มือใหญ่รีบคว้ามือของเธอมาจับที่หน้ากากของเขาอย่างไวก่อนจะเผยยิ้มมุมปากเล็กๆออกมาราวกับจะท้าทายเธอ
“เธอแน่ใจอย่างนั้นเหรอว่าอยากจะเห็นใบหน้าที่อยู่ภายใต้หน้ากากนี้ของฉัน”
แววแสนอ่อนโยนจ้องมองที่เขาอย่างไม่ลดละพร้อมกับเผยยิ้มเล็กๆออกมา
“ค่ะ ฉันแน่ใจว่าฉันอยากเห็นใบหน้าที่อยู่ภายใต้หน้ากากนั่นของคุณ”
“หึ เธอคิดดีแล้วงั้นเหรอจะไม่เปลี่ยนใจใช่มั๊ยที่อยากจะเห็นมัน”
เธอพยักหน้าให้เขาอย่างไม่หวั่นเกรง
เขาเผยยิ้มอย่างชั่วร้ายออกมาเบาๆก่อนจะเอามือของเธอมาจับที่หน้ากาของเขา
“ถอดมันออกซะสิเธอจะได้เห็นยังไงล่ะว่ามันน่าเกียจน่าขยะแขยงแค่ไหน”
มือเล็กค่อยๆเอื้อมไปปลดสายรัดหน้ากากออกก่อนจะถอดมันออกอย่างช้าๆ
ครั้นเมื่อเธอได้เห็นใบหน้าอีกข้างของเขาแม้เธอจะรู้สึกใอยู่ไม่ใช่น้อยแต่ก็เธอกลับไม่ได้แสดงอาการกลัวหรือรังเกียจอะไรออกมา
เขาเผยยิ้มเบาๆด้วยความมั่นใจว่าผู้หญิงที่อยู่ตรงหน้าจะต้องวิ่งหนีและแสดงท่าทีรังเกียจเขาเป็แน่แต่สิ่งที่เขาคิดไว้ในหัวกับผิดพลาดไปหมดเมื่อมือเล็กค่อยๆเอื้อมมาจับที่รอยแผลเน่าๆที่อยู่บนใบหน้าของเขาด้วยความอ่อนโยนแววตาที่เธอมองเขาไม่มีซักนิดที่จะสื่อถึงความรังเกียจมิหนำซ้ำเธอยังเผยยิ้มหวานให้เขาอย่างอ่อนโยนด้วยซ้ำสิ่งที่เธอแสดงอยู่ตอนนี้ทำให้เขาถึงกับผงะจนต้องรีบหยิบหน้ากากขึ้นมาปิดบังใบหน้าไว้เช่นเคยอย่างเสียอาการ
“ทำไมคุณต้องใส่หน้ากากด้วยล่ะคะ”
“ก็หน้าฉัน”เขาพูดขึ้นก่อนจะรีบหันหน้าหนีออกไปยังนอกหน้าต่างเพราะไม่อยากให้เธอรู้ว่าเขากำลังเสียอาการให้กับใบหน้าน่ารักและแสนอ่อนโยนของเธอ
“คุณไม่อึดอัดเหรอคะที่ต้องใส่หน้ากากแบบนั้นอยู่ตลอดเวลา”
เขาหันมาสบตาเธอในทันทีเมื่อได้ฟังที่เธอเอ่ยถาม
“ก็หน้าฉันเละน่าเกียจขนาดนี้หากใครเห็นก็คงสะอิดสะเอียดต่อให้ฉันจะรู้สึกรำคาญฉันก็จำเป็จะต้องใส่มันเอาไว้แล้วเธอไม่นึกรังเกียจหรือขยะแขยงหรอกหรือยังไงกัน”
เธอยิ้มให้เขาอย่างน่ารักพร้อมกับส่ายหน้าเบาๆ
“ไม่คะแผลบนใบหน้าของคุณแม้มันจะไม่ได้น่ามองแต่ฉันว่ามันก็ไม่ได้น่ารังเกียจเท่ากับจิตใจที่ไม่ดีของคนบางคนด้วยซ้ำงั้นต่อไปหากคุณอยู่ในห้องกับฉันสองคนคุณก็ไม่ต้องใส่หน้ากากหรอกนะคะเพราะฉันไม่รังเกียจ”เธอพูดพร้อมกับยิ้มให้กับเขา
เขาที่ไม่เคยเห็นผู้หญิงคนไหนที่เป็แบบเธอมาก่อนทำให้ถึงกับอดยิ้มออกมาไม่ได้
“อะแฮ่มอะแฮ่ม”เขาแสร้งกระแอมเบาๆเพื่อปกปิดอาการเขินเล็กๆ
ผู้หญิงบ้าอะไรทำตัวน่ารักชะมัดแววตาของเขาแอบชำเลืองมองดูเธออย่างอดไม่ได้
“ฉันว่าเธอรีบไปเก็บข้าวของของเธอจัดให้เป็ระเบียบก่อนเถอะ”เขาแสร้งเปลี่ยนเื่คุยในทันที
เธอหันไปมองกระเป๋าใบใหญ่ก่อนจะหันมาสบตาของเขาอีกครั้งด้วยความสงสัย
“ทำไมคุณถึงเปลี่ยนใจให้ฉันย้ายมาอยู่ที่ห้องของคุณละคะไหนตอนแรกคุณบอกให้ฉันไปอยู่ห้องอื่นยังไงล่ะ”
“ทำไมเธอไม่อยากอยู่ห้องเดียวกับฉันงั้นเหรอ อ่อหรือว่าเธอรังเกียจฉันอยู่สิท่า”
“เปล่าซะหน่อยค่ะที่ฉันถามเพราะฉันแค่สงสัยแค่นั้นเองค่ะ”เธอพูดพลางลุกขึ้นไปเก็บเสื้อผ้าที่อยู่ในกระเป๋านำไปแขวนไว้ในตู้เสื้อผ้าอันใหญ่ของไป๋หลี่จวินก่อนจะหันมายิ้มให้เขาอย่างน่ารัก
“ฉันแขวนเสื้อผ้าของฉันไว้ในตู้ของคุณได้ใช่มั๊ยคะเป็ผัวเมียกันแล้วใช้ตู้เสื้อผ้าร่วมกันได้ไม่น่าจะผิด”เธอเอ่ยถามขึ้นอย่างไม่้าคำอนุญาตก่อนจะทำแววตาออดอ้อนแสนน่ารักใส่เขา
ไป๋หลี่จวินที่เสียอาการอยู่แล้วยิ่งได้เห็นท่าทางและแววตาน่ารักนั่นของเธอยิ่งทำให้เขาเสียอาการเข้าไปใหญ่ใบหน้าที่เรียบนิ่งแดงฉ่าขึ้นด้วยความเขินอาย
“ตามใจเธอเถอะอยากแขวนไว้ที่ไหนก็แขวนไปฉันอนุญาตให้เธอมาอยู่ในห้องด้วยแล้วนี่”
เธอเผยยิ้มอย่างน่ารักอีกครั้ง
“ขอบคุณค่ะงั้นฉันคงไม่เกรงใจแล้วนะคะ”เธอรีบจัดเสื้อผ้าและข้าวของเครื่องใช้ของเธอวางไว้ในที่ๆควรอยู่ภายในห้องของไป๋หลี่จวินในทันที
เขาที่อดไม่ได้ที่จะแอบมองความน่ารักสดใสของเธอก่อนจะเผยยิ้มออกมาด้วยความพอใจ
ยังมีผู้หญิงแบบนี้อยู่อีกงั้นเหรอ