อากาศเย็นขึ้นเรื่อยๆ ครอบครัวเฉียวมีเพียงที่ดินแห้งแล้งเพียง 3 ไร่พืชผลในท้องไร่ท้องนาล้วนถูกเก็บรวบรวมไปหมดแล้ว เวลานี้จึงว่างลง
เมื่อไม่มีอะไรทำ เฉียวซงจึงคัดลอกหนังสืออยู่ในบ้านข้อดีอย่างหนึ่งของการลอกหนังสือคือสามารถอ่านหนังสือได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายไม่อาจไปอยู่ในห้องเรียนได้แล้ว แต่ก็ไม่อาจละทิ้งการศึกษาได้
เฉียวซีก็ไม่ได้อยู่ว่างๆ เช่นกันวันรุ่งขึ้นหลังกลับจากเมืองนางนำเมล็ดพันธุ์ไปหว่านไว้ในแปลงผักที่ว่างอยู่ทั้ง 2แปลง หลังจากการเจิมด้วยพลังพิเศษของนาง ต้นอ่อนสีเขียวต้นเล็กๆ ก็ปรากฏให้เห็นใน2 วันต่อมา
นอกเหนือจากการพุ่งความสนใจให้กับผักกาดกวางตุ้งในสวนผักแล้วนางก็ไม่ได้ลืมเห็ดเยื่อไผ่ในห้องเก็บของเห็ดเยื่อไผ่ในบ้านถูกรดน้ำด้วยพลังเหนือธรรมชาติของนางมันเปลี่ยนแปลงไปทุกวันจนถึงวันที่ห้าเปลือกหุ้มเห็ดเยื่อไผ่จำนวนมากก็แตกออกเป็ช่องขนาดใหญ่ทุกช่องมีหัวเล็กๆ โผล่ออกมา เฉียวซงและเฉียวไป่ยื่นหัวเข้าไปใกล้ๆพร้อมจ้องมองอย่างละเอียดราวกับว่าพวกเขากำลังส่องกล่องภาพสามมิติอยู่
มีเพียงเฉียวซีเท่านั้นที่นิ่งที่สุด บนใบหน้าของนางมีเพียงรอยยิ้มจางๆแต่นางก็มีความสุขที่ได้เห็นเห็ดเยื่อไผ่กะเทาะออกมาจากเปลือกหุ้ม ซึ่งนี่หมายความว่าครอบครัวของนางจะสามารถทำเงินได้ในไม่ช้า
“น้องรอง นี่คือเห็ดเยื่อไผ่หรือ” เฉียวซงชี้ไปยังหัวเล็กๆที่กะเทาะเปลือกหุ้มออกมาด้วยสีหน้าที่ดูไม่เรียบนิ่งสักเท่าไรพร้อมถามด้วยดวงตาที่เบิกกว้าง
“ใช่เ้าค่ะ รออีกไม่กี่วันก็สามารถเก็บพวกมันลงมาได้แล้วไว้ถึงตอนนั้นก็ตากพวกมันให้แห้งเสียหากเราเก็บเกี่ยวได้เยอะสักหน่อยก็สามารถนำไปขายได้ด้วย”จวี้เซียนโหลวมีสาขามากมายถึงเพียงนั้นเ้าของร้านน่าจะเคยเห็นหรือเคยชิมเห็ดเยื่อไผ่มาบ้างคราวหน้ายามนำผักกาดกวางตุ้งไปขายจะถือโอกาสถามไปด้วยเสียเลยหากพวกเขารับจะเป็การดีมาก หากไม่รับก็ไม่เป็ไรหากเก็บได้มากสักหน่อยจะนำไปขายในเมืองใหญ่ก็ย่อมได้นางไม่เชื่อว่าจะไม่มีใครเคยพบเห็นหรือรู้จักมันมาก่อน
“อืม ประเดี๋ยวครั้งหน้ายามไปส่งผักกาดกวางตุ้งจะลองถามดู”
ั้แ่วันนี้เป็ต้นไป เฉียวซงจะดูแลเื่การรถน้ำเองทุกวัน
โดยทั่วไปแล้วเห็ดจะเจริญเติบโตเร็วมากและเฉียวซียังใช้พลังวิเศษเพิ่มความสามารถในการเจริญเติบโตให้อีกความเปลี่ยนแปลงของเห็ดเยื่อไผ่จึงรวดเร็วกว่าความเร็วปกติมากและเริ่มโผล่หัวออกมาอย่างไม่ขาดสาย
เมื่อเฉียวซีเห็นว่าพี่ชายคนโตเอาใจใส่มากจึงส่งมอบภาระการดูแลเห็ดเยื่อไผ่ให้เฉียวซงส่วนนางจะทุ่มเทความสนใจทั้งหมดกับการปลูกผัก
สองวันมานี้อากาศหนาวเย็นลงมากนางจึงไปที่สวนผักทุกวันเพื่อตรวจดูการเจริญเติบโตของผักกาดกวางตุ้งพวกมันไม่ได้เหี่ยวเฉาหรือตายเพราะอากาศที่เปลี่ยนแปลงไปแต่พวกมันกลับชูชันท้าลมหนาว ยืนหยัดอยู่ระหว่างท้องฟ้าและผืนดิน
สิ่งนี้ยังทำให้นางแน่ใจว่าพลังวิเศษเร่งการเติบโตของนางสามารถต้านทานลมหนาวได้และไม่ได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศ
เมื่อรู้เช่นนี้ เฉียวซีจึงปลูกถั่วฝักยาวและแตงกวาไว้ที่ขอบรั้ว ใช้ที่ดินที่มีอยู่ทั้งหมดให้เกิดประโยชน์สูงสุด
สามพี่น้องครอบครัวเฉียวมีชีวิตที่สมบูรณ์พอควรและพวกเขาไม่รู้เลยว่าในเมืองได้เกิดเื่ชุลมุนขึ้นแล้ว
เป็เพราะผักกาดกวางตุ้งของพวกเขากิจการของจวี้เซียนโหลวซึ่งเดิมทีเป็ขาลงอยู่นั้น อยู่ๆก็มีชีวิตชีวาขึ้นมาอย่างกระทันหัน คนเล่าต่อๆ กันมากมาย หนึ่งเล่าไปสิบสิบเล่าไปร้อย คนที่ไปกินอาหารที่จวี้เซียนโหลวก็มีมากขึ้นผักจำนวนน้อยนิดที่พวกเขาสามพี่น้องนำไปขายจึงถูกขายหมดเกลี้ยงในวันเดียว
ส่วนลูกค้าที่ต้องผิดหวังต่างพากันไปหาเ้าของร้านเพื่อขอคำอธิบาย
ทำให้เถ้าแก่เ้าของร้านต้องรู้สึกร้อนรน เขาไม่เพียงแต่พยายามดูแลทุกคนทั้งยังรับประกันกับคนเ่าั้ว่าในสามวันหลังจากนี้จะต้องมีมาอีกแน่นอนเมื่อทำเช่นนี้จึงสามารถทำให้ผู้คนเ่าั้สงบลงได้
คนเ่าั้ยังขอให้เถ้าแก่เ้าของร้านเก็บไว้ให้พวกเขาโดยเฉพาะและเมื่อมีผักกาดกวางตุ้งสดๆ มาถึงเสี่ยวเอ้อร์ต้องไปแจ้งถึงบ้าน
เถ้าแก่เ้าของร้านจะทำเช่นใดได้จะทำให้เทพเ้าแห่งความมั่งคั่งไม่พอใจเชียวหรือ จะเป็ไปได้อย่างไรเขาได้แต่พยักหน้าซ้ำๆ เพื่อสื่อความว่าไว้ผักกาดกวางตุ้งมาถึง จะต้องไปแจ้งให้ทราบถึงบ้านแน่นอน
พ่อค้าผู้ร่ำรวยเ่าั้ต่างกลัวว่าเถ้าแก่เ้าของร้านจะยุ่งมากจนลืมจึงขอให้เขาจดบันทึกเอาไว้ทันทีเถ้าแก่ต้องวุ่นไปเป็เวลานับหนึ่งชั่วยามกว่าจะส่งคนเ่าั้ออกไปได้ทำให้เหนื่อยจนลิ้นห้อยราวกับสุนัข
ส่วนิเยว่โหลวก็ได้ข่าวแล้วเช่นกันทั้งยังส่งเด็กรับใช้ไปที่จวี้เซียนโหลว เพื่อแอบสืบถามว่าผักกาดกวางตุ้งสดๆของพวกเขาซื้อมาจากที่ใด
น่าเสียดายที่แม้พวกเขาจะสืบถามเป็เวลานานแต่ทราบเพียงว่าในยามเช้าตรู่เด็กชายตัวใหญ่พาเด็กหญิงตัวเล็กๆ และเด็กชายตัวเล็กๆมาที่จวี้เซียนโหลว บางคนก็เห็นพวกเขาแบกตะกร้าไม้ไผ่มาสองใบซึ่งแท้จริงแล้วในตะกร้าไม้ไผ่นั้นมีอะไรก็ไม่อาจรู้ได้
อยากรู้ว่าทั้งสามคนนี้มาจากไหน แต่กลับไม่มีใครรู้เลยแม้แต่คนเดียวรอบเมืองหลิงหลงมีหมู่บ้านอยู่มากมายเป็ไปไม่ได้ที่จะสืบทราบว่าพวกเขามาจากหมู่บ้านใด และผู้คนในเมืองก็จดจำพวกเขาไม่ได้น่าจะไม่ใช่คนที่ออกจากบ้านบ่อยๆ ไม่อย่างนั้นจะต้องมีคนเคยเห็นพวกเขามาก่อนเช่นนั้นบางทีก็อาจจะรู้ได้ว่าพวกเขามาจากหมู่บ้านไหน
คหบดีแซ่หม่าไม่ได้รับข้อมูลที่เป็ประโยชน์เลยจึงให้เด็กรับใช้ไปจับตามองจวี้เซียนโหลวทุกวัน และทันทีที่สังเกตเห็นบุคคลน่าสงสัยปรากฏตัวขึ้นให้รีบรายงานเขาทันที
“พี่ใหญ่ ผักกาดกวางตุ้งที่เหลือในสวนสามารถเก็บได้แล้วส่วนครั้งหน้าต้องรออีกกว่าครึ่งเดือนจึงจะเก็บได้” เมื่อกลับมาจากสวนผักเฉียวซีก็มุ่งตรงไปยังห้องพี่ชายใหญ่และบอกข่าวคราวกับเขา แม้ว่านางจะสามารถเร่งการเติบโตของพวกมันได้แต่นางก็ไม่้าสร้างปัญหาที่ไม่จำเป็ ระวังตัวสักหน่อยจะดีกว่า
ใน่สองวันที่ผ่านมานอกเหนือจากการอ่านหนังสือเฉียวซงยังดูแลเห็ดเยื่อไผ่อีกด้วยวันนี้หลังจากที่เขากลับไปที่ห้องและนั่งลงได้ไม่นานเขาก็ได้ยินเสียงของน้องสาวเข้าแล้ว
เขาถือหนังสืออยู่ในมือมองไปยังประตูน้องสาวเดินเข้ามาพร้อมรอยยิ้มสดใสบนใบหน้า
“พี่ใหญ่ พรุ่งนี้เราสามารถขายผักกาดกวางตุ้งได้อีกครั้งหนึ่งแล้วคราวนี้ข้ายังปลูกถั่วฝักยาวและแตงกวาไว้ริมรั้วอีกด้วย ตอนนี้งอกแล้วหากสำเร็จก็หวานหมูเลย” เมื่อเฉียวซีเข้ามาในห้องนางก็บอกผลการทำงานสองวันนี้ให้พี่ชายคนโตฟัง
“งอกแล้วหรือ น้องรองเก่งจริงๆ เช่นนั้นพรุ่งนี้เราตื่นแต่เช้าสักหน่อยแล้วไปในเมืองกันอีกครั้งเถอะ” เขารู้ว่าน้องสาวกำลังปลูกผักชนิดใหม่อีกจำนวนหนึ่งแต่เขาไม่คาดคิดว่านางจะปลูกได้สำเร็จ คิดไม่ถึงเลยว่าจะงอกขึ้นมาแล้ว
“อืมประเดี๋ยวจะถือโอกาสนี้ถามเถ้าแก่เ้าของร้านว่าจะรับเห็ดเยื่อไผ่ด้วยไหม ใช่แล้วพี่ใหญ่ ตอนนี้เก็บเกี่ยวเห็ดเยื่อไผ่ได้ประมาณเท่าไรแล้วหรือ”
“ไม่เยอะหรอก ประมาณสิบกว่าดอกหรือไม่ก็ยี่สิบดอก” เฉียวซงคิดและพูดขึ้น
“เช่นนั้นพรุ่งนี้ยามเข้าเมืองก็นำไปด้วยเสียเลยแลกเงินได้สักหน่อยก็ยังดี” อย่างไรก็ตามมันถูกผึ่งลมจนแห้งแล้วหากนำไปด้วยก็ไม่ได้หนักมากเท่าไรนัก หากขายได้จะเป็การดีที่สุด
“จะขายได้จริงหรือ” หากเป็เมืองใหญ่หรือหัวเมืองสำคัญน่าจะยังพอมีหวังอยู่บ้างแต่สำหรับเมืองในชนบทแห่งนี้ เขารู้สึกว่าความหวังช่างริบหรี่เสียเหลือเกิน
“ลองดูเดี๋ยวก็รู้เอง”
“เช่นนั้นก็ได้ ฟังความเ้าก็แล้วกัน” น้องรองฉลาดมากั้แ่ยังเล็กพ่อก็คร่ำครวญอยู่เสมอว่าหากน้องรองเกิดมาเป็ผู้ชายคงจะดี
“ตกลงตามนั้น ข้าไปทำกับข้าวก่อนนะ”หลังจากคุยเื่นี้เฉียวซีก็หันกลับและเดินออกมาจากห้องแล้วเข้าไปในครัวเพื่อเตรียมอาหารเย็นสำหรับคืนนี้
“พี่รอง พี่รอง” เฉียวไป่วิ่งะโมาตลอดทาง พลางเร่งฝีเท้าเข้าไปในครัว
“เ้าไปเล่นที่ไหนมา”หันมองน้องชายที่เล่นจนสกปรกมอมแมมไปทั้งตัวและเอ่ยถามขึ้น
“ข้าไปเล่นกับโก่วเซิ่งมา บ้านเขาซื้อลูกเจี๊ยบมาหลายตัวเลยบ้านเราซื้อสักสองตัวได้ไหม ข้าจะดูแลพวกมันอย่างดีเลย” หากมีลูกเจี๊ยบเมื่อมันโตขึ้นก็จะสามารถออกไข่ได้ พี่ใหญ่และพี่รองจะได้ไม่ต้องลำบากมากนัก
“หากซื้อลูกเจี๊ยบมาเลี้ยงในฤดูหนาวจะตายง่ายมากนะ เพราะว่าอากาศเย็นเกินไปรอให้ถึงฤดูใบไม้ผลิก่อนพี่จะไปซื้อจากท่านอาสะใภ้ฮัวให้ประเดี๋ยวขอให้นางช่วยซื้อให้ 2 ตัว” หากน้องสามไม่พูดขึ้นนางคงจะลืมไปแล้วจริงๆ ยามนี้ไม่มีรายรับทางอื่นเลยการเลี้ยงไก่ถือว่าเป็เื่ดี ให้น้องสามไปขุดไส้เดือนทุกวันและสับผักกาดกวางตุ้งหรือผักต่างๆ ไปเลี้ยงก็เป็การดีทีเดียว
“เช่นนั้นท่านพี่ต้องไม่ลืมนะ”
“รู้แล้วจ้ะ รีบมาล้างเนื้อล้างตัวเถอะ เล่นอย่างกับเป็ลูกแมวเลย สกปรกไปหมดแล้ว”ตักน้ำมา นำผ้าชุบน้ำ แล้วเช็ดล้างใบหน้าของน้องชายจนสะอาด
“พรุ่งนี้ข้ากับพี่ชายใหญ่จะไปในตัวเมืองอีกครั้งเ้าคอยอยู่ดูแลบ้านเข้าใจไหม”
“แต่ข้าก็อยากไปนะ”
“ประเดี๋ยวเดียวพวกข้าก็กลับมาแล้ว เ้าเป็เด็กดีรออยู่ที่บ้านเถอะไว้ข้าจะซื้อซาลาเปาไส้เนื้อมาฝากเ้า”
เมื่อได้ยินว่าจะมีซาลาเปาไส้เนื้อให้กิน หัวใจของเฉียวไป่ก็เริ่มโคลงเคลงในที่สุดก็กัดฟันและพยักหน้าแรงๆ เพื่อให้ได้ซาลาเปาไส้เนื้อ“เช่นนั้นพี่จะต้องซื้อซาลาเปาไส้เนื้อมาฝากข้าด้วยนะ”
“รู้แล้ว เ้าลูกแมวน้อยจะกละ เอาล่ะ เ้าถอยออกไปได้แล้วประเดี๋ยวข้าจะทำอาหาร”