เฒ่าร้อยพิษมองอย่างอึ้งๆไม่เคยเจอใครยียวนน่าตบกะโหลกเช่นนี้เลย อ่อจะว่าไม่เคยเจอก็ไม่ถูกหญิงสูงศักดิ์คนนั้นไง ยียวนกวนมือเท้าให้น่าตบกะโหลกให้คว่ำนักเห็นแล้วอยากเอามาโขกสับใช้งานจนต้องเอาตำแหน่งศิษย์ไปหลอกล่อมาทั้งที่รับปากแล้วแต่นางก็ไม่อาจจะมาได้ น่าเสียดายนักอุตส่าห์จะมีลูกศิษย์ไว้เถียงแก้เหงาสักหน่อย์ก็ดันกลั่นแกล้งให้นางตายไปเสียแล้ว
ไป๋เฟิ่งหวงจิ้มน้ำชาในถ้วยมาเขียนอักษรบนโต๊ะ
เฒ่าร้อยพิษมองสิ่งที่เด็กน้อยเขียนแล้วก็ตะลึงไป“นี่เ้า...” ก็คำๆนั้นคือคำว่า งง ‘死’ (Si แปลว่าความตาย) ซึ่งนางเขียนใส่มือฮองเฮาเป็สัญลักษณ์ระหว่างอาจารย์และศิษย์
“ทำไม อย่าบอกนะว่าอาจารย์ลืมไปแล้วน่ะ?ข้าอุตส่าห์ดิ้นรนหนีความตายก็เพื่อมาเรียนวิชาของท่านเอาไปแก้แค้นเชียวนะ”ไป๋เฟิ่งหวงยิ้มเต็มที่
“ดี! ข้าจะสอนเ้าเอง ฮองเฮาหลิว” เฒ่าร้อยพิษยิ้มอย่างสนุก
“แล้วท่านจะให้ข้านอนที่ไหนล่ะ?”ไป๋เฟิ่งหวงถามแล้วก็มองไปในกระท่อม
“มีห้องติดห้องครัวเ้านอนที่นั่นก็ได้” เฒ่าร้อยพิษบอกแล้วก็ยิ้มแย้มอย่างสนุกในใจ
“ขอบคุณอาจารย์”ไป๋เฟิ่งหวงคารวะอาจารย์แล้วก็หยิบกระบี่กับห่อผ้าลุกขึ้น
“อ่อข้าพึ่งดักไก่ป่ามาได้เมื่อเช้านี้ มันอยู่ในครัว เ้าจัดการทำกับข้าวให้ข้าด้วย”เฒ่าร้อยพิษสั่ง
“ได้”ไป๋เฟิ่งหวงพยักหน้าแล้วก็เดินอ้อมไปทางด้านหลังบ้าน
เมื่อเข้าไปในห้องที่จะกลายเป็ที่พักของตัวเองเห็นฝุ่นจับบางๆแสดงว่าเ้าบ้านคงจะเข้ามาทำความสะอาดบ้าง ก็ลงมือทำความสะอาดห้องหับให้สะอาดสะอ้านพอเสร็จแล้วก็จัดแจงก่อไฟต้มน้ำ เชือดไก่ รองเืใส่ชาม จับลวกถอนขนแล้วก็ต้มซุปไก่ ใส่สมุนไพรลงไปจนกลิ่นหอมอบอวนน่ากินขนไก่นางก็เอาไปล้างแล้วก็ผึ่งให้แห้งเก็บไว้ยัดใส้หมอนของทุกอย่างนางคำนวณใช้จนคุ้มค่า ไม่มีเหลือทิ้ง
เฒ่าร้อยพิษเดินไปมองดูแล้วก็ชมในใจว่าเ้าหนูมันฉลาด แต่ไม่น่าพลาดท่าเพราะดันไปหลงรักคนโง่ๆเลยแล้วนางก็เดินกลับไปนั่งรอหน้าบ้าน
ตะวันค่อยๆลับเหลี่ยมเขาความมืดเริ่มคืบคลานเข้ามา เฒ่าร้อยพิษก็เริ่มก่อกองไฟในเตาหน้าเรือนโรยสมุนไพรลงไปในเตาเพื่อให้กลิ่นไล่ยุงและแมลง
ไป๋เฟิ่งหวงหยิบถ้วยกับตะเกียบไปวางบนโต๊ะแล้วก็ยกหม้อซุปไก่ตุ๋นสมุนไพรตามไปนางจัดแจงตักตีนไก่ให้อาจารย์
เฒ่าร้อยพิษถลึงตาจ้องอย่างไม่พอใจ“นี่เ้าคิดจะให้ข้าโมโหตายรึไง? ทำไมไม่ตักเนื้อไก่ให้ข้า?”
ไป๋เฟิ่งหวงมองเฉยอย่างไม่สะทกสะท้าน“ท่านไม่กินงั้นเอาถ้วยนี้ไปก็ได้ ข้ากินตีนเอง” นางบอกแล้วก็เอื้อมมือไปจะสลับถ้วยให้
เฒ่าร้อยพิษรีบตะครุบถ้วยไม่ยอมให้เปลี่ยน“ไม่ต้อง!”
“ก็แค่นี้”ไป๋เฟิ่งหวงพูดแล้วก็นั่งลง “ชอบกินตีนไก่แล้วยังจะมาทำมากเื่อีกนะอาจารย์”
“เ้ารู้ได้ไงว่าข้าชอบอะไร?”
“ก็ข้าเห็นท่านจ้องตีนไก่แล้วกลืนน้ำลายแสดงว่าท่านชอบกินตีนไก่ข้าจึงตักตีนไก่ให้ท่าน”
เฒ่าร้อยพิษนึกชม เ้านี่ฉลาดจริงๆแบบนี้ซิถึงเหมาะจะเป็ลูกศิษย์ข้า หุๆๆๆๆ
แล้วอาจารย์กับลูกศิษย์ก็นั่งกินซุปไก่จนหมดหม้อระหว่างที่กินไปเฒ่าร้อยพิษก็หาเื่ต่อปากต่อคำกับลูกศิษย์อย่างสนุกสนาน
ด้านลูกศิษย์ก็ยียวนกวนประสาทอาจารย์เต็มที่
หลังจากกินเสร็จแล้วลูกศิษย์ก็เก็บถ้วยเก็บหม้อไปล้าง
เฒ่าร้อยพิษดีใจที่มีลูกศิษย์ก็ชวนลูกศิษย์ต่อปากต่อคำจนดึกดื่นถึงได้ยอมเข้านอน
วันรุ่งขึ้น ไป๋เฟิ่งหวงเดินดูรอบๆบ้านแล้วก็พูดกับอาจารย์ว่า “อาจารย์ข้าจะลงเขาไปซื้อของกินของใช้สักหน่อย ท่านอยากได้อะไรเพิ่มไหม?”
“ไม่ต้องไปซื้อหรอกข้าไม่ได้ขาดแคลนอะไร ทุกวันที่ 1 และ 15 มีคนแบกของมาให้ข้าเอง” เฒ่าร้อยพิษบอก
“อ่อ”ไป๋เฟิ่งหวงพยักหน้ารับรู้ ในเมื่อเป็เช่นนี้ก็รอดูต่อไปว่านางขาดอะไรแล้วค่อยไปซื้อมาให้นางดีกว่า
เวลาผ่านไป 13วันแล้ว นับั้แ่ไป๋เฟิ่งหวงได้มาอยู่กับเฒ่าร้อยพิษเพื่อศึกษาวิชาจากนาง
ตื่นเช้ามาลูกศิษย์ก็ลุกขึ้นปัดกวาดถูบ้านซักเสื้อผ้าทำกับข้าวให้อาจารย์เสร็จแล้วก็ประลองวรยุทธ์กับอาจารย์สักเล็กน้อย หลังจากนั้นก็กินข้าวด้วยกันพอกินข้าวเสร็จก็จะออกไปเดินเก็บสมุนไพร หากเจอสมุนไพรหายากเฒ่าร้อยพิษก็จะเอามาปลูกไว้ใกล้ๆบ้าน เสร็จแล้วก็จะลงมือทำยาพิษเก็บเอาไว้ ทุกๆ 15วันจะมีคนจากสำนักต่างๆขึ้นเขาแบกเอาข้าวของไปแลกยาพิษและยาถอนพิษจากเฒ่าร้อยพิษ
วันนี้ก็ถึงเวลาที่ลูกศิษย์จากสำนักต่างๆจะขึ้นเขาแบกของมาแลกยาไป๋เฟิ่งหวงจึงต้องสวมหน้ากากปิดบังใบหน้าเอาไว้ นางไม่อยากมีปัญหาอื่นๆตามมาป้องกันเอาไว้ก่อนเป็ดี
“อาหลิว ชา”เฒ่าร้อยพิษสั่งแล้วก็หันไปมองลูกศิษย์จากสำนักดาบไร้เงา
“ได้”ไป๋เฟิ่งหวงเดินไปชงชามาให้
ศิษย์สำนักดาบไร้เงามองเด็กน้อยที่สวมหน้ากากอย่างสงสัย“คุณชายท่านนี้คือ...”
“ลูกศิษย์ข้าเอง”เฒ่าร้อยพิษตอบแล้วก็สั่งว่า “อาหลิวเอาของไปเก็บในครัว”
ศิษย์สำนักดาบไร้เงารีบบอก“เดี๋ยวข้าเอาไปเก็บให้เองขอรับ ของมันหนักคุณชายยังเด็กนักคงยกไปไม่ไหวหรอกขอรับ”
ไป๋เฟิ่งหวงซึ่งแต่งกายด้วยชุดผู้ชายไม่พูดอะไรเดินเข้าไปหิ้วกระบุงด้วยสองมือแล้วก็ยกไปไว้ในครัวมิน่าล่ะเฒ่าร้อยพิษจึงอยู่ที่นี่ได้อย่างสุขสบายมีคนคอยขึ้นมาส่งข้าวของให้ถึงที่นี่เอง
เฒ่าร้อยพิษส่งขวดยาพิษกับจดหมายให้แล้วก็โบกมือในจดหมายเป็รายการสิ่งของที่นาง้าในครั้งถัดไป
ศิษย์สำนักดาบไร้เงาก็รีบคารวะแล้วจากไป
“อาหลิววันนี้ต้มน้ำไว้เยอะหน่อยล่ะ” เฒ่าร้อยพิษสั่งแล้วก็นั่งจิบชารอแขก
ไป๋เฟิ่งหวงได้ยินก็หยิบฟืนใส่เตาไฟเพิ่ม
ทั้งวันมีศิษย์จากสำนักต่างๆขึ้นเขามาไม่ขาดสายบ้างมาหนึ่ง บ้างมาสองเหตุที่มาสองก็เพื่อให้คนใหม่ได้มาเรียนรู้วิธีหลบหลีกกับดักที่เฒ่าร้อยพิษทำไว้วันหน้าจะได้รับหน้าที่แบกของไปแลกยาได้
พอมีกระบุงเข้ามาไป๋เฟิ่งหวงก็รีบจัดของแล้วจดรายการของเอาไว้ให้อาจารย์นางลงมือทำโดยไม่ต้องรอให้อาจารย์สั่งด้วยซ้ำ
เฒ่าร้อยพิษมองอย่างพอใจ
ั้แ่เช้าจนเย็นเฒ่าร้อยพิษรอรับแขกไม่ได้หยุดข้าวของเต็มห้องครัว
“อาหลิวไหนๆวันนี้เ้าก็ใส่หน้ากากแล้วนับั้แ่พรุ่งนี้เป็ต้นไปเ้าใส่หน้ากากไว้ตลอดเวลาล่ะกัน” เฒ่าร้อยพิษบอก
“ข้ารู้แล้วอาจารย์”ไป๋เฟิ่งหวงพยักหน้า
“เ้ารู้หรือไม่ว่าทำไมข้าจึงสั่งเ้าเช่นนี้?”เฒ่าร้อยพิษหยั่งเชิงศิษย์รัก
“เพราะั้แ่พรุ่งนี้เป็ต้นไปจะมีเทียบเชิญมาให้ข้าเข้าร่วมสำนักเต็มไปหมดน่ะซิ”ไป๋เฟิ่งหวงบอกแล้วก็เดินเข้าครัวไปหยิบขนมเปี๊ยะที่ได้มาจากสำนักหนึ่งนางทดสอบพิษก่อนแล้วจึงเอาให้อาจารย์กิน
“เ้าฉลาดสมเป็ศิษย์ข้าจริงๆ”เฒ่าร้อยพิษชมแล้วก็หยิบขนมเปี๊ยะเข้าปาก พลางจิบชา
ไป๋เฟิ่งหวงไม่พูดอะไรเดินกลับเข้าไปในครัวทำงานต่อนางคิดไว้ในใจไม่เกินครึ่งปีคงรีดความรู้จากอาจารย์จนหมดแน่ๆ
วันรุ่งขึ้น ก็ไม่ผิดปากเฒ่าร้อยพิษแม้แต่น้อยศิษย์สำนักต่างๆขึ้นเขามาอีกรอบเพื่อส่งเทียบเชิญให้ลูกศิษย์เฒ่าร้อยพิษไปเป็ศิษย์ร่วมสำนัก
พออยู่ครบ 15วัน ไป๋เฟิ่งหวงก็ลงเขาไปพบหมอหลวงนางยืนรอเขาั้แ่ตอนสายพอเห็นรถม้ามานางก็รีบขึ้นไปบนรถม้าไม่ยอมรอให้คนในรถลงจากรถ “อย่าลงจากรถเด็ดขาด”
“มีอะไรหรือเฟิ่ง...”มือน้อยปิดปากคนพูดฉับ “อยู่ที่นี่เรียกข้าว่าอาหลิว”
หมอหลวงพยักหน้าแล้วดันหน้ากากที่นางใส่เลื่อนขึ้นไป ขอเห็นหน้ากันสักหน่อยก็ยังดี
“สำนักต่างๆส่งเทียบเชิญมาเชิญข้าไปเป็ศิษย์ร่วมสำนักก็เพราะข้าเป็ศิษย์ของเฒ่าร้อยพิษข้าไม่้าให้คนอื่นรู้ว่าข้าเป็ใคร”
หมอหลวงพยักหน้าเข้าใจ“ว่าแต่เ้าสบายดีหรือ?”
“ข้าสบายดี”ไป๋เฟิ่งหวงตอบแล้วก็ล้วงจดหมายออกมาจากอกเสื้อ “จดหมายให้ขุนนางกับฮูหยิน”
หมอหลวงรับมา“ข้าจะส่งให้พวกเขาเอง เ้าไม่ต้องห่วง”
“ขอบใจ”ไป๋เฟิ่งหวงยิ้มให้ นางไม่รู้หรอกว่านับั้แ่วันแรกที่นางขึ้นเขาไป เขาส่งรถม้ามารออยู่ที่นี่ทุกวันเป็เวลา10 วันเมื่อแน่ใจแล้วว่านางอยู่กับเฒ่าร้อยพิษได้เขาจึงไม่ส่งรถม้ามาคอยอีก
“เป็ศิษย์เฒ่าร้อยพิษก็ลำบากเหมือนกันนะเ้าต้องคอยหลบๆซ่อนๆไม่ให้ใครรู้ว่าเ้าเป็ใคร” หมอหลวงแซว“นี่ถ้ามีคนรู้ว่าเ้าเป็ใครชื่อเสียงเ้าคงเลื่องลือไปทั่วแน่”
ไป๋เฟิ่งหวง “...”
“แล้วนี่เ้าต้องอยู่กับเฒ่าร้อยพิษอีกนานเท่าไหร่รึ?”หมอหลวงถามจริงจัง
“ข้าคาดว่าคงประมาณครึ่งปีกว่าข้าจะรีดความรู้จากนางจนหมดน่ะ” ไป๋เฟิ่งหวงบอก
“นี่เ้าทำบุญด้วยอะไรนะถึงได้ถูกใจเฒ่าร้อยพิษได้น่ะ?คนอื่นอยากเป็ศิษย์นางแทบตาย นางกลับไม่ถูกใจสักคน หึๆๆๆ” หมอหลวงแซวยิ้มๆ
“ดีแล้วที่นางถูกใจข้าหากนางไม่ถูกใจ ข้าคงแย่” ไป๋เฟิ่งหวงยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจ“เอาล่ะข้าต้องรีบขึ้นเขาแล้ว ไปก่อนล่ะ” นางพูดแล้วก็ดึงหน้ากากลง
“เดี๋ยว”หมอหลวงเรียกแล้วก็รีบคว้าตะกร้าบุผ้าส่งให้ “ของที่เ้าชอบ ข้าเอามาให้”
ไป๋เฟิ่งหวงมองตะกร้าแล้วก็รับมา“ขอบคุณ” จากนั้นนางก็ลงจากรถม้าไป
รถม้าเลี้ยวกลับแล้วก็วิ่งกลับไปตามทางเดิม
ไป๋เฟิ่งหวงหิ้วตะกร้าขึ้นเขา
บรรดาศิษย์สำนักต่างๆที่ซุ่มดูอยู่ต่างก็รีบตามไปสืบเสาะว่ารถม้านั้นเป็ของใครใครอยู่บนรถม้า มีความสัมพันธ์อันใดกับศิษย์เฒ่าร้อยพิษจุดประสงค์เพื่อสืบหาให้ได้ว่าศิษย์เฒ่าร้อยพิษเป็ใครมาจากไหน วันหน้าจะได้สานสัมพันธ์เอาไว้ใช้ประโยชน์
ไป๋เฟิ่งหวงเอาขนมไปให้อาจารย์กิน
ด้านหมอหลวงก็แวะเข้าจวนขุนนางคนนั้นคนนี้เป็ว่าเล่นเพื่อไม่ให้คนที่สะกดรอยตามมาคลำทางได้ถูกถึงจะรู้ว่าเขาเป็หมอหลวง แต่ไปติดต่อกับเฒ่าร้อยพิษด้วยเื่อะไรก็ไม่มีใครคาดเดาได้ซึ่งแน่นอนว่าส่วนใหญ่ก็คาดเดาว่าเขาคงเอาของไปแลกยาเช่นเดียวกัน
กว่าจะไปบ้านตระกูลไป๋ก็เกือบเย็นแล้วเขาก็ทำทีไปตรวจอาการไป๋จื่อฮัวตามปกติซึ่งคนส่วนใหญ่ก็เดาเอาว่าตระกูลไป๋จ้างหมอหลวงไปตรวจเป็การส่วนตัวซึ่งก็มีผู้คนมากมายทำเช่นนี้เหมือนกัน หมอหลวงจึงงานรัดตัวจนไม่มีเวลาว่าง
ระหว่างที่ไป๋เฟิ่งหวงศึกษาวิชากับเฒ่าร้อยพิษ เขาก็มีหน้าที่จับตาดูคนของฮองเฮาหลิวซึ่งในกลุ่มคนพวกนั้นก็มีคนที่ภักดีและคนทรยศรวมอยู่ด้วย
สถานการณ์ต่างๆยังเป็คลื่นใต้น้ำ
พิธีแต่งตั้งฮองเฮาประกาศออกมาแล้วเป็เดือนหน้าส่วนพิธีแต่งตั้งองค์รัชทายาทรอไปก่อนเพราะฮ่องเต้ยังมีอ๋องหลงหยางและอ๋องหลงเล่อ
ศึกชิงตำแหน่งองค์รัชทายาทเริ่มคุกรุ่นขึ้นซึ่งที่มาแรงแซงหน้าคนอื่นก็คืออ๋องหลงเทียนเพราะพระสนมเย่เฟยกำลังจะได้เป็ฮองเฮา แต่ฮ่องเต้ก็ยังอยากจะคานอำนาจฮองเฮาไว้ก่อนจึงยังไม่ประกาศแต่งตั้งองค์รัชทายาทเสียที
เวลาผ่านไปร่วมครึ่งปี ไป๋เฟิ่งหวงก็ลาเฒ่าร้อยพิษลงจากเขาในวันหนึ่งกลางฤดูใบไม้ร่วง
“ว่างๆก็มาหาข้าบ้างล่ะ”เฒ่าร้อยพิษสั่ง
“รู้แล้วท่านก็ดูแลตัวเองด้วยล่ะ” ไป๋เฟิ่งหวงบอกอย่างอาลัย เหมือนมีแม่อีกคน
“ยาพวกนั้นเ้าเอาไปด้วยล่ะ”เฒ่าร้อยพิษชี้ที่กระบุง
“ให้ข้าเอาไปหมดเลยเหรอ?”ไป๋เฟิ่งหวงมองกระบุงอย่างอึ้งๆ ก็ยามากมายขนาดนั้นเอาไปล้มกองทัพได้ทั้งเมืองเลยล่ะ
“เ้าจะได้ไม่ต้องเสียเวลาไปปรุงยาไงเอาเวลาไปแก้แค้นให้สำเร็จดีกว่า แก้แค้นเสร็จแล้วเ้าจะได้รีบมาเยี่ยมข้าไง”เฒ่าร้อยพิษยิ้มเหี้ยม
“ขอบคุณอาจารย์”ไป๋เฟิ่งหวงคารวะอาจารย์
“จำไว้นะอาหลิวเ้ายังมีข้า หากเ้าเดือนร้อนรีบมาบอกข้าๆจะช่วยเ้าเอง” เฒ่าร้อยพิษบอกจริงจัง
“อาจารย์ท่านดีกับข้านัก พระคุณนี้ข้าจะต้องตอบแทนท่านแน่” ไป๋เฟิ่งหวงคุกเข่าคารวะแนบพื้น
“แค่คอยทำขนมมาส่งให้ข้าก็พอดูซิเป็เพราะเ้าคนเดียว ข้าเลยกินกับข้าวกินขนมที่ไหนก็ไม่อร่อยเท่าเ้าทำเสียแล้ว”เฒ่าร้อยพิษบ่น
ไป๋เฟิ่งหวง “...”
“รีบไปเถอะมัวชักช้าเดี๋ยวพวกนั้นกลับมาซุ่มใหม่ เ้าไม่ต้องไปไหนกันพอดี”เฒ่าร้อยพิษโบกมือไล่
“รักษาตัวด้วย”ไป๋เฟิ่งหวงลุกขึ้นแล้วก็แบกกระบุงขึ้นบ่า เดินลงเขาไป
เฒ่าร้อยพิษมองตามศิษย์รักไปจนนางลับตาความรู้ทั้งหมดที่มีถ่ายทอดให้นางไปหมดสิ้นแล้ว ทั้งเล่ห์กล มารยาหญิงวิชาแปลงโฉมก็สอนนางแถมไปด้วย ตอนนี้ศิษย์นางพร้อมจะโค่นัแล้วล่ะ หุๆๆๆๆ
ไป๋เฟิ่งหวงเดินลงเขาอย่างชำนาญเส้นทางเมื่อไปถึงจุดนัดหมาย รถม้าก็มารออยู่แล้ว นางขึ้นรถม้ากลับเข้าเมืองวันนี้เป็วันที่ปลอดโปร่งจริงๆไม่มีใครมาคอยดักซุ่มสะกดรอยเพราะศิษย์สำนักต่างๆพากันไปร่วมงานประลองยุทธ์กันหมด
รถม้าไปจอด ณ บ้านหลังหนึ่งในซอยชานเมืองไป๋เฟิ่งหวงลงจากรถม้าเดินเข้าไปในบ้านแล้วก็ปิดประตู รถม้าส่งคนเสร็จแล้วก็กลับไป
สถานที่แห่งนี้นางสั่งให้หมอหลวงจัดเตรียมไว้ให้ั้แ่สี่เดือนก่อนนางเข้าไปในบ้านแล้วก็เปิดประตูห้องลับเดินเข้าไปนางเดินไปเรื่อยๆจนถึงประตูอีกด้านก็ผลักเข้าไป จัดแจงอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่จากหนุ่มน้อยใส่หน้ากาก ก็กลายเป็สาวน้อยวัยขบเผาะสวมหมวกมีผ้าคลุม
ขวดยาทั้งหมดนางก็จัดแจงหยิบออกจากกระบุงวางเรียงลงในกล่องไม้หลายกล่องแบ่งยาแยกไปเก็บไว้หลายๆที่ จัดยาเสร็จแล้วนางก็ยกกล่องไม้ออกไปไว้นอกห้องลับนั่งรอสักพักเสียงรถม้าก็มาจอดหน้าบ้าน เสียงเคาะประตูเป็สัญญาณที่รู้กันนางเดินไปเปิดประตู บ่าวก็ยืนค้อมตัวรอรับคำสั่ง
“ยกกล่องไม้ในห้องทั้งหมดขึ้นรถ”ไป๋เฟิ่งหวงสั่งแล้วก็ยืนรอ
“ขอรับ”บ่าวเดินไปยกกล่องไม้ใส่รถ
ไป๋เฟิ่งหวงปิดประตูบ้านคล้องกุญแจแล้วก็เดินไปขึ้นรถม้า
บ่าวขึ้นนั่งคู่กับคนขับรถม้าแล้วรถม้าก็เคลื่อนออกไป
หากจะยังมียอดฝีมือหลงเหลือสะกดรอยตามศิษย์เฒ่าร้อยพิษก็คงต้องรอเก้ออยู่ที่บ้านหลังแรกนั้นแหละเพราะศิษย์รักของเฒ่าร้อยพิษได้เดินตามเส้นทางลับไปโผล่ที่บ้านอีกหลังหนึ่งเสียแล้วจากเด็กหนุ่มกลายเป็เด็กสาวนั่งรถม้าออกไปจากซอยถัดไป เป็ใครก็คาดไม่ถึงแน่ๆ
ณ บ้านตระกูลไป๋ ฮูหยินโผเข้ากอดลูกสาวทันทีที่เห็นหน้า “เฟิ่งหวงแม่คิดถึงเ้าเหลือเกิน”
ไป๋เฟิ่งหวงกอดตอบ
ฮูหยินน้ำตาคลออย่างดีใจ“เ้าจากแม่ไปเสียครึ่งปีเชียว ตอนนี้อาการเ้าเป็อย่างไรบ้างเฟิ่งหวง?”
ติดตามข่าวสารและพูดคุยกับไรเตอร์ได้ทางเพจ readfree.in ค่ะhttps://www.facebook.com/readfree.in/และทางเว็บไซต์ www.readfree.in ค่ะขอบคุณรีดเดอร์ทุกท่านที่เข้ามาอ่านค่ะ