“อิง” เสียงทุ้มเอ่ยเรียกขณะกลัดกระดุมบนเสื้อเชิ้ตราคาแพงลิ่วอย่างใจเย็น ดวงตาคมราวกับเหยี่ยวเหลือบมองคนดวงหน้าสวยซึ่งสวมเพียงชุดนอนบางเบา ปราศจากบราเซีย กำลังเดินเคลื่อนไหวในห้องครัวอย่างคล่องแคล่ว
“หืม… คะ” คนอายุน้อยกว่าขานรับแล้ววางบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปแต่ละถ้วยบนโต๊ะอาหาร
ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนเต็มความสูงก้าวออกจากโซนห้องนอนด้วยท่อนขายาว ท่วงท่าสง่างามแม้กระทั่งในสถานที่ส่วนตัวด้วยเพราะความเคยชินจากการถูกเลี้ยงดูและได้รับการอบรมมารยาททางสังคมอย่างดี
กลิ่นบะหมี่ในถ้วยส่งกลิ่นหอมยั่วน้ำลาย เขาต้องทานเพื่อให้ปากท้องอิ่มหลังทานอย่างอื่นจนหนำใจเมื่อครู่ที่ผ่านมา
ทิ้งทวน… น่าใจหายจังเลยแฮะ ไม่ชอบความรู้สึกนี้เลยสักนิด!
น้ำอิงไม่ได้ตัดสินเขาเหมือนเช่นทุกครั้งเมื่อออกปากว่าจะยุติความสัมพันธ์ระหว่างเธอและเขา
มันเกิดขึ้นจากความ้า ความพึงพอใจทางร่างกาย ไม่ผูกมัดกันและกันทางความรู้สึก ดังนั้นเธอจึงไม่โกรธ ไม่ตัดสิน และไม่ห้ามหากเขาจะลงหลักปักฐานกับผู้หญิงสักคนเพราะรู้ั้แ่เริ่มต้นแล้วว่าสักวันมันคงจบลงแบบนี้
...สุดท้ายก็ต่างคนต่างไป
“ตรวจหรือยัง” เขานึกห่วง
เมื่อเดือนก่อนเขายังมีความคิดว่าอยากได้เธอเป็แม่ของลูก แต่ตอนนี้สถานการณ์เปลี่ยน เขาเพิ่งเจอคนที่ถูกใจอยากลงหลักปักฐานเป็ผู้หญิงที่แม่เลือกให้ ตั้งใจว่าจะลองคบเธอดูและหากไปกันได้ดีคงมองการณ์ไกลถึงการหมั้นหมาย อาจยาวนานถึงการแต่งงานในอนาคต
“ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ” หญิงสาวยิ้ม ให้ความมั่นใจว่าพวกเขาไม่ได้พลาดพลั้ง เธอไม่ตั้งท้องแต่อย่างใดจากการหลับนอนโดยไม่ได้ป้องกันคราวก่อนตอนคุยกันอย่างผิวเผินเื่รับจ้างเป็แม่อุ้มบุญ
“แน่ใจนะว่าตรวจดีแล้ว”
“ค่ะ อิงตรวจดีแล้ว”
มือเล็กประคองถ้วยบะหมี่วุ้นเส้นเติมกะหล่ำซอยแบบเดียวกับของเขา แต่ต่างตรงที่ของเขาต้องเติมไข่กับซีอิ๊วดำ กินแปลกไม่เหมือนใครมาแต่ไหนแต่ไร
เธอรู้สึกใจหายอย่างประหลาดเมื่อเหลือบมองคนตรงข้าม เขากำลังละเอียดบะหมี่แต่ละคำโดยไม่เอ่ยคำพูดใดอีกหากแต่เงยหน้าขึ้นมองสบตานิ่งนาน
เกือบ 5 ปี ที่ความสัมพันธ์ของเธอกับเขาวนเวียนลูปแบบนี้ ปริณธวัฒน์จะหายไปเมื่อคบหาดูใจกับใครสักคน แต่ก็ไม่เคยไปกันรอด ตลอดเวลานั้นเขามีเธอในชีวิตมากกว่าคนที่เรียกเต็มปากเต็มคำว่าแฟนเสียอีก
แต่เธอไม่มีใครเลยตลอด่เวลาเ่าั้
ผู้หญิงเพียง 2 คน ตลอดเวลา 5 ปี ที่เขาคบหาดูใจ เวลาโดยรวมทั้งคู่คงไม่เกินปีหนึ่ง ถึงปีครึ่ง ที่เขาใช้กับแฟนสาวและไม่เคยนอกกายแวะเวียนมาหาเธอ แต่ต่อให้เขามาเธอก็ไม่ยอมรับการทำผิดศีลธรรมอยู่ดี
“พี่”
เขายักคิ้ว รู้กันว่าเป็เชิงอนุญาตให้ถามต่อ
“มีอีกเื่หนึ่งที่ยังไม่ได้บอก” มือเรียวประสานไว้ใต้คาง บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปทานหมดไปเพียงครึ่งเดียว
ชายหนุ่มรอฟังอย่างตั้งใจ
“งานทางโน้นตอบรับแล้วนะคะ อิงจะเดินทางเดือนหน้า”
ปุ่มรับรสชาติของเขาเฝื่อนลงอย่างฉับพลัน หัวใจดิ่งวูบ
“จะไปนานแค่ไหน”
“ไปทำงานนะ บอกไม่ได้ ถ้าสบายใจก็คงอยู่ไปยาวๆ”
“ไกลนะ ไม่คิดถึงเมืองไทยแย่เหรอ”
“ไม่ไกลเท่าไหร่หรอกนั่งเครื่องแค่ 4-5 ชั่วโมงเอง”
นรารินยิ้มหากแต่ดวงตาเศร้าสร้อย เธอบอกข่าวดีว่าได้รับการตอบรับให้ย้ายไปทำงานที่ญี่ปุ่นหลังสอบเทียบภาษาผ่านเกณฑ์ เธอบอกเื่นี้กับใครต่อใครหลายคนแต่ไม่เศร้าเหมือนอย่างอยู่ต่อหน้าปริณธวัฒน์
แฟนก็ไม่ใช่ คนคุยก็ไม่เข้าข่าย แค่เพื่อนนอน เซ็กส์เฟรนด์ที่เขาแวะเวียนไปๆ มาๆ ตามความสะดวกใจ เธอเป็ฝ่ายนัดเจอก่อนบ้างแต่ก็แค่เพื่อคลายความเหงาเท่านั้นจบลงที่เตียงก่อนแยกย้าย ไม่มีอะไรพิเศษเกินเลยกว่านั้นโดยเฉพาะด้านความรู้สึก
“แล้วจะกลับมาเมืองไทยบ่อยๆ มั้ย ทุกเทศกาลสำคัญอะไรแบบนี้”
“คงไม่บ่อยขนาดนั้นหรอกค่ะ อาจจะบินมาหาแม่สักปีสองปีครั้ง” เธอตอบเรียบๆ
“คิดจะอยู่ตลอดไป ให้ได้สัญชาติญี่ปุ่นเลยงั้นสิ” เขาอดค่อนขอดไม่ได้
“งั้นอาจจะกลับตอนมีเื่พิเศษละกันค่ะ”
“เนื่องในโอกาสอะไรยัยแสบ”
“รอบแรกคงมาร่วมงานแต่งของพี่ แล้วรอบที่สองคงจะมารับขวัญหลาน”
เธอเอ่ยประโยคนั้นด้วยน้ำเสียงสดใส หากแต่ความรู้สึกข้างในกับปวดแปลบจนไม่อาจบรรยายเป็คำพูด
“คิดถึงขั้นนั้นเลยเหรอ พี่ยังไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่าจะไปกันรอดหรือเปล่า”
“ลองดูนะคะ อย่าทำให้เธอเสียใจล่ะ”
ว่าที่คู่หมั้นของเขาเป็ลูกสาวของเพื่อนร่วมรุ่นสมัยเรียนมหาวิทยาลัยของมารดาซึ่งคบหากันมานาน เธอเพิ่งกลับมาเมืองไทยหลังเรียนจบปริญญาตรีสาขาจักษุแพทย์ที่ออสเตรเลีย เป็ผู้หญิงเก่งมีอนาคตไกล ฐานะทัดเทียมกับครอบครัวของเขา นับได้ว่าเป็คู่สร้างคู่สมเหมาะกันทุกด้าน
“ที่ผ่านมาพี่ก็ไม่เคยทำให้สาวคนไหนเสียใจก่อนอยู่แล้ว โดนทิ้งก่อนทุกรอบ” เขาพูดกลั้วหัวเราะ ลืมความเ็ปจากความผิดหวังในความรักแล้วแทบจะสิ้นเชิง
“ก็แน่สิคะ วางมือจากงานแล้วให้เวลากับพวกเธอบ้าง ไม่ใช่เดทในออฟฟิศอย่างที่ผ่านมาล่ะ ขืนทำงั้นก็จะโดนเทอีก” เธอแซวความบ้าคลั่งทำงานของเขา ทุ่มเทสุดตัวจนได้นั่งในบอร์ดผู้บริหาร ส่วนเื่ความรักยังต้องฝึกปรืออีกมากเพราะทำคะแนนไม่ดี เผลอๆ อาจติดลบด้วยซ้ำไป
ปริณธวัฒน์หัวเราะแค่นๆ เศร้าใจอย่างประหลาด ทุกครั้งเมื่อความสัมพันธ์ไปไม่รอดเขาก็ซมซานกลับมาหานรารินทุกครั้ง แต่หนนี้จะไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว เธอจะไม่อยู่ใกล้ๆ ให้เขาใช้เวลาแค่ 30 นาทีขับรถมาหาแต่ต้องบินไปไกลถึงญี่ปุ่น งานกับภาระรับผิดชอบของเขามีมาก คงพบกันบ่อยๆ เหมือนแต่ก่อนไม่ได้อีกแล้ว
“ไปหาได้มั้ย”
“ได้สิคะ แต่จะผละจากงานได้จริงเหรอ”
เกือบ 2 ปี แล้วมั้งนับั้แ่ครั้งล่าสุดที่ปริณธวัฒน์ไปเที่ยวพักร้อนต่างประเทศ ส่วนใหญ่เขาจะใช้วันหยุดพักผ่อนเคลียร์งาน หรือเดินทางเที่ยวจังหวัดทางภาคใต้แค่สองสามวัน หากจะตามเธอไปญี่ปุ่นคงต้องสละเวลาทำงานสัก 4-5 วัน บางทีอาจนานเป็สัปดาห์ คงทำไม่ได้หรอกสำหรับคนคลั่งงานพอๆ กับการคลั่งออกกำลังกาย ชีวิตหายใจเข้าหายใจออกมีแค่ 2 อย่าง ออฟฟิศกับยิม
“จะหาวันว่างเคลียร์งานแล้วไปหานะ วันลาพักร้อนเหลืออีกเพียบเลย”
นรารินยิ้มยินดี แต่ไม่คาดหวัง
หัวใจเธอปวดแปลบเมื่อสำเหนียกได้ว่าพรุ่งนี้เขาจะไม่มาที่นี่อีกแล้ว ส่วนเธอจะย้ายไปอยู่ที่ไกลแสนไกล อาจไม่กลับมาเมืองไทยอีกแล้วก็ได้ หรือหากกลับมาคงไม่ได้พักที่นี่อีกแล้วเพราะตั้งใจว่าจะขายคอนโดมิเนียมแห่งนี้เสียเพื่อจะแบ่งเงินเป็ 2 ก้อน สำหรับสำรองไว้ใช้จ่ายที่ญี่ปุ่น ส่วนอีกก้อนยกให้กับแม่
อันที่จริงคำตอบของเธอต่อความห่วงใยจากเขามันยังไม่แน่ชัดนัก เธอค่อนข้างมั่นใจด้วยสัญชาตญาณว่าไม่ได้ตั้งท้องแต่ก็ยังไม่ได้ตรวจเช่นกันว่าผลลัพธ์ของมันจะออกมาตรงกับความคิดของเธอหรือเปล่า
…