ตอนที่ 6 จิตใจของจิ้งจอกทั้งสอง
ป๋ายเอ้าเสวี่ยได้ยินคำกล่าวของป๋ายชีเวยก็เอ่ยพลางยิ้มหยัน “ทำไมรึ ท่านพ่อจำเอ้าเสวี่ยไม่ได้แล้วหรือ ถึงว่า แม้แต่ท่านพ่อก็ยังจำเอ้าเสวี่ยไม่ได้ ไม่แปลกที่คนในจวนแต่ละคนจะขวัญกล้าอวดดีได้ถึงเพียงนี้”
ป๋ายชีเวยพอได้ยินคำกล่าวของป๋ายเอ้าเสวี่ยก็ขมวดคิ้วเอ่ย “เอ้าเสวี่ยกำลังโทษข้าอยู่หรือ ข้าคงละเลยเ้ามากแล้วจริงๆ ผิดต่อเ้าแล้ว”
ป๋ายซู่เสวี่ยพอได้ยินวาจาของป๋ายชีเวยก็พลันตกตะลึงในใจ รีบมองไปทางป๋ายเอ้าเสวี่ย
ทว่ากลับเห็นป๋ายเอ้าเสวี่ยยังคงมีท่าทางแบบนั้น ท่าทางไม่รู้ร้อนรู้หนาว ทำเอาป๋ายซู่เสวี่ยมองจนต้องขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน
“เอ้าเสวี่ยไม่กล้ากล่าวโทษท่านพ่อหรอกเ้าค่ะ แต่ว่าวันนี้เฟิ่นเหอสาวใช้นางหนึ่งของอี๋เหนียงบอกว่าท่านพ่อไม่ได้เป็นายใหญ่จวนเสนาบดี พูดแล้วยังลงมือกับสาวใช้ของเอ้าเสวี่ย แม้ว่าเอ้าเสวี่ยจะไม่ได้โดดเด่นเก่งกาจ ทว่าก็ยังเป็บุตรสาวสายตรงของจวน จะถูกสาวใช้ปีนขึ้นหัวมารังแกได้อย่างไร เอ้าเสวี่ยไม่กลัวเจ็บ ทว่าก็ไม่อยากให้ท่านพ่อต้องเสื่อมเสีย”
ป๋ายชีเวยพอได้ยินคำกล่าวของป๋ายเอ้าเสวี่ยก็เอ่ยขึ้นเสียงเกรี้ยวกราด “งามหน้านัก จวนเสนาบดีนี้ข้าคุมไม่อยู่แล้วใช่ไหม บ่าวอวดดีเต็มจวน ข้าขอดูหน่อยซิว่าจริงๆ แล้วข้ายังเป็นายใหญ่อยู่หรือไม่! เอ้าเสวี่ยเ้าฟังให้ดี ภายหน้าหากมีสาวใช้ทำความผิดซ้ำซากอีก ส่งตัวให้พ่อบ้านป๋ายจัดการได้เลย”
พอป๋ายเอ้าเสวี่ยได้ยินก็พยักหน้าเอ่ยอย่างเชื่อฟัง “ไม่ทราบว่าวันนี้ท่านพ่อให้เอ้าเสวี่ยมาหา มีธุระอะไรหรือเ้าคะ”
ป๋ายซู่เสวี่ยที่เดิมอยู่ด้านข้างอย่างไร้ตัวตน พอได้ยินก็ตื่นเต้น แย่งเอ่ยขึ้น “ยินดีกับพี่หญิงด้วยเ้าค่ะ เดี๋ยวพี่หญิงก็จะได้เป็พระชายาอ๋องแล้ว”
ป๋ายเอ้าเสวี่ยพอได้ฟังใจก็พลันกระตุก ทว่าก็ยังเอ่ยด้วยสีหน้าไร้ความรู้สึก “น้องหญิงเสียกิริยาเช่นนี้ได้อย่างไร ที่เอ้าเสวี่ยถามคือท่านพ่อต่างหาก”
ป๋ายซู่เสวี่ยหลังจากเอ่ยจบแล้วก็รู้สึกพลาดพลั้งจริงๆ เดิมแค่อยากให้ป๋ายเอ้าเสวี่ยใเ็ป แต่กลับลืมว่าป๋ายชีเวยยังอยู่ข้างๆ
เดิมป๋ายชีเวยได้ยินป๋ายซู่เสวี่ยแย่งตอบก็ไม่พอใจอยู่แล้ว พอได้ยินคำกล่าวของป๋ายเอ้าเสวี่ยก็ถลึงตามองป๋ายซู่เสวี่ย เอ่ยขึ้น “ซู่เสวี่ย หรือว่าแม้แต่มารยาทพื้นฐานเ้าก็ลืมแล้วรึ”
“เรียนท่านพ่อ ซู่เสวี่ยไม่ลืมเ้าค่ะ” ป๋ายซู่เสวี่ยก้มหน้าลงเอ่ยอย่างนอบน้อม
ป๋ายชีเวยไม่สนใจป๋ายซู่เสวี่ยอีก เขาสบถเสียงหนึ่งแล้วถึงเอ่ยขึ้น “เอ้าเสวี่ย วันนี้ที่ให้เ้ามาหาเพราะ้าบอกเ้าว่าเช้าวันนี้ในราชสำนักฝ่าาพระราชทานสมรสให้เ้าแล้ว”
ป๋ายเอ้าเสวี่ยพอได้ยินในใจก็ตกตะลึงยิ่ง ทว่าก็ยังเอ่ยขึ้นอย่างข่มกลั้นความรู้สึก “ท่านพ่อ เอ้าเสวี่ยขอบังอาจถามได้หรือไม่ ไม่ทราบว่าคู่หมั้นของเอ้าเสวี่ยคือใครหรือเ้าคะ”
ป๋ายชีเวยส่ายหน้าอย่างเ็ปพร้อมกับเอ่ยขึ้น “เป็อ๋องห้าในราชวงศ์เฉิงสีองค์ปัจจุบัน เอ้าเสวี่ย พ่อผิดต่อเ้า”
ป๋ายเอ้าเสวี่ยพอได้ฟังคำกล่าวของป๋ายชีเวยใจก็พลันเต้นระรัว
นางรีบควานหาในความทรงจำทันที อ๋องห้าของเฉิงสีท่านนี้ ป๋ายชีเวยน่าจะไม่มีทางให้ตนได้พานพบเื่ดีๆ แน่
ส่วนมู่เหมียนที่อยู่อีกด้านเริ่มไม่สงบแล้ว พอได้ยินว่าอ๋องห้า นางก็รีบคุกเข่าลงตรงหน้าป๋ายชีเวย เอ่ยขึ้น “นายท่าน ขอร้องท่านแล้ว อย่าให้คุณหนูแต่งกับอ๋องห้าเลยเ้าค่ะ คุณหนูแต่งให้อ๋องห้า ชีวิตนี้คงจบสิ้นแล้ว ขอร้องท่านแล้วเ้าค่ะ”
ป๋ายเอ้าเสวี่ยเห็นมู่เหมียนคุกเข่าลงบนพื้นก็รีบก้าวเข้าไปประคองมู่เหมียนขึ้นมา ในหัวรื้อฟื้นความทรงจำเกี่ยวกับอ๋องห้าจวินเยี่ยเหยี่ยนได้รอบหนึ่ง
ในใจนางหัวเราะหยัน ดูท่าป๋ายชีเวยคงคิดจะผลักนางเข้าไปในกองเพลิง อ๋องห้าจวินเยี่ยเหยี่ยนเป็พวกไม่เอาไหนไม่เอาการเอางาน อัปลักษณ์ดุจอสุรกาย หากแต่งให้คนแบบนี้ ชีวิตนี้ของป๋ายเอ้าเสวี่ยคงจบสิ้นเป็แน่แท้
ป๋ายเอ้าเสวี่ยดึงมู่เหมียนขึ้น มองป๋ายชีเวยแล้วเอ่ยขึ้น “ท่านพ่อ คนที่เอ้าเสวี่ยแต่งด้วยเป็คนไม่เอาไหนที่รู้กันทั่วของราชวงศ์เฉิงสี แต่เอ้าเสวี่ยรู้ดีว่าบัญชาฮ่องเต้มิอาจขัดขืน ท่านพ่อจัดการเถิด ในเมื่อต้องแต่ง เช่นนั้นเอ้าเสวี่ยหวังว่าท่านพ่อจะให้เอ้าเสวี่ยแต่งออกไปอย่างมีเกียรติมีศักดิ์ศรี ถือเสียว่าเป็การชดเชยสุดท้ายที่จวนเสนาบดีติดค้างเอ้าเสวี่ยหลังจากมารดาจากไปนานแล้วหลายปี”
ป๋ายชีเวยได้ยินคำกล่าวของป๋ายเอ้าเสวี่ยแล้วก็เลิกคิ้วเอ่ยขึ้น “พ่อรู้ดีว่าหลายปีมานี้ติดค้างเ้า ในเมื่อครั้งนี้มิอาจแก้ไขเปลี่ยนแปลง เ้าบอกพ่อมา ต้องทำอย่างไรถึงจะเรียกว่ามีเกียรติมีศักดิ์ศรี”
“สินเดิมสิบลี้[1] เชื่อว่าด้วยทรัพย์สินของจวนเสนาบดี คำขอเช่นนี้คงไม่เกินเลยไป เอ้าเสวี่ยเป็ถึงบุตรสาวสายตรงของจวนเสนาบดี ต่อให้คนที่แต่งด้วยจะเป็อ๋องห้า แต่เอ้าเสวี่ยก็ไม่อยากให้ชาวบ้านชาวเมืองดูแคลน ต่อให้ไม่คิดถึงเอ้าเสวี่ย แต่ก็ต้องนึกถึงหน้าตาของท่านพ่อ” ป๋ายเอ้าเสวี่ยมองป๋ายชีเวยแล้วเอ่ยขึ้นเสียงเรียบ
ป๋ายชีเวยฝั่งนี้กำลังครุ่นคิด แต่ฝั่งป๋ายซู่เสวี่ยกลับเอ่ยขึ้นอย่างร้อนใจก่อนแล้ว “คำขอนี้ของพี่หญิงไม่ดูมากไปหน่อยหรือ แค่แต่งให้คนไม่เอาอ่าวคนหนึ่งยังหวังได้สินเดิมสิบลี้อีกหรือ ฮึ”
ป๋ายเอ้าเสวี่ยมองป๋ายซู่เสวี่ยด้วยท่าทางขบขัน นางเอ่ยขึ้น “คำกล่าวนี้ของน้องหญิงไม่ถูกต้องแล้ว ต่อให้อ๋องห้าจะไม่ได้ความขนาดไหนก็ไม่ใช่คนระดับเดียวกับน้องหญิงที่จะให้บุตรสาวสายรองฐานะต่ำต้อยไปวิพากษ์วิจารณ์ได้ วันนี้คำกล่าวนี้ มีเพียงพวกเราหนึ่งครอบครัวได้ยิน ถ้าหากคนอื่นได้ยินเข้า น้องหญิงไม่เพียงต้องโดนโทษบั่นศีรษะ ยังจะส่งผลต่อหน้าที่การงานของท่านพ่ออีกด้วย”
ป๋ายซู่เสวี่ยพอได้ยินคำกล่าวของป๋ายเอ้าเสวี่ยสีหน้าก็พลันซีดขาว ไม่รอให้นางเอ่ยวาจา ป๋ายเอ้าเสวี่ยก็เอ่ยขึ้นต่อ “อีกอย่าง ถึงอย่างไรข้าก็เป็ถึงบุตรสาวสายตรงของจวนเสนาบดี หรือว่าไม่คู่ควรกับสินเดิมสิบลี้กัน หรือน้องหญิงคิดว่าตัวเองเหมาะสมกว่า ถ้าหากเป็เช่นนั้น อ๋องห้าพระองค์นี้ก็ขอมอบให้น้องหญิงแต่งไปแล้วกัน”
“พี่หญิงเอ่ยได้ถูกต้อง ซู่เสวี่ยเข้าใจแล้ว ภายหน้าจะไม่เป็แบบนี้อีก ทว่าเื่งานแต่งงานนี้ ซู่เสวี่ยไม่ขอแย่งจากพี่หญิงแล้ว” ป๋ายซู่เสวี่ยเปลี่ยนท่าทีทันใด เอ่ยขึ้นด้วยท่าทางจริงจัง
ป๋ายชีเวยตกตะลึงกับการโต้ฝีปากไปมาระหว่างสองพี่น้อง
เขารู้นิสัยป๋ายซู่เสวี่ยดี แต่ป๋ายเอ้าเสวี่ยในวันนี้ทำให้เขาตกตะลึงยิ่ง นี่เป็บุตรสาวที่เขาไม่เคยพบเจอ
แต่ก่อนคิดว่านางหัวอ่อนมาโดยตลอด ดูท่าเขาจะดูเบาป๋ายเอ้าเสวี่ยเกินไป
เชิงอรรถ
^ หน่วยวัดจีนมีความยาวเท่ากับ 500 เมตร