บทที่ 15 ข้อมูลสุดฮือฮา
กู้ไฮว๋เผยสีหน้าผิดหวัง แต่ในวินาทีต่อมาก็ได้ยินเสียงเล็ก ๆ น่ารักของเด็กน้อยพูดขึ้น
“หนูเตรียมจะกลับไปปรุงแล้ว คุณ้าไหม? แต่ไม่ฟรีนะ”
นี่เป็ลูกค้ารายใหญ่ เธอคิดว่าน่าจะลองขายยาของตัวเองดูสักหน่อย
“หนูมียาบำรุงผิวให้ขาวเนียน รักษาผมร่วง รักษาาแภายนอกและภายใน รักษารอยแผลเป็ แล้วยังมี...”
เธอเหลือบมองกู้ไฮว๋ “แล้วยังมียาบำรุงไตด้วยนะ”
“แค่ก ๆๆ...”
กู้ไฮว๋ยิ้มกระตุกที่มุมปาก เธอมองหน้าเขาทำไม ไตของเขาไม่ได้อ่อนแอสักหน่อย!
ฉินเจินเกือบจะหัวเราะตายแล้ว
เสิ่นจืออินมองเขาแวบหนึ่ง “ยารักษาผมร่วงดีไหม คุณไม่ดูแลตัวเองมันจะทำให้คุณหัวล้านก่อนวัยนะ”
หนังศีรษะของฉินเจินรู้สึกชาไปหมด เขาลังเลอยู่สองสามวินาทีก่อนจะเอ่ยปากว่า
“ขอลองหน่อยได้ไหม?”
ถึงแม้ว่าตอนนี้ผมของเขาจะไม่ยาว แต่ผมสั้นกับหัวล้านก็ยังคงแตกต่างกันมากอยู่ดี
เสิ่นจืออินพยายามขายยาชนิดต่าง ๆ หลายขนาน กู้ไฮว๋จึงซื้อมาลองดูเสียหน่อย จากนั้นเขาก็ยื่นเงินจำนวนหนึ่งให้เสิ่นจืออิน เธอดีใจจนยิ้มแก้มปริ
พอกลับไป เธอก็ถ่ายรูปเงินก้อนนั้นส่งไปอวดท่านผู้เฒ่า ทำให้เขาอิจฉาเธอแทบแย่
พวกเขายังกินข้าวกันไม่เสร็จ ก็มีคนกลุ่มหนึ่งมาถึงที่หน้าบ้าน
พอเห็นคนกลุ่มนั้น สีหน้าของกู้ไฮว๋และคนในครอบครัวหลินก็เคร่งขรึมลงทันที
ไม่มีใครสังเกตเห็นเลยว่า เสิ่นจืออินที่กำลังกินข้าวอยู่ พอเห็นคนกลุ่มนั้นกลับตาเป็ประกาย
เธอเพิ่งจะซุบซิบนินทากับเ้าตูบไปเมื่อกี้ ไม่คิดเลยว่าเ้าของเื่จะมาปรากฏตัวตรงหน้าเร็วขนาดนี้
คนที่มาเป็ผู้หญิงสองคนกับผู้ชายหนึ่งคน ผู้หญิงที่อายุมากที่สุดคือแม่ของกู้ไฮว๋ เพราะดูแลตัวเองดี อายุสี่สิบกว่าปีแล้วแต่ยังดูเหมือนผู้หญิงอายุสามสิบกว่า ๆ
ชายอีกคนดูอายุไม่ต่างจากกู้ไฮว๋เท่าไหร่ ส่วนหญิงสาวที่กำลังร้องไห้อยู่นั่นคงเป็น้องสาวของกู้ไฮว๋
“พวกแกมาทำอะไรที่นี่!” หลินเฟิงเซี่ยวลุกขึ้นยืนเป็คนแรกด้วยความโกรธ
“พวกแกยังทำร้ายพี่สาวฉันไม่พออีกเหรอ! คนบางคนนี่มันหน้าหนาจริง ๆ!”
“ตระกูลหลินสอนลูกแบบนี้เองเหรอ สมแล้วที่เป็แค่ตระกูลกระจอกงอกง่อย ไม่มีมารยาทเอาซะเลย” คุณนายกู้มองหลินเฟิงเซี่ยวอย่างเ็า “ที่นี่คือบ้านตระกูลกู้ กู้ไฮว๋เป็ลูกชายฉัน พวกเธอต่างหากที่เป็คนนอก อย่ามาทำเป็ใหญ่โตคับฟ้า คิดจะเคารพผู้ใหญ่บ้างก็ไม่มี!”
กู้ไฮว๋วางตะเกียบลงบนโต๊ะเสียงดัง ใบหน้าเรียบเฉยขณะมองพวกเขา “แม่ ถ้าแม่จะมาหาเื่ก็เชิญกลับไป ส่วนเื่น้อง...”
เขามองหญิงสาวที่กำลังร้องไห้ด้วยสายตาเบื่อหน่าย
“ฉันเคยบอกแล้วใช่ไหม ว่าอย่ามาให้ฉันและครอบครัวของฉันเห็นหน้าอีก”
“พี่ใหญ่ ฉันไม่ได้ตั้งใจนะ ถ้าเธอไม่แย่งของฉันล่ะก็... อีกอย่าง ฉันไม่ได้ผลักเธอนะ เธอสะดุดล้มเองต่างหาก!”
เพี๊ยะ!
ไม่มีใครคาดคิดว่ากู้ไฮว๋จะโกรธถึงเพียงนี้ เขาตบหน้ากู้อวิ๋นไปฉาดใหญ่
กู้ไฮว๋ตวาดลั่น “นี่เธอพูดอะไรออกมารู้ตัวไหม กล้าดียังไงมาพูดแบบนี้กับพี่สะใภ้ตัวเอง เธอเกือบจะเอาชีวิตเขาไปแล้วนะ! แล้วนั่นก็เป็ของที่ฉันซื้อให้พี่สะใภ้เธอเอง ทำไมเธอถึงบอกว่าเขาแย่งของของเธอไปล่ะ!”
“แกทำอะไรลงไป!” คุณนายกู้กรีดร้อง มองลูกชายด้วยสายตาอาฆาต
“หล่อนก็ไม่ได้เป็อะไรสักหน่อย แกเป็พี่ชายแท้ ๆ กลับทำร้ายน้องสาวตัวเองเพื่อผู้หญิงคนนั้นเนี่ยนะ! “
“พี่ชาย นี่มันไม่ถูกต้องแล้วนะ พวกเรามาขอโทษ แต่ทำแบบนี้พวกเราก็ไม่จำเป็ต้องขอโทษแล้ว! “
กู้ไฮว๋รู้สึกสิ้นหวัง เขาไม่เคยเป็ที่รักของแม่มาั้แ่เด็ก ๆ ผ่านมานานหลายปี เขาก็เคยชินกับมันไปแล้ว
แต่ตอนนี้ ภรรยาเขาเกือบจะเอาชีวิตไม่รอดเพราะน้องสาวแท้ ๆ แต่คนพวกนี้กลับยังมาซ้ำเติมเขาอีก!
“ทำไมลุงกู้คนนั้นถึงเรียกคุณว่าพี่ชายล่ะคะ ทั้ง ๆ ที่เขาไม่ใช่น้องชายแท้ ๆ ของคุณสักหน่อย” เสียงเล็ก ๆ ใส ๆ ดังขึ้นข้างหู สายตาทุกคู่มองตามนิ้วป้อม ๆ ของเสิ่นจืออินก็พบกับ กู้ิ น้องชายของกู้ไฮว๋
เพียงแค่ประโยคสั้น ๆ แต่กลับทำให้คุณนายตระกูลกู้โมโหราวกับโดนเหยียบหาง
“นังเด็กเวร แกพูดจาเหลวไหลอะไร!”
เสิ่นจืออินแลบลิ้นใส่เธอ
“หนูพูดความจริงนะ เขามีสายเืเดียวกับคุณ แต่กับ คุณชายกู้... พวกเขาก็มีสายเืเดียวกัน แต่อาจจะไม่มากเท่าไหร่”
ทันใดนั้น กู้ไฮว๋ก็ลืมเื่ที่กำลังทะเลาะกันไป แล้วรีบถามขึ้น
“นักพรตน้อย หมายความว่ายังไง?”
“กู้ไฮว๋ แกไปเอาเด็กเมื่อวานซืนนี้มาจากไหน รีบพาเธอออกไปให้พ้นหน้าฉัน ใครอนุญาตให้เธอมาพูดจาเหลวไหลที่นี่!”
คุณนายกู้ใจนร้องเสียงหลง เธอพยายามจะคว้าตัวเสิ่นจืออิน เพื่อไม่ให้พูดอะไรออกไปอีก
เสิ่นจืออินรีบวิ่งไปหลบหลังฉินเจิน พร้อมกับส่งเสียงใส ๆ ที่บ่งบอกถึงความสะใจ
“ว้าว คุณลุงกู้ ดูสิคะ เธอรีบร้อนแล้ว ๆ”
กู้ไฮว๋มองแม่ตัวเองด้วยสีหน้าเรียบเฉย
ฉินเจินอุ้มเสิ่นจืออินขึ้นมาแล้วจ้องมองคุณนายกู้ด้วยสีหน้าดุดัน
“เด็กของผม ยังไม่ถึงคราวที่คุณนายกู้จะมาสั่งสอน”
เสิ่นจืออินยิ้มตาหวาน “คุณย่าแอบมีชู้ตั้งนานแล้ว แถมชู้ก็คือพี่ชายแท้ ๆ ของพ่อคุณ น้องชายโง่ ๆ ของคุณก็เป็ลูกของเธอกับลุงของคุณไง~”
เด็กน้อยพูดด้วยน้ำเสียงร่าเริง พูดจบก็หอบหายใจ ไม่ง่ายเลยที่เธอจะพูดเยอะขนาดนี้ กินเผือกเื่นี้สนุกจริง ๆ
“เหลวไหล!”
กู้ิคำรามด้วยสีหน้าบิดเบี้ยว “ยัยเด็กเวร แกกล้าพูดมั่ว ๆ ระวังฉันจะฆ่าแกซะ”
เขาพยายามจะเอื้อมมือไปคว้าตัวเสิ่นจืออิน แต่ฉินเจินคว้ามือเขาไว้ก่อน
“โอ๊ย! ปล่อย!”
ดวงตากลมโตของเสิ่นจืออินวาววับ ก่อนจะหยุดลงที่ตัวของกู้อวิ๋น
“แล้วก็นี่ เธอขโมยเอกสารที่คุณเก็บไว้ในห้องทำงานไปให้ลุงใหญ่ของคุณด้วย แถมกำลังวางแผนจะโค่นล้มคุณอยู่”
ตอนนี้กู้ไฮว๋ทำสีหน้าไม่ถูกกับเื่ราวทั้งหมดที่เกิดขึ้น
แม่แอบนอกใจพ่อั้แ่ตอนที่ท่านยังมีชีวิตอยู่ แล้วยังเป็การแอบคบกับพี่ชายของสามีตัวเองอีก
น้องชายก็ไม่ใช่พี่น้องแท้ ๆ
ส่วนน้องสาวยังขโมยเอกสารของเขาไปให้ลุงใหญ่อีก
กู้ไฮว๋หัวเราะออกมาอย่างเหลือเชื่อ ดวงตาแดงก่ำจ้องมองคนทั้งสาม
“พวกคุณช่างเป็ครอบครัวที่ดีของฉันจริง ๆ”
น้ำเสียงที่เอ่ยออกมานั้นราวกับกัดฟันกรอด
หลินเฟิงเซี่ยวและคนอื่น ๆ ต่างตกตะลึงกับเื่ราวที่เกิดขึ้น
หลังจากตื่นตระหนกได้ครู่หนึ่ง คุณนายกู้ก็พยายามสงบสติอารมณ์ ก่อนจะเอ่ยว่า
“กู้ไฮว๋ ฉันคือแม่ของแกนะ แกยังจะไปเชื่อคนนอกแล้วไม่เชื่อแม่อีกเหรอ?”
กู้ไฮว๋แสยะยิ้มเ็า “คุณมีอะไรให้ผมควรค่าแก่การเชื่อใจบ้าง!”
หลินเฟิงเซี่ยวมองหน้าคุณนายกู้ แล้วพูดขึ้นว่า “อยากให้พี่เขยเชื่อก็ง่ายนิดเดียว ไปตรวจดีเอ็นเอก็สิ้นเื่”
ดวงตาของคุณนายกู้เบิกกว้าง จ้องเขม็งไปที่หลินเฟิงเซี่ยวด้วยความโกรธเกรี้ยว ก่อนจะตวาดลั่น “แกหุบปาก! เื่ของตระกูลกู้ ไม่มีความจำเป็ต้องให้แกมายุ่ง!”
กู้ไฮว๋หันไปทางประตู แล้วสั่งคนรับใช้ว่า “เรียกคนมาเชิญพวกเขาออกไป”
เขาย่อมต้องไปตรวจสอบเื่นี้ให้แน่ชัด เพียงแต่ตอนนี้ เขาไม่อยากเห็นหน้าคนพวกนี้อีกแม้แต่วินาทีเดียว
ในที่สุด คนตระกูลกู้ทั้งสามคนก็ถูกไล่ออกไปด้วยความอัปยศอดสู พวกเขาไม่มีทางกล้าไปตรวจดีเอ็นเอแน่นอน
กู้ไฮว๋นวดขมับตัวเองเบา ๆ ข้อมูลที่ได้รับในวันนี้ช่างรุนแรงเกินไป จนเขาปวดหัวตุบ ๆ
แต่หลังจากนี้ยังมีเื่ต้องจัดการอีกมาก เขาต้องเข้มแข็งเข้าไว้
หลินเฟิงซิ่นอยู่ข้าง ๆ คอยปลอบใจด้วยความสงสารจับใจ
เมื่อทุกอย่างสงบลง สายตาทุกคู่ต่างจับจ้องไปที่เสิ่นจืออิน
“นักพรตน้อย สิ่งเ่าั้...เธอคำนวณออกมาได้ทั้งหมดเลยเหรอ?”
เสิ่นจืออินหาวเบา ๆ “ไม่ใช่นะ”
เธอเอนกายซบไหล่ฉินเจิน แล้วพูดเสียงเล็ก ๆ
“หมาบอกหนูเอง”
ทุกคน “???”
เสิ่นจืออินเองก็อธิบายไม่ถูก จะพูดไปพวกเขาก็คงไม่เชื่ออยู่ดี
เวลาล่วงเลยมาถึงยามดึก ฉินเจินจึงพาเสิ่นจืออินกลับไป
หลังจากนั้น กู้ไฮว๋และครอบครัวหลินก็มีธุระมากมายจึงไม่ได้อยู่ต่อ เพียงแค่ขอเป็เพื่อนกับเสิ่นจืออินเพื่อแสดงความขอบคุณ
ส่วนฉินเจิน หลังจากไปส่งเสิ่นจืออินที่บ้านตระกูลเสิ่นแล้ว เขาก็ต้องไปทำงานที่สำนักลาดตระเวน