หลังจากที่พวกมันพยายามจะสังหารเขา เฉินเซี่ยงจะไม่ปล่อยให้พวกมันรอดชีวิตสักคนนอกจากนี้ เขาจะไม่ยอมปล่อยโอกาสดีๆ ที่จะตัดกำลังของตระกูลเหยาแบบนี้แน่นอน
“ถูกต้องแล้ว! บนเส้นทางของนักสู้ ควรสังหารอย่างเด็ดขาด!มิฉะนั้น หากความคับแค้นสะสมอยู่ภายในใจมากๆ เข้า มันย่อมทำให้ปราณในกายผันผวน ด้วยเหตุนี้เ้าควรจับพวกมันกุดหัวให้หมด!” น้ำเสียงของเป่ยยู่ยู่เต็มไปด้วยปราณสังหาร
เฉินเซี่ยงยังคงบินอย่างต่อเนื่อง ด้วยการบินเช่นนี้ทำให้เฉินเซี่ยงรู้สึกถึงความมหัศจรรย์ เมื่อครั้งเยาว์วัย เขาอยากโผบินไปบนท้องนภาอยู่เสมอแต่ตอนนี้เขาทำได้แล้ว ทั้งหมดนี้ต้องขอบคุณสาวงามล่มเมืองทั้งสองที่อยู่ในแหวนของเขา
“พี่ยู่ยู่ ท่านกลายมาเป็ศิษย์พี่ของพี่เหม่ยเหยาได้อย่างไร? ข้าเองมิอาจจินตนาการถึงตัวตนบุคคลที่เป็อาจารย์ของท่านได้เลย!” เฉินเซี่ยงลอบถอนหายใจอยู่ภายในถ้าลูกศิษย์ยังน่าหวาดกลัวขนาดนี้ งั้น...อาจารย์ของพวกนางจะน่ากลัวขนาดไหน?
“อาจารย์ของเราไม่มีชื่อเรียกขาน เกี่ยวกับความเป็มาของท่านเราทั้งสองล้วนไม่ทราบแน่ชัด บางทีเมื่อเ้าบรรลุถึงความแกร่งระดับนั้น เ้าอาจจะพบเขาก็เป็ได้” เป่ยยู่ยู่กล่าว
เฉินเซี่ยงอยากรู้ความเป็มาเป็ไปของสาวงามลึกลับทั้งสองแต่ในเวลาเดียวกัน เขากลับรู้สึกหมดหนทาง เนื่องเพราะทั้งสองนางไม่เต็มใจที่จะเปิดเผยข้อมูลที่อยากเขาจะรู้
เฉินเซี่ยงบินอย่างยาวนานตลอดทั้งคืน เขาเลือกที่จะบินบริเวณเขตชานเมืองของถิ่นทุรกันดารหลังจากผ่านคืนที่สาม เขาสังเกตเห็นรถม้าที่อยู่ไกลออกไปกำลังเคลื่อนที่อย่างช้าๆ บนถนนถนนที่ว่านี้คือถนนที่มุ่งตรงสู่เมืองโหวหวางซึ่งมันจะถูกสร้างขึ้นใกล้ๆ กับเมืองโหวหวางเท่านั้น
เฉินเซี่ยงจ้องไปยังถนนที่อยู่ห่างไกล เขามองเห็นบ้านขนาดใหญ่หลายหลังรวมถึงเมืองโหวหวางรางๆที่อยู่ไม่ไกลจากที่นั่นมากเท่าใดนัก ตราบใดที่ตระกูลเหยาย่างเท้าเข้าสู่เมืองโหวหวางเฉินเซี่ยงย่อมไม่มีโอกาสล้างแค้น
บนรถม้านั่งด้วยคนควบคุมรถสองคน พร้อมกับมีคนคุ้มกันอีกสองคนกำลังนั่งอยู่บนม้าที่ลากรถผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในหมู่พวกมันคือผู้าุโตระกูลเหยา รองลงมาคือเหยาเทียนหัวซึ่งทั้งสองล้วนได้รับาเ็จากเฉินเซี่ยงสำหรับคนควบคุมรถม้าทั้งสองคน และผู้คุ้มกันทั้งสองคน พวกมันมีความแข็งแกร่งมากสุดที่ระดับ5 ขอบเขตนักสู้
“ตอนที่มันออกมาจากเมืองโวหู มันเดินทางกันเป็ขบวนพร้อมคนอีกหลายคนแต่ตอนนี้เหตุใดจึงเหลือรถม้าเพียงคันเดียว!” เฉินเซี่ยงพึมพำขณะที่เขาบินตรงไป
“พวกมันอาจซุกซ่อนมือสังหารไว้ในรถม้า พวกมันต้องส่งบางไปกลับไปยังตระกูลเหยาเพื่อส่งข่าวและพวกมันบางคนอาจจะยังอยู่ที่เมืองโวหูเพื่อป้องกันตึกเม็ดยาิญญา เช่นนั้นจึงเหลือรถม้าเพียง1 คัน” เฉินเซี่ยงคาดเดา
เขาหยุดอยู่ขอบถนนซึ่งอยู่ใกล้ๆ กับป่าหลังจากพักผ่อนเล็กน้อย เขาจึงสวมผ้าคลุมสีดำและหมวกไอ้โม่ง จากนั้นเขาจึงจะไปสังหารสมาชิกสำคัญของตระกูลเหยาถ้าพวกมันสามารถจดจำหรือกระทั่งระบุตัวตนของเขาได้ ย่อมเป็ชนวนาระหว่างตระกูลเหยาและตระกูลเฉิน
แม้ยามค่ำคืนจะมืดมิด แต่ยังมีแสงจันทร์ขาวนวลสาดส่องลงมายังพื้นดินแสงจันทร์ขาวนวลนี้ทำให้ผู้คนรับรู้ว่า พวกเขาไม่ได้อยู่ภายในค่ำคืนอันมืดมิดนี้เพียงลำพัง
เฉินเซี่ยงซ่อนตัวอยู่บนต้นไม้ที่อยู่ใกล้ริมถนนเขาปรับลมหายใจให้คงที่และรอคอยรถม้าของผู้าุโตระกูลเหยามาถึง สุ้มเสียงของรถม้ามาพร้อมกับเสียงของแมลงในยามค่ำคืน
จิตใจของเฉินเซี่ยงสงบนิ่งราวกับน้ำ ต่างจากดวงตาของเขาที่ประกายรังสีสังหารออกมาพร้อมกับจ้องมองไปบนถนน
รถม้าตระกูลเฉินมาถึงแล้ว! ขณะที่มันกำลังจะเคลื่อนผ่านเฉินเซี่ยงร่างของเขาพุ่งออกไปราวกับลูกศรที่ถูกปล่อยออกจากคันธนู ทันใดนั้น เขาควบแน่นแส้ยาวสีทองอยู่ในมือปราณสังหารพวยพุ่งออกมาจากแส้พร้อมกันกับรัศมีที่รุนแรง
แส้ถูกควบแน่นขึ้นจากคุณลักษณะโลหะจากปราณแท้จริงคุณลักษณะแห่งโลหะนี้มาจากทักษะศักดิ์สิทธิ์แห่งพยัคฆ์ขาว ซึ่งทักษะศักดิ์สิทธิ์แห่งพยัคฆ์ขาวหมายถึงการฆ่าฟันและความโเี้เพื่อให้แส้ยาวได้ทำหน้าที่ให้สมกับคุณสมบัติของมัน มันควรดื่มด่ำกับการสังหารอันไร้ที่สิ้นสุดเพื่อทำความเข้าใจกับเส้นทางแห่งนักฆ่า
ขณะที่เฉินเซี่ยงพุ่งไปทางรถม้า เขาเฆี่ยนแส้ลงอย่างโหดร้ายไปยังกึ่งกลางของรถม้าด้วยอาวุธที่เฉินเซี่ยงใช้คล้ายคลึงกับมีดยาวสองคมที่ฟันลงไป ส่งผลให้รถม้าที่หรูหราขาดออกเป็สองท่อนมีบุคคลสองคนะโออกมาจากรถม้าพร้อมกันสองคน ผู้หนึ่งคือผู้าุโตระกูลเหยา และอีกผู้หนึ่งคือเหยาเทียนหัว
“เ้ามาจากกลุ่มโจรป่ากลุ่มไหน? เราคือสมาชิกของตระกูลเฉิ…….”
ผู้าุโตระกูลเหยายังไม่ทันได้กล่าวจบประโยคทันใดนั้นเฉินเซี่ยงเฆี่ยนแส้ด้วยความเร็วราวกับสายฟ้าฟาดอีกสี่ครั้ง แต่ละครั้งล้วนเฆี่ยนใส่คนขับรถม้าและผู้คุ้มกันทั้งสี่คนพวกมันบางคน บ้างชักกระบี่เข้าสู้ บ้างะโออกจากหลังม้า
แส้ยาวสีทองประกอบไปด้วยคุณลักษณะโลหะแห่งปราณแท้จริงอันดุดันพร้อมกับปราณสังหารเฆี่ยนใส่ร่างกายพวกมันราวกับตัดผ่านเต้าหู้พวกมันทั้งสี่ต่างถูกแยกส่วนเป็ชิ้นๆ ปรากฏเป็สายธารโลหิตสดๆ ไหลนอง ปราณแท้จริงอันโเี้นี้ไม่เพียงทำให้ผู้าุโตระกูลเหยาและเหยาเทียนหัวแตกตื่นเท่านั้นแต่ยังทำให้เฉินเซี่ยงใเช่นเดียวกัน
“จ..จ..เ้า...เ้าคือเฉินเซี่ยง!!” เมื่อผู้าุโตระกูลเหยามองเห็นเฉินเซี่ยงมันะโออกมาด้วยความใ พร้อมๆ กันกับแส้ของเฉินเซี่ยงได้เฆี่ยนลงไปที่ร่างกายของมันแล้ว
ผู้าุโตระกูลเหยาคือนักสู้ที่มีความแข็งแกร่งระดับ7 ขอบเขตนักสู้ที่ได้รับการยกย่อง แม้ว่ามันจะได้รับาเ็รุนแรง แต่มันยังสามารถรวบรวมปราณแท้จริงภายในร่างเพื่อต่อต้านแส้ที่เฆี่ยนลงมาด้วยปราณแท้จริงแห่งพยัคฆ์ขาว
“เ้าคือเฉินเซี่ยงจริงๆ!!” ผู้าุโตระกูลเหยากล่าวด้วยเสียงสูงภายในดวงตาของมันมิอาจปกปิดความหวาดกลัว มันไม่คิดว่าเฉินเซี่ยงจะกล้าตามมาสังหารพวกมันอย่างเหี้ยมโหดเช่นนี้
เฉินเซี่ยงยังคงไม่กล่าวอันใด ในมือข้างซ้ายปรากฏประกายรัศมีเพลิงควบแน่นจนกลายเป็แส้จากนั้นเฉินเซี่ยงอ้าปากส่งเสียงคำรามโดยใช้คุณลักษณะไม้แห่งปราณแท้จริง
ัครามคำรามเปล่งอำนาจทำลายล้างเข้าใส่ผู้าุโตระกูลเหยาตามด้วยแส้ปราณแท้จริงแห่งหงส์เพลิงฟาดใส่ลำคอของผู้าุโตระกูลเหยาส่งให้ศีรษะของมันขาดกระเด็นออกจากลำคอ
เหยาเทียนหัวที่อยู่ไม่ห่างกันมากนักกำลังหวาดกลัวเฉินเซี่ยงจนขวัญหนีดีฝ่อเฉินเซี่ยงไม่เพียงปลดปล่อยเพลิงแห่งการปรุงยาบริสุทธิ์เท่านั้น แต่เขายังใช้คุณลักษณะโลหะแห่งปราณแท้จริงและใช้คุณลักษณะไม้แห่งปราณแท้จริงในเวลาไล่เลี่ยกันอีกด้วย ด้วยภูมิความรู้ของเหยาเทียนหัวเขาย่อมไม่เคยได้ยินว่ามีผู้ใดสามารถทำเช่นนี้ได้!
เฉินเซี่ยงเดินตรงมายังเหยาเทียนหัว ดวงตาของเขาสาดประกายรังสีสังหารเขาฟาดแส้ยาวสีทองไปยังลำคอของเหยาเทียนหัว ทันใดนั้น ปรากฏหยาดน้ำตาไหลรินอาบแก้มเหยาเทียนหัวร้องไห้ออกมาพร้อมทั้งดวงตาที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัว
ทันทีที่แส้ยาวัักับลำคอ ศีรษะของมันพลันหลุดร่วงลงจากบ่าสีหน้าท่าทางของมันแข็งค้างไปด้วยความหวาดกลัว การปฏิเสธที่จะตาย และความขุ่นแค้นในจิตใจมันย่อมไม่คิดว่าอัจฉริยะตระกูลเหยาเช่นมัน จะตกตายในสภาพเช่นนี้
เฉินเซี่ยงสูดลมหายใจเข้าอย่างแ่เบาพลางกล่าว“จริงๆแล้ว... เมื่อตอนที่เ้าหันกระบี่สังหารข้า ข้าได้ตัดสินใจแน่วแน่แล้วว่าเ้าต้องตาย!”
หลังจากที่สังหารผู้าุโตระกูลเหยาและเหยาเทียนหัวแล้วเฉินเซี่ยงได้ยึดกระเป๋าเก็บของของพวกมันไปด้วย ภายในนั้น ประกอบไปด้วยเหรียญิญญาและสมุนไพรบางส่วนซึ่งอาจกล่าวได้ว่าเฉินเซี่ยงได้ทรัพย์สินเป็กอบเป็กำ
เพื่อปกปิดร่องรอยการสังหาร เฉินเซี่ยงทำความสะอาดบริเวณนั้นด้วยความยากลำบากถ้ามีบุคคลใดมายังสถานที่นี้ พวกเขาต้องไม่สามารถสังเกตเห็นการสังหารหมู่ที่เกิดขึ้นณ ที่แห่งนี้
เฉินเซี่ยงเดินเท้าไปบนถนนเพื่อมุ่งสู่เมืองที่รุ่งเรือง
เมืองโหวหวางมีขนาดกว้างใหญ่ ทั่วทั้งเมืองล้อมรอบไปด้วยกำแพงหนาเฉินเซี่ยงมองไปยังกำแพงที่ยาวสุดลูกหูลูกตาและคูน้ำภายนอกเมือง ผู้คนจำนวนมากเดินเข้าออกผ่านทางประตูเมืองและยังมีทหารยามหลายคนยืนเฝ้าอยู่บนกำแพงถัดจากประตูเมืองไป ถนนที่นี่ดูคึกคักและมีชีวิตชีวาถนนถูกปูไปด้วยก้อนอิฐเรียบ นอกจากนี้ยังมีผู้คนมากมายสัญจรไปมา ฉากนี้สามารถเห็นได้ด้วยตาเมื่อมองผ่านประตูเมืองเข้าไป
ท้ายที่สุดเฉินเซี่ยงก็ได้เข้าไปยังเมืองโหวหวางเขามองไปรอบๆ อย่างสนใจ เขาคิดว่าเมืองโวหูเองก็ค่อนข้างใหญ่และคึกคัก แต่ตอนนี้เขากลับพบว่าตัวเขาไม่ต่างอะไรกับกบที่อยู่ในกะลาเขาไม่รู้ว่าเมืองโหวหวางมีขนาดสักเพียงไหน แต่สิ่งที่เขาทราบแน่นอนคือเมืองโหวหวางใหญ่กว่าเมืองโวหูหลายเท่า
……......................