ตอนที่ 20 เสแสร้ง (2)
บรรยากาศด้านนี้ของทั้งสองคนนับว่ากลมเกลียวมาก แต่อารมณ์ของหลี่ว์ซิ่งที่อยู่อีกฝั่งกลับไม่ถือว่าดีแล้ว
เดิมทีเขาก็รู้สึกไม่สบายใจต่อท่าทีที่เซ่าอี้ผิงจงใจเมินเขาอยู่แล้ว ตอนนี้ยิ่งแน่ใจแล้วว่าทั้งสองคนกำลังจงใจไม่สนใจกัน หลังจากที่อดทนสักพัก สุดท้ายหลี่ว์ซิ่งก็อดทนไม่ไหวแล้วชิงพูดก่อนที่มู่ชิงจะตอบคำถาม “ผู้อำนวยการเซ่า คุณคิดว่า...เรื่องที่ผมพูดกับคุณไปก่อนหน้านี้เกี่ยวกับสัญญาของมู่ชิงจะทำยังไงดีครับ”
สัญญาของเขาเหรอ มู่ชิงได้ยินก็ชะงักไป เขาอดที่จะมองไปยังเซ่าอี้ผิงอย่างมึนงงไม่ได้ ‘สัญญาของเขามันทำไมเหรอ’
เซ่าอี้ผิงเห็นว่ามู่ชิงไม่รู้เรื่องนี้ ในใจก็ยิ่งโมโห ‘เจ้านี่โอนสัญญาณของศิลปินในมือ แต่ตัวศิลปินเองกลับยังไม่รู้เรื่อง แล้วยังมีหน้ามาฟ้องอีกอย่างนั้นเหรอ?! เขาอยากจะทำอะไร เขาคิดว่าตัวเองเป็นเจ้าของบริษัทเหรอ?!! หรือเห็นว่ามีพี่เขยคุ้มกะลาหัวอยู่ถึงได้ไม่เห็นตนที่เป็นหัวหน้าอยู่ในสายตาแบบนี้!!’
เมื่อเซ่าอี้ผิงรู้สึกว่าอำนาจของตัวเองกำลังถูกคุกคาม จึงไม่คิดจะไว้หน้าหลี่ว์ซิ่งอีก เขาหยิบเอกสารบนโต๊ะแล้วโยนลงไปอย่างแรง พร้อมกับชี้ไปที่หลี่ว์ซิ่งอย่างโมโห “นายมาถามฉันว่าจะทำยังไง นายเป็นคนเขียนลงไปในนี้เอง แล้วฉันจะรู้เหรอว่าต้องทำยังไง”
หลี่ว์ซิ่งถูกเซ่าอี้ผิงตอกหน้าจนพูดไม่ออก ความจริงเขาเองก็รู้อยู่แก่ใจว่าตนกำลังโวยวายอย่างไร้เหตุผล แต่เมื่อคิดว่าเซ่าอี้ผิงไม่เพียงแต่ไม่เข้าข้างเขา แต่ยังไม่ไว้หน้าเขาต่อหน้าของเจ้าเดรัจฉานมู่ชิงแบบนี้อีก ในใจก็อดโมโหไม่ได้ เขากัดฟันจ้องมองอีกฝ่ายคอแข็งด้วยความโกรธจัด ใบหน้าเต็มไปด้วยความไม่ยินยอมและคิดจะเปิดปากโต้แย้งอีก แต่กลับมีคนเคาะประตูห้องทำงานพอดี
เซ่าอี้ผิงปรายตามองหลี่ว์ซิ่งแวบหนึ่งเพื่อบอกเป็นนัยว่าให้เขาหุบปาก แล้วพูดด้วยเสียงทุ้มต่ำว่า “เข้ามา” เพิ่งจะพูดจบ ประตูก็ถูกแง้มออก คนวัยกลางคนร่างอ้วนท้วนยื่นศีรษะเข้ามา ตากลมของอีกฝ่ายกวาดมองสถานการณ์รอบห้องครั้งหนึ่งราวกับจะยืนยันให้แน่ใจว่าปลอดภัยหรือไม่ จากนั้นก็เหมือนจะรับรู้ได้ว่าบรรยากาศไม่ปกตินัก จึงรีบหดศีรษะกลับไปอย่างรวดเร็ว
ท่าทางเหมือนตัวตุ่นโผล่ออกมาจากรูที่เขาทำนั้นดูโอเวอร์เอามากๆ เซ่าอี้ผิงเห็นแบบนี้เส้นเลือดที่หน้าผากก็เต้นตุบๆ แล้วพูดใส่ประตูว่า “ดูอะไร! รอนายตั้งนานแล้ว! ยังไม่รีบเข้ามาอีก?!”
คำพูดนี้ฟังดูแล้วถึงจะเหมือนกำลังโมโห แต่คนในที่นี้ต่างรู้ดีว่า น้ำเสียงเขากลับไม่ได้มีแววตำหนิเท่าไรนัก อีกทั้งความโมโหของเซ่าอี้ผิงก่อนหน้านี้ยังคลายลงไปมากเพราะท่าทางอันน่าขันของอีกฝ่าย
“ครับ!” ชายวัยกลางคนได้รับคำอนุญาตก็เอี้ยวตัวแล้ว ‘แทรก’ เข้ามาจากรอยแง้มประตูเมื่อกี้ ใบหน้าอ้วนกลมของเขาเผยยิ้มตาหยี ดูแล้วทำให้คนชอบใจ “ผู้อำนวยการเซ่า คุณเรียกผมมามีเรื่องอะไรเหรอครับ”
เซ่าอี้ผิงได้ยินก็ปั้นหน้าแข็ง “นายว่าไงล่ะ ไม่รู้เหรอว่าฉันเรียกนายมาทำไม แกล้งโง่ให้ใครดู?!” เขาปรายตามองไปที่หลี่ว์ซิ่งแวบหนึ่งคล้ายตั้งใจแต่ก็เหมือนไม่ตั้งใจ “ยังมีหน้ามายิ้มอีก! จ้านสี่ไหล นายนี่มันใจกล้าจริงๆ ถึงขั้นโอนหนังสือสัญญาศิลปินเองลับหลัง นายคิดว่าตัวเองเป็นเจ้าของบริษัทเหรอ?! นายยังเห็นฉันที่เป็นกรรมการผู้จัดการอยู่ในสายตารึเปล่า! คิดว่าฉันจัดการนายไม่ได้อย่างนั้นใช่ไหม?!”