"ท่านเซียนเว่ย เกิดอันใดขึ้นหรือ"
หวงกุ้ยเฟยเดินเข้ามาถามขึ้นเสียงดัง
นักพรตเว่ยที่เห็นมีคนมาช่วย ก็อดยิ้มอย่างกระหยิ่มยิ้มย่องขึ้นมาไม่ได้ เขารีบสะบัดแขนจากเหล่าองครักษ์ที่ไล่จับเขาตามคำขององค์ชายน้อย ะโไปอยู่ข้างๆหวงกุ้ยเฟย
อี้ฮวาที่เห็นหวงกุ้ยเฟยเข้ามาก็เอ่ยแสดงความเคารพขึ้นว่า
"ถวายบังคมพะยะค่ะ เสด็จป้า"
เยว่ซินที่กำลังจะแสดงความเคารพหยุดชะงัก ก่อนจะกลั้นขำอย่างสุดกำลัง
หวงกุ้ยเฟยที่ได้ยินดังนั้นก็โกรธจนหน้าดำหน้าแดง ครั้งก่อนฮ่องเต้ให้องค์ชายน้อยเปลี่ยนคำเรียกขานนาง ไปๆมาๆกลับยังให้เรียกแบบเดิม นางที่ได้ยินก็รู้สึกไม่พอใจเป็อย่างมาก แต่ก็ทำอะไรไม่ได้
มาครั้งนี้ยังได้ยินคำเรียกขานเช่นนี้อีกก็ยิ่งไม่พอใจ นางจะเอาคืนให้หนักเลยทีเดียว
"ท่านนักพรตเว่ยบอกว่าที่นี่มีิญญาร้าย เป็อย่างไรบ้าง"
"ข้าน้อยพบิญญาร้ายแล้ว มันแผ่ออกมาจากร่างเด็กคนนั้น ข้าน้อยกำลังจะปัดรังควาน แต่มันไหวตัวทันสั่งให้คนจับกุมตัวข้าน้อยเสียก่อน"
นักพรตเว่ยพูดออกมาด้วยท่าทางขึงขัง จนคนที่ได้ฟังต่างคล้อยตาม พากันมองไปทางองค์ชายน้อยที ทางนักพรตเว่ยที
"กล้าดีอย่างไรมาว่าน้องชายข้าเป็ิญญาร้าย ท่านมีหลักฐานอะไร"
"ข้าเป็นักพรตที่มีชื่อเสียง คำพูดข้าย่อมคือหลักฐาน"
นักพรตเว่ยเอ่ยออกมาด้วยความมั่นใจ แม้บุคคลตรงหน้าจะเป็องค์หญิงกับองค์ชาย แต่เขาไม่กลัวหรอก เขามีหวงกุ้ยเฟยที่เป็รองเพียงฮ่องเต้และฮองเฮาหนุนหลัง เหตุใดเขาต้องมากลัวเด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมสองคนตรงหน้าด้วย แต่ก่อนที่จะเอ่ยอะไรต่อเยว่ซินได้พูดขึ้นว่า
"จับตัวนักพรตผู้นั้นไว้ โทษฐานบุกรุกตำหนักและลอบทำร้ายองค์ชายน้อย"
แม้นางจะยังเด็กแต่นางก็เติบโตมาในวังหลวง พบเห็นเื่ราวมามากมาย นางจะมองเจตนาของหวงกุ้ยเฟยไม่ออกได้อย่างไร นางพอเข้าใจเื่ราวที่เกิดขึ้นแล้ว
หวงกุ้ยเฟยไหนเลยจะยอมให้องค์หญิงน้อยมาทำลายแผนการของนาง นางจึงรีบเอ่ยขึ้นว่า
"ข้าเป็ผู้พานักพรตผู้นี้มาเอง ใครกล้าบังอาจจับเขา"
อี้ฮวาได้ยินดังนั้นก็งุนงงเป็อย่างมาก ก่อนจะเอ่ยถามขึ้นว่า
"เสด็จป้าพานักพรตมา แล้วทำไมมาอยู่ตำหนักนี้ได้หล่ะ หรือท่านจำตำหนักตัวเองผิดหรือพะยะค่ะ"
อี้ฮวาครุ่นคิดนิดหนึ่งก่อนจะเอ่ยต่อว่า
"ท่านควรหาแปะก๊วยมากินหน่อยแล้ว"
หวงกุ้ยเฟยได้ยินคำยอกย้อนขององค์ชายน้อยก็สะอึกไปนิดหนึ่ง ก่อนจะตั้งสติได้แล้วเอ่ยตอบว่า
"ข้าไม่ได้จำตำหนักผิดหรอก แต่ท่านนักพรตเว่ยบอกว่าตำหนักขององค์ชายเหมือนจะมีิญญาร้ายสิงอยู่ ข้าค่อนข้างเป็ห่วงจึงให้เขาช่วยมาดู"
"ขอบใจนะที่เป็ห่วงโอรสข้า ขนาดตำหนักไกลกันขนาดนี้ยังมองเห็นิญญาร้ายได้ ท่านนักพรตช่างเก่งกาจเสียจริง"
ผู้คนในตำหนักได้ยินเสียงต่างหันไปทำความเคารพเป็เสียงเดียวกันว่า
"ถวายบังคมฮองเฮา ขอจงทรงพระเจริญหมื่นปีหมื่นๆปี"
ฮองเฮาโบกมือให้ทุกคนก่อนจะหันไปจ้องมองทางหวงกุ้ยเฟยและนักพรตเว่ย
"ท่านบอกว่ามีิญญาร้ายในตัวโอรสของข้า แล้วิญญาร้ายที่ท่านกล่าวเป็อันตรายกับโอรสของข้าอย่างไรกัน"
นักพรตได้เตรียมตัวในเื่นี้กับหวงกุ้ยเฟยมาเป็อย่างดีเอ่ยตอบอย่างมั่นใจว่า
"ิญญาร้ายตนนี้ช่างอันตรายยิ่งนัก แรกเริ่มจะทำให้พระวรกายองค์ชายน้อยอ่อนแอ องค์ชายน้อยจะมีอาหารท้องเสียอ่อนเพลีย หลังจากนั้นจะไม่สบายหนักขึ้น จนทำให้ถึงแก่ชีวิตพะยะค่ะ"
ฮองเฮาได้ยินดังนั้นจึงมองไปทางโอรสของเขา เมื่อวานนี้เขามาพร้อมกับเด็กหญิงแซ่อี้ ก็ดูแข็งแรงปกติดี แต่พอตกเย็นนางกลับได้ข่าวจากหนานกงกงที่ดูแลองค์ชายน้อยว่าเขาปวดท้อง หมอหลวงเห็นควรให้พักผ่อนสองสามวัน แต่เมื่อเช้าตอนมาขอออกไปข้างนอกก็เห็นดูแข็งแรงดี นางจึงได้แต่สงสัย เดี๋ยวเป็เดี๋ยวหาย หรือจะมีิญญาร้ายจริงๆกันนะ
สงสัยก็ส่วนสงสัย แต่นางจะยอมให้ใครมากล่าวหาโอรสตัวเองว่าเป็วิญญาร้ายได้อย่างไร นางจึงเอ่ยขึ้นว่า
"ลูกรักเ้ารู้สึกไม่สบายอย่างที่นักพรตพูดมาหรือไม่"
อี้ฮวายังไม่ทันได้ตอบ หวงกุ้ยเฟยที่ได้ยินก็ชิงเอ่ยขึ้นว่า
"ได้ยินว่าเมื่อวานองค์ชายทรงมีอาการอย่างที่ท่านนักพรตเว่ยกล่าวนี่เพคะ ฮองเฮา หรือว่า..."
หวงกุ้ยเฟยไม่กล่าวต่อก็แสร้งทำเป็เอามือข้างหนึ่งปิดปาก เบิกตากว้างขึ้นอย่างใ
"หากท่านนักพรตไม่ช่วยเหลือ อาจมีอันตรายถึงชีวิตได้นะเพคะ"
ฮองเฮาที่ได้ยินดังนั้นเริ่มคิดตามคำพูดของหวงกุ้ยเฟย ด้วยความเป็ห่วงโอรสหรือนางควรจะลองเชื่อดู
เยว่ซินที่เห็นฮองเฮามีสีหน้าลังเลก็รีบเอ่ยขึ้นว่า
"เสด็จแม่อย่าไปฟังนะเพคะ น้องชายจะมีิญญาร้ายได้อย่างไร ดูสิ่น้องชายยังแข็งแรงดีนะเพคะ"
ฮองเฮาหันมองไปทางโอรสของนางแล้วก็เห็นด้วยกับคำพูดของเยว่ซิน เขาดูแข็งแรงจริงๆทั้งยังดูมีชีวิตชีวามากกว่าแต่ก่อนเสียอีก
"แต่เมื่อวานองค์ชายน้อยดูเหมือนจะปวดท้อง แถมยังได้ยินว่าถ่ายท้องหลายรอบด้วยนะเพคะ"
หวงกุ้ยเฟยยังคงไม่ยอมแพ้ นางมั่นใจว่าเมื่อวานองค์ชายน้อยหลงกลแผนการของหวงหู่ กินยาถ่ายเข้าไปจนต้องเรียกหมอหลวงมาดูอาการ
อี้ฮวาที่ถูกหาว่าถ่ายท้องหลายรอบได้แต่งุนงง เมื่อวานนางถ่ายไปรอบเดียวเองนะ เอ๊ะหรือว่าสองรอบหว่า ถ้าสองรอบนี่ถือว่าหลายรอบไหมนะ ยิ่งคิดหัวคิ้วยิ่งขมวดจนแทบจะพันกัน
หวงกุ้ยเฟยที่เห็นสีหน้าองค์ชายน้อยเป็เช่นนั้น ยิ่งมั่นใจในความคิดตัวเอง นางจึงเอ่ยกับนักพรตเว่ยตามที่วางแผนไว้
"ท่านนักพรตเราจะทำอย่างไรดีล่ะ ข้าเป็ห่วงสวัสดิภาพขององค์ชายน้อยจริงๆ"
นักพรตเว่ยเห็นหวงกุ้ยเฟยส่งสัญญาณมาให้ก็เข้าใจได้ทันที
"ิญญาร้ายนี้ช่างร้ายกาจนัก หากเราไม่ทำให้มันกลัวคงไม่สามารถทำให้มันออกจากร่างได้พะยะค่ะ"
นักพรตเว่ยมองสีหน้าลังเลของฮองเฮาก่อนจะเอ่ยต่อไปว่า
"เราต้องใช้วิธีการถ่วงน้ำเพื่อให้มันหวาดกลัวจนหนีออกไปพะยะค่ะ"
อี้ฮวาได้ยินดังนั้นก็เบิกตากว้าง ก่อนจะรีบเอ่ยขึ้นว่า
"ข้าถ่ายแค่รอบ สองรอบถึงกับต้องโดนถ่วงน้ำเลยหรือ"
ฮองเฮาเห็นโอรสของนางเอ่ยเช่นนั้นก็ถามต่อไปว่า
"ลูกรักแล้วเมื่อวานเ้าไม่สบายตรงไหน"
" แหะๆ... หม่อมฉัน...แค่อยากพบอี้ฮวาเลยแกล้งป่วยพะยะค่ะ"
อี้ฮวาเอ่ยออกมาอย่างช่วยไม่ได้ ระหว่างถูกทำโทษกับถูกถ่วงน้ำ นางยอมโดนทำโทษเสียดีกว่า
"ไม่จริง เมื่อวานเ้ากิน... เอ่อหมายถึงหมอหลวงบอกว่าองค์ชายไม่สบายจนต้องพักสองสามวันนี่เพคะ"
"ดูเหมือนหวงกุ้ยเฟยจะรู้เื่ลูกเราดีกว่าเราเสียอีกนะ"
"หามิได้เพคะ หม่อมฉันแค่เป็ห่วงองค์ชายเช่นกัน"
ฮองเฮาหรี่ตามองหวงกุ้ยเฟยอย่างไม่อยากเชื่อ จากนั้นนางก็ให้คนไปตามหมอหลวงคนเมื่อวานมา
เมื่อหมอหลวงมาถึงก็บอกเล่าเื่ราวเมื่อวานให้ทุกคนได้ฟัง เขาแค่เห็นองค์ชายดูเหน็ดเหนื่อยจากการเรียนจึงคล้อยตามองค์ชายน้อยให้ได้มีวันหยุดเท่านั้น ไม่คิดว่าการกระทำของเขาจะกลายเป็เื่ใหญ่โตเช่นนี้
เมื่อได้ยินดังนั้นทุกคนก็หันไปมองทางนักพรตเว่ยเป็สายตาเดียวกัน
นักพรตเว่ยที่ถูกผู้อื่นจ้องมองก็ส่งสายตาไปทางหวงกุ้ยเฟยอย่างขอความช่วยเหลือ
หวงกุ้ยเฟยที่ได้ยินคำบอกเล่าของหมอหลวงก็ทำอะไรไม่ถูก เหตุการณ์ไม่เป็ไปตามแผน ดังนั้นนางจึงชิงโยนความผิดไปให้นักพรตเว่ย
"เ้าหลอกลวงข้า หลอกลวงพวกเรางั้นหรือ ทหารจับกุมนักพรตจอมปลอมผู้นี้เร็ว"
"ท่าน.. เหตุใด... "
นักพรตเว่ยเบิกตากว้างอย่างไม่อยากเชื่อ ก่อนจะได้เอ่ยสิ่งใด ก็โดนหวงกุ้ยเฟยเอ่ยตัดบทขึ้นก่อน
"จับไปเร็วเข้า"
นักพรตเว่ยจึงถูกพาตัวไป
ฮองเฮาที่เห็นเื่ราวตรงหน้าก็ขมวดคิ้ว เื่นี้ต้องมีบางอย่างแอบแฝงอย่างแน่นอน นางไม่ปล่อยเื่นี้ไปแน่
หลังจบเื่ผู้คนต่างแยกย้าย ฮองเฮาที่ยังคงอยู่ตำหนักลงโทษโอรสของนางที่แกล้งไม่สบาย ด้วยการคัดอักษรคำว่า 'ขยันหมั่นเพียร' หนึ่งพันคำ แต่ยังคงให้เขาหยุดในวันพรุ่งนี้ เพราะพรุ่งนี้มีงานเลี้ยงวันเกิดฮูหยินใหญ่ตระกูลไป๋ ฮองเฮาคิดว่าจะใช้เยว่ซินและเยว่เล่อไปงานแทนนาง นางจึงยังให้เยว่เล่อได้หยุดในวันพรุ่งนี้อีกหนึ่งวัน
อี้ฮวาที่ได้ยินแทบจะสลบเหมือด ก่อนหน้านี้คำว่า'สามัคคี' นางยังไม่เริ่มคัด มาโดนคำว่า 'ขยันหมั่นเพียร' เพิ่มอีก การเป็เยว่เล่อนี่มันช่างยากลำบากจริงๆ
------------------------
ฮองเฮาที่กลับตำหนักได้แต่ครุ่นคิด โอรสของนางยอมโกหกเพื่อไปหาแม่หนูสกุลอี้ หรือนางจะยอมให้ทั้งสองหมั้นหมายกันก่อนดี แต่พวกเขาเพิ่งอายุ 6 ขวบเองนะ หากโตขึ้นพวกเขาเปลี่ยนใจจะทำอย่างไร นางคิดวนไปวนมาจนไม่รู้ว่ามีบุคคลหนึ่งเพิ่มเข้ามาในตำหนัก
เป็ใครไปไม่ได้นอกจากฮ่องเต้ วันนี้เขาได้ยินเื่วุ่นวายในตำหนักเยว่เล่อ จึงตัดสินใจมาค้างที่ตำหนักฮองเฮาเพื่อถามไถ่
ฮองเฮาเล่าเื่ราวที่เกิดขึ้นให้ฮ่องเต้ฟัง แต่ไม่ได้กล่าวถึงข้อสงสัยที่นางมีต่อหวงกุ้ยเฟยเนื่องจากพวกนางทั้งสองคานอำนาจของกันและกัน หากไม่มีหลักฐานแน่ชัด จะกลายเป็นางที่เสียเปรียบ
ดังนั้นสิ่งที่นางเล่าจึงเป็เพียงเื่ที่เกิดขึ้นในตำหนัก และยังปรึกษาเื่ของเด็กน้อยทั้งสองที่มาเอ่ยขอแต่งงานกัน
ฮ่องเต้ที่ได้ฟังเื่ราวในวันนี้ก็เกิดข้อสงสัยในตัวหวงกุ้ยเฟยเช่นกัน แต่เขาไม่ได้เอ่ยสิ่งใด ส่วนเื่การขอแต่งงานของเด็กสองคน ฮ่องเต้รู้สึกว่าเป็เื่สมควรให้หมั้นหมายกันไว้ก่อน อีกฝ่ายมีฐานะเป็ถึงบุตรีของแม่ทัพคู่เมือง อีกทั้งยังมีรูปโฉมน่ารักน่าเอ็นดู และเด็กทั้งสองก็สนิทสนมกัน จากนั้นค่อยจัดงานแต่งงานการภายหลังเมื่อถึงเวลาอันสมควร
ฮองเฮาที่ได้ยินดังนั้นก็เห็นด้วย นางจะได้ตอบคำขอของเด็กทั้งสองคนที่ใช้สายตามองนางด้วยความคาดหวังได้เสียที
---------------
ตอนหน้าพบกันในตอน 'งานเลี้ยง' นะคะ