บทที่14 : บ้านใหม่
"ถ้าเอาไปด้วยไม่ได้ ฉันก็ไม่ไปหรอกนะ"
ลีเวลพูดพลางยืนกอดอก ทำหน้าตาถือดีไม่น้อยกลับมาอยู่ในรูปลักษณ์ของหนุ่มผู้น่าหวาดกลัวอีกครั้งดวงตาสีแดงสดและผมสีแดงเพลิงแปลกๆจากการใช้พลังิญญาเปลี่ยนนั่นพอทำท่าท่าอย่างนี้แล้วรู้สึกขัดหูขัดตาพิกล
"ก็ไหนตอนแรกบอกอยากไปไง"
"ก็ตอนนี้เปลี่ยนใจแล้ว"ลีเวลไหวไหล่ยิ้มหน้าซื่อ"แล้วหมอผีที่มาชวนไปอยู่ด้วยนี่ก็ไม่ค่อยน่าเชื่อถือก่อนหน้านี้ก็มีมาพูดอย่างนี้แหละ... สุดท้ายก็เป็... ศพ~"
"อ้อ ฉันรู้ละว่าหมอผีพวกนั้นพลาดท่าได้ยังไงที่แท้ก็ผ่อนการป้องกันเพราะท่าทางเหมือนผีใจง่ายนั่นแล้วถูกนายสิงร่างล่ะสิเสียใจด้วยนะที่แผนจะสิงร่างฉันฆ่าตัวตายไม่ได้ผลหรอก"
ไตรวิชญ์ยิ้มเยาะ แผนการตื้นๆอย่างนี้กับหมอผีที่เชื่อคำพูดผีร้ายนี่ก็คงลดท่าทางระมัดระวังลงเมื่ออีกฝ่ายพูดคุยง่ายและถูกคอโชคดีที่เขาอ่านประวัติของอีกฝ่ายมาก่อนเลยไม่หลงไปกับความใจง่ายนั่นแล้วลดการป้องกันของตัวเองลง
แต่ยังไงก็ไม่มีผีที่ไหนสิงเขาได้อยู่แล้ว
"อะไรกัน รู้ด้วยเหลือว่าพวกนั้นตายยังไงน่ะ"
ลีเวลเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยแล้วยิ้มอย่างสบายๆท่าทางเหมือนไม่ได้พูดเื่ฆาตกรรม แต่เป็การคุยเล่นเสียมากกว่า
"แค่มองก็รู้แล้วไม่ใช่เหรอพลังิญญาแกแปลกขนาดนี้น่ะ"
"อ้อ อย่างนั้นเอง แย่จังน้า~"
"สรุปว่าที่คุยมานั่นไม่ยอมไปดีๆ สินะ"พี่หมอพ่นลมหายใจ ท่าทางดูดีใจนิดหน่อย "ตอนแรกก็ว่าเจรจาจบเื่เร็วซะอีกในเมื่อพูดกันดีๆ ไม่ชอบคงต้องใช้กำลังแล้วล่ะ!"
"ฮึ! ในที่สุดธาตุแท้ก็ออกสินะ"
ผีสีแดงจริงจังอีกครั้งสีหน้าเปลี่ยนเป็เคร่งขรึมอย่างรวดเร็ว
ก็คิดแล้วว่าพวกหมอผีนี่มันไม่น่าเชื่อถือยิ่งพวกที่หว่านล้อมจะเก็บผีให้ได้นี่มีจุดประสงค์ร้ายแน่ๆยิ่งมองหน้าที่ดูชั่วร้ายออกหน้าออกตาด้วยแล้วยิ่งรู้สึกไม่ชอบใจ ความรู้สึกเหม็นขี้หน้าั้แ่แรกพบนี่แย่จริงๆจนตอนนี้ก็ทำใจให้ชอบไม่ลง
พี่หมอเค้นยิ้มแล้วะโบอกเอกลักษณ์ของตัวเองอย่างชัดเจน
"ทั้งตัวฉันก็มีแค่หนึ่งเดียวแหละเว้ย! ทาสเงิน!"
"...!"
อะไรเนี่ย มุกใช่ไหม... ต้องตบมุกว่าไงนะ?
ลีเวลเบิกตากว้างทำหน้าฉงน เปิดช่องโหว่ให้ไตรวิชญ์พุ่งเข้าประชิดตัว
มือข้างหนึ่งเขียนอักขระพิเศษออกไปสร้างเป็เขตแดนครอบคลุมทั้งห้องมืออีกข้างก็ต่อยเข้าที่หน้าของผีสีแดงอย่างรวดเร็ว
ปัง!
เสียงที่มีแต่ผู้มีพลังิญญาเท่านั้นที่ได้ยินดังลั่นห้องร่างของลีเวลกระแทกเข้ากับผนังห้องโดยไม่ทะลุ ความรู้สึกเจ็บอย่างประหลาดกระจายอยู่ทั่วใบหน้ายังไม่ทันได้เงยหน้าขึ้นมาก็ถูกกระชากตัวลอยขึ้นจากพื้นแล้วถูกขว้างอัดผนังอีกด้าน
ปัง!
เสียงแบบเดินดังขึ้นอีกครั้งลีเวลรู้สึกมึนหัวและเจ็บแปล๊บๆคราวนี้รีบตั้งสติเงยหน้าขึ้นแล้วยกแขนขึ้นปัดมือของพี่หมอที่ยื่นเข้ามาใกล้เค้นพลังเท่าที่เคยทำได้ทั้งหมดตอบโต้กลับไป
"พลังลมร้อนๆ เหมือนเปิดพัดลมเบอร์หนึ่งในวันอบอ้าวนี่คิดว่าทำอะไรฉันได้หรือไงมีความตั้งใจแต่ก็ยังอ่อนหัด!"
"ชิ!"
ลีเวลเดาะลิ้นขัดใจพลางพลิกตัวหลบแข้งหนักๆของหมอผีเถื่อนอย่างรวดเร็ว พลังิญญาที่สร้างเป็สายลมร้อนที่แทบจะเผาไหม้คนได้กลับเป็แค่พัดลมเบอร์หนึ่งไม่รู้ว่าิัของหมอผีนี่หนาขนาดไหนกัน
พลังิญญาที่ใช้ได้แบบพอถูๆ ไถๆไม่อาจเทียบได้กับผู้เชี่ยวชาญเฉพาะ ไตรวิชญ์ซัดอยู่ฝ่ายเดียวอย่างสนุกสนานราวกับการต่อยตีผีเหมือนการระบายความเครียดลีเวลใช้พลังปัดป้องได้แค่ไม่กี่ครั้งก็ยอมอยู่เฉยๆ เป็กระสอบทรายให้ต่อยได้ตามใจชอบเลยไม่สู้ให้เหนื่อยแล้วเจ็บนิดเจ็บหน่อยก็ไม่ตายหรอก
เพราะตายไปแล้ว ตอนนี้เป็ผี โอเคนะ?
สิบนาทีที่ถูกอัดอยู่ฝ่ายเดียวจนพี่หมอพอใจแล้วร่างิญญาก็นอนกองเป็ซากดูสภาพไม่ออกอยู่บนพื้นฟังเสียงหัวเราะอันโฉดชั่วไร้ที่ติจากปากของหมอผีอย่างทำอะไรไม่ได้จะถลึงตาใส่ก็รู้สึกตาเบลอๆ มองไม่ชัดเจน
"สบายใจละ หายเคืองทุกสิ่งอันทีนี่ก็แค่เก็บนายเข้าหม้อ"
ไตรวิชญ์เดินไปเปิดกระเป่าเป้ออกหยิบหม้อขนาดสิบนิ้วออกมาโยนไปทางลีเวลแล้วดูดิญญาวูบเดียวหายเข้าไปในหม้อไม่มีโอกาสได้ดิ้นรน เขากระดิกนิ้วเบาๆ หม้อนั่นก็ลอยกลับเข้ามาในมือ
เขาเคาะหม้อเบาๆ แล้วกระซิบ
"พักฟื้นในหม้อไปก่อนส่วนเซฟเดี๋ยวแบกไปให้เอง"
แต่จะใช้วิธีไหนแบกไปนั้น... เขาไม่บอกหรอก!
"เรียบร้อยแล้วล่ะเท่านี้บ้านหลังนี้ก็ไม่มีผีมาอีกแล้ว"
ไตรวิชญ์เดินออกมาจากบ้านก่อนครบชั่วโมงพร้อมกับถือหม้อใบหนึ่งออกมากด้วยหม้อขนาดเล็กใบที่มีผ้ายันต์สีแดงปิดทับเอาไว้บรรยากาศหลังจากที่พี่หมอเดินออกมาก็ดูสดใสขึ้นมาอย่างประหลาด กระทั่งว่าเห็นแดดส่องผ่านเมฆลงมากระทบพื้นบ้านเลยทีเดียว
ดูศักดิ์สิทธิ์เปี่ยมพลังอย่างบอกไม่ถูก
"ขอบคุณนะคะ พี่หมอ"
"ไม่จำเป็ต้องขอบคุณโอนเงินให้ครบตามจำนวนก็พอ" พี่หมอพ่นลมหายใจ กระชับกระเป๋าเป้ข้างหลังแน่น"งั้นไปล่ะ ถ้ามีงานอะไรก็โทรเรียกแล้วกัน"
หมอผีหนุ่มรีบเดินออกจากบ้านไปอย่างรวดเร็วโบกแท็กซี่ที่ผ่านทางมากลับบ้านในเวลานั้นก็หมุนหม้อลงยันต์หกนิ้วในมือเล่นไปบ้างๆทำให้คนขับแท็กซี่รู้สึกหวาดกลัวเล่น
จนกระทั่งมาถึงที่บ้านก่อนจะเข้าไปในบ้านก็ปรากฏยมทูตอย่างเคยไตรวิชญ์โยนหม้อให้อีกฝ่ายโดยไม่ต้องรอให้เอ่ยปากขอยมทูตรับเอาไว้แล้วจ้องมองไปที่หม้อนั้นก่อนจะเบิกตากว้างด้วยความใ
"ิญญาไม่เยอะเกินไปหรือนายท่าน"
"ถ้าเ้าที่ไม่ไล่ออกไปฉันว่าน่าจะได้เยอะกว่านี้อีกนะ"
"แค่นี้ก็เยอะจนหม้อปริแล้วครับ"
ยมทูตเห็นรอยร้าวเล็กๆ ที่ข้างหม้อด้วยบอกให้รู้ว่าปริมาณิญญาที่ดูดเข้าไปนั้นมากมายจนหม้อจะรับไว้ไม่ไหวแล้วถ้าเก็บมามากกว่านี้คงร้าวทั้งใบ
"ได้ิญญาแล้วก็กลับไป ชิ่วๆฉันจะเข้าบ้านแล้ว"
"แล้วอีกหม้อในกระเป๋า...?"
เหมือนมีเรดาห์ติดตามหม้ออาคมยมทูตมองกระเป๋าเป้ของพี่หมอนิ่งๆ เหมือนว่าถ้าได้ิญญาจากหม้อไม่ครบก็ไม่ยอมไปสักที
"นี่เป็ผีระดับสิบ นายเอาไปไม่ได้หรอก"
ไตรวิชญ์บอกก่อนจะล้วงเอาหม้ออาคมออกมาขนาดหม้อที่ใหญ่กว่ากันอย่างเห็นได้ชัดบอกถึงขนาดของิญญาที่บรรจุอยู่ภายในได้เป็อย่างดี
ยมทูตมีกฎที่ตกลงไว้กับพี่หมอมาั้แ่แรกแล้วว่าิญญาที่เขาจับได้ต้องระดับไหนถึงจะเอาไปได้และระดับไหนที่ไม่ควรแตะต้อง ยกตัวอย่างเช่นผีที่อยู่ใน 'บ้าน'นอกจากจะเอาไปไม่ได้แล้วยังต้องโค้งทักทายด้วยความเคารพอีกด้วย
เพราะพลังและ 'สถานะ' มันผิดกัน
เมื่อเห็นขนาดหม้อแล้วยมทูตก็ยอมไปแต่โดยดีไตรวิญช์เดินเข้าไปในบ้านพลางโยนหม้อลงพื้นแล้วเตะฟรีคิกทะลุเข้าประตูบ้านที่เปิดออกพอดีราวกับรู้ล่วงหน้า
ปั่ก! เพล้ง!!
หม้อกระแทกเข้ากับบางอย่างก่อนจะร่วงมาแตกบนพื้นส่วนบางอย่างที่ว่าก็คือหัวตะพดทองคำที่ชูขึ้นปัดหม้อทิ้งลงพื้น ิญญาในหม้อที่ไม่ทันตั้งตัวกลิ้งไปกระแทกกับกำแพงบ้านแล้วร้องโอดโอยที่ฟังแล้วรู้สึกเกินจริง
"โอ๊ยๆ เจ็บอ่า ทำไมต้องขว้างกันด้วย ใจร้าย~"
"อย่ามาทำตอแหล โดนต่อยยังไม่ร้องสักแอะแค่กระแทกพื้นนิดเดียวทำอย่างกับจะเป็จะตาย คิดว่าจะมีใครเห็นใจงั้นเรอะ"
ไตรวิชญ์พูดแขวะอย่างไม่ไว้หน้าขณะก้าวเข้ามาในบ้านผีตามพื้นที่ตามหลังมา มุงดู 'สมาชิกใหม่' ของบ้านด้วยความอยากรู้อยากเห็นปรากฏเป็ภาพหนุ่มหล่อผมสีแดงสวย ใส่ต่างหูสีดำหลายอันเสื้อผ้าที่สวมใส่เป็ชุดหนังสีดำแดงกระชับสัดส่วน มีความหล่อและเซ็กซี่แปลกๆอยู่ในตัวคนเดียว
ลีเวลลุกขึ้นนั่งแล้วเบ้ปาก ก่อนจะกวาดตามองไปรอบๆอย่างสำรวจ แล้วอุทานขึ้นอย่างอดไม่ได้
"นี่บ้านนายเหรอ?"
"เออ"
"ก็น่าอยู่เหมือนกันน้า~"ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนแล้วมองสมาชิกสามคนในบ้านที่เขาไม่คุ้นหน้า "นี่คือครอบครัวของนาย?มองเห็นผีกันรึเปล่าน่ะ คุณครับ ผมชื่อลีเวล ยินดีที่ได้รู้จักขอจับมือทักทายได้ไหม"
ลีเวลเดินหน้าแป้นแล้นเข้าไปทักทายแวมไพร์คนสวยทันทีมาดเ้าชู้เพลย์บอยนี่เห็นแล้วทำให้คนมองอยากจะกระตุกขาใส่เตะอัดกำแพงอีกสักที
ท่าทางที่เปลี่ยนไปไวยิ่งกว่ากิ้งก่าเปลี่ยนสีนี่มัน...
"เอ่อ... อืม..."
คิมตอบรับไปอย่างงุนงงส่วนปู่ก็กลั้นหัวเราะตัวสั่นพลางยิ้มอ่อนโยนให้กับสมาชิกใหม่ที่ดูแล้วน่าจะพิเศษไม่น้อยหน้าใครในบ้านหลังนี้แน่ๆเข้ามาก็มองคนสวยก่อนเลย ถึงปู่จะเศร้าที่ไม่ถูกเหลียวแล... แต่ขำมากกว่า...
"ไม่ใช่ครอบครัวสักหน่อย ผู้อยู่อาศัยต่างหาก"พี่หมอเอ่ยแก้พลางไหวไหล่ "แล้วที่เห็นนี่ไม่มีใครเป็คนเลยเป็ผีหมดนั่นแหละ"
"หา!?"
ลีเวลมองหน้าคิมและไอยรินทร์ที่ยืนยิ้มอย่างอ่อนโยนมาให้ทางเซียร์นั้นกำลังนั่งทำงานอยู่หน้าโน๊ตบุ๊กอย่างไม่สนใจใครท่าทางของพวกเขาเหมือนมนุษย์มาก ไม่ได้ให้ความรู้สึกเหมือนเป็ิญญาเลยสักนิดถ้ามองเลยออกไปที่นอกบ้านเห็นผีที่มามุงเ่าั้แล้วยังรู้สึกเหมือนผีมากกว่าอีก
ทำไมกันนะ?
"ผมไม่ได้เป็ผีนะครับ เป็แวมไพร์ต่างหาก"
เสียงทุ้มเข้มเอ่ยย้ำตัวตนอย่างชัดเจนก่อนถูกเข้าใจผิดลีเวลหันขวับไปมองแวมไพร์ตัวเป็ๆ ทันที ก่อนจะรีบปล่อยมือที่กำลังจับนั่นแล้วยิ้มหวานกลบเกลื่อน
แวมไพร์คนสวยแต่เสียงหล่อ... ผู้ชายหรอกเหรอ!?
"ฉันขอแนะนำตัวก่อนแล้วกัน ชื่อไตรวิชญ์จะเรียกพี่หมออย่างที่ชาวบ้านเรียกก็ไม่ว่ากัน ส่วนนี่ชื่อคิม เป็แวมไพร์ ถึงจะเห็นสวยๆอย่างนี้ก็เป็ผู้ชายนะ" ไตรวิชญ์ผายมือไปทางคิมแล้วผ่านไปทางไอยรินทร์"ส่วนนี่ก็ผีนะถึงจะมองเหมือนเ้าที่ไปหน่อย แต่จริงๆ แล้วสถานะสูงกว่าชื่อไอยรินทร์ จะเรียกปู่ไอยก็ได้ ความจริงแล้วแก่มากสุดเป็อันดับสองของบ้าน...อะไรคิม มองทำไม?" ไตรวิชญ์เบ้ปากเมื่อถูกแวมไพร์คนสวยมองเขม่น "และสุดท้ายเซียร์ตู้เอทีเอ็มของบ้านนี้"
"หืม?"
คนถูกเรียกเป็ตู้เอทีเอ็มเงยหน้าจากโน๊ตบุ๊กขึ้นมาขมวดคิ้วใส่ไตรวิชญ์ทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ทั้งยังไม่คิดจะเอ่ยแก้ให้
"ก็ตามนั้นแหละนะ"
"ไตร อย่าหาเื่แกล้งกันสิ" เซียร์ทอดถอนใจต้องลุกขึ้นมาแก้ตัวเอง"เราชื่อเซียรัน... เรียกเซียร์ก็ได้ ยินดีต้อนรับ ลีเวล กฤชเตโช"
"..."
ลีเวลยืนนิ่งๆ มองหน้าเซียร์ความรู้สึกคุ้นตาอย่างประหลาดนี่ทำให้เผลอขมวดคิ้วเบาๆแล้วทบทวนชื่อของอีกฝ่ายในใจ
คุ้นๆ แต่นึกไม่ออกว่าใคร
รู้แต่ว่าเป็คนสำคัญ... แต่ทำไมนึกไม่ออกกันนะ?
"ทำหน้านึกอะไรอยู่ คุ้นตาล่ะสิ"
ไตรวิชญ์เอ่ยถามคิมและไอยรินทร์หันมามองด้วยความสนใจทันที แอบคิดกันไว้ว่าเด็กใหม่ของบ้านคนนี้รู้จักเซียร์ตอนมีชีวิตงั้นเหรอ
"คุ้นๆ อยู่น้า เซียร์ เซียรัน... เซียรัน... อ่ะ!"
แล้วก็เหมือนนึกออกจากนั้นก็ถอยหลังไปหลายก้าวทำหน้าใอย่างที่สุดแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมาอีกเลยคิมและปู่ไอยที่รอฟังเริ่มขมวดคิ้วตามแล้ว ก่อนที่แวมไพร์คนสวยจะถามอย่างอดไม่ได้
"รู้จักกันมาก่อนสินะครับ"
"ก็... ก็แหม ไม่รู้จักหรอกแค่เห็นหน้าตามข่าวต่างๆบ้างน่ะ"
ลีเวลพูดเสียงใส่หัวเราะกลบเกลื่อน ไตรวิชญ์ที่เป็คนเดียวที่รู้ประวัติของเซียร์ดีกว่าใครหรี่ตามองเมื่ออีกฝ่ายไม่ได้พูดอะไรที่ขัดหูขัดตาเขาก็ปล่อยไป
"เอาล่ะ แนะนำตัวจบกันเท่านี้นายก็ไปเลือกห้องพักเอาเลยแล้วกัน กฎในบ้านถามคิม รหัสไวไฟถามเซียร์ชื่อผีตามพื้นบ้านถามปู่... ส่วนฉัน ถามได้ทุกเื่แต่จะตอบไหมก็อีกเื่หนึ่ง"
พี่หมอพูดเสร็จก็เดินตัวปลิวหมายจะกลับห้องนอนไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าแต่ลีเวละโพรวดมาดักหน้าไว้ก่อนแล้วแบมือ
"เดี๋ยวก่อนๆ อย่ามาเนียนหนีนะ ตู้เซฟของฉันล่ะ!"
ตอนอยู่ในหม้อเขาได้ยินห้องนะว่าจะเอาเซฟมาด้วยแต่เท่าที่ดูตอนนี้ยังไงมันก็ตัวเปล่าชัดๆ เลย เซฟของเขาล่ะอยู่ไหน!?
"อ้อ จริงสิ นายไม่ใช่ผีตัวเปล่านี่หว่า"ไตรวิชญ์เปิดกระเป๋าเป้แล้วเอามือล้วงเข้าไป "เอานี่!เซฟของนาย"
ตู้เซฟใบใหญ่สีดำถูกดึงรวดเดียวออกมาจะกระเป๋าด้วยมือข้างเดียวมันจะถูกวางลงบนพื้นอย่างแ่เบา แต่ลีเวลไม่ได้สนใจเซฟจุดสนใจเขารวมไปอยู่ที่กระเป๋าเป้ของพี่หมอหมดแล้ว
กระเปาที่มีขนาดใหญ่ไม่ถึงยี่สิบนิ้วแต่ยัดตู้เซฟที่ใหญ่กว่าถึงสองเท่าเข้าไปได้เขารู้สึกว่านี่ไม่น่าจะใช้ของที่มีบนโลกแล้ว หรือนี่จะเป็แบบเดียวกับในการ์ตูนกัน!
"เอากระเป๋าหลุมดำไปขนเซฟชาวบ้านกลับมา...นี่มันอาชญากรรมนะครับคุณไตร"
คิมเอ่ยตำหนิเมื่ออีกฝ่ายเอาเซฟออกมาโชว์ดูจากขนาดแล้วของภายในคงมีมูลค่าไม่น้อยเลยทีเดียว
"ฉันไม่ได้ขโมยนะเว้ยยังไงเ้าของเซฟก็เ้าผีนี่อยู่แล้วนี่"
"ยังไงก็เป็อาชญากรรมครับ"
"ก็บอกไม่ใช่ไงเล่า!"
ไอยรินทร์จ้องกระเป๋าตาไม่กะพริบแล้วเอ่ยขัดขึ้น
"ว่าแต่กระเป๋านั่น... ใส่ของใหญ่เกินตัวได้ด้วยหรือเ้าหนุ่ม"
"นั่นแหละ! นี่แหละที่ควรสงสัยล่ะ"
ลีเวลเอ่ยสำทับคำของปู่ทันทีคดีอาชญากรรมมันของพบเห็นได้แต่กระเป๋ามิติอย่างนี้มันไม่น่ามีอยู่จริงได้ง่ายๆเลยนะ ต่อให้เป็หมอผีก็ปลุกเสกไม่ได้
"อ๋อ นี่น่ะเหรอ..." ไตรวิชญ์ชูกระเป๋าเป้ขึ้น"มีคนให้มาน่ะ"
"จากใครเหรอ?"
"คนในนรก"
คำตอบนี้ทำให้ผีทั้งหลายเงียบกริบ ไม่รู้ว่าคำตอบนี้เป็จริงเป็จังแค่ไหนแต่ก็ไม่คิดจะถามซักไซ้ต่อให้มากความแล้ว เมื่อเห็นว่าไม่มีใครถามอะไรแล้วพี่หมอก็เดินกลับห้อง
ลีเวลมองตามหลังพี่หมอไปตามปริบๆก่อนจะหันไปทางคิมด้วยสีหน้าซื่อบริสุทธิ์ ชวนให้รู้สึกเอ็นดูอย่างประหลาด
"พี่หมอเนี่ย ยังเป็คนอยู่ใช่ไหมครับพี่ๆ"
"เกือบใช่ครับ"
"อื้ม เกือบๆ น่ะเ้าหนู"
"ก็นะ..."
ไม่มีใครยืนยันหรือปฏิเสธความเป็คนของพี่หมออย่างชัดเจนสักคนลีเวลยกมือขึ้นเกาหัวอย่างช่วยไม่ได้ เขาว่าตัวเองเป็คนลึกลับแล้วแท้ๆ นะบนโลกก็ยังจะมีคนลึกลับกว่าเขาอีกเหรอเนี่ย
กระทั่งรู้จักคนในนรก... น่าสนใจจริงๆ เลย~
และบ้านใหม่ที่เขามาอยู่อาศัยก็น่าสนใจเหมือนกันชีวิตหลังความตายแบบนี้ก็น่าสนใจไม่ใช่น้อยเลยเนอะ