ณ จวนสกุลจาง
ละอองเม็ดฝนที่เกาะอยู่ตามใบบัวหลังฝนหยุดตกแล้วได้ไม่นาน เพราะไม่สามารถซึมซับได้จึงกลิ้งไหลลงน้ำในที่สุด สระน้ำที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็สถานที่พักผ่อน เต็มไปด้วยดอกเหลียนฮวาทั่วทั้งสระ กลีบดอกชมพูขาวส่งกลิ่นหอมไปทั่วบริเวณโดยรอบ ทำให้ผู้ที่อยู่ ณ ศาลากลางสระน้ำผ่อนคลายไปด้วย
"คุณหนู นายท่านยังไม่กลับมาเลยเ้าค่ะ"
บ่าวรับใช้เข้ามารายงานผู้เป็นาย กำลังเดินหมากอยู่ด้วยใบหน้าเป็กังวล จางเซียวเหยียนตอนนี้เองก็ตกที่นั่งลำบาก เื่การทุจริตในครั้งนี้ดูเหมือนจวนของนางจะหาทางออกไม่ได้เลย ข้อมูลต่างๆที่ท่านพ่อของนางมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตเสบียงทหาร มีที่มาที่ไปอย่างชัดเจน ท่านแม่ของนางล้มป่วย อนุที่เหลือก็ต่างวิ่งหนีกลับบ้านเดิม ยามรุ่งเรืองผู้คนต่างไปมาหาสู่ มิทันได้เอ่ยปากก็ปรากฎอยู่ตรงหน้า ยามล่มจมผู้คนต่างหนีหายเหมือนเป็โรคร้ายที่ไม่กล้าเข้าใกล้และน่ารังเกียจ
"จวนสกุลหลิวล่ะ"
"เรียนคุณหนู จวนสกุลหลิวฮ่องเต้มีคำสั่งให้ปะานายท่านหลิว คนที่เหลือถูกริบทรัพย์และขับไล่ไปยังชายแดนห้ามเข้าเมืองหลวงตลอดชีวิตเ้าค่ะ"
แปะ!
สิ้นเสียงบ่าวเอ่ยรายงาน หมากตัวสีขาวที่หญิงสาวถืออยู่หลุดมือตกลงบนกระดาษหมากเสียงดัง ใบหน้างามรู้สึกมึนหัวเล็กน้อย เนื่องจากั้แ่บิดาถูกขังที่คุกหลวง นางต้องจัดการเื่ต่างๆภายในจวนแทนมารดาที่ล้มป่วย จนมิได้พักผ่อนและทานอาหารไม่เป็เวลา อีกทั้งยังได้ยินข่าวเื่จวนสกุลหลิวเช่นนี้อีก ทำให้นางยิ่งเป็กังวลไปใหญ่ ผิดที่ท่านพ่อมิทันระหวัง เชื่อใจสหายเสียจนตนเองต้องตกอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้
"คุณหนูลองขอความช่วยเหลือจากคุณชายโจ้วดีหรือไม่"
"มีความสามารถแล้วอย่างไร เก่งแล้วอย่างไร จะสามารถหาทางช่วยข้าได้จริงหรือ แผ่นดินนี้....มีเพียงสิ่งเดียวเท่านั้นที่สามารถแก้ปัญหาทุกอย่างได้"
"สิ่งใดหรือเ้าคะ"
"อำนาจอย่างไรล่ะ"
จางเซียวเหยียนเอ่ยพลางมองไปยังสระบัว
"หวังว่า....เขาผู้นั้นจะไม่เป็ดั่งเช่นน้ำกลิ้งบนใบบัว (คนที่มีนิสัยเชื่อถือไม่ได้ พูดกลับกลอกไปมา ปากไม่ตรงกับใจ )
เสียงหวานเอื้อนเอ่ยออกไปด้วยแววตาเศร้า
.....
ภายในโรงเตี๊ยมชั้นสอง
สองสาวยืนอยู่หน้าห้องส่วนตัวอย่างเป็กังวล เพียงไม่นานประตูห้องก็ถูกเปิดออก อาเตียนถือถาดน้ำที่น้ำด้านในเปลี่ยนเป็สีโลหิตหมดแล้ว
"ข้าทำแผลใหม่ให้คุณชายเสร็จแล้ว เชิญแม่นางทั้งสองเข้าไปได้ขอรับ"
อาเตียนเอ่ยบอกด้วยท่าทีสุภาพ ถึงพวกนางจะเป็เพียงสาวรับใช้ที่จวนอื่น แต่ถึงอย่างไรก็เป็แขกของคุณชาย คุณชายให้เกียรติพวกนาง เขาก็จะให้เกียรติพวกนางด้วยเช่นกัน
"ข้าสองคนต้องขอบคุณคุณชายอีกครั้งเ้าค่ะ ทำให้ท่านต้องาเ็ตามไปด้วย"
"เปลี่ยนคำขอบคุณเป็ทานอาหารกับข้าแทนได้หรือไม่"
"มิเหมาะสมเ้าค่ะคุณชาย ฐานะพวกข้า..."
"มิเหมาะอันใด ข้ามาทานข้าวที่นี่ แต่ยังมิทันได้ทานก็ได้ยินพวกเ้าสองคนถูกทำร้ายเสียก่อน"
หลี่ซิ่วอิงยังเอ่ยไม่ทันจบก็ถูกชายหนุ่มขัดขึ้นมา อย่างไม่ให้พวกนางปฏิเสธ ก่อนที่จะเดินไปทางหน้าต่างที่เปิดออก มองลงไปเพื่อทบทวนเหตุการณ์ที่พึ่งเกิดขึ้นไปก่อนหน้านี้
"เช่นนั้นพวกข้าขอเลี้ยงอาหารเพื่อเป็การขอบคุณนะเ้าค่ะ"
"ย่อมได้ แต่บอกไว้ก่อนว่าข้ากินเยอะนะ"
โจ้วยู่ร์เฟิงเอ่ยอย่างหยอกล้อ หากเขาไม่ยอมให้พวกนางเป็เ้ามือเลี้ยงอาหารในวันนี้ ดูท่าแล้วพวกนางคงจะไม่ยอม เพียงไม่นานอาหารมากมายก็ถูกนำเข้ามา รวมถึงสุราด้วย
"จอกแรก ข้าขอยกให้เ้ามือทั้งสองท่าน"
ชายหนุ่มยกสุราขึ้น หญิงสาวทั้งสองเองก็เช่นกัน ทันทีที่สุราจรดริมฝีปาก ความหอมหวานทำให้หลี่ซิ่วอิงต้องเบิกตากว้าง สุรานี่ดียิ่งกว่าร้านเหม่ยกุ้ยของสหายนางเสียอีก ในโลกก่อนถึงนางจะตัวคนเดียวแต่ก็มีสหาย หลังเลิกงานมักจะสังสรรค์กันเป็ประจำ โลกปัจจุบันเทียบกับสุราที่นางกำลังดื่มตอนนี้ไม่ได้เสียเลยสักนิด
"ว่าแต่พวกเ้านามอันใดหรือ ข้าขอแนะนำตัวอย่างเป็ทางการ ข้ามีนามว่า โจ้วยู่ร์เฟิง"
ชายหนุ่มไม่เอ่ยเปล่าแต่ยังลุกขึ้นทำท่าคารวะพวกนางอีกด้วย หญิงสาวที่เห็นเช่นนั้นก็รีบยกมือคารวะตอบ
"ข้านามหลี่ซิ่วอิงเ้าค่ะ"
"ข้านามเสี่ยวหมี่เ้าค่ะ"
"พวกเ้ามิได้นาม อิงอิง กับ มี่หมี่ กันหรอกหรือ"
ชายหนุ่มเอ่ยจบหญิงสาวก็หัวเราะออกมาพร้อมกัน
"เป็ชื่อที่พวกข้าทั้งคู่ตั้งขึ้นมาเองเ้าค่ะ"
เสี่ยวหมี่เอ่ยอย่างอธิบาย
"เช่นนั้นหากเป็ข้า อื้ม..ต้องนามว่า เฟิงเฟิง ใช่หรือไม่"
หลังเขาเอ่ยจบทั้งสามคนก็หัวเราะออกมาพร้อมกันอีกครั้ง บรรยากาศภายในห้องดูผ่อนคลายมากขึ้น สุราถูกนำเข้ามานับครั้งไม่ถ้วน กลายเป็ว่าทั้งสามคนเข้ากันได้ดี เสียงหัวเราะดังออกมาจากห้องส่วนตัวเป็ระยะ คนทั้งสามเพลิดเหลินจนลืมฐานะของตนเอง โดยเฉพาะหลี่ซิ่วอิงที่ก่อนหน้านี้บอกกับตัวเองว่าจะอยู่ให้ห่างจากตัวเอกในนิยายมากที่สุด และพึ่งบอกไปก่อนหน้านี้ว่าโจ้วยู่ร์เฟิงผู้นี้ก็อันตรายไม่ต่างจากเว่ยตงหยางเลยแม้แต่น้อย แต่ครานี้กลายเป็ว่านางกำลังนั่งดื่มสุรากับเขาเสียอย่างนั้น แต่ความสุขก็ไม่ได้ยั่งยืนนัก อะไรที่มากเกินไปก็นำภัยมาสู่ตน
"เรียนท่านอ๋อง ห้องข้างๆเป็ห้องของคุณชายโจ้วขอรับ"
ิเพ่ยเอ่ยรายงานผู้เป็นาย
"มิรู้ว่าคุณชายโจ้วผู้นี้มักในกาม เรียกหญิงงามมาอยู่ข้าวกายเช่นนี้กลางวันแสกๆ อย่างกลับว่าที่นี่เป็ห่อนางโลมเช่นนั้นหรือ"
คราก่อนที่ชายหนุ่มเห็น เขายังวิ่งวุ่นเพื่อแม่นางจางไม่ต่างจากเขา ถึงตนจะมีใจให้แม่นางจางมากเพียงใด แต่ก็ดูออกว่าจางเซียวเหยียนนั้นยังไม่ได้มีใจให้ สายตาที่นางมองโจ้วยู่ร์เฟิงผู้นี้ไม่ธรรมดา เื่คดีก็ยังไม่สะสาง ใครจะคิดว่าวันนี้เขาเพียงแวะทานอาหาร ก็เจอเื่ที่ไม่คาดคิดเช่นนี้
"เอ่อ...คือว่า...."
ิเพ่ยเป็กังวลไม่รู้ว่าจะเอ่ยบอกผู้เป็นายหรือไม่
"มีอันใด"
"เอ่อ...คือว่า...หญิงที่อยู่ในห้องคือหลี่ซิ่วอิง และเสี่ยวหมี่ บ่าวที่จวนขอรับ"
หลังิเพ่ยเอ่ยจบ เขาสังเกตใบหน้าของผู้เป็นาย ดูเหมือนไม่พอใจมากนักอย่างที่เขาคาดการไว้ มีหลายครั้งที่ท่านอ๋องดูจะใส่ใจบ่าวรับใช้อย่างหลี่ซิ่วอิงเป็พิเศษ
"เหตุใดพวกนางมาอยู่ที่นี่ได้"
"วันนี้วันหยุดพวกนางขอรับ"
ิเพ่ยเอ่ยอย่างอธิบาย โรงเตี๊ยมในเมืองหลวงมีร้านนับไม่ถ้วน เหตุใดถึงโลกกลมเช่นนี้กัน
"ให้พวกนางกลับจวนมิเช่นนั้นก็ใสหัวไปจากจวนซะ"
"ขอรับ"
ิเพ่ยรับคำก่อนที่จะวิ่งออกไป ร่างใหญ่ยกจอกสุราขึ้นดื่มรวดเดียวด้วยท่าทีที่ไม่พอใจนัก
ห้องส่วนตัวอีกห้องหนึ่ง เสียงเอื้อนเอ่ยออกมาจนแทบฟังมิรู้ความ ใบหน้าทั้งสามคนแดงก่ำด้วยพิษสุรา หนึ่งชายกับสองหญิงงาม คนเพียงเท่านี้แต่กลับดื่มสุราหมดไปกว่าสิบจอก เป็จำนวนที่มากว่าปกติด้วยซ้ำ มีเพียงโจ้วยู่ร์เฟิงและหลี่ซิ่วอิงเท่านั้นที่ยังดื่มไหว เสี่ยวหมี่สลบคาโต๊ะอาหารไปแล้วเป็ที่เรียบร้อย อาเตียนเข้ามาหาผู้เป็นายก่อนที่จะกระซิบบางอย่าง
"เ้าดื่มรอไปก่อน ปะเดี๋ยวข้ามา"
โจ้วยู่ร์เฟิงบอกหญิงสาว ก่อนที่จะเดินออกไปนอกห้องอาหารส่วนตัว
"คารวะท่านอ๋องขอรับ"
โจ้วยู่ร์เฟิงเอ่ยขึ้นเมื่อออกมาก็เจอเว่ยตงหยาง ที่กำลังเดินออกมาจากห้องส่วนตัวของเขาด้วยเช่นกัน ก่อนที่ชายหนุ่มจะได้เอ่ยอันใดตอบก็เห็นร่างบาง เดินออกมาจากห้องเดียวกันกับโจ้วยู่ร์เฟิงด้วยความเมามาย หลี่ซิ่วอิงเดินเซทำท่าเหมือนกำลังจะล้มแต่ก็ถูกมือหนาของคนผู้หนึ่งคว้าที่เอวไว้เสียก่อน ตาคมมองมายังมือนั้น สีหน้าแสดงออกอย่างชัดเจนว่าให้โจ้วยู่ร์เฟิงรีบปล่อยมือจากนางซะ ิเพ่ยเห็นท่าทางของผู้เป็นาย ก็รีบส่งสัญญาณให้หญิงสาวทันที แต่นั้นก็ไม่เป็ผล นางจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าชายที่ยื่นอยู่ตรงหน้านางตอนนี้คือผู้ใด
"เหตุใดใบหน้าท่านคุ้นนัก"
มือเรียวแกะนิ้วของโจ่วยู๋ร์เฟิงออกจากเอว ก่อนที่จะเดินเซไปทางเว่ยตงหยางเพื่อมองหน้าเขาให้ชัดๆ มือหนาคว้าเข้าที่แขนให้นางยืนให้ดี
"ขออภัยที่รั้งนางไว้เสียนาน ท่านอ๋องช่างใส่ใจคนของท่านดีถึงเพียงนี้ แม้กระทั้งบ่าวรับใช้"
โจ้วยู่ร์เฟิงเอ่ยอย่างหยอกล้อ
"ข้าขอตัว"
เว่ยตงหยางเอ่ยเพียงสั้นๆ ก่อนที่่จะสั่งให้ิเพ่ยไปพาแม่นางเสี่ยวหมี่ที่หลับอยู่ด้านในมา และจัดการทุกอย่าง"
"น้อมส่งท่านอ๋อง อิงอิงไว้เจอกันใหม่นะ"
เขาเอ่ยพลางทำท่าคารวะ ก่อนที่ประโยคหลังจะหันไปคุยกับหญิงสาวด้วยท่าทีสนิทสนม
หลังทั้งสองไปแล้วใบหน้าของโจ้วยู่ร์เฟิงกลับยกยิ้มที่มุมปาก ชายหนุ่มตอนนี้แปรเปลี่ยนเป็ปกติ ไม่มีท่าทีเหมือนคนเมาสุราเลยแม้แต่นอน
.....
หลี่ซิ่วอิงแกะมือใหญ่ที่จับกุมแขนนางอย่างทุลักทุเล แม่ทัพใหญ่เช่นเขาออกแรงเพียงนิดก็เกิดเป็รอยนิ้วมือแดงเสียแล้ว
"เหตุใดถึงดื่มมากมายเช่นนี้"
"ท่านเกี่ยวอันใดด้วย ปล่อยข้านะ"
"หลี่ซิ่วอิง เ้าชั่งกล้านัก"
ชายหนุ่มเอ่ยเสียงเข้ม ไม่มีผู้ใดกล้าพูดกับเขาเช่นนี้มาก่อน มือหนาที่จับนางไว้โยนนางขึ้นรถม้าไปด้วยมือเดียว ก่อนที่ตนจะขึ้นไปนั่งในรถม้าตาม นี่เขาไม่ได้เจอหน้านางมินานพึ่งรู้ว่าหญิงสาวใจกล้ามากขึ้นถึงเพียงนี้เชียวหรือ ร่างบางค่อยๆขยับไปหาร่างใหญ่เรื่อยๆ เหมือนกับว่ากำลังวิเคราะห์บางอย่างอยู่ มือเรียวเอื้อมไปหวังจะจับใบหน้าคมแต่กลับถูกคว้าไว้เสียก่อน จากนั้นออกแรงสะบัดนางให้ห่างออกจากเขา
ตุบ!
โอ๊ย~~~ เสียงอุทานดังออกมาด้วยความเจ็บ เมื่อร่างกายกระแทกเข้ากับอีกฝั่งของรถม้า หลี่ซิ่วอิงนั่งพิงด้วยท่าพับเพียบอย่างคนหมดสภาพ พวงแก้มสองข้างแดงระเรื่อ ดวงตาหวานหยดย้อยเนื่องจากพิษสุรา นางนั่งจ้องหน้าชายหนุ่มอย่างมิเกรงกลัว เขาได้แต่ส่ายหน้า ยามเวลาปกตินางไม่กล้ามองเขาด้วยซ้ำ เอาแต่ก้มหน้าคอยรับใช้เขา เหมือนกับว่าเขาเป็ตัวอันตรายเสียอย่างนั้น สุราทำให้คนเปลี่ยนไปถึงขนาดนี้เชียวหรือ
"เหตุใดใบหน้าท่านคุ้นจังเลยเ้าคะ"
"..."
เว่ยตงหยางไม่ได้เอ่ยอันใดตอบ ได้แต่ส่ายหน้าด้วยความเหนื่อยใจ
"ข้านึกออกแล้ว....ท่านคือตัวร้าย เว่ยตงหยาง ผู้เก่งกาจเสียทุกอย่าง แต่กลับโง่เขราเพราะความรัก"
"หลี่ซิ่วอิง เ้าบังอาจหนัก"
เว่ยตงหยางที่ไม่เคยมีผู้ใดเอ่ยชื่อเขาตรงๆเช่นนี้ นอกจากเสด็จแม่ที่จากไปแล้วและฮ่องเต้ปัจจุบันก็ตะหวาดหญิงสาวดังลั่น มือหนาบีบเข้าที่คอขาวระหงษ์
แค่ก แค่ก ปะ..ปล่อยข้า ปล่อย~~~
ร่างบางส่งเสียงขอร้องและตีเข้าที่แขนใหญ่อย่างหายใจไม่ออก เว่ยตงหยางเมื่อได้สติก็รีบปล่อยมือ และบอกให้ตนเองใจเย็นมากว่านี้ ถึงอย่างไรตอนนี้นางก็กำลังเมามายอยู่ แม้แต่เขาเองนางยังจำไม่ได้เลยด้วยซ้ำ หลี่ซิ่วอิงหายใจเข้าเอือกใหญ่ออกมาก่อนที่จะจับที่คอขาวของตนเอง ขณะนี้แดงเป็รอยนิ้วมือจนน่ากลัว ชายหนุ่มเองก็ยังให้คำตอบตนเองมิได้ หากเป็เมื่อก่อนเขามิได้ใส่ใจเื่พวกนี้เสียด้วยเลยซ้ำ ผู้ใดเอ่ยไม่พอใจหรือไม่เข้าหูก็จัดการได้เลยโดยไม่สน
"ท่านกับข้ารู้จักกันหรือ เหตุใดต้องทำร้ายข้าเช่นนี้ ข้าจะบอกอันใดให้นะ นายท่านที่จวนข้าเป็ถึงเว่ยอ๋อง แม่ทัพแห่งแคว้นฉิน ทะ..ท่านจะทำร้ายข้าก็ดูด้วยนะว่าข้าเป็คนของผู้ใด"
หลี่ซิ่วอิงเสียงดังใส่ชายหนุ่ม
"หึ! ทีเช่นนี้กลับจำได้ แต่หน้าตาข้าเ้ากลับจำไม่ได้"
"เอาเป็ว่าเื่ที่ท่านทำร้ายข้า ข้าจะไม่บอกท่านอ๋อง แต่เ้าอย่าบอกคนที่จวนสกุลเว่ยเด็ดขาดเื่ที่ข้าดื่มสุรา อีกทั้งถูกคนร้ายพวกนั้นจับตัวไป...."
หลี่ซิ่วอิงยังเอ่ยไม่ทันจบเสียงก็ขาดหายไป
"คนร้ายจับตัวอันใด หลี่ซิ่วอิง นี่...."
เว่ยตงหยางไม่พูดเปล่าแต่ยังเข้าไปจับที่แขนเล็กปลุกนางให้ตื่น ดวงตาหวานที่ถูกเขย่าก็ค่อยๆลืมตาขึ้น ใบหน้าหวานยิ้มกว้างให้ นางก้มมองมือหนาจับที่แขนตนก่อนจะยิ้มเ้าเล่ห์ มือเรียวยกขึ้นแตะที่จมูกโด่งของชายหนุ่ม หญิงสาวใช้นิ้วชี้ััที่ปลายอย่างดื้อรั้น ใบหน้าของทั้งคู่ห่างกันไม่มากจนแทบสับผัสได้ถึงไออุ่นๆ ตาคมมองลึกเข้าไปที่หญิงสาว
"ดวงตาท่านงดงามนัก"
หลี่ซิ่วอิงเอ่ยพร้อมรอยยิ้ม พิษสุราทำให้นางมีความกล้าและบ้าบิ่น แต่สิ่งที่น่าแปลกไปกว่านั้น คือเว่ยตงหยางที่สติอยู่ครบถ้วน แต่กลับยอมให้หญิงสาวทำเช่นนั้น
"น้องชายมีคนรักหรือยัง สนใจมาเป็ของพี่สาวหรือไม่....."
……
โอ๊ยยยย ยัยหนูลู๊ก~~~ ไม่อยากคิดสภาพตอนสร่างเมาาาาาาา555555 ????
>.............
ปุกาศ!!!! ปุกาศ!!! ตอนหน้าเป็ต้นไป ไรต์จะเปิดให้อ่านฟรี 12 ชม.แรกหลังจากที่ลงในวันนั้น หลัง 12 ชม. แล้วไรท์จะติดเหรีญตอนละ 1 เหรียญน๊าาาาา
ไรท์จะพยายามลงทุกวันฝากทุกคนกดหัวใจที่หน้าปก ติดตาม คอมเม้นเป็กำลังใจให้ไรท์ด้วยน๊าาา???? ไรท์จะลงวันละ 1 ตอน เวลาประมาณ 1 ทุ่มของทุกวันน๊าาา
---------
1 เค่อ คือ15 นาที
1 ชั่วยาม เท่ากับ 2 ชั่วโมง
1 ชั่วยามมี 8 เค่อ
1วันมี 100 เค่อ
1 ลี้ เท่ากับ 500 เมตร 2 ลี้ เท่ากับ 1 กิโลเมตร
ยามจื่อ คือ 23.00 - 24.59 น.
ยามโฉ่ว คือ 01.00 - 02.59 น.
ยามอิ๋น คือ 03.00 - 04.59 น.
ยามเหม่า คือ 05.00 - 06.59 น.
ยามเฉิน คือ 07.00 - 08.59 น.
ยามซื่อ คือ 09.00 - 10.59 น.
วสันต์ = ฤดูใบไม้ผลิ คิมหันต์= ฤดูร้อน สารท= ฤดูใบไม้ร่วง เหมันต์= ฤดูหนาว
——————————