“ครูใหญ่คะ ห้ามพวกเขาที…”
เฉินจิงฮัวและซงเจี่ยเหวินพร้อมใจกันส่งเสียงะโเมื่อเห็นโต่วโต่วกับโก่วเม่ยพุ่งเข้าไปหาพวกของจ้าวหงซิน แต่ครูใหญ่สื่อไม่สามารถทำอะไรได้เลย เขาโดนโต่วโต่วผลักกระเด็นเมื่อยืนขวางทาง ทันใดนั้นเกิดเสียงดังเพล้ง ขวดเบียร์ขวดหนึ่งลอยคว้างมาตกแตกระหว่างกลุ่มคนทั้งสองกลุ่ม ทำให้โต่วโต่วกับโก่วเหม่ยหยุดชะงักลงทันที
“แค่นี้ยังมีปัญหาไม่พอหรือไง…”
หลี่เสว่จู๋แผดร้องด้วยความโกรธ “ยังคิดว่าเรามาเที่ยวกันอยู่อีกหรือไง คนรู้จักและเพื่อนของพวกเรากำลังจะตาย ยังมีอารมณ์มาทะเลาะกันอยู่อีกเหรอ ถ้าอยากตายกันมากนักล่ะก็ ลงไปฆ่าพวกซอมบี้ข้างล่างนั่นสิ ฉันจะได้อยู่อย่างสงบบ้าง”
“เฮอะ ปู้เอ้อร์ ฉันไม่สนหรอกว่าวันนี้แกจะเก่งมาจากไหน แต่ถ้าเื่สงบลงเมื่อไหร่ ฉันพร้อมเจอกับแกได้ทุกเมื่อ…”
จ้าวหงซินพูดขณะลดมีดลง ชัดเจนว่าเขายอมเป็ฝ่ายที่ถอยก่อน เซี่ยปู้เอ้อร์ก้มมองเฉินจิงฮัวผู้มีใบหน้าวิตกกังวล เขาพยุงเธอลุกขึ้นยืนและหันกลับไปจ้องมองจ้าวหงซิน ก่อนพูดว่า “พูดอะไรจำเอาไว้ ถึงเวลาเมื่อไหร่ใครไม่สู้เป็ลูกหมา”
“เอาล่ะทูลหัวทั้งหลาย เลิกคุยเื่นี้กันเถอะ เรามาคุยกันดีกว่าว่าจะเอาตัวรอดกันยังไงดี เราจะรอคอยความช่วยเหลือหรือจะทำยังไง…”
สีหน้าของครูใหญ่สื่อเต็มไปด้วยความเศร้าระหว่างที่เขายันกายลุกขึ้นยืนด้วยความยากลำบาก ครูใหญ่คิดหาหนทางไม่ออกอีกแล้ว แต่หลี่เสว่จู๋ก็ก้าวออกมามาข้างหน้าและพูดว่า “ครูใหญ่คะ ถึงระบบการสื่อสารจะถูกตัดทั้งหมด แต่ที่นี่ก็ปลอดภัยแล้ว ถ้าเรารอคอยด้วยความอดทน ไม่ช้าก็เร็วต้องมีคนมาช่วยเราแน่นอน”
“ครูใหญ่ก็ไม่รู้เหมือนกันนะว่าจะมีใครมาช่วยหรือเปล่า…”
ครูใหญ่สื่อแบสองมือออกกว้างอย่างจนปัญญา เซี่ยปู้เอ้อร์ทำปากยื่นก่อนพูดว่า “เธอคงไม่รู้ใช่ไหมว่าถ้าอยู่ที่นี่ต่อไป พวกซอมบี้คงครองประเทศนี้ไปแล้ว เอาไว้ตำรวจฆ่าพวกซอมบี้หมดและเริ่มคิดถึงเราอีกครั้งเมื่อไหร่ ป่านนั้นเราคงต้องกินพวกซอมบี้เป็อาหารแล้วล่ะ”
“เรารวบรวมอาหารที่เจอบนนี้มาได้ มันคงพอให้เราอยู่กันได้ประมาณ 3 - 5 วัน ถ้าเอาน้ำดื่มมารวมด้วย เราก็จะอยู่ได้ประมาณ 1 สัปดาห์ไปจนถึง 10 วัน ตอนนั้นจะมีใครมาช่วยพวกเราหรือยัง?”
หลี่เสว่จู๋มองเซี่ยปู้เอ้อร์ด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ เด็กสาวมีความเป็ครูจริงๆ มากยิ่งกว่าเฉินจิงฮัวเสียอีก แต่หวังเอ้อโกวก็แทรกขึ้นมาทันทีว่า “อาหารพวกนั้นเป็ของเรา เราจะไม่มอบให้คนอื่น ถ้าพวกเขาอยากกินอาหาร ก็ให้พวกเขาออกไปหามาเอง จะมากินของเราหน้าตาเฉยไม่ได้”
“ครูหวัง เขาเป็อดีตนักเรียนของคุณนะ…”
เฉินจิงฮัวพยายามขอความเห็นใจ แต่เซี่ยปู้เอ้อร์ก็โบกมือพูดว่า “ให้พวกเขาเก็บอาหารเอาไว้เถอะครับ ผมไม่อยากกินหรอก อาหารของพวกเขามันเป็ขยะ ยิ่งกินก็ยิ่งหิว อีกไม่นานอาหารหมดพวกเขาก็จะกินกันเองแล้ว”
“ดีมาก ในเมื่อคิดได้อย่างนั้น ขอให้มีชีวิตที่ยืนยาวแล้วกันนะ…”
หวังเอ้อโกวมองเด็กหนุ่มด้วยสายตาดูถูก เฉินจิงฮัวรีบจับตัวเซี่ยปู้เอ้อร์เอาไว้เพราะกลัวจะมีเื่อีก แต่เด็กหนุ่มกลับตบหน้าอกตัวเองเบาๆ และพูดว่า “คนอย่างฉันมีความกล้าหาญมากกว่าแกก็แล้วกัน อยากอยู่ที่นี่ก็อยู่ไปเถอะ ฉันไม่อยู่ด้วยหรอก”
“หึ ทำเป็พูดดีไปเถอะ…”
หลี่เสว่จู๋มองเขาด้วยสายตาเ็า แต่เซี่ยปู้เอ้อร์ก็เดินนำกลุ่มของตนเองตรงไปที่ประตูห้อง ต้ายุ้ยโถวหันมองไปที่หวังเอ้อโกวและโบกมือบ๊ายบาย “ไปก่อนนะครับครูหวัง ผมรู้ว่าครูไม่อยากเห็นหน้าผมเท่าไหร่ ผมขอตามพวกเขาไปตายเอาดาบหน้าดีกว่า!”
พูดจบ ต้ายุ้ยโถวก็หันหลังเดินออกไปจากห้อง เซี่ยปู้เอ้อร์ยืนอยู่ที่เฉลียงทางเดินและกวาดสายตามองรอบตัว ทางเดินภายในโรงแรมก็เหมือนโรงแรมทั่วไป สองข้างทางเดินจะมีห้องพักอยู่ฝั่งละประมาณ 10 ห้อง แต่มีซอมบี้ 2 ตัวนอนอยู่บนพื้น เป็ชาย 1 หญิง 1 ดูเหมือนจะเป็แขกที่เข้าพักที่โรงแรมนี้นั่นเอง
“ดูนี่สิ นี่ไงอาหารของเรา มีอยู่แค่นี้แหละ…”
เมื่อเซี่ยปู้เอ้อร์เข้าไปค้นดูข้าวของในห้องพักห้องหนึ่ง เขาก็เห็นว่ามีอาหารวางอยู่บนเตียง เป็ขนมจำพวกมันฝรั่งทอดและขนมปังบิสกิต และยังมีบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปอยู่อีกหลายซอง แต่ในทันใดนั้นเอง ต้ายุ้ยโถวก็ร้องะโเสียงหลงว่า “ซอมบี้! มีซอมบี้อยู่ในห้อง!”
“อย่าเข้าใจเราผิด! พวกเราเป็คน เราไม่ใช่ซอมบี้…”
แทบจะในเวลาเดียวกันนั้น มีเสียงตอบกลับมาจากฝ่ายตรงข้าม ดูเหมือนว่าจะมีผู้ชาย 1 คนและผู้หญิงอีก 2 คนแอบยืนอยู่ตรงประตูส่วนลึกของห้อง เซี่ยปู้เอ้อร์ดีใจที่ได้พบเจอกับผู้รอดชีวิต ผู้หญิงทั้ง 2 คนนั้นเป็พวกแต่งหน้าจัดและสวมใส่เสื้อผ้าวาบหวิว ส่วนผู้ชายเป็ชายวัยกลางคนศีรษะล้าน ลักษณะเหมือนอาเสี่ยร้านทอง
“แหม ที่แท้ก็เป็ป๋าสายเปย์กับเด็กเอ็นเตอร์เทนนี่เองสินะ ป๋าท่าทางจะจ่ายหนักน่าดูนะครับเนี่ย…”
เซี่ยปู้เอ้อร์อดไม่ได้ที่จะหยอกเย้ากับสิ่งที่เห็น เสี่ยวัยกลางคนทำสีหน้าแปลกประหลาด เขาพยักหน้าให้กับเด็กหนุ่ม ส่วนหญิงสาวทั้งสองคนหลบไปยืนอยู่ด้านหลัง ยังคงจ้องมองกลุ่มเด็กหนุ่มด้วยสายตาหวาดกลัว
“คุณเป็คนปล่อยให้พวกหวังเอ้อโกวเข้ามาในนี้ใช่ไหมครับ…”
เซี่ยปู้เอ้อร์ยิ้มขณะที่มองผู้เป็เ้าถิ่นทั้งสามคน ไม่ไกลกันนักเป็ประตูนิรภัยบานหนึ่งซึ่งติดกับเฉลียงทางเดิน เสี่ยร่างอ้วนพยักหน้าตอบว่า “พวกเขาะโเรียกมาจากข้างล่าง เราเปิดประตูออกไปดูตอนที่ได้ยินเสียงะโ แต่หลี่เสว่จู๋บอกว่าพวกเรามันเป็คนสกปรก และไม่ยอมรับเราเข้าร่วมกลุ่มด้วย”
“อย่าไปสนใจเธอเลยครับ แม่นั่นคิดว่าตัวเองวิเศษกว่าคนอื่นมาตลอด…”
เซี่ยปู้เอ้อร์มองไปที่ประตูนิรภัย บนประตูไม่มีตาแมวติดอยู่ แต่หลังจากที่ลองแนบหูเข้ากับประตูแล้ว เด็กหนุ่มก็ได้ยินเสียงฝีเท้าของพวกซอมบี้ ดูเหมือนจะมีพวกมันอยู่ข้างนอกหลายตัวไม่ใช่น้อย
“ข้างนอกมีซอมบี้อยู่กี่ตัวเหรอครับ...”
เซี่ยปู้เอ้อร์หันกลับมาถูนิ้วเป็ลักษณะขอบุหรี่จากเสี่ยร่างอ้วน ซึ่งอาเสี่ยก็จัดให้ตามที่เขาร้องขอ หลังจากนั้นจึงให้คำตอบแก่เด็กหนุ่มว่า “ข้างนอกมีอยู่ประมาณ 20 ตัว พวกมันรวมตัวกันอยู่แถวบันไดด้วย เราไม่มีทางออกไปได้เลย”
“คนสวย ช่วยผมเขียนแผนที่โรงแรมนี้หน่อยสิ มีแขกกับพนักงานอยู่ทั้งหมดกี่คนตอนที่เกิดเหตุ ถ้าเราลงไปข้างล่าง จะได้เตรียมตัวถูกว่ามีซอมบี้อยู่เท่าไหร่”
เซี่ยปู้เอ้อร์ชี้มือไปที่หญิงสาวผู้สวมใส่ชุดสีแดง ก่อนที่เขาจะเดินไปยังอีกฝั่งหนึ่งของห้องโดยไม่พูดอะไรต่อ แต่เด็กหนุ่มไม่คิดเลยว่าต้ายุ้ยโถวจะเดินตามมากระซิบกระซาบว่า “พี่เอ้อร์ ขอฉันยืมเงินซัก 2-3 ร้อยหยวนหน่อยสิ จะเอาไปเป็ค่าตัวสาวๆ ฉันสัญญาว่าได้กลับออกไปเมื่อไหร่จะจ่ายคืนให้สองเท่าเลย”
“นายจะบ้าหรือไง…”
เซี่ยปู้เอ้อร์กรอกตามองบน ตบไหล่เด็กหนุ่มร่างอ้วนก่อนที่จะยิ้มว่า “ฟังนะ เราคงต้องอยู่ที่นี่อย่างน้อยอีก 10 วัน ถ้าหาอาหารไม่ได้ นายก็จะอดตาย ก่อนอื่นนายต้องเรียงลำดับความสำคัญให้ได้ก่อน พวกเราเจออาหารเมื่อไหร่ฉันจะให้เงินกับนายก็แล้วกัน เข้าใจไหม?”
“เขายังเป็เยาวชนอยู่ไม่ใช่เหรอ…”
อาเสี่ยมองต้ายุ้ยโถวด้วยสายตาไม่แน่ใจ ต้ายุ้ยโถวเป็คนอ้วนก็จริงแต่ตัวไม่สูงและมีใบหน้าเหมือนเด็ก แถมยังใส่เสื้อนักเรียนมัธยมต้นจึงไม่แปลกที่จะถูกเข้าใจผิด เด็กหนุ่มร่างอ้วนถึงกับต้องะโว่า “ใครบอกว่าผมเป็เยาวชน ผมนี่แหละบรรลุนิติภาวะแล้ว แต่พอดีว่าเรียนซ้ำชั้น ลุงเข้าใจไหม ปีหน้าผมก็จะอายุ 20 แล้วนะ”
“เธอมีของกินให้ฉันบ้างไหมจ๊ะ บ่ายนี้ฉันยังไม่ได้กินอะไรเลย…”
หญิงสาวอีกคนนึงรีบตามพวกเขาเข้ามา ต้ายุ้ยโถวยิ้มอย่างมีความสุขขณะที่โอบแขนทั้งสองข้างเข้ากับเอวของพวกเธอ แต่เซี่ยปู้เอ้อร์รีบส่งเสียงดุว่า “ไอ้หมูอ้วน! ฉันเพิ่งบอกว่ายังไง คุณสองคนรีบมาช่วยผมเขียนแผนที่ก่อนดีกว่า นี่มันเกี่ยวข้องกับความเป็ตายของพวกคุณเลยนะ”
“ได้สิ”
หญิงสาวทั้งสองคนรีบหากระดาษและนำมาวาดแผนที่ทันที เซี่ยปู้เอ้อร์นั่งมองอยู่ด้านข้างและถามคำถามตลอดเวลาว่าภายในตึกเกิดเื่อะไรขึ้นบ้าง ณ ตอนนี้ เขารู้โครงสร้างหนึ่งในสามของอาคารทั้งหลังแล้ว ประตูนิรภัยคือประตูลับของเฉลียงทางเดิน และมีห้องคาราโอเกะขนาดใหญ่อยู่ฝั่งตรงข้าม
แต่ในทันใดนั้นเอง โคมไฟบนเพดานห้องก็ดับวูบลงอย่างไม่มีสัญญาณเตือน เซี่ยปู้เอ้อร์ถลันกายไปที่ระเบียงทางเดินเพื่อสังเกตการณ์ และเห็นว่ามีแต่ไฟฉุกเฉินให้แสงสว่างอยู่เท่านั้น เห็นได้ชัดว่ามีใครบางคนตัดไฟ โก่วเหม่ยที่นั่งอยู่ข้างหน้าต่างะโลุกขึ้นพูดว่า “ไฟดับทั้งโรงแรมเลย ถูกเวลาจริงๆ!”
“ไฟไม่ได้ดับเองหรอก”
สีหน้าของเซี่ยปู้เอ้อร์เปลี่ยนไปในพริบตา เขาพูดเสียงต่ำว่า “ตอนที่เราเข้ามาระบบการสื่อสารก็ถูกตัดไปแล้ว เป็เวลาเดียวกับที่พวกซอมบี้บุกเข้ามา มีคนตั้งใจตัดระบบการสื่อสาร รวมถึงตัดน้ำตัดไฟพวกเรา พวกมันจะไม่ให้พวกเราได้รอดชีวิตออกไปเปิดเผยเื่พวกนี้”
“พูดจริงดิพี่เอ้อร์ ใครมันจะอำมหิตขนาดนั้น…”
ดวงตาของโก่วเม่ยเบิกกว้างด้วยความไม่อยากเชื่อ แต่เซี่ยปู้เอ้อร์ก็ตอบอย่างมั่นใจว่า “ไม่มีน้ำดื่มไม่มีไฟฟ้าใช้นี่แหละเื่สำคัญ เราเสียเปรียบพวกซอมบี้แล้ว ที่นี่ไม่ปลอดภัยอีกแล้ว เราต้องรีบหนีออกไปให้เร็วที่สุดที่ทำได้ ไม่งั้นคงมีชีวิตอยู่ไม่ถึงวันพรุ่งนี้แน่ๆ!”