เิเหยียน (孟言) อุ้มเ้าไก่ปีกหักไว้ในอ้อมแขนอย่างมั่นคง ก้าวเดินออกจากห้องโถงลับที่เขาเพิ่งบรรลุธรรมและได้ดาบคู่กายคืนมา สู่ทางเดินในถ้ำที่มืดมิดและคดเคี้ยวยิ่งขึ้น ร่องรอยจางๆ ของอสูรผลึกคชสาร (晶化巨象 - จิงฮว่าจวี้เซี่ยง) ทั้งรอยเท้าขนาดมหึมาและกลิ่นอายพลังงานที่ตกค้าง กลายเป็เครื่องนำทางเพียงหนึ่งเดียว
แสงสลัวจากผลึกบนผนังถ้ำที่ห่างเหิน สาดกระทบร่างเล็กๆ ของเขาและเ้าไก่ในอ้อมแขนเป็ระยะ เงาที่ทอดทาบไปตามผนังดูยาวเหยียดและบิดเบี้ยว ขณะที่สองเท้าก้าวไปข้างหน้าอย่างสม่ำเสมอและเงียบเชียบ จิตใจของเิเหยียน (เร็นไซ - 古岳蓮齋) กลับไม่ได้สงบนิ่งตามบรรยากาศรอบกาย
ภาพการต่อสู้กับเหล่าเงาวิหคทมิฬ (暗影凶禽 - อั้นอิ่งซงฉิน) ยังคงวนเวียนอยู่ในห้วงคำนึง เขาทบทวนทุกกระบวนท่า ทุกการตัดสินใจ พลังใน ขอบเขตสร้างรากฐาน (築基境 - จู้จีจิ้ง) ขั้นต้น แม้จะยังเป็เพียงจุดเริ่มต้น แต่ก็ทำให้เขารู้สึกถึงความ "แตกต่าง" อย่างชัดเจนเมื่อเทียบกับสภาพไร้พลังในตอนแรก การหลอมรวมความเข้าใจในหลักห้าห่วง (五輪 - โกะริน) เข้ากับพลังฟ้าดิน (天地之力) ของโลกนี้ เริ่มแสดงผลลัพธ์ให้เห็นบ้างแล้ว ดาบคู่กาย "จักรวาล" (滙宇 - Kaiu) และ "จิตห้าลักษณ์" (五相心 - Gosō Shin) แม้จะยังอยู่ใน ขั้นิญญา (灵品 - หลิงผิ่น)** และยังไม่สำแดงอภินิหารใดๆ ก็ตอบสนองต่อจิต (心 - ชิน) ของเขาได้อย่างน่าอัศจรรย์ ความทนทานและความคมของมันก็เป็ที่ประจักษ์
ทว่า...ความพึงพอใจเล็กๆ นั้นก็ถูกบดบังด้วยเงาของความพ่ายแพ้ที่ใหญ่หลวงกว่า ภาพของอสูรผลึกคชสารตัวมหึมา...ดวงตาข้างหนึ่งที่บอดสนิทจากคมดาบเพลิงของเขาในครั้งนั้น...และภาพที่ตนเองถูกพลังอันแข็งแกร่งกว่าบดขยี้จนเกือบสิ้นชื่อ...มันยังคงเป็หนามยอกอกของปรมาจารย์ดาบ ความรู้สึกอัปยศอดสูนั้นยากจะลบเลือน
'หากเป็ข้าในอดีต...อสูรเดรัจฉานเช่นนั้น...คงมิอาจทำให้ข้าต้องลำบากถึงเพียงนี้' ความคิดนั้นวาบขึ้นมา แต่เขาก็รีบสลัดมันทิ้งไป 'อดีตก็คืออดีต ปัจจุบันคือความเป็จริง ร่างกายนี้ยังอ่อนแอ พลังยังด้อยกว่ามันหลายขุม การยึดติดกับความสำเร็จเก่าๆ คือความเขลา'
แต่ถึงกระนั้น...ความปรารถนาที่จะ "วัดรอย" กับศัตรูตัวฉกาจนั้นอีกครั้ง ก็เริ่มก่อตัวขึ้นอย่างช้าๆ แต่มั่นคง มันไม่ใช่แค่ความแค้นที่ผลักดันอย่างไร้สติ แต่เป็สัญชาตญาณของนักรบที่้าจะประเมินขีดจำกัดของตนเองในสภาวะใหม่ และ้าจะ "ก้าวข้าม" ความพ่ายแพ้ที่เคยประสบ
เขานึกถึงลักษณะของอสูรผลึกคชสารอย่างละเอียด... 'เกราะผลึกแข็งแกร่ง...พลังธาตุดิน (地) และน้ำ (水) หนาแน่น...แต่การเคลื่อนไหวเชื่องช้าและมีจุดบอด...ตาอีกข้างที่เหลือ...หรือจะเป็ข้อต่อระหว่างแผ่นผลึก?' เขาวิเคราะห์ในใจ 'หากข้าสามารถใช้ความเร็วและการรับรู้จากหลัก "ฟูริน" (風輪 - วายุ) และความลื่นไหลของ "ซุยริน" (水輪 - วารี) ให้เป็ประโยชน์ หลีกเลี่ยงการปะทะโดยตรง และมุ่งโจมตีไปยังจุดอ่อนที่แท้จริงของมันซ้ำๆ...ก็อาจจะพอมีหนทาง'
แล้วภาพของ "ดอกบัวผลึก" (晶莲 - จิงเหลียน) สีฟ้าอมม่วงใจกลางแอ่งพลังงานที่อสูรตัวนั้นเคยพักฟื้น ก็ผุดขึ้นมาในความคิด พร้อมกับท่าทีตื่นเต้นของเ้าไก่ในอ้อมแขนเมื่อเห็นมัน 'สมุนไพริญญา (灵草 - หลิงเฉ่า) ระดับสูงเช่นนั้น...ย่อมมีค่ามหาศาล หากได้มา...ย่อมเป็ประโยชน์อย่างยิ่งต่อการบำเพ็ญเพียรของข้าในตอนนี้'
เขากระชับอ้อมแขนที่อุ้มเ้าไก่ให้มั่นคงขึ้นเล็กน้อย มันยังคงหลับใหลไม่รู้เื่ราวใดๆ 'หรือบางที...เ้าตัวเล็กนี่อาจจะนำโชคมาให้ข้าก็ได้กระมัง' ความคิดนั้นแฝงไว้ด้วยความขบขันในโชคชะตาของตนเอง
ความรู้สึกค้างคาใจจากความพ่ายแพ้ครั้งก่อน...ความปรารถนาที่จะทดสอบพลังและอาวุธใหม่...ความเย้ายวนของผลตอบแทนที่อาจจะได้รับ...และความสงสัยในความไม่ธรรมดาของสิ่งมีชีวิตในอ้อมแขน... ปัจจัยเหล่านี้ค่อยๆ ถักทอรวมกันเป็เส้นทางที่ชัดเจนขึ้นในใจของเิเหยียน
เขามิได้เอ่ยคำใดออกมา แต่ปณิธานบางอย่างได้ก่อตัวขึ้นอย่างเงียบงันภายในดวงตาอันลุ่มลึกคู่นั้นแล้ว เขายังคงก้าวเดินไปตามรอยอสูรที่นำทางลึกลงไปในความมืดมิดของถ้ำ...สู่การเผชิญหน้าครั้งใหม่ที่กำลังจะมาถึง
(จบตอนที่ 28)