แอนแมรี่ และไวโอเล เดินข้ามทุ่งหญ้าจนมาถึงบริเวณที่ต้นไม้ขึ้นหนาทึบในตอนพรบค่ำพอดีทำให้ทั้งสามคนต้องหยุดอยู่ที่หน้าทางเข้าป่าทึบอยู่ครู่หนึ่งเพื่อปรึกษา
“นี่มืดขนาดนี้แล้วเรากลับกันเถอะ” ไวโอเลพูดขึ้น
“เรามาถึงขนาดนี้แล้วเขาไปดูต่ออีกซักนิดเถอะน่ะ” แมรี่พูดแย้งขึ้นมา
“งั้นจุดคบเพลิงหน่อยดีไหม” ไวโอเลพูดต่อด้วยความเป็กังวลที่แสดงออกมาผ่านสีหน้าอย่างชัดเจน
“ไม่อย่าทำอย่างนั้น” แอนรีบพูดขึ้นมาทันที
“ทำไมละ” ไวโอเลถามขึ้น
“เธอลืมไปแล้วหรือไงว่าการจุดไฟส่องสว่างในที่มืดจะเป็การเรียกพวกมอนสเตอร์ในป่าให้เข้ามาหาพวกเรานั้นยิ่งทำให้เราอันตรายขึ้นไปอีกนะ” แอนอธิบาย
จากนั้นเด็กสาวทั้งสามคนก็มุ่งหน้าตามเสียงที่ยังคงดังกึกก้องในป่าทึบต่อไปท่ามกลางความมืดมิดที่ล้อมรอบพวกเขาอยู่ในเวลานี้แต่หลังจากเดินมาได้ซักพักทั้งสามคนต่างก็ต้องแปลกใจกับสิ่งที่ได้เห็นตรงหน้าเพราะแทนที่จะมองออกไปแล้วเห็นเพียงความมืดมิดในตอนนี้กลับมีแสงสว่างปากฎขึ้นมาให้เห็นอยู่ตรงหน้า แล้วทั้งสามคนจึงเดินไปยังจุดที่แสงสว่างกำลังส่องไสวอยู่ก่อนจะเดินไปพบเข้ากับต้นเห็ดขนาดใหญ่ที่สูงกว่าตัวของพวกเธอกำลังเปล่งแสงสว่างอยู่และไม่ใช่เพียงแค่ต้นเดียว เมื่อมองออกไปก็พบว่าบริเวณนั้นมีต้นเห็ดเรืองแสงมากมายกำลังส่องแสงอยู่
“นี่มันคืออะไร” แมรี่พูดพลางเอื้อมมือออกไปจะแตะต้นเห็ดที่อยู่ข้างหน้าของเธอ
“หยุดก่อนเราไม่รู้ว่านี่คืออะไร อย่าไปแตะซี้ซั่วจะดีกว่า” ไวโอเลพูดพลางเอามือไปจับมือของแมรี่ไว้ได้ทันก่อนที่จะไปแตะเข้ากับต้นเห็ดขนาดั์
“ฉันเห็นด้วยกับที่ไวโอเลพูดน่ะเราอย่าไปแตะอะไรซี้ซั่วจะดีกว่า” แอนเสริม
แล้วเด็กสาวทั้งสามก็เดินสำรวจพื้นที่ต่อไปโดยมีเป้าหมายคือเสียงปริศนาที่ยังคงดังอยู่ และยิ่งดังขึ้นเรื่อย ๆแต่แล้วแมรี่ก็กรี๊ดขึ้นมาด้วยความใ ทำให้เพื่อนสาวทั้งสองของเธอรีบหันกลับไปมองในทันทีก็พบว่าตอนนี้ข้างหลังของพวกเธอมีกลุ่มต้นเห็ดขนาดใหญ่ ที่กำลังไล่ตามพวกเธออยู่และมีตัวหนึ่งที่ใช้ส่วนนึงของต้นที่งอกออกมาคล้ายกับมือมัดแมรี่เอาไว้
เมื่อเห็นดังนั้นแอนและไวโอเลจึงได้หยิบอาวุธของตัวเองออกมาก่อนแอนจะพุ่งตัวไปตัดส่วนที่มัดแมรี่ไว้ และไวโอเลยิงธนูเข้าไปตรงส่วนที่มีลักษณะคล้ายใบหน้าของต้นเห็ดเหล่านี้จนมันแน่นิ่งไปในที่สุด
“วิ่ง” แอนะโขึ้นแล้วรีบวิ่งบึ่งไปในทันที โดยมีเพื่อนทั้งสองของเธอวิ่งตามมาติด ๆ
“ฉันบอกแล้วว่าให้กลับหมู่บ้าน” ไวโอเละโขึ้นในระหว่างที่กำลังวิ่งอยู่
“ไว้ค่อยบ่นทีหลังตอนนี้วิ่งก่อน” แมรี่รีบะโแล้วเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้นเมื่อหันไปเห็นว่ากลุ่มต้นเห็ดเ่าั้ยังคงไล่ตามพวกเธออยู่
“นั้นหนีเข้าไปตรงนั้นเลย” แอนะโขึ้น แล้วรีบวิ่งเข้าไปในพุ่มไม้ ที่มีใบไม้ขนาดใหญ่ปกคลุมอยู่ก่อนจะให้ทุกคนขึ้นไปบนต้นไม้ เพื่อซ่อนตัวแล้วเงียบเสียงลง
เมื่อมองลงมาก็เห็นว่าในตอนนี้กลุ่มต้นเห็ดนั้นได้เดินทะลุพุ่มไม้ออกมาแล้วแต่ยังไม่มีเห็ดต้นไหนสังเกตเห็นพวกเธอที่อยู่บนต้นไม้ในตอนนี้เลย แอนที่พยายามเพ็งตามองออกไปในความมืดแต่ก็มองไม่เห็นอะไรจึงได้เสี่ยงจุดไฟที่กิ่งไม้ใกล้มือ แล้วโยนลงไปบนพื้นข้างล่างและพบว่าในตอนนี้พวกต้นเห็ดเ่าั้ได้จากบริเวณนี้ไปหมดแล้ว
“นั้นมันตัวอะไรกันฉันไม่เคยเห็นตัวแบบนี้มาก่อนเลย” แอนพูดขึ้น
“ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน” แมรี่ตอบ
“เราเกือบจะเอาชีวิตมาทิ้งในป่านี้เพราะเสียงที่ไม่รู้จักนั้นแล้วน่ะพวกเธอควรจะฟังฉันบ้าง ว่าเราควรที่จะกลับไปที่หมู่บ้านกันได้แล้วและนี่คือคำขาดถ้าพวกเธอไม่ไป งั้นฉันจะกลับไปเองคนเดียวก็ได้” ไวโอเลพูดด้วยท่าทีที่จริงจัง
“พวกเราขอโทษที่ไม่ฟังเธอน่ะไวโอเลตอนนี้ฉันเองก็คิดว่าเราไม่น่ามาที่นี้เลย เราควรจะกลับไปที่หมู่บ้านกันได้แล้ว” แอนเอ่ยอย่างสำนึกผิด
“นี่พวกเรามาถึงขนาดนี้แล้วเราแอบไปดูเสียงนั้นหน่อยก็ไม่ได้เหรอ ยังไงกลับไปก็ต้องถูกลงโทษไม่รู้ว่าจะได้ออกมาจากหมู่บ้านอีกไหม ขอให้ฉันได้รู้หน่อยได้ไหมว่าเสียงนั้นคืออะไรกันแน่ที่นี้มีแต่สิ่งที่เราไม่เคยเห็นทั้งนั้นเลย”แมรี่แย้ง
“แต่แมรี่มันอันตรายเกินไปเธอก็เกือบโดนพวกมันทำร้ายน่ะ” ไวโอเลพูด
“ใช่ฉันอาจจะเกือบโดนพวกมันทำร้าย แต่เพราะมีพวกเธออยู่ฉันถึงยังรอดมาได้จนถึงตอนนี้แต่ถ้าให้ฉันเดินหน้าไปเองเพียงลำพังฉันก็อาจจะไม่รอดกลับมา ฉันขอได้ไหมให้พวกเธอไปกับฉันอีกซักนิดเถอะให้เรารู้ว่าเสียงนั้นคืออะไรกันแน่” แมรี่พูด ทำให้แอนและไวโอเลหันไปมองหน้ากัน
“เธอว่าแอน” ไวโอเลหันไปถามแอนซึ่งนั่งอยู่บนกิ่งไม้ที่อยู่ถัดจากเธอไป
“ฉันยอมรับว่าฉันเองก็สงสัยแต่นี่มันอันตรายเกินไปแล้ว เธอคิดเห็นว่ายังไงบ้างละ” แอนพูดก่อนจะถามกลับไปที่ไวโอเลที่ตอนนี้ใบหน้าเต็มไปด้วยเหงื่อที่ค่อยๆ ผุดขึ้นมาจากรูขุมขน
“ฉันก็บอกั้แ่แรกแล้วว่ามันอันตรายและฉันคิดว่าเราควรกลับไปนะแมรี่” ไวโอเลพูด
“อือ” แมรี่ตอบถึงแม้ความมืดเบื้องหน้าจะทำให้มองไม่เห็นใบหน้าของแมรี่แต่แอนและไวโอเลก็รับรู้ผ่านน้ำเสียงได้ว่าตอนนี้แมรี่เองก็คงเสียความรู้สึกอยู่บ้างแต่เมื่อคิดถึงความปลอดภัยของพวกเธอสามคนแล้วดังนั้นจึงไม่ควรนำอารมณ์มาใช้ในการตัดสินใจในเื่ที่มีชีวิตของพวกเธอทั้งสามเป็เดิมพันอยู่ในตอนนี้
“ขอโทษนะแมรี่แต่ความปลอดภัยต้องมาก่อน” แอนเอ่ย
“ไม่เป็ไรหรอกฉันเข้าใจ” แมรี่ตอบด้วยน้ำเสียงค่อยๆ
แล้วทั้งสามคนก็ปีนป่ายลงมาจากต้นไม้อย่างรวดเร็วก่อนจะย้อนกลับไปทางเดิมที่พวกเธอทั้งสามคนหนีมาโดยทิ้งเสียงปริศนานั้นไว้เื้ัจนออกมาจากพุ่มไม้ใหญ่แล้วกลับมาที่ป่าเห็ดเรืองแสงนี่อีกครั้งหนึ่งแต่คราวนี้ก่อนที่จะออกมาจากพุ่มไม้ทั้งสามคนได้ช่วยกันดูว่ายังมีกลุ่มต้นเห็ดเ่าั้อยู่อีกไหมจนแน่ใจว่าไม่มีต้นเห็ดเ่าั้อยู่แถวนี้แล้วสทั้งสามคนก็ออกมาจากพุ่มแล้วเดินย้อนกลับไปทางเดินที่เดินจากมาโดยเดินตามสัญลักษณ์ที่แอนทำไว้ั้แ่ตอนที่เข้ามาที่ป่าเห็ดเรืองแสงนี่ซึ่งแสงจากต้นเห็ดที่เรืองแสงอยู่ช่วยให้การเดินทางเป็ไปได้ด้วยดีสามารถมองเห็นสิ่งรอบข้างได้อย่างชัดเจนมากยิ่งขึ้น
เสียงงอหักของกิ้งไม้ขนาดใหญ่ดังขึ้นเปรี๊ยะ ๆดังขึ้นก่อนจะตามมาด้วยเสียงล้มโครมครามของต้นไม้ขนาดใหญ่ที่ดังก้องกังวาลในป่าทึบทำให้แอนและเพื่อน ๆ ต้องหยุดนิ่งไปชั่วครู่หนึ่ง หัวใจทุกคนเต้นเร็วขึ้นมือเริ่มเย็นเฉียบ แต่สายตาก็ยังคงจับจ้องไปในความมืดซึ่งอยู่ภายนอกป่าเห็ดเสียงนั้นเริ่มเคลื่อนที่ใกล้เข้ามาหาพวกเธอเรื่อย ๆทำให้พวกเธอต้องหาที่หลบซ่อนแทบจะในทันที ซึ่งหลังจากนั้นเพียงไม่นานก็ปรากฏร่างสิ่งมีชีวิตขนาดั์ที่มีลักษณะกึ่งของเหลวตัวสีเขียวเข้ม ไม่มีขา แต่มีส่วนที่ยื่นออกมาคล้ายมือ เคลื่อนที่อย่างช้า ๆและหักเอาต้นไม้ที่ข้างทางล้มลงไปจนหมด
“ว้าย” จู่ ๆแมรี่ก็เปล่งเสียงออกมาด้วยความใเมื่อรู้สึกได้ถึงบางอย่างเปียก ๆมาแตะต้องตัวเธอก่อนจะหันกลับไปก็พบว่าเป็บางอย่างที่มีลักษณะทรงกลมมีลักษณะคล้าย ๆ วุ้นมีสีเขียวแบบเดียวกับเ้าตัวใหญ่ที่กำลังเดินมาทางพวกเธอไม่มีผิดแต่ไม่ทันจะได้พูดอะไรต่อเธอก็ถูกแอนลากไปกับพื้นอย่างรวดเร็ว จนทำให้แมรี่หันกลับไปมองที่แอนก็พบว่าตอนนี้สายตาของแอนและเ้าั์ใหญ่นั้นกำลังสบตากันอยู่ก่อนแมรี่จะปลดมือแอนออกไปแล้วตรียมท่าพร้อมสำหรับสู้อย่างรวดเร็วและเมื่อหันไปมองที่เ้าั์ตรงหน้าเธอดี ๆก็พบว่าส่วนนึงของเ้านั้นยืดมาที่ที่เธอเคยซ่อนตัวอยู่จนถึงเมื่อกี้นี้
‘เพราะเราส่งเสียงร้องเมื่อกี้ทำให้เ้าั์นั้นโจมตีเราเหรอ’ แมรี่คิดในใจอย่างรู้สึกผิดที่ตัวเองเป็ต้นเหตุให้เพื่อนของเธอต้องมาเจอกับเื่ร้ายๆ ในครั้งนี้
“ไม่ต้องคิดมากหรอกเรามาช่วยกันหาวิธีรอดจากเ้าั์นี้ดีกว่า”แอนพูดขึ้น
“มันจะโจมตีมาอีกแล้ว” ไวโอเลร้องแล้วทั้งสามคนก็หลบการโจมตีของมันในทันทีถึงแม้การโจมตีจะทรงพลังแต่ก็ไม่ได้เร็วพอจะตามการเคลื่อนไหวที่ได้รับการฝึกมาอย่างดีของทั้งสามคนทัน
แอนชักมีดออกมาแล้วโจมตีไปยังส่วนที่ยื่นออกมาโจมตีพวกเธอทำให้ส่วนที่โดนมีดฟันขาดออกไปได้ง่าย ๆแต่ก็ไม่ลึกมากพอที่จะสร้างความเสียหายให้กับมันได้และไม่เพียงแค่นั้นแผลที่ถูกฟันไม่นานก็กลับมาสมานกันอีกครั้งเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“ป่านี่มันมีแต่ตัวอะไรทั้งนั้นเลย” แอนพูดขึ้นหลังจากเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดแล้ว
“ฉึก ๆ ๆ” เสียงลูกศรธนูพุ่งตรงเข้าไปปักที่ลำตัวของเ้ามอนสเตอร์ตัวั์นั้นแต่ก็ไม่เป็ผลอะไรเลย มิหนำซ้ำลูกธนูที่พางปักเข้าไปกลับค่อย ๆ ถูกเลื่อน ๆออกมาจากตัวของเ้าั์นี้อย่างช้า ๆ ก่อนมันจะเริ่มโจมตีขึ้นอีกครั้งแต่ทั้งสามคนก็สามารถหลบได้ ซึ่งการโจมตีกลับไปโดนต้นไม้ใหญ่บริเวณนั้นทำให้ต้นไม้เ่าั้ล้มระเนระนาดกันไปตามๆ กัน
“การโจมตีของพวกเราไม่มีเป็ผลเลยคิดหาทางหนีก่อน” แอนะโขึ้นแล้วทั้งสามคนต่างก็พุ่งตัวเบี่ยงออกไปด้านข้างของเ้าั์นั้นคนละทิศพยายามจะฝ่าออกไปแต่เ้าั์นั้นก็สามารถยื่นส่วนที่เป็มือทั้งสองข้างกวาดโจมตีเป็กว้างทำให้ทั้งสามคนต้องถอยกลับมาตั้งหลักอยู่ตรงหน้าเหมือนเดิมและไม่เพียงเท่านั้น เ้ามอนสเตอร์ั์นั้นก็ปล่อยส่วนเล็ก ๆ ของตัวเองออกมาซึ่งมีลักษณะเหมือนกับตัวที่มาแตะแมรี่ในตอนแรกแต่คราวนี้เ้าพวกตัวเล็กเหล่านี้ล้วนแต่มุ่งมาโจมตีใส่ทั้งสามคนอย่างบ้าคลั่งแม้ทั้งสามคนจะสามารถหลบได้ใน่แรก แต่ก็ไม่สามารถหลบไปได้ตลอดจนในที่สุดแอนก็ถูกมอนสเตอร์ที่ถูกปล่อยตัวหนึ่งชนเข้าที่่ท้องอย่างจังทำให้แอนล้มไปนอนฟุบอยู่กับพื้น ก่อนจะเห็นว่าการโจมตีของเ้าั์ในตอนนี้ก็กำลังพุ่งตรงมาหาเธอเองเช่นกัน
“แอน” แมรี่และไวโอเละโขึ้นเสียงดังพลางรีบเคลื่อนตัวเข้ามาหาแอนที่ล้มอยู่ให้ทันก่อนที่การโจมตีที่รุนแรงของเ้าั์นั้นจะไปถึงตัวเธอแต่เพราะความเหนื่อยล้าที่ต้องคอยหลบการโจมตีมาตลอดั้แ่ต้นทำให้ทั้งสองคนความเร็วในการเคลื่อนที่ลดลงเป็อย่างมากจนไปไม่ทันถึงตัวแอนการโจมตีนั้นก็ไปถึงตัวแอนเสียแล้ว พื้นดินยุบลงไปตามแรงโจมตีที่ถูกปล่อยออกมา
“แอน” แมรี่และไวโอเละโขึ้นอีกครั้ง