ตอนที่28 ไช่อิงมั่นใจ
ต่อจากนั้นสะใภ้สามเดินตัวตรงด้วยท่วงท่าสง่างามไปหาสามีซึ่งนั่งรออยู่บนรถเข็นใกล้ทางเดินสู่ลิฟต์พิเศษสำหรับลงสู่ชั้นสามโดยมีพนักงานรักษาความปลอดภัยของโรงแรมมาร่วมทำหน้าที่เพิ่มอีกสองคนในเครื่องแบบคล้ายทหารสีน้ำเงินเข้มเธอตั้งใจจะหาโอกาสพูดคุยกับเขาในภายหลัง โดยรอให้งานแถลงข่าวผ่านพ้นไปก่อน
ไช่อิงเดินเข้าไปในลิฟต์หลังรถเข็นสามีแล้วยืนอยู่ด้านขวามือของเขาพลางเหลือบมองชายฉกรรจ์แปลกหน้าในชุดสีน้ำเงินหัวเกรียนท่าทางเคร่งขรึม จึงอดถามด้วยความสงสัยไม่ได้รวมทั้งไม่้าเสียเวลาสืบค้นข้อมูลในภายหลังว่า
“สามีคะพวกเขาสองคนเป็ทหารมาก่อนใช่ไหมคะ”
หลงปิงเงยหน้ามองภรรยาแว่บหนึ่งก่อนหันกลับมามองตรงแล้วถามคืนด้วยความแปลกใจต่อการสังเกตอันแม่นยำของเธอว่า
“ทำไมถึงคิดว่าเป็ทหารล่ะพวกเขาอาจเป็ตำรวจเก่าแล้วเปลี่ยนงานก็ได้”
สะใภ้สามได้ยินคำตอบจากสามีแล้วรับรู้ได้ทันทีว่าเขากำลังประเมินตนอยู่จึงตอบอย่างเป็ธรรมชาติโดยไม่แสดงท่าทางรู้ลึกเกี่ยวกับอาชีพเฉพาะอย่างตำรวจหรือทหารว่า
“จริงด้วย...ดูไปแล้วพวกเขาก็เหมือนตำรวจแต่ไม่รู้สิคะ ฉันรู้สึกว่าพวกเขาเหมือนทหารมากกว่า”
หญิงสาวหรี่ตามองท่วงท่าการยืนพักของชายฉกรรจ์ทั้งสองคนด้วยความสนใจเธอมั่นใจเป็อย่างยิ่งว่าพวกเขาเป็ทหารแน่นอนพลางรอฟังคำตอบจากสามีด้วยใจจดจ่อเพราะ้าทดสอบความจริงใจจากเขาเช่นกัน
อย่างไรก็ตามสะใภ้สามกลับคาดไม่ถึงเพราะคนให้คำตอบแท้จริงกลับกลายเป็จิวหลุนผู้ทำหน้าที่เข็นรถให้สามีแทนขณะสามีหยิบแว่นกันแดดจากกระเป๋าเสื้อสูทขึ้นมาสวมแสดงท่าทีปิดกั้นการสนทนาระหว่างกันโดยปริยายว่า
“คุณไช่อิงตาแหลมจริงๆ พวกเขาเป็ทหารปลดประจำการ มาจากบริษัทเบสต์ซีเคียวครับ”
หญิงสาวพยักหน้าเข้าใจโดยไม่พูดอะไรขึ้นมาอีกทว่าสมองเธอประมวลผลอย่างรวดเร็วพลางเข้าใจความสัมพันธ์อันซับซ้อนระหว่างตระกูลใหญ่ในเมืองหลวงมากขึ้นโดยมั่นใจว่าตระกูลหยางผู้เป็เ้าของบริษัทเบสต์ซีเคียวจะต้องเป็พันธมิตรกับฝั่งสามีเธอจึงคลายกังวลใจว่าเขามีพันธมิตรต่างตระกูลให้ความช่วยเหลืออยู่ยิ่งทำให้การตัดสินแยกตัวจากเขาเป็ไปง่ายดายขึ้น
กระทั่งลิฟต์หยุดลงในชั้นสามหนึ่งในสองยามมาใหม่กดปุ่มรับสัญญาณสื่อสารจากนาฬิกาข้อมือเพื่อติดต่อกับยามอีกกลุ่มนอกลิฟต์พลันมีเสียงแจ้งเตือนเข้ามาดังลั่นจนทำให้ทุกคนในลิฟต์ได้ยินชัดเจนกันถ้วนหน้าว่า
“ข่าวด่วน! ออกมาจากลิฟต์ให้ระวังด้วยนักข่าวไปรอถ่ายรูปท่านประธานอยู่หน้าลิฟต์เพียบเลย”
“รับทราบ!”ยามตอบรับคำเตือนจากอีกฝ่ายเมื่อเหลือบเห็นสัญญาณมือแสดงความเข้าใจจากเหลียงเกอ
ไช่อิงปรับท่าทีตนเองให้ดูดีเช่นกันเพราะไม่้าออกไปเผชิญหน้ากับนักข่าวด้วยภาพลักษณ์อันไม่เหมาะสมกับชุดสวยงามพอประตูลิฟต์เปิดออกเพียงหนึ่งคืบ เธอตาพร่าเล็กน้อยจากแสงแฟลชของกล้องจำนวนมากพุ่งเข้ามาปะทะทว่าเตรียมตัวตั้งรับไว้แล้วจึงพร้อมเผชิญหน้าด้วยความเข้าใจต่อท่าทางกระตือรือร้นของบรรดานักข่าว
สะใภ้สามเข้าใจในบัดดลถึงการมียามเข้ามาช่วยรักษาความปลอดภัยให้สามีเพิ่มเติมเพราะกองทัพนักข่าวและช่างภาพต่างกรูเข้ามาสัมภาษณ์สามีก่อนเข้าห้องประชุมเป็การแข่งขันเพื่อให้ได้ข่าวชิ้นสำคัญก่อนสำนักข่าวอื่นในที
อย่างไรก็ตามหลงปิงสามารถฝ่ากลุ่มนักข่าวเข้าห้องประชุมไปได้อย่างง่ายดายด้วยการทำงานขององครักษ์และยามอย่างแข็งขันกระนั้นช่างภาพต่างเปลี่ยนเป้าหมายไปจับภาพหญิงสาวเดินตามหลังคุณชายสามแห่งตระกูลหลงแทนด้วยความสวยงามและท่วงท่าการเดินอย่างสง่างามของเธอได้สะกดสายตาช่างภาพจำนวนมากในทันทีทั้งยังมีเสียงอุทานด้วยความรู้สึกหลากหลายว่า
“โอ้โฮ! นั่นแฟนคุณชายสามเหรอ สวยจังเลย! พวกเขาเหมาะสมกันเสียจริง”
“ว้าว! แฟนคุณชายสามสวยยิ่งกว่าดาราหลายคนเลย”
“ไม่ใช่หรอก...ข่าววงในบอกว่าเป็เลขาคุณชายสามต่างหาก”
“ไม่ใช่อย่างนั้น...ฉันได้ยินมาว่าเป็คนสนิทของคุณชายสาม”
“เอ๋! เข้าใจอะไรผิดหรือเปล่าตอนนี้คุณชายสามไม่ใช่คุณชายสามเหมือนเดิมแล้วนะ”
“นั่นสิ!เห็นว่าแถลงข่าววันนี้เป็ข่าวใหญ่ของตระกูลหลงเชียวนะ”
“พวกเรารีบเข้าห้องประชุมกันเถอะได้ถ่ายรูปก่อนคนอื่นก็ดีมากแล้ว”
เวลานี้ไช่อิงเดินตามหลังสามีเข้ามาในห้องประชุมซึ่งถูกกั้นเป็ห้องย่อยออกมาจากห้องใหญ่อีกทีโดยคิดเป็พื้นที่ราวหนึ่งในห้าส่วนจากห้องเดิมเพื่อใช้เป็สถานที่รองรับการสัมภาษณ์เฉพาะกิจของสมาชิกคนสำคัญแห่งตระกูลหลง
สะใภ้สามกวาดตาสำรวจฝูงชนราวสองร้อยคนด้วยความสนใจเธอพบว่ามีนักข่าวและช่างภาพจากหลายสำนักโดยสังเกตจากสัญลักษณ์และป้ายชื่อห้อยคอกระนั้นเธอจดจำใบหน้าของหัวหน้าแผนกบางคนจากในที่ประชุมตอนเช้าได้แม่นยำ หนึ่งในนั้นมีฟางมี่ หญิงสาวสวยแต่งกายด้วยชุดสูทกางเกงทันสมัย ผู้เป็หัวหน้าแผนกประชาสัมพันธ์ของหลงกรูป
หลงปิงกวาดตาสำรวจผู้คนในห้องประชุมจัดงานแถลงข่าวเช่นกันพลางเหลือบเห็นฟางมี่ผ่านแว่นกันแดดแล้วลอบยิ้มมุมปากด้วยความเข้าใจเพราะตระหนักได้ทันทีว่าฝั่งอาสะใภ้ส่งคนเข้ามาเก็บข้อมูลงานแถลงข่าวของตนแล้ว
ชายหนุ่มปล่อยให้องครักษ์เข็นรถไปนั่งอยู่ต่อหน้าโต๊ะที่มีไมโครโฟนวางอยู่เป็จำนวนมากแล้วปล่อยให้ช่างภาพบันทึกภาพตนอย่างสบายใจ พลางกวาดตาจดจำสำนักข่าวแต่ละแห่งด้วยความสนใจจนพบว่ามีนักข่าวมาจากสำนักข่าวอันเป็พันธมิตรและฝั่งตรงข้ามกับตนในจำนวนเกือบเท่ากันจึงหรี่ตามองประเมินสถานการณ์ด้วยความใส่ใจ
ครั้นคุณชายสามเหลือบเห็นยามของโรงแรมปิดประตูห้องประชุมเพื่อปิดกั้นคนภายนอกเข้ามาก่อความวุ่นวายจึงยกมือขึ้นเป็สัญญาณห้ามความอยากรู้และเสียงะโถามจากบรรดานักข่าวทันทีแล้วพูดถึงวัตถุประสงค์ของการจัดงานแถลงข่าวแทนว่า
“เอาละ!...อย่าเพิ่งถามอะไรตอนนี้เลยผมจะพูดในส่วนของเนื้อหาแถลงข่าวให้จบก่อน ถ้าไม่เข้าใจหรือสงสัยค่อยถามเพิ่มเติมแต่ผมจะมีเวลาให้ถามแค่ห้านาทีนะครับ”
ประธานหลงกรูปคนใหม่พูดเงื่อนไขการให้สัมภาษณ์ชัดเจนเขาไม่้าเสียเวลาตอบคำถามยืดเยื้อเกินไปทั้งคิดว่าไม่จำเป็ต้องลดตัวเอาใจนักข่าวเนื่องจากกลยุทธ์การทำากับฝั่งอานั้นเขามีแผนการซับซ้อนมากกว่าการแถลงข่าวด้วยซ้ำไป
เมื่อบรรดานักข่าวได้ยินคำกล่าวแสดงอำนาจของชายหนุ่มหล่อเหลาแห่งตระกูลหลงซึ่งเป็ชายผู้หายหน้าไปจากวงสังคมนานกว่าสิบปีโดยมีข่าวเพียงเล็กน้อยออกสู่สาธารณชน นักข่าวจึงพากันเงียบเสียงเพื่อรอฟังคำแถลงของชายหนุ่มด้วยใจจดจ่ออย่างรู้หน้าที่แทน
“ข่าวแถลงจากตระกูลหลงครั้งนี้ผมจะแจ้งให้ทุกคนรู้ก่อนว่า ตอนนี้ผมดำรงตำแหน่งประธานหลงกรูปแทนหลงลู่เอินแล้วส่วนคุณอาจะทำหน้าที่รองประธานหลงกรูปอาสะใภ้และพี่น้องคนอื่นก็อาจจะทำงานเหมือนเดิมหรืออาจมีการปรับเปลี่ยนใหม่เพื่อความเหมาะสม ด้วยเหตุผลง่าย ๆที่ผมเข้ามาอยู่ตรงนี้ ก็เพราะผมมีหุ้นจากพ่อและปู่มากกว่าสมาชิกคนอื่นนั่นคือเหตุผลง่ายและชัดเจนที่สุด แน่นอนว่าหลงกรูปจะมีการปรับโฉมทำงานใหม่ไว้รอฟังการแถลงข่าวอีกทีนะครับ มีใครจะถามอะไรอีกไหม”
หลงปิงกล่าวจบแล้วกวาดตามองนักข่าวนั่งอยู่ต่อหน้าอีกครั้งพลางเลิกคิ้วเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าหลายคนต่างพากันอ้าปากค้างตกตะลึงอยู่โดยยังไม่มีใครได้สติเพื่อเริ่มต้นซักถามตนสักคน
ทันใดนั้นมีนักข่าวสาวจากสำนักข่าวฝ่ายพันธมิตรยกมือแสดงตัว้าสอบถามคุณชายสามแห่งตระกูลหลงเธอ้ายืนยันข้อมูลสำคัญเพื่อไม่ให้การนำเสนอข่าวต่อไปเกิดข้อผิดพลาดขึ้นมาได้เพราะเป็เื่สำคัญอย่างยิ่งยวดว่า
“ขอโทษนะคะแสดงว่าตอนนี้คุณชายสาม เป็ท่านประธานหลงแห่งหลงกรูปโดยสมบูรณ์แล้วใช่ไหมคะ”
คุณชายสามผินหน้าไปมองนักข่าวสาวท่าทางกระตือรือร้นด้วยความสนใจพลางพยักหน้าตอบตกลงพร้อมกล่าวยืนยันว่า
“ใช่ครับตอนนี้ผมดำรงตำแหน่งเป็ประธานหลงกรูปอย่างถูกต้องแล้วถึงจะมีบางคนไม่เซ็นยินยอมก็ตามทีแต่ผลทางกฎหมายบังคับใช้ตามพินัยกรรมั้แ่เมื่อเจ็ดปีก่อนส่วนตัวผมเพิ่งพร้อมออกมาทำงาน่นี้ก็เท่านั้นเอง”
คำตอบแสดงอำนาจอย่างเอาแต่ใจของชายหนุ่มก่อให้เกิดเสียงฮือฮาขึ้นทันทีเพราะนักข่าวต่างฟื้นสติขึ้นมาครบถ้วนแต่ละคนต่างอยากรู้ถึงท่าทีสมาชิกคนอื่นของตระกูลหลงเพราะเป็การเข้ามาทำหน้าที่อันสำคัญซึ่งมีแนวโน้มไม่จบลงอย่างง่ายดายแน่นอน จึงพากันแย่งยกมือพึ่บพั่บเพื่อได้รับโอกาสถามคุณชายสามอีก
หลงปิงชี้นิ้วเลือกนักข่าวทั้งฝ่ายพันธมิตรและฝ่ายศัตรูให้มีโอกาสซักถามเท่าเทียมกันโดยหวังไม่ให้เกิดความวุ่นวายมากจนเกินไปเขามีช่างเทคนิคส่วนตัวซึ่งได้สร้างบัญชีโซเชียลไว้คอยอัปเดตข่าวสารให้กับผู้สนใจประธานคนใหม่ของหลงกรูปได้ติดตามเป็การส่วนตัวไว้แล้วจึงไม่เป็กังวลหากสำนักข่าวฝั่งศัตรูคิดจะบิดเบือนข้อความเพราะมีสักขีพยานอยู่ในห้องแถลงข่าวกันหลายคนและมาจากหลายสำนัก
นักข่าวหนุ่มจากสำนักข่าวคู่แข่งของฝั่งพันธมิตระโถามหลงปิงทันทีเมื่อได้รับสัญญาณอนุญาตให้สอบถามได้ว่า
“ท่านประธานครับแล้วอย่างนี้ประธานคนเก่าไม่ว่าอะไรหรือครับนโยบายของประธานคนเก่าจะมีการรื้อปรับใหม่หรือเปล่าแล้วจะส่งผลกระทบอะไรกับทางหลงกรูปบ้างครับ”
ประธานหลงปิงพูดตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบว่า“จะให้ว่าอะไรเหรอ มีสิทธิ์ว่าด้วยเหรอ นโยบายตระกูลหลงสร้างความมั่งคั่งมั่นคงดูแลทุกคนประดุจญาติมิตร นั่นคือคำขวัญประจำตระกูลหลงั้แ่บรรพบุรุษผมมีหน้าที่สานต่อให้รุ่งเรืองยิ่งขึ้น เชิญนักข่าวคนต่อไป”
คุณชายสามตอบโดยปล่อยให้นักข่าวคิดคาดเดาเอาเองเขาคิดว่ายังไม่จำเป็ต้องเปิดเผยข้อมูลสำคัญในตอนนี้เพราะยังต้องรอรับฟังการประชุมนำเสนอแผนพัฒนาในวันพรุ่งนี้อยู่ขณะตนได้รับรายงานเป็ระยะผ่านทางหูฟังบลูทูทขนาดเล็กซึ่งสวมใส่ไว้ั้แ่ทำธุระในห้องสุขาก่อนเข้าห้องแถลงข่าวแล้ว
ไช่อิงนั่งอยู่เยื้องด้านหลังฝั่งขวามือสามีเธอกวาดตาสำรวจพวกนักข่าวตั้งคำถามกับเขาด้วยความสนใจพลันเหลือบเห็นบางสิ่งขนาดเล็กสีกลมกลืนิักระพริบสัญญาณไฟสีน้ำเงินวาบขึ้นในรูหูขวาของเขาพลางหรี่ตามองด้วยความสนใจเพราะมั่นใจในที่มาของอุปกรณ์ดังกล่าวเป็อย่างยิ่งว่า
เอ๋!นั่นสามีใช้เครื่องดักฟังรุ่นล่าสุดของสายลับเชียวหรืองั้นแสดงว่ากล้องสอดแนมก็ต้องเป็ฝีมือเขาแน่ ร้ายไม่เบาเลยนะ!แสดงว่าเขามีพรรคพวกอยู่ในหน่วยข่าวกรองด้วยเหรอ...น่าสนใจเสียจริง! แบบนี้ฉันก็ไม่จำเป็ต้องห่วงเขาอีกรอกลับไปบ้านก่อนแล้วกัน ค่อยพูดกับเขาให้เด็ดขาดไปเลย!...
สะใภ้สามมั่นใจเป็อย่างยิ่งว่าอุปกรณ์หูฟังขนาดเล็กซึ่งไม่มีจำหน่ายในท้องตลาดทว่าเป็อุปกรณ์ของทางฝั่งหน่วยข่าวกรองซึ่งมักใช้ในกลุ่มสายลับเพราะเธอเองก็เคยใช้มาก่อนทว่าหูฟังของเขาเป็แบบทันสมัยมากกว่าตนเองเคยใช้จึงมั่นใจในทันทีว่ากล้องสอดแนมขนาดจิ๋วเคยสงสัยก่อนหน้าย่อมเป็ฝีมือการสอดแนมของฝั่งสามีแน่นอน
ความสงสัยของสะใภ้สามไม่ได้หยุดอยู่แค่อุปกรณ์จากหน่วยข่าวกรองของหน่วยงานของรัฐเท่านั้นทว่าเธอสงสัยถึงการได้มาหรือใช้งานมากกว่าเพราะไม่ใช่แค่ร่ำรวยแล้วจะสามารถใช้เงินซื้อทุกอย่างได้
อนึ่งอุปกรณ์สอดแนมบางอย่างมีผลกระทบต่อความมั่นคงภายในและระหว่างประเทศจึงมั่นใจว่าเขาจะต้องมีพรรคพวกคอยช่วยเหลืออยู่นอกตระกูลหลงแน่นอน แล้วยังเป็กลุ่มคนทำงานอยู่ในกองทัพมากกว่าฝั่งกรมตำรวจอีกด้วยทั้งก่อนหน้าเธอเพิ่งเห็นยามมาจากบริษัทฝั่งตระกูลหยางซึ่งมีบทบาทในกองทัพจีนด้วยทำให้เข้าใจโดยอัตโนมัติถึงพันธมิตรของสามี
ตอนนี้หญิงสาวหันกลับมาให้ความสนใจต่อการซักถามของบรรดานักข่าวอีกครั้งเธอพบว่าสามียังคงตอบคำถามคลุมเครือเหมือนเดิม แสดงว่าเขายังไม่้าเปิดเผยข้อมูลสำคัญให้นักข่าวรับรู้ทีเดียวพลางมั่นใจว่าเขาระมัดระวังตัว
มากเพราะมีนักข่าวจากฝั่งตรงข้ามเข้าร่วมด้วยจึงต้องปิดบังข้อมูลลับไว้ก่อนเพื่อไม่ให้ศัตรูรู้เท่าทัน