เมื่อผลการทดสอบออกมาและได้ประจักษ์แก่สายตาชองคนทั้งมวล ผู้อาวุโสซุนได้กล่าวขึ้น
"ผู้ที่ทดสอบผ่านในอันดับที่หนึ่งถึงสามจะมีของรางวัลตามที่สมาคมได้กำหนดไว้ ซึ่งนอกจากสามคนนี้จะได้เป็นตัวแทนของอาณาจักรเนตรอสูรไปแข่งขันทางโอสถระดับอาณาจักรที่จะมีขึ้นต่อจากนี้แล้ว ทั้งสามยังจะได้รับสิทธิ์เลือกหาสมุนไพรหายากยี่สิบรายการจำนวนห้าชุดจากคลังโอสถของสมาคมโอสถ และมีโอกาสได้ศึกษาคัมภีร์โอสถโบราณของสมาคมโอสถที่มิเคยให้ใครได้เรียนรู้มาก่อนเป็นเวลาหนึ่งชั่วยาม "
"รายชื่อสมุนไพรที่สมาคมโอสถมีและสามารถให้ได้จะอยูในแผ่นหยกนี้ทั้งสิ้น จะให้สิทธิ์ผู้ที่ได้อันดับหนึ่งเป็นผู้เลือกก่อนตามลำดับ เมื่อเลือกเสร็จสิ้นให้ใส่รายชื่อสมุนไพรที่เลือกในแผ่นหยกคำตอบ ทางสมาคมจะทำการรวบรวมจัดหานำมาให้หลังจากนี้ภายในสองชั่วยาม"
"ส่วนการเรียนรู้คัมภีร์โอสถโบราณ ขอให้ทั้งสามตามข้าไปพบท่านผู้อาวุโสสูงสุดยังด้านใน เพื่อขอเรียนรู้วิชาโอสถคนละหนึ่งชั่วยาม"
ผู้อาวุโสซุนอธิบายพร้อมนำทั้งสามไปยังห้องศิลาด้านหลังลานประลอง
กังหลง นงคราญสุรางค์สวรรค์ เหมี่ยวเซี๊ยะและหยางเสี่ยวเอ๋อร์ ต่างมารวมตัวกันยังห้องศิลาด้านหลังลานประลอง นี่นับเป็นคราแรกที่ทั้งสามได้มาพบกันอย่างไกล้ชิดเช่นนี้ กังหลงยามได้สังเกตุสตรีทั้งสองใกล้ ๆ นับว่าทั้งสองจัดเป็นหญิงงามล่มเมืองได้อย่างแท้จริง
นงคราญสุรางค์สวรรค์เหมี่ยวเซี๊ยะแม้จะปกปิดโฉมหน้าไว้แต่เพียงแค่นี้ก็ยังสวยสง่าดุจดั่งนางพญาจนผู้คนมิกล้าอาจเอื้อม รูปร่างหน้าตาทั้งท่าทีเยื้องย่างเคลื่อนกายดูสูงส่ง สวยงามเต็มไปด้วยพิษสง ดุจกุหลาบที่ดูสวยงามแต่มีหนามแหลมคมยากจะจับต้อง สมกับฉายาหนึ่งในสี่ของ จตุรนามสู่ราชันย์อย่างแท้จริง
ด้านหยางเสี่ยวเอ๋อร์เองแม้จะปกปิดโฉมหน้าไว้เช่นเดียวกันแต่จากดวงตาที่สวยใสกระจ่าง ผมยาวสลวยดำขลับขับเน้นกับผิวกายที่ขาวเป็นยองใย รูปร่างอรชรอ้อนแอ้นบอบบางน่าทนุถนอม กิริยาการเยื้องย่างอ่อนช้อยดุจกุลสตรีในห้องหอน่าทะนุถนอม หากเปิดเผยโฉมหน้าที่แท้จริงมิทราบจะงดงามปานใด
เมื่อพบเจอสตรีงดงามปานล่มเมืองทั้งสองอย่างใกล้ชิดเช่นนี้ ชายหนุ่มเช่นกังหลงก็ถึงกับมีอาการประหม่าขึ้นบ้างเช่นกัน แต่ด้วยพลังจิตวิญญาณที่สูงส่ง ไม่นานก็สามารถสำรวมจิตใจให้เป็นปกติ ยกมือประสานกล่าวทักทายสตรีทั้งสองตามมารยาทของบุรุษที่พึงมี
"ข้า กังหลง ยินดีที่ได้พบแม่นางทั้งสอง ข้าเพิ่งมีโอกาสออกมาท่องเที่ยวนอกบ้านเป็นคราแรก คงต้องรบกวนแม่นางทั้งสองแนะนำแล้ว มิทราบแม่นางทั้งสองเคยรับทราบคัมภีร์โอสถโบราณมาบ้างหรือไม่ มิทราบจะเป็นเช่นไร"
"เสี่ยวเอ๋อร์ ยินดีที่ได้รู้จักคุณชายและนงคราญสุรางค์สวรรค์เช่นกัน ข้ามิเคยพบเจอคัมภีร์โอสถโบราณ เพียงได้เรียนรู้วิชาโอสถอันน้อยนิดจากตำราของตระกูลมาเท่านั้น"
"ยินดีที่ได้รู้จักทั้งสองท่านเช่นกัน ข้าเหมี่ยวเซี๊ยะ นงคราญสุรางค์สวรรค์รุ่นปัจจุบัน ..ข้าก็มิเคยพบเจอคัมภีร์โอสถโบราณมาเช่นกัน เพียงทราบว่าคัมภีร์โอสถโบราณเป็นสิ่งตกทอดของสมาคมโอสถ หากมิใช่ผู้อาวุโสของสมาคมโอสถก็ยากจะได้เรียนรู้ทั้งหมด ครานี้ถือเป็นวาสนาของพวกเราที่มีโอกาสได้เรียนรู้สิ่งนี้ แต่ความสำเร็จนั้นคงต้องแล้วแต่ปฏิภานและวาสนาของแต่ละคนว่าจะสามารถเรียนรู้ได้แค่ไหน "
สตรีงามแท้จริงต่างมีนัยน์ตาทึี่สูงยิ่ง น้อยครั้งนักที่จะพูดคุยกับบุรุษ แต่ด้วยความสามารถทางด้านโอสถของกังหลง ทำให้ลดช่องว่างในระหว่างกันลงได้ จึงทำให้ทั้งสองคิดว่า บุรุษหนุ่มผู้นี้พอมีคุณค่าที่จะให้ความสำคัญได้บ้าง
เมื่อผู้อาวุโสสูงสุดเห็นผู้เยาว์ทั้งสาม ได้เข้าห้องมาก็สำรวจมองทั้งสามอีกครั้ง คำนึงในใจว่า
"นับเป็นบุรุษและสตรีที่เลิศล้ำ สตรีทั้งสองต่างมีรูปลักษณ์ที่เลิศล้ำยากจะหาใครเทียมเทียบ หนึ่งมีปราณยุทธระดับราชันย์ อีกหนึ่งปราณยุทธระดับปราณขุนพลขั้นปลายไม่นานก็จะสามารถเข้าสู่ระดับปราณราชันย์ แต่บุรษหนุ่มผู้นี้แม้จะมีความสามารถทางโอสถอันสูงส่ง แต่น่าเสียดายที่ระดับปราณยุทธช่างต่ำต้อยเพียงแค่ปราณขุนพลระดับหนึ่งขั้นเก้าช่วงชั้นสูงสุดเท่านั้น"
หลังจากสำรวจและครุ่นคิดชั่วครู่ ผู้อาวุโสสูงสุดจึงกล่าวขึ้น
"คิดว่าทั้งสามคงจะทราบวัตถุประสงค์ของการจัดการทดสอบด้านโอสถในครั้งนี้ของสมาคมเราแล้ว ก่อนถึงกำหนดการแข่งขันระดับอาณาจักรหนึ่งเดือนทางสมาคมเราจะส่งสารแจ้งไปยังทุกคนให้ไปรวมตัวกันโดยทางสมาคมจะแจกหยกสื่อสารแสนลี้ให้กับทุกคน ในระยะเวลาหกเดือนหลังจากนี้ทุกผู้คนต้องกลับมาอยู่ในรัศมีแสนลี้ของเมืองเหอหนานเพื่อให้หยกสื่อสารสามารถส่งข้อความเสียงถึงกันได้"
"บัดนี้ผู้ชนะอันดับหนึ่งถึงสามสามารถจะเรียนรู้คัมภีร์โอสถโบราณได้แล้ว ก่อนหน้านี้คัมภีร์โอสถโบราณมิเคยเปิดเผยหรือให้ผู้อื่นนอกจากผู้อาวุโสของสมาคมโอสถได้เรียนรู้เท่านั้น แต่ปีนี้ทางสมาคมโอสถคิดเปิดโอกาสให้อัจฉริยะของอาณาจักร์เราได้เรียนรู้เพื่อสืบสานวิชาโอสถมิให้ต้องสูญหายไปเพราะกฎเก่าอันคร่ำครึอีกต่อไป
โดยในนี้มีคัมภีร์โอสถโบราณจำลองซึ่งทางสมาคมโอสถได้จัดทำขึ้นเพื่อให้ผู้มีวาสนาหรืออัจฉริยะได้ทดลองศึกษาดู แต่โอกาสมีเพียงในช่วงเวลาหนึ่งชั่วยามเท่านั้น เมื่อเปิดผนึกเพื่อศึกษาคัมภีร์โอสถโบราณจำลองนี้ จะสลายหายไปภายในหนึ่งชั่วยาม ส่วนใครจะสามารถเรียนรู้ได้แค่ไหนภายในหนึ่งชั่วยามนี้ก็แล้วแต่วาสนาและปฏิภานของแต่ละคนเท่านั้น ข้าในนามตัวแทนของสมาคมโอสถจึงขอมอบคัมภีร์โอสถโบราณจำลองให้ไว้เรียนรู้ หากใครสะดวกจะเรียนรู้ ณ ตอนนี้สามารถใช้ห้องศิลาแห่งนี้เพื่อเรียนรู้ได้เลย หากแม้นใครไม่สะดวกจะเรียนรู้ตอนนี้ สามรถเก็บไว้เรียนรู้ภายหลังได้ แต่คัมภีร์โอสถโบราณจำลองนี้จะมีอายุเพีบงหกเดือนหากไม่เปิดผนึกเรียนรู้ก่อนหกเดือนนี้คัมภีร์โอสถโบราณจำลองก็จะสลายไปเอง ขณะเดียวกันหากเปิดผนึกแล้วอักขระในคัมภีร์ก็จะคงอยู่ได้เพียงหนึ่งชั่วยามก็จะสูญสลายไปด้วยเช่นกัน"
เมื่อกล่าวจบผู้อาวุโสสูงสุดได้มอบคัมภีร์โอสถโบราณจำลองให้แก่คนทั้งสาม กังหลงเมื่อทราบข้อจำกัดของคัมภีร์โอสถโบราณจำลอง เลือกที่จะเก็บไว้เรียนรู้ภายหลัง เนื่องจากขณะนี้ต้องการจะใช้เวลาเพื่อเข้าทดสอบ จตุรนามสู่ราชันย์ดูก่อนที่จะเดินทางไปยังตระกูลหยาง เพื่อหวังทดสอบเสี่ยงวาสนา หากโชคดีอาจได้ของรางวัลที่น่าพึงใจก็เป็นได้ เมื่อรับม้วนคัมภีร์ก็กล่าวขอบคุณและขอตัวลาจากไปในทันที
"ข้าขอขอบคุณท่านผู้อาวุโสสูงสุด ข้าขอรับคัมภีร์โอสถโบราณจำลองไว้เรียนรู้ในภายหลัง ขณะนี้ข้าต้องการไปทดสอบจตุรนามสู่ราชันย์ดูก่อน มีโอกาสมาเยือนเมืองเหอหนานแล้ว คงต้องลองเสี่ยงวาสนากับการทดสอบต่าง ๆ ดูบ้าง ...ขออำลาท่านผู้อาวุโสและแม่นางทั้งสองบัดนี้เลย"
นงคราญสุรางค์สวรรค์เหมี่ยวเซี๊ยะเมื่อเห็นกังหลงกล่าวลาและคิดจะไปทดสอบด่าน ต่าง ๆ ของจตุรนามสู่ราชันย์ก็ไม่คิดจะร่ำเรียนคัมภีร์โอสถโบราณในทันทีเช่นกัน ยิ้มกล่าวกับกังหลง กล่าวอำลากับทุกคนและคิดจากไปเช่นเดียวกัน
"ยินดีต้อนรับกงจื้อท่าน ข้าจะรอพบท่านในการทดสอบหากกงจื้อสามารถผ่านด่านต่าง ๆ ได้หมดสิ้นคงมีวาสนาได้สนทนากันมากกว่านี้ ...ขออำลาท่านผู้อาวุโสและแม่นางหยางเสี่ยวเอ๋อร์ในตอนนี้เช่นกัน "
หยางเสี่ยวเอ๋อร์ได้แต่แย้มยิ้ม ตนมิได้รีบเร่งไปที่ใดและเนื่องจากมีบิดารอคอยให้ตนได้เรียนรู้คัมภีร์โอสถโบราณ จึงรับคัมภีร์โอสถโบราณจำลองจากผู้อาวุโสสูงสุด เปิดผนึกเพื่อเรียนรู้ในห้องศิลาในทันที โดยมีผู้อาวุโสสูงสุดคอยคุ้มกันดูแลอยู่ด้านนอกประตูห้องศิลา