิศตะวันออก
ราชอาณาจักรริชมอนด์ หน่วยวิจัยเวทมนต์
ณ มุมหนึ่งของอาณาจักรที่ร่ำรวยที่สุดในแดนมนุษย์ได้มีหอยคอยแห่งหนึ่งที่ถูกสร้างขึ้นมาจากหินอ่อนทั้งหลังทอแสงสีขาววาววับเมื่อกระทบกับแสงแดดความใหญ่โตของมันบ่งบอกถึงสถานะทางสังคมของผู้เป็นเจ้าของได้เป็นอย่างดี ที่นี่คือหอคอยของหน่วยวิจัยเวทมนต์หน่วยงานระดับสูงที่ขึ้นตรงต่อกษัตริย์เท่านั้น
อีกาที่ผอมโซขี้โรคตนหนึ่งบินทะลวงผ่านบาเรียเวทมนต์ระดับสูงได้อย่างง่ายดาย ไม่ใช่เพราะมันเป็นมอนสเตอร์ที่มีระดับสูงแต่เป็นเพราะพลังเวทย์ของมันมคลื่นความถี่ตรงกันกับบาเรียนี้ทำให้สามารถเข้าออกบาเรียได้โดยสะดวก แม้แต่นายทหารชั้นสูงที่รับทำหน้าที่เป็นยามก็ยังไม่สังเกตการณ์มาถึงของอีกาตนนั้น
เมื่อหลุดเข้ามาในบาเรียสิ่งแรกที่มันทำก็คือบินตรงไปยังยอดหอคอยซึ่งเป็นทั้งที่พักอาศัย ห้องทดลอง รวมไปถึงสถานที่กักเก็บข้อมูลวการวิจัยที่มีค่าของอาณาจักร อีกาขี้โรคจำเป็นต้องผ่าม่านพลังเวทมนต์อีกหลายชั้นกว่าจะฝ่าเข้าไปถึงหน้าต่างที่เปิดแง้มเอาไว้เล็กๆ
แกร้ก ตุบ
อีกาตัวน้อยหล่นตุบอย่างไร้เรี่ยวแรงภายในห้องทำงานแห่งหนึ่งที่เต็มไปด้วยกระดาษและหนังสือที่ใช้อ้างอิงวางเรียงรายเกลื่อนกลาด ฝุ่นสีเทาลอยตลบทำให้อีกาสำลักอยู่หลายครั้งก่อนที่มันจะเบือนหน้าเพื่อหาอะไรบางอย่าง
มันกระเสือกกระสนลากร่างกายที่ไม่สมบูรณ์ดีไปตามทาง ขนนกสีดำเริ่มหลุดร่อนเผยให้เห็นผิวหนังที่ถูกตัดเย็บแบบหยาบๆด้วยพลังเวทมนต์ มันตรงไปยังหลอดทดลองขนาดใหญ่ที่บรรจุร่างไร้ชีวิตของเด็กหนุ่มเจ้าของเรือนผมสีเขียวเอาไว้ในของเหลวสีฟ้าก่อนที่จะหย่อนร่างตัวเองลงใจกลางวงแหวนเวทย์ที่ถูกเขียนทิ้งเอาไว้นานแล้ว
อีกาที่ร่างกายใกล้จะแตกสลายเต็มทีได้ทำการขย้อนเอาดวงแสงออกมาดวงหนึ่งก่อนที่ร่างกายของมันจะไร้สัญญาชีพอีก ดวงแสงนั้นปลดปล่อยพลังเวทย์ออกมากระตุ้นให้วงเวทย์บนพื้นทอแสง
เวทมนต์ระดับสูง เปลี่ยนถ่ายดวงวิญญาณ
เพียงไม่กี่อึดใจดวงแสงนั้นก็ลอยเข้าไปในหลอดทดลองก่อนจะจมหายไปในหน้าอกของเด็กหนุ่ม ทันใดนั้นเองร่างไร้ชีวิตของเด็กหนุ่มพลันสั่นกระตุกอย่างรุนแรงก่อนที่หน้าอกของมันจะขยับขึ้นลงแล้วสูบเอาพลังเวทย์ที่อยู่ในรูปของของเหลวสีฟ้าเข้าไปอย่างหิวกระหายจนเกลี้ยงดวงตาที่ปิดสนิทค่อยๆเปิดออกเผยให้เห็นดวงตาสีเดียวกับเรือนผม
ท่อนแขนที่แทบไม่มีกล้ามเนื้อดูไร้เรี่ยวแรงถูกยกขึ้นชี้ไปด้านหน้า พลังเวทมนต์ถูกบีบอัดเป็นลูกพลังเล็กๆกระแทกเข้ากับหลอดทอลองจนแตกของเหลวสีฟ้าที่ไร้พลังไหลออกมาด้านนอกส่วนร่างของเด็กหนุ่มเรือนผมสีเขียวและผิวกายสีซีดก็ค่อยๆลอยออกมา
ดวงตาสีเขียวไม่จับจ้องสิ่งใดเป็นพิเศษทดลองขยับร่างกายสองสามครั้งก่อนจะบ่นออกมาด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด
“ทุกอย่างผิดแผนไปหมด ไม่ว่าจะเป็นที่เบรูอินหรือแม้แต่ร่างกายนี้”
เด็กหนุ่มผมเขียวหรือคาริเอ็นบ่นออกมาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยโทสะเพราะตั้งแต่ที่เอเลนปรากฏตัวก็มีอะไรเป็นไปตามแผนของมันเลยซักนิด แต่นับว่าในวินาทีเป็นตายตัวมันยังคงมีโชคหลงเหลืออยู่บ้างที่ในตอนนั้นทันดร้าได้กลืนกินร่างกายมันเข้าไปทั้งตัวจนเป็นโอกาสให้มันรอดชีวิตมาได้แบบหวุดหวิด
ด้วยเวทมนต์ระดับสูงถอดวิญญาณที่คาริเอ็นฝังเอาไว้ในหัวใจทำให้มันสามารถสละร่างเนื้อที่แก่ชราและเสียหายก่อนจะย้ายดวงวิญญาณเข้าไปในศพอีกาที่ทันดร้าเพิ่งกินเป็นมื้อกลางวันไปก่อนจะอาศัยจังหวะชุลมุนพาร่างกายและวิญญาณที่ถูกช่วงชิงพลังเวทย์ไปบางส่วนกลับมายังหอคอยแห่งนี้
จอมเวทย์ระดับสูงเช่นคาริเอ็นย่อมต้องมีวิธีรอดเอาไว้ให้ตัวเอในยามคับขันเสมอ จากการทดลองเกี่ยวกับชีวิตอมตะในที่สุดมันก็ได้สร้างร่างกายสำรองจากเลือดของมันได้เป็นผลสำเร็จ ร่างนี้ไร้วิญญาณแต่สามารถเจริญเติบโตได้เหมือนคนทั่วไป มันเฝ้าฟูมฟักร่างนี้เป็นเวลากว่าสิบห้าปีมันต้องการเวลาอีกสิบปีเพื่อให้ร่างนี้สมบูรณ์แต่กลับต้องนำมาใช้งานก่อนกำหนดโดยไม่ได้ตั้งใจ
ชายชราในร่างเด็กหนุ่มเฝ้ามองร่างกายนี้ด้วยใบหน้าหงุดหงิดและเมื่อเปิดหน้าต่างสถานะดูพบว่าเลเวลของเขาหายไปร่วม 50 เลเวล ถ้ายิ่งนับรวมกับไม้เท้าเศียรมังกรกับเครื่องรางช่วยชีวิตนับเป็นการสูญเสียเกินที่หนักหนายิ่ง คาริเอ็นได้แต่ถอนหายใจอย่างเหนื่อยอ่อน
มหาจอมเวทย์สะบัดมือใช้พลังเวทย์ดึงเสื้อคลุมสีม่วงมาห่มร่างกายที่เปลือยเปล่าก่อนจะรีบตรงไปยังตู้กระจกที่ตั้งอยู่ไม่ไกล คว้าเอากระปุกที่บรรจุตัวยาหายากเอาไว้หลากหลายขนานก่อนจะกินเข้าไปบางส่วนแล้วเก็บกระปุกยาไว้ที่เดิม
“คิดถูกจริงๆที่เตรียมยาบำรุงร่างกายเอาไว้ตั้งแต่เนิ่นๆ”
คาริเอ็นพึมพำเบาๆก่อนที่เขาจะรู้สึกว่าตัวยาได้เคลื่อนไปที่กระเพาะอาหารแล้ว ตัวยาพลันหลอมละลายไหลซึมผ่านผนังกระเพาะอาหารตรงไปที่หัวใจก่อนจะถูกลำเลียงไปตามกระแสเลือด
ร่างกายที่ผอมแห้งดูมีกล้ามเนื้อขึ้นมาเล็กน้อยรวมถึงผิวกายที่ซีดขาวก็เริ่มมีเลือดฝาด คาริเอ็นมีสีหน้าดีขึ้นยิ้มอย่างพึงพอใจเขาจำเป็นต้องทานยาบำรุงพวกนี้อีกเป็นเดือนกว่าที่ร่างกายจะแข็งแรงเท่ากับเด็กหนุ่มจริงๆ มันทรุดลงนั่งกับพื้นใช้พลังเวทย์ดันข้าวของเครื่องใช้แหวกออกเป็นวงกลม มันเคาะนิ้วลงกับพื้นสองสามครั้งวงเวทย์ชุดใหม่ปรากฏขึ้นแทนวงเวทย์ย้ายวิญญาณ
วิ้ง
วงเวทย์บนพื้นส่องแสงเชื่อมต่อกับวงเวทย์ที่ถูกวางเอาไว้รอบหอคอยในรูปของการวางตำแหน่งไม้เลื้อยไม้ประดับชนิดหนึ่ง พลังเวทย์ทั่วทั้งบริเวณถูกรวบรวมมาที่หอคอยหากไม่มีดวงตาที่พิเศษก็ยากจะมองเห็นการเปลี่ยนแปลงนี้
คลาสมหาจอมเวทย์รวมถึงคลาสนักเวทย์ปรกตินั้นไม่มีวงจรเวทมนต์เพื่อที่ร่างกายจะสามารถรองรับพลังจากธรรมชาติได้ คาริเอ็นในร่างนี้มีขีดจำกัดพลังเวทมนต์ไม่มากนักเมื่อเทียบกับเลเวลมันต้องรีบฟื้นฟูความสามารถของมันรวมถึงเสาะหาอาวุธใหม่มาใช้งาน
คาริเอ็นเป็นมนุษย์ที่เรียนรู้จากความผิดพลาด มันยกให้เอเลนเป็นหนึ่งในบุคคลอันตรายโดยไม่ลังเลและตระหนักถึจุดอ่อนร้ายแรงของมันคือการต่อสู้ระยะประชิด เวทมนต์ทรงพลังสารพัดหากร่ายออกมาไม่ได้ก็เท่ากับไร้ประโยชน์เฉกเช่นเดียวกับการที่มันตอบโต้แทบไม่ได้เมื่อถูกเอเลนเข้าประชิดตัวครั้งแล้วครั้งเล่า
“ต้องพัฒนาขีดจำกัดร่างกายให้มากกว่านี้ อุตส่าห์ได้ร่างกายที่เยาว์วัยขนาดนี้มาทั้งที”
ชายชราวางแผนในหัวคร่าวๆแนวทางในการลดระยะเวลาในการร่ายเวทมนต์นั้นถือว่ามาถูกทางแล้ว เพียงแค่มันเจอคู่ต่อสู้ผิดรุ่นไปหน่อยก็เท่านั้น เมื่อพบกันครั้งต่อไปมันมั่นใจจะมอบความตายที่ให้แก่เอเลนได้อย่างแน่นอน
พลังเวทมนต์หมุนวนรอบร่างกายดวงตาสีเขียวปิดลงปล่อยให้ขีดจำกัดพลังเวทมนต์ค่อยๆเพิ่มขึ้นอย่างช้าๆและมั่นคงกลายเป็นดาวดวงใหม่ที่พร้อมทอแสงในวันรุ่งขึ้น
*******************************************************************************
ช่วงบ่นท้ายตอน
ในที่สุดจบบทของหมู่บ้านเบรูอินซึ่งยาวกว่าที่ตั้งใจเอาไว้พสมควร ในช่วงนี้ศัตรูที่เอเลนต้องเผชิญจะปรากฏตัวขึ้นอย่างคลุมเคลือและชัดเจนมากยิ่งขึ้นในบทถัดๆไป
หลังจากจบตอนนี้แล้วผมขอเรียนว่านิยาย Zelion Fantasy จะทำการหยุดพักเป็นเวลา 1 เดือนและจะกลับมาอัพเดตอีกครั้งในวันที่ 16/10/2564 เป็นต้นไป
ขอบคุณเพื่อนๆที่คอยติดตามและสนับสนุนนวนิยายเรื่องนี้มาโดยตลอด
ขอบคุณอีกครั้งและสวัสดี
Zero Times