“ อาจารย์ ได้โปรดช่วยท่านแม่กับน้องข้าด้วย” เสี่ยวเทียนรีบขอร้องให้อาจารย์ลู่เอินช่วยแม่กับน้องที่อยู่ในเปลวไฟ
“ เ้าจัดการกับทหารพวกนี้ไปเถอะ ข้าจะเข้าไปช่วยพวกเขาเอง” อาจารย์ลู่เอินเอ่ยจบก็หยกที่อยู่ในแขนของเสี่ยวเทียนก็กลายเป็ไอหายเข้าไปในกองเพลิงที่กำลังลุกโชน ส่วนเสี่ยวเทียนโยนถุงเหรียญเงิน ออกมานับพัน แล้ว เหวี่ยงกระจายไปในอากาศ แล้วพุ่งเข้าใส่ ทหารนับพัน ที่กำลังใช้ธนูเพลิง ระดมยิงใส่ บ้านตระกูลจางอย่างเมามัน เลยไม่ทันระวังตัว เหรียญนับพันเหรีญพุ่งเข้าเจาะกะโหลก ทหารธนู ตายกันดุจใบไม้ร่วงจนไม่เหลือแม้แต่คนเดียว เหลือทหารดาบ และ ทหารม้า หันกลับมาพอเห็นเสี่ยวเทียน ก็เปลี่ยนเป้าหมาย มาจู่โจมใส่ทันที
ส่วนเสี่ยวเทียนก็เรียกกระบี่อาญาสิทธิ์อัสนี์ออกมา แล้ว ฟาดเข้าใส่กองทัพดาบ กับกองทัพม้า สายฟ้าที่เสี่ยวเทียนปล่อยออกมาพร้อมกับอารมณ์ที่โกรธแค้น สร้างอานุภาพที่น่ากลัวกว่าปกติมาก เปรี้ยง !!!! ประกายสายฟ้าออกมาแว๊ป เดียวตายยกกองทัพ เหลือเพียงรองแม่ทัพ ที่ยืนอ้าปากตาค้างไม่คิดว่า เสี่ยวเทียนจะเก่งกล้าสามารถเช่นนี้ พอเสี่ยวเทียนปล่อยสายฟ้าฟาดไปอีกครั้ง เปรี้ยง ! คราวนี้ สายฟ้าสะท้อนกลับเข้าใส่เสี่ยวเทียนจน กระเด็นถอยกลับไปหลายตลบ
ที่แท้ก็มีคนใช้โล่อัสนีสายฟ้า เป็อาวุธเทพอีกชิ้น ของราชวงศ์ฟง โดยคนที่นำมาใช้ก็คือ แม่ทัพอู๋เลี่ยง คราวนี้ปรากฏตัวด้วยขาที่สมบูรณ์ขึ้นอีกครั้ง
“ ไอ้หนู ครั้งนี้ ข้าไม่เหมือนก่อนแล้ว อัสนีสายฟ้า ทำอะไรข้าไม่ได้ ยอมแพ้เสียเถอะ แม่ของเ้ากับคนตระกูลจาง ล้วนตายไปหมดแล้ว เหลือแต่เ้าเพียงเท่านั้น”
อู๋เลี่ยงเอ่ยจบ ก็มีคนแต่งชุดขาว ตรงกลางมีสัญลักษณ์ดอกบัวทมิฬ อยู่ตรงกลางหน้าอก ถือหน้าไม้สั้น อยู่สิบคน ลอยตัวแล้วเริ่มยิง ลูกศรเหล็ก เข้าใส่เสี่ยวเทียน
เสี่ยวเทียนไม่สามารถใช้พลังจิตหยุด ลูกศรเหล็กได้ทันต้อง กลิ้งตัวหลบแล้วใช้
เหรียญเงินโจมตีกลับไป แต่พวกมันทุกคนใส่ชุดเกราะเหล็กหนา แม้แต่หัวของพวกมันยังใช้เหล็กหนา ทำให้เหรียญเงินไม่อาจเจาะเหล็กเข้าไปทำอันตรายมันได้
จึงใช้กระบี่ไม้ดำขยายใหญ่ แล้วฟาดใส่ มือหน้าไม้ทั้งสิบคนแทน เปรี้ยง ! ฟาดเข้าไปทีเดียว เกราะที่นักรบเกราะเหล็กใส่แตกกระจาย ร่างกระเด็นถอยหลังไปหลายก้าว แต่พวกมันไม่เป็อะไร เพราะร่างกายของพวกมัน เต็มไปด้วยอักขระยันต์ชั้นสูง สามารถป้องกัน ของมีคมทุกชนิดได้ มันทั้งสิบเปลี่ยนเป็ใช้กริชสั้น ลงอาคม พุ่งเข้าใส่เสี่ยวเทียนอีกรอบ เสี่ยวเทียนใช้พลังปราณขยายดาบไม้สีดำ ฟาดใส่พวกมันไปอีกครั้งคราวนี้ หน้ากากเหล็กแตกกระจาย เสี่ยวเทียนจึงขว้างเหรียญเงินสังหารเข้าใส่อีกครั้ง ฉึก ๆ ๆ ๆ ๆ เหรียญสิบเหรียญ พุ่งเจาะกลางหน้าผาก ร่างของพวกมันกระเด็นถอยหลังไป พอลุกขึ้นมาอีก ก็ถูกกระบี่ั์ฟันคอขาดพร้อมกันทีเดียว สิบคนเลย อู๋เลี่ยงเห็นเช่นนั้น มันก็ใช้ปืนไฟสั้น ยิงเข้าใส่เสี่ยวเทียน เปรี้ยง ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ปืนไฟสั้นสามารถยิงใส่ได้ทีเดียว 8 นัด เป็อาวุธทันสมัยที่ เ้าแม่ลัทธิบัวทมิฬนำมาจากโลกอื่น เลยนำมาให้ อู๋เลี่ยงไว้ใช้เป็อาวุธ ร่างของเสี่ยวเทียนถูกยิงจน จุกไปหมด แต่ะุปืนก็ไม่สามารถระคายผิว เสี่ยวเทียนได้เลยเพราะมีพลังกายาะคอยคุ้มครองเอาไว้
“ นี่เขาเรียกว่าปืนไฟสั้น ต่อให้เ้าเก่งกาจแค่ไหน จะสู้โล่อัสนี หรือ ปืนไฟของข้าไม่ได้อยู่แล้ว”
“ ฮึ่ม แกคิดว่า อาวุธแค่นี้ทำอะไรข้าได้รึ ผิดแล้ว แกผิดแล้ว” เสี่ยวเทียนพุ่งร่างเข้าหาพร้อมกับชี้กระบี่อัสนีเข้าใส่ แม่ทัพอู๋เลี่ยง ใช้โล่อัสนีเข้ามาต้าน แต่ว่าเสี่ยวเทียนไม่ได้เรียกพลังสายฟ้ามา แค่ใช้พลังปราณกระบี่เท่านั้น โล่กับกระบี่เลยปะทะกัน ทำให้ทั้งสองต้องกระเด็นถอยหลังออกไปพร้อมกัน แต่เสี่ยวเทียนใช้กระบี่ไม้ดำพุ่งลงมาจากท้องฟ้าอีกเล่ม พุ่งเข้าใส่กลางกระหม่อมของแม่ทัพอู่เลี่ยง
แต่ขณะกระบี่กำลังจะพุ่งใส่หัวของอู๋เลี่ยง ก็มีมือออกมาจากอากาศ มาจับกระบี่ไม่ดำเอาไว้ แล้วบิดจนแหลกละเอียด แล้วก็มีร่างสตรีผู้หนึ่ง ปรากฏออกมา
“ ฮองเฮา” อู่เลี่ยงเอ่ยอย่างใ ที่เห็นน้องสาวมาช่วยเอาไว้ได้
“ เ้าเองรึ เป็คนที่ตัดแขนของพี่ชายของข้า”
“ ฮึ่ม เ้าเป็ใครกันแน่” เสี่ยวเทียนมองที่ดวงตาก็รู้ว่า ยัยคนนี้ไม่ใช่มนุษย์อย่างแน่นอน
“ ฮ่า ฮ่า ฮ่า เด็กน้อยเอ๋ย เ้ากล้าเป็ปฏิปักษ์กับข้า คงต้องส่งเ้าไม่เกิดใหม่ เกิดชาติหน้าทำตัวให้เป็เด็กดี อย่าจองเวรกันอีกเลย” แล้วสนมอู๋ลี่ฟางก็ ชี้นิ้วเข้าใส่เสี่ยวเทียน มีไอสีดำเป็ไอแห่งความตายพุ่งเข้ารัดร่างของเสี่ยวเทียน จนไม่สามารถขยับไปไหนได้ แล้วมันก็รัดแน่นขึ้นเรื่อยๆ จนเสี่ยวเทียนเริ่มร้องออกมา
“ อาจารย์.. ช่วยด้วย” ก่อนที่เสี่ยวเทียนจะหมดสติ ก็เห็นชายหนุ่มหล่อเหลาปรากฏตัวอยู่ด้านหน้า ไอสีดำก็สูญสลายหายไปจนสิ้น
“ นังปีศาจชั่ว กล้าทำร้ายศิษย์ของข้าเชียวรึ” อาจารย์ลู่เอินพูดเพียงเท่านี้ก็มีฝ่ามือพร้อมด้วยแสงแห่งพุทธะ พุ่งออกจากร่างนับไม่ถ้วน มุ่งตรงเข้าใส่ร่างของ สนมอู๋ลี่ฟาง ที่ยกสองมือขึ้นมาต้าน แต่ไม่สามารถต้านทานได้เลย จนร่างกระเด็นลอยหายไป ก่อนหนีไป ก็ได้กระชากร่างของ แม่ทัพอู๋เลี่ยง พาหนีไปด้วย
“ อาจารย์ ท่านแม่กับน้องข้าเป็อย่างไรบ้าง” เสี่ยวเทียนพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนแรง
“ พวกเขาปลอดภัยดี พวกเขาลงไปหลบที่ชั้นใต้ดิน ส่วนใหญ่รอดปลอดภัย เ้าไม่ต้องกังวล” เสร็จแล้ว อาจารย์ลู่เอิน ก็ใช้มือพัดวูบเดียวไฟที่กำลังเผาผลาญก็ดับลง เสี่ยวเทียนรีบวิ่งเข้าไปในบ้านตระกูลจาง แล้วเปิดประตูใต้ดิน ก็พบว่าทุกคนปลอดภัยดี
“ ท่านแม่ หลิงน้อย” สามคนแม่ลูกกอดกันอย่างดีใจ ที่ทั้งหมดปลอดภัย
ท่านตาจางรีบเดินมาหาเสี่ยวเทียนทันที แล้วยื่นจดหมายให้เสี่ยวเทียนอ่าน
“เรียน ท่านหัวหน้าตระกูลจาง เวลานี้ฝ่าา ไม่รู้เป็อะไร สั่งปลดฮองเฮา แล้วแต่งตั้งพระสนมอู๋ลี่ฟาง เป็ฮองเฮาแทน แล้วแต่งตั้ง อู๋เลี่ยงเป็แม่ทัพรักษาเมืองเช่นเดิม แล้วแต่งตั้ง อู๋ซ่างจวินขึ้นเป็ จอมทัพคุมแม่ทัพทั้งสี่ภาคเวลานี้ข้าศึกตะวันออกเข้าประชิดเมือง เกรงว่า แม่ทัพตะวันออกอู๋คง ซึ่งเป็คนของอู๋ซ่างจวินจะปล่อยให้กองทัพ ของ อาณาจักรโต้วเฉียน นำทัพโดยแม่ทัพเหยียนคังเข้าด่านมา ถึงกระนั้นเมืองฉางอันของพวกเราก็คงไม่รอด
วันนี้ฮองเฮาคนใหม่ บอกว่าตระกูลจางก่อกบฎ ขอให้ฝ่าาออกราชโองการปะาชีวิตทั้งตระกูล พวกเราทัดทานแล้ว ไม่เป็ผลสำเร็จ จึงแจ้งเตือนให้พวกท่านรีบเตรียมตัวหนีไปซะ”
“นี่ถ้าท่านเสนาบดีไม่ส่งจดหมายแจ้งเตือน พวกเราก็คงหลบหนีเข้าชั้นใต้ดินไม่ทันอาจมีคนล้มตายมากไปกว่านี้ เฮ้อ จักรพรรดิฟงเลี่ย เกิดอะไรขึ้นกับท่านกันแน่”
ท่านตาจางเอ่ยด้วยความสงสัย เสี่ยวเทียนเอง ก็ไม่รู้จริง ๆ
“ ท่านพ่อพวกเราจะทำอย่างไรกันดี” ลุงใหญ่เข้ามาถาม
“ เห็นคราวตระกูลจาง ต้องจบสิ้นลงเพราะยุคของข้าเป็แน่แท้ พวกเราเดินตามทางเส้นนี้ไปจะทะลุชายป่านอกเมือง พวกเรามีฐานลับอยู่ทีู่เาตอนใต้ของเมือง
พวกเราย้ายไปอยู่ที่แห่งนั้นชั่วคราวก่อน” ทุกคนทำตามที่บอก ไม่มีใครนำอะไรออกมาได้เลย ไม่คิดเลยแค่เวลาไม่นาน จากได้รับพระกรุณาสูงสุด กลับกลาย นักโทษของทางการ ต้องถูกปะาทั้งตระกูลไปได้
ทั้งหมดย้ายมาอยู่ทีู่เา เหิงซาน ซึ่งเป็ูเาที่เงียบสงบ มีทรัพย์สมบัติ ของตระกูลจาง ที่นำมาเก็บเอาไว้นานแล้ว ที่นี่มีเสบียงอาหารการกินพร้อม แล้วยังมีกองทหารส่วนตัว อีกเกือบ ห้าร้อยคน เฝ้าประจำการเอาไว้
รุ่งเช้าเสี่ยวเทียนถูกห้ามไม่ให้ออกไปไหน เพราะเหตุการณ์ยังไม่สงบ แต่สายสืบในเมือง แจ้งข่าวมาว่า ด่านตะวันออกของชายแดน แม่ทัพอู๋คงถูกสั่งให้เปิดด่านต้อนรับ กองทัพของ แม่ทัพเยียนคัง อาณาจักรโต้วเฉียน ให้เข้ามาที่นครฉางอัน
เพื่อสร้างสัมพันธไมตรีระหว่างสองอาณาจักร แต่ที่น่าสงสัย ทำไมต้องให้กองทัพนับแสน พร้อมอาวุธเข้ามา โดยไม่มีข้อจำกัดใดใด เลย หาก ทัพโต้วเฉียนเกิดใช้กำลัง ทัพของเมืองฉางอันจะเอาอะไรไปสู้
ส่วนเสี่ยวเทียนไม่สนใจเื่ราวใดใด กำลังปรึกษากับอาจารย์หาวิธีจัดการกับศัตรูในอนาคตยังไงดี
“ อาจารย์ครั้งที่แล้ว มันใช้แค่เงาสีดำมารัดข้า อย่างเดียว ข้าก็จะตายแล้ว หากเจอกันอีก ข้าควรทำยังไงดี”
“ มันเป็เงาแห่งความตาย เ้ามียันต์ที่ข้าเขียนไว้ให้ที่ฝ่ามือ เ้าไม่นำมันออกมาใช้ล่ะ กระแทกใส่มันไป มันก็สูญสลายไปแล้ว”
“ โอ้ ทำไมข้าลืมเื่นี้ไปเสียสนิทเลยนะ แล้วโล่ที่ใช้ป้องกัน กระบี่อาญาสิทธิ์ได้ เราหาวิธีทำลายมันยังไงดี และมันยังทำลายกระบี่ไม้ดำของข้าไปแล้วอีก แล้วพวกมัน ยังมีปืนไฟอีก ข้านี้ถูกยิงจุกไปทั้งตัวเลย” เสี่ยวเทียนยังถามอีก
“ ถ้าเ้ามีพลังเทพ ทุกอย่างมันก็จะง่ายกว่านี้ เอาล่ะ ก่อนที่จะมีพลังเทพก็ต้องป้องกันเอาไว้ก่อน อันดับแรก ข้าจะสร้างเข็มสังหารให้เ้าใหม่ คราวนี้ ถ้ามันใช่แค่โล่ มันป้องการเฉพาะด้านหน้า แต่้า ด้านข้างด้านหลัง พวกมันป้องกันไม่ได้แน่ ถ้าเข็มสังหารมันออกมาจากทุกทิศทุกทาง อันดับต่อมา ข้าจะเขียนอักขระยันต์เกราะเพชรบนร่างของเ้า ต่อไป ไม่ว่าะุปืน ไอปีศาจ ไม่มีทางได้เข้าใกล้เ้าได้อย่างแน่นอน ถอดเสื้อออก แล้วนอนคว่ำหน้า” เสี่ยวเทียนทำตาที่อาจารย์ลู่เอินบอกทันที แล้วอาจารย์ลู่เอิน ก็ใช้นิ้วกรีดหลังเขียนอักระยันต์ลงไปในแผ่นหลังของ เสี่ยวเทียน เป็อักขระยันต์เกราะเพชร โดยใช้ป้องการอาวุธร้ายทุกชนิด แล้วยังใช้ป้องกันภัย จากไอปีศาจนานาชนิดมิให้เข้าใกล้ได้ อาจารยูลู่เอินเขียนไม่นาน ลายยันต์เกราะเพชรก็เริ่มเรืองแสง แล้วก็ค่อยๆ หายไปในร่างของเสี่ยวเทียนไม่เห็นรูปรอยของยันต์ให้เห็นเลย
“ เสร็จแล้ว” อาจารย์ลู่เอินเอ่ยจบ ก็ปล่อยมีดลอยเข้าไปหาเสี่ยวเทียน ยังไม่ทันถึงตัวเลย ก็มีเกาะผลึกใสๆ ปรากฏขึ้น มีดถูกกระแทกลอยไป
“ โอ้โห สุดยอดไปเลยอาจารย์ เขียนยันต์นี้ให้ท่านแม่ กับน้องสาวข้าบ้างได้ไหม”
“ น้องสาวเ้าก็พอได้ แต่แม่เ้าต้องมาถอดเสื้อ ต่อหน้าข้านี่ คงไม่เหมาะนัก ข้าสอนเ้าให้หัดเขียน แล้วเ้าก็ไปเขียนให้กับแม่กับน้องของเ้าจะดีกว่า”
“ได้ข้าจะฝึกเขียนยันต์เกราะเพชร ตามที่ท่านบอกก็แล้วกัน”
“ ก่อนอื่นเ้าไปนำกระบี่หัก หรือเศษอาวุธมาให้ข้า ข้าจะหลอมเหล็กทำเข็มสังหารให้เ้า” เสี่ยวเทียนได้ฟังก็ยินดียิ่งนัก รีบไปหามาให้อาจารย์ทันที
สองสามวันที่ผ่านมา เสี่ยวเทียนฝึกเขียนยันต์เกราะเพชร จนชำนาญแล้วก็นำไปเขียนให้ท่านแม่ กับน้องสาว แล้วก็ฝึกใช้เข็มสังหารที่อาจารย์ทำไว้ให้ จนเริ่มชำนาญ โดยเข็มสังหารที่อาจารย์ทำไว้ให้มีจำนวนเป็เกือบสองหมื่นเล่ม
วันนี้ที่ซ่อนตัวเขาเหิงซาน ได้ต้อนรับ อาคันตุกะไม่ได้รับเชิญกลุ่มหนึ่ง นำโดยแม่ทัพแดนใต้ จางซื่อเวิน โดยที่ด้านหลังขบวนมีชายผู้หนึ่งสวมหมวกอำพรางใบหน้าเอาไว้ ตามมาด้วยคนหนึ่ง
“ คารวะท่านพ่อ” แม่ทัพจางซื่อเวิน ทำความเคารพท่านตาจาง
“ ในที่สุด เ้าก็กลับมาเสียที นี่เ้ามาพาใครมาด้วย” ท่านตาจางถามด้วยความกังวล ชายที่พรางหน้าถอดหมวกร่มออกไป ท่านตาจางกับทุกคน ก็รีบคุกเข่าคารวะทันที
“ คำนับรัชทายาท”
“ พวกท่านลุกขึ้นเถอะ”
“ไม่ทราบว่า รัชทายาทเสด็จมาที่นี่ ด้วยเหตุอันใด” ท่านตาจางถามด้วยความสงสัย
“ ที่ผ่านมาเสด็จพ่อส่งข้าไปปราบพวกโจรสลัดกับแม่ทัพจางซื่อเวิน แต่เมื่อไม่กี่วันมานี่ ข้าทราบข่าวว่าเสด็จแม่ถูกปลด จากฮองเฮา แล้วถูกนำไปขังไว้ในตำหนักเย็น ส่วนเสด็จพ่อก็ไม่ออกว่าราชการ ทุกอย่างยกให้เป็หน้าที่ของฮองเฮาคนใหม่ อู๋ลี่ฟาง เมื่อเจ็ดวันก่อนข้าขบพบ เสด็จพ่อ แต่ถูกฮองเฮาใหม่กีดกัน
ก่อนจากมาเตี้ยนจื่อกงกง แอบบอกข้าว่า เสด็จพ่อ ถูกมนตร์ดำ ผู้ที่พอจะช่วยพระองค์ได้มีคนเดียว คือ เฉินเสี่ยวเทียน ข้าตามหาพวกท่านไม่พบ จึงต้องติดต่อไปทาง แม่ทัพจาง ซึ่งก็ถูก เสด็จพ่อปลดออกจากตำแหน่ง ซึ่งเื่นี้ ไม่ชอบมาพากลมาก เวลานี้ในเมือง มีแต่ทหารของอาณาจักร โต้วเฉียน เต็มไปหมด แม่ทัพใหญ่อู๋ซ่างจวิน
ก็สับเปลี่ยนตำแหน่งแม่ทัพนายกอง เอาแต่พวกของตนเข้ารับตำแหน่งแทน
นี่ถ้าเตี้ยนจื่อ กงกง ไม่แอบเสี่ยงตายมาบอกข้า ไม่แน่ว่าข้าอาจถูกพวกมันจับไปแล้วก็ได้” รัชทายาทเอ่ยอธิบายเื่ราวทั้งหมด ผู้นำตระกูลจางให้คนไปตามเสี่ยวเทียนทันที
ในขณะที่เสี่ยวเทียนฝึกซ้อม เหวี่ยงเข็มสังหารอยู่นั้น อาจารย์ก็บอกว่า
“มีคนขึ้นเขามาสองกลุ่ม ๆแรก น่าจะมีเจตนาดี แต่อีกกลุ่ม มีจำนวน ห้าสิบคน พวกนี้มีอาวุธสำหรับปีนป่าย น่าจะเป็สายสืบสะกดรอยตามมา เ้าไปจัดการกับห้าสิบคนนี้ก่อน ไปทดสอบเข็มสังหารดู ว่าก้าวหน้าไปถึงไหนแล้ว” เสี่ยวเทียนพุ่งตัว ะโลงจากเขาอย่างรวดเร็ว ััถึงคนร้ายชุดดำ ห้าสิบคนที่กำลังสะกดรอยคนชุดแรกอยู่ เสี่ยวเทียนไม่สนใจ ว่ามันเป็ใคร พุ่งร่างเข้าไปใกล้ พออยู่ระยะที่จับพิกัดได้ของพวกมันครบ ห้าสิบคน ก็ปล่อยเข็มสังหารออกไปในทันที ฟิ้ว ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ....