“เฮ้อ...”หานฉงอันส่ายหัว “อาการของแม่ทัพใหญ่ซับซ้อนอย่างมาก ทำได้เพียงรอและดูอาการต่อไป”
ทันทีที่พูดออกมาองค์หญิงฉางผิงก็โกรธเกรี้ยว “หานฉงอันเ้านี่มันไม่ได้เื่! เหตุใดจึงไร้ประโยชน์เช่นนี้!ไท่จื่อเ้ารักษาไม่ได้ พี่ชิงอู่เ้าก็รักษาไม่ได้อีกเ้าเป็หมอเทวดาภาษาอะไรเนี่ย! เ้ามันหมอต้มตุ๋นชัดๆ ข้าจะไปบอกเสด็จย่า!
องค์หญิงโง่เขลาคนนี้ที่มุ่งมั่นจะช่วยมู่ชิงอู่แต่ก็้าทำร้ายหานอวิ๋นซีด้วย ทว่านางกลับไม่รู้ว่าตนเองกำลังถูกไท่เฮาใช้เป็หมาก
หานฉงอันระงับความโกรธในใจและพูดเกลี้ยกล่อมอย่างอดทน“องค์หญิงฉางผิงโปรดใจเย็น แม้แต่หมอหลวงกู้ก็ไม่สามารถบอกได้เฮ้อ...ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าหมอหลวงกู้จะต้องรออีกนานแค่ไหน? บางทีถ้ารอนานเกินไป อาจจะ...”
คำพูดของหานฉงอันชี้ไปที่กู้เป่ยเยวี่ยโดยตรงยังไม่ทันที่จะพูดท่อนหลังจบ องค์หญิงฉางผิงและมู่หลิวเยวี่ยต่างใกลัวขึ้นมา
มู่หลิวเยวี่ยฉลาดกว่าองค์หญิงฉางผิงอยู่มากดังนั้นจึงเข้าใจได้ทันทีและรีบพูดว่า “องค์หญิงในวันนั้นหมอหลวงกู้และหานอวิ๋นซีได้ทำการรักษาร่วมกัน หานอวิ๋นซีมีความผิดหมอหลวงกู้เองก็ต้องมีความผิดเช่นกัน!ทำไมท่านพ่อถึงได้ปล่อยให้เขาดูแลพี่ใหญ่กันนะ!”
“ถูกต้องหมอหลวงกู้เองก็เป็ผู้สมรู้ร่วมคิดด้วย!” องค์หญิงฉางผิงเข้าใจได้ในทันทีนางที่ขยับตัวก็รู้สึกเจ็บเอวขึ้นมาเล็กน้อย เลยรู้ว่าอาการาเ็ของนางยังไม่หายดี
นางลูบเอวแล้วพูดว่า“ข้าจะไปศาลต้าหลี่เพื่อฟ้องร้องเขา!”
หานฉงอันพยักหน้า“องค์หญิง ถ้าอย่างนั้นกลับไปหารือกับผู้ดูแลสำนักแพทย์สักสองสามคนแล้วพรุ่งนี้ค่อยกลับมาดูใหม่ดีหรือไม่?”
คนในสำนักแพทย์เองก็ไม่ใช่คนธรรมดา
สำนักแพทย์หยุนคงต้าลู่เป็สำนักแพทย์ที่ทุกคนปรารถนารวบรวมหมอชั้นนำจากทั้งแผ่นดินใหญ่ โดยเฉพาะผู้ดูแลเก่าแก่ที่มีอายุมากกว่าร้อยปีเรียกได้ว่าเป็ผู้มีอำนาจด้านการแพทย์ในสำนักแพทย์หยุนคงต้าลู่เลยทีเดียว!
องค์หญิงฉางผิงและมู่หลิวเยวี่ยรู้สึกมีความสุขอย่างมาก“ตกลง! เช่นนั้นเราจะรอข่าวดีของเ้า!”
“พี่ชายต้องรอดเท่านั้น!เมื่อถึงเวลานั้นข้าจะให้ท่านพ่อไล่หมอหลวงกู้ออกไป!”
“ดีมากหลิวเยวี่ย ไปกันเถอะ เราไปที่ศาลต้าหลี่เพื่อจัดการเื่สำคัญกันเถอะ!”
องค์หญิงฉางผิงที่กำลังอารมณ์ดีและแน่ใจว่าพี่ชิงอู่จะไม่เป็อะไร มู่หลิวเยวี่ยเองก็รีบตามไปเหมือนผู้ติดตามทั้งสองไม่ได้คิดอะไรมากมาย ผู้ดูแลสำนักแพทย์จะว่าเก่งกาจก็เก่งกาจแต่อย่างไรก็ไม่ใช่พระเ้า อาการป่วยของไท่จื่อที่ถูกรักษามาตั้งหลายครั้ง แต่จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่หาย
เมื่อมองไปที่ด้านหลังของพวกนางที่เดินออกไปหานฉงอันยกยิ้มอย่างเ็า มีโรคที่รักษาไม่หายมากมายในโลกเขาได้รับความทุกข์ทรมานจากอาการเจ็บป่วยของไท่จื่อแล้ว ดังนั้นเขาจะไม่เสี่ยงอีก
เพียง้าให้กู้เป่ยเยวี่ยมาแทนที่แล้วหาหมอหลวงมาสักคน หากทำให้มู่ชิงอู่หมดสติหรือตายมันก็คงไม่ใช่เื่ยากใช่หรือไม่?
ด้วยวิธีนี้เขาก็ไม่ต้องพาตัวเองลงไปในบ่อโคลน
หานอวิ๋นซีนะหานอวิ๋นซีเ้าทำให้แม่ของเ้าตายทั้งยังทำให้ตระกูลหานรู้สึกกระอักกระอ่วนใจระหว่างไท่เฮากับจวนฉินอ๋องคราวนี้เ้าเองก็ควรทำอะไรสักอย่างเพื่อตระกูลหาน
หานอวิ๋นซีที่อยู่ในคุกที่ห่างไกลไม่มีทางรู้ว่าสถานการณ์ของตนเองนั้นอันตรายแค่ไหนเพราะกู้เป่ยเยวี่ยส่งคนมาเยี่ยมที่คุกเป็ประจำเมื่อคืนที่ผ่านมาขุนนางเป่ยกงก็รู้สึกหวาดกลัวและไม่กล้าทรมานนางอีก
ทว่าโดยไม่คาดคิดในตอนบ่ายกลับมีบุคคลที่ไม่คาดฝันมา
ตอนนี้หานอวิ๋นซีกำลังนอนอยู่บนเตียง นับนิ้วเพื่อรอเวลาคืนนี้หรือพรุ่งนี้พิษในร่างกายของมู่ชิงอู่จะปรากฏขึ้นอย่างแน่นอนตราบใดที่กู้เป่ยเยวี่ยสามารถเก็บตัวอย่างเืได้ทันเวลา ถึงแม้ว่าในมือนางจะไม่มียาแต่ก็สามารถออกใบสั่งยาเพื่อรักษาชีวิตของมู่ชิงอีไว้ชั่วคราวได้
รอไปรอมาเมื่อไรกู้เป่ยเยวี่ยจะมากันนะ?
ในขณะเดียวกันหัวหน้าห้องขังคนหนึ่งก็เข้ามา ไม่รู้ว่าพูดอะไรกับพัศดีที่เฝ้าประตูจนพวกเขาทั้งหมดต้องออกไป
หานอวิ๋นซีเลิกคิ้วขึ้นและชำเลืองมองทว่าก็ไม่ได้สนใจ แต่ใครจะรู้ว่าหัวหน้าห้องขังปลดกลอนประตูแล้วเดินเข้ามา
ไม่ว่าจะพูดอย่างไรหานอวิ๋นซีก็เป็อาชญากรคนสำคัญ หัวหน้าห้องขังตัวเล็กๆ คนหนึ่งจะเข้ามาได้อย่างไร?
นางเห็นหัวหน้าห้องขังที่อยู่ในวัยห้าสิบปีเดินเข้ามาพร้อมกับใบหน้าที่ใจดี เขามองไปรอบๆ ด้วยความตื่นตระหนกเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีใครมาจากนั้นรีบเดินไปหาหานอวิ๋นซี
หานอวิ๋นซีมองเขาด้วยความระแวงแต่ไม่พูดอะไร
โดยไม่คาดคิดทันทีที่หัวหน้าห้องขังเข้ามาใกล้ ก็คุกเข่าพร้อมเสียง “ตุ้บ” “ผู้มีพระคุณ!ผู้มีพระคุณ! ในที่สุดก็ได้เห็นท่านแล้ว!ข้าคิดว่าชีวิตนี้จะไม่ได้พบท่านเสียแล้ว”
เอ่อ…
หานอวิ๋นซีจำความทรงจำก่อนหน้านี้ของเ้าของเดิมร่างนี้ได้อย่างสมบูรณ์เ้าของเดิมเป็หญิงสาวที่น่าเกลียดไร้ค่า ทั้งยังถูกรังแกทุกวันนางไม่เคยทำอะไรที่เป็เื่ไม่ดี แต่ก็ไม่เคยทำเื่ดีๆ เช่นกัน
“ท่านมีอะไรก็ลุกขึ้นพูดเถอะ”หานอวิ๋นซีลงจากเตียงเพื่อช่วยพยุงเขา แต่หัวหน้าห้องขังปฏิเสธที่จะลุกขึ้น“ท่านผู้มีพระคุณ ท่านไม่รู้หรอกว่าข้าเป็ใคร แต่ข้ารู้ว่าท่านเป็ใครท่านคือบุตรของฮูหยินเทียนซินใช่หรือไม่แล้วก็แต่งงานกับฉินอ๋องและตอนนี้ท่านคือฉินหวังเฟย”
ฮูหยินเทียนซิน...
แม้ว่าหานอวิ๋นซีจะรับมาแค่เพียงร่างกายและความทรงจำของเ้าของเดิมมาอย่างไรนางก็ไม่ใช่เ้าของเดิม แต่เมื่อได้ยินชื่อนี้แล้วนางกลับมีความรู้สึกอบอุ่นอย่างบอกไม่ถูกอยู่ในใจ
ฮูหยินเทียนซินเป็แม่ของนางเป็หญิงสาวที่มีทักษะทางการแพทย์ที่ยอดเยี่ยมและมีหัวใจของการเป็หมอที่แท้จริงและเสียชีวิตในตอนที่คลอดนางออกมา
“ท่านผู้มีพระคุณแม่ของท่านเป็ผู้ช่วยชีวิตครอบครัวของเรา ในปลายเดือนสิบสองปีนั้นโรคระบาดในหมู่บ้านลั่วเหอทางฝั่งชานเมืองทางตะวันตกครอบครัวของข้าติดเชื้อป่วยกันหมด แล้วแม่ของท่านก็เป็คนรักษาครอบครัวของเรา...ไม่เช่นนั้น...ไม่เช่นนั้นพวกเราคงได้ถูกเผาทั้งเป็แน่!”
หัวหน้าห้องขังคุกเข่าลงอีกครั้งพูดด้วยเสียงสะอื้น “ทำไมคนดีถึงได้อายุสั้นนัก ข้ายังไม่ทันได้ตอบแทนน้ำใจเลยฮูหยินเทียนซินก็จากไปเสียแล้ว...”
หัวหน้าห้องขังดูเหมือนจะโศกเศร้าอย่างมากแล้วก็ร้องไห้ออกมา
“หน้าที่ของท่านแม่ข้าคือช่วยผู้คนท่านไม่ต้องเก็บมาใส่ใจหรอกการมีชีวิตที่ดีคือรางวัลที่ดีที่สุดสำหรับท่านแม่ของข้าแล้ว”
หานอวิ๋นซีเกลี้ยกล่อมเขาและ้าจะช่วยพยุงเขาให้ลุกขึ้นยืน ทว่าหัวหน้าห้องขังกลับไม่ลุก“ท่านผู้มีพระคุณ ในวันนี้ข้ามาเพื่อตอบแทนบุญคุณ ท่านผู้มีพระคุณข้าทนดูท่านตายในห้องขังไม่ได้หรอก!”
ทันทีที่คำพูดเหล่านี้ออกมาหานอวิ๋นซีก็ใ “ตายที่นี่หรือ?”
หัวหน้าห้องขังหันกลับไปอย่างประหม่าเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีใครอยู่จากนั้นจึงจับมือหานอวิ๋นซีแน่นและพูดเบาๆ ว่า “ท่านผู้มีพระคุณ ตอนที่ท่านเข้ามาข้าอยากจะมาเยี่ยมท่านนานแล้ว แต่เมื่อคืนเป็เวรข้าที่ปฏิบัติหน้าที่ข้าเลยแอบได้ยินพวกของขุนนางเป่ยกงคุยกัน คนเบื้องบน้าชีวิตท่าน!”
“ข้ารู้”หานอวิ๋นสลัดมือออกจากมือของหัวหน้าห้องขัง พลางยิ้มจางๆมีคนมากมายที่อยู่เหนือนาง้าจะฆ่านาง
อย่างไรก็ตามหัวหน้าห้องขังกลับรู้สึกประหม่าอย่างมาก “ท่านผู้มีพระคุณเป็ไท่เฮาที่้าชีวิตท่าน พวกเขากำลังจะฆ่าแม่ทัพใหญ่และลงโทษท่านจนตาย”
เมื่อเห็นว่าหานอวิ๋นซีไม่ตอบสนองอะไรมากนักหัวหน้าห้องขังจึงรีบพูดว่า “ท่านผู้มีพระคุณท่านไม่รู้ว่าแม่ทัพมู่เป็คนขององค์ชายรองไท่เฮาเลยถือโอกาสนี้กำจัดแม่ทัพใหญ่แทนไท่จื่อ!”
เมื่อได้ยินเช่นนี้หานอวิ๋นซีก็ใ อย่างไรก็ตามสิ่งที่ทำให้นางประหลาดใจไม่ใช่ความตั้งใจของไท่เฮาแต่เป็หัวหน้าห้องขังที่รู้เื่มากมายขนาดนี้
หัวหน้าห้องขังที่กระวนกระวายใจจึงวิ่งไปที่ประตูเพื่อดูว่ามีใครอยู่หรือไม่และวิ่งกลับมาหลังจากแน่ใจว่าไม่มีใครอยู่จากนั้นก็พูดด้วยน้ำเสียงประหม่าว่า “ท่านผู้มีพระคุณ คืนนี้ข้าเข้าเวรและจัดการคนด้านล่างเรียบร้อยแล้ว ข้ารู้ทางลับ ถึงเวลานั้นท่านแค่ต้องตามข้ามาท่านอย่ารออยู่ที่นี่เลย ข้าได้ยินว่าทันทีที่แม่ทัพใหญ่ตายในวันพรุ่งนี้ท่านก็จะถูกฆ่าทันที โดยอ้างว่าท่านฆ่าตัวตายเพราะกลัวความผิด”
“เ้า...จะปล่อยข้าไปหรือ?” หานอวิ๋นซีถามด้วยความไม่เชื่อ
“ใช่เราจะแอบหนีกันออกไป ท่านผู้มีพระคุณ ข้าได้เตรียมรถม้ามารับท่านไว้แล้วท่านหนีไปให้ไกลที่สุด แล้วอย่ากลับมาอีก” หัวหน้าห้องขังพูดอย่างจริงจัง
“หากข้าหนีไปไม่ใช่ว่าข้าหนีความผิดหรือไร แล้วชีวิตนี้ข้าจะใช้ชีวิตอย่างไรล่ะ?” หานอวิ๋นซีถามอีกครั้ง
นางเป็เด็กกำพร้าั้แ่ยังเด็กเคยชินกับความอบอุ่นและความเ็าของผู้คนและความโหดร้ายของโลกหากจะให้นางไว้ใจคนแปลกหน้าง่ายๆ มันคงเป็ไปไม่ได้
นอกจากนี้ถ้านางหนีไปจริงๆ ก็เท่ากับตนเองยอมรับว่าวินิจฉัยผิดซึ่งเป็ความอัปยศที่สุดสำหรับการเป็หมอ ต่อให้ถอยหลังหนึ่งหมื่นก้าวนางก็ไม่เชื่อว่าไท่เฮาจะฆ่ามู่ชิงอู่ได้อย่างง่ายดายขนาดนั้น
หัวหน้าห้องขังคนนี้คิดว่านางคือหานอวิ๋นซีคนก่อนที่ไม่เคยเห็นโลกหรือมีประสบการณ์อะไรมาก่อนอย่างนั้นสินะ?
“ท่านผู้มีพระคุณตอนนี้ข้าไม่สนแล้วว่าจะผิดหรือไม่ ตอนนี้สิ่งสำคัญคือต้องรอดเท่านั้น!”หัวหน้าห้องขังเป็กังวลอย่างมาก
“ข้าไปแล้วแล้วเ้าจะทำอย่างไรล่ะ? ข้าทำร้ายเ้า...ไม่ได้หรอกนะ”
หานอวิ๋นซีจงใจเน้นคำว่า“ทำร้าย” หัวหน้าห้องขังที่มีสายตาลุกลี้ลุกลน พูดอย่างจริงจังว่า“ท่านผู้มีพระคุณ ชีวิตของข้านั้นไร้ค่า ฮูหยินเทียนซินช่วยชีวิตครอบครัวข้าไว้ข้าจะตอบแทนคุณนางด้วยชีวิตของข้า มันก็ไม่ใช่เื่ใหญ่อะไร!”
หัวหน้าห้องขังน้ำตาซึมและตื้นตันใจอย่างมากแต่จู่ๆ หานอวิ๋นซีก็ถามขึ้นว่า “ทำไมข้าต้องเชื่อใจเ้าด้วย?”
เอ่อ…
ในขณะนี้หัวหน้าห้องขังถึงกับตะลึงงัน“ท่านผู้มีพระคุณ นี่ท่าน...ท่าน ข้า...ข้า...”
หัวหน้าห้องขังอ้ำๆอึ้งๆ และพูดไม่ออกอยู่เป็เวลานาน หานอวิ๋นซียกยิ้มอย่างเย้ยหยัน พลางคิดในใจ
“ท่านเองก็อายุมากแล้วท่านรับผิดชอบไม่ไหวหรอก ไปเถอะ”
หานอวิ๋นซีที่พูดไปพลางและเดินไปที่เตียงพลาง ดวงตาที่สดใสทั้งสองเป็ประกายราวกับมองเห็นบางอย่างได้ทะลุปรุโปร่ง ทำให้หัวหน้าห้องขังไม่กล้ามองนางโดยตรง
“เช่น…เช่นนั้นท่านผู้มีพระคุณโปรดดูแล…ดูแลตนเองด้วย”
หัวหน้าห้องขังที่ตั้งสติได้ก็รีบออกไปหานอวิ๋นซีเฝ้าดูอย่างเงียบๆ พลางคิดในใจว่าหากคืนนี้นางหนีออกจากศาลต้าหลี่จริงๆคงได้ถูกฆ่าอย่างแน่นอน
เป็ใครกันที่คิดกลอุบายชั่วร้ายเช่นนี้?
ทันทีที่หัวหน้าห้องขังออกไปก็ถูกพัศดีสองคนพาตัวไปที่ห้องลับ ในห้องลับมีองค์หญิงฉางผิงมู่หลิวเยวี่ยและขุนนางเป่ยกงกำลังคุยกันอยู่ เมื่อหัวหน้าห้องขังกลับมาองค์หญิงฉางผิงก็ลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว “เป็อย่างไรบ้าง นางตกลงหรือไม่?”
ในตอนที่องค์หญิงฉางผิงจะมาฟ้องกู้เป่ยเยวี่ยนางก็นำกลอุบายของขุนนางเป่ยกงมาหลอกให้หานอวิ๋นซีหนีออกจากคุก
เมื่อคืนนางไม่สามารถแก้แค้นหานอวิ๋นซีได้ทั้งยังทำตัวเองเอวเคล็ดและเป็โรคลมพิษอีกตอนนี้องค์หญิงฉางผิงแทบรอไม่ไหวที่จะได้เห็นหานอวิ๋นซีถูกตัดสินลงโทษ!
หัวหน้าห้องขังรีบคุกเข่าลง“องค์หญิงฉางผิง หวังเฟยฉลาดเกินไป กระหม่อม...ไร้ความสามารถแล้วพ่ะย่ะค่ะ!”
ความคาดหวังขององค์หญิงฉางผิงไร้ผลโกรธเกรี้ยวจนกระทืบเท้า “ไม่ได้เื่ ไสหัวออกไปเสีย!”
ขุนนางเป่ยกงขยิบตาให้พัศดีและให้พวกเขาพาหัวหน้าห้องขังออกไป
องค์หญิงฉางผิงหรี่ตาลงพร้อมกับสายตาที่แปรเปลี่ยนเป็ดุร้ายน่ากลัว และทำท่าทาง “ฆ่า” กับขุนนางเป่ยกง
“ไม่ได้นะพ่ะย่ะค่ะ!”เป่ยกงปฏิเสธทันที “องค์หญิง อย่าได้ทำเป็อันขาด ถ้าเป็ไปได้...ไม่ว่าอย่างไร นางก็ไม่สามารถตายที่นี่ได้ศาลต้าหลี่ไม่รับผิดชอบในเื่นี้ยิ่งไปกว่านั้น…ไท่เฮาเองก็คงไม่ได้ช่วยอย่างแน่นอน”
“มีข้าอยู่เ้าจะกลัวอะไร? อย่างไรเสด็จย่าอยากให้นางตายอยู่แล้ว!”องค์หญิงฉางผิงมุ่ยปากและพูดอย่างเ็า
“ถึงอย่างนั้นนางก็ไม่สามารถตายที่นี่ได้ ไหนจะฉิน...”
ก่อนที่ขุนนางเป่ยกงจะพูดจบจู่ๆ มู่หลิวเยวี่ยวก็นึกบางอย่างขึ้นมาได้ “องค์หญิง ขุนนางเป่ยกง ข้ามีแผนอื่นพวกท่านคิดว่าอย่างไร?”