ไม่นานหลังจากที่หลงเทียนหยูและสื่อเล่ยออกจากเมืองไป เ้าหน้าที่ลาดตระเวนบนกำแพงก็รีบแจ้งข่าวไปยังเฉาเจวี๋ยวทันที เมื่อได้ยินข่าว เฉาเจวี๋ยวตบเข่าดังฉาดใหญ่ "ในที่สุดมันก็กล้าโผล่หัวออกมาจากกระดองสักที! ส่วนอีกคนที่มากับมัน ก็ฝังรวมไปพร้อมกับมันนั่นแหละ!"
"พี่เฉาครับ! พาพวกเราไปด้วยนะ! มีอีกคนมาแบบนี้ ส่วนแบ่งของเราจะได้เยอะขึ้นอีก!" เสียงลูกน้องร้องขออย่างกระตือรือร้น
"ฮ่าฮ่า ได้สิ! ใครที่เคยลงชื่อไว้... ไม่สิ! ใครที่สนใจก็มาด้วยกันกับฉัน! เราจะรอให้มันเข้าป่าไปสักระยะแล้วค่อยลงมือกัน!" เฉาเจวี๋ยวประกาศกร้าว
"ได้ครับพี่เฉา! ตอนนี้เราส่งคนส่วนหนึ่งสะกดรอยตามมันเข้าไปในป่าเรียบร้อยแล้ว!" ลูกน้องคนหนึ่งรายงาน
ขณะที่หลงเทียนหยูเดินเข้าป่า เขาก็เริ่มมองหาสัญลักษณ์ที่สั่งให้ลูกน้องทำไว้เพื่อไปยังจุดนัดหมาย เสียงฝีเท้าจำนวนหนึ่งที่สะกดรอยตามมาทำให้มุมปากของเขา ยกยิ้มเย็นเยียบ จิตสังหารฉายชัดในแววตา รอก่อนเถอะอีกไม่นาน พวกมันทั้งหมดก็จะ...
เดินไปได้ไม่นาน เสียงะโก็ดังขึ้นจากด้านหลัง "ไอ้สวะ! พวกแกหยุดเดี๋ยวนี้!"
หลงเทียนหยูได้ยินก็ยกยิ้มกว้าง "ดี! ะโได้ถูกจังหวะจริงๆ!" เพราะเขาเพิ่งมาถึงจุดที่พวกมันทั้งหมดจะต้องขาดชะตาชีวิต!
เฉาเจวี๋ยวเห็นเด็กหนุ่มหันหน้าตามเสียงเรียกของตนก็หัวเราะดังลั่น "ฮ่าฮ่าฮ่า เจอกันอีกแล้วนะเ้าหนู! คิดบ้างไหมว่าจะมีวันนี้? เฮ้อ... ใครใช้ให้แกกล้ามาหักหน้าขัดคำสั่งของฉันกันล่ะ!" พูดจบมันก็ส่ายหน้าไปมา พวกพ้องของมันทุกคนได้ยินก็พากันหัวเราะเยาะเย้ยเสียงดัง
หลงเทียนหยูหรี่ตามองภาพเบื้องหน้า เขามองเห็นคนราวสี่สิบกว่าคนพร้อมอาวุธครบมือเล็งมาที่พวกเขา สื่อเล่ยที่เดินตามมาเงียบ ๆ ก็ยังคงนิ่งเฉย
"เฮ้อ พวกแกนี่กล้ากันดีจริง ๆ นะ! เป็เ้าหน้าที่ดูแลกำแพงเมืองแท้ ๆ กลับกล้าออกมาปล้นคนธรรมดาอย่างพวกฉันเนี่ยนะ!" เขาพูดด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อยและส่ายหน้าไปมา
"เหอะ! ไม่ใช่แค่จะปล้นอย่างเดียว แม้แต่ชีวิตพวกแกก็จะไม่เหลือรอดไป! เ้าหน้าที่อย่างพวกฉันคิดจะทำอะไรกับพวกแกแล้วมันจะทำไม! จะมีใครหน้าไหนกล้าทำอะไรพวกฉันกันล่ะ!?"
"ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า!" หลงเทียนหยูหัวเราะเสียงดังลั่น สื่อเล่ยที่อยู่ด้านข้างก็หัวเราะออกมาเช่นกัน ทว่าเสียงหัวเราะของเขามันช่างฟังดูน่าขนลุกขนพองอย่างยิ่ง
เฉาเจวี๋ยวเห็นภาพเบื้องหน้าก็ใสุดขีด "พวกมันสองคนเป็บ้าไปแล้วเหรอ?" ยังไม่ทันที่มันจะได้สติ เสียงปืนก็ดังขึ้นสนั่น!
เสียงปืนดังรัวหลายนัดรอบทิศทาง พวกเ้าหน้าที่ลาดตระเวนกำแพงที่ยังไม่ทันตั้งตัวก็าเ็ล้มตายไปหลายคนแล้วในตอนนี้! กว่าพวกมันจะได้สติ ยิงปืนตอบโต้กลับไป พวกมันก็ล้มตายลงไปเยอะมาก หลายคนวางปืนลงพร้อมก้มลงหมอบไปกับพื้นแสดงท่าทีว่าขอยอมแพ้ หลายคนที่เห็นก็ทยอยทำตามไปด้วย แม้แต่เฉาเจวี๋ยวก็ยังทำตาม!
หลงเทียนหยูส่งสัญญาณ ชายฉกรรจ์สวมผ้าคลุมดำปกปิดตัวและใบหน้าเกือบ 30 คน ก็โผล่ออกมาจากที่ซ่อน "จับพวกมันทั้งหมดมัดเอาไว้!" เขาออกคำสั่งเสียงดัง
มีเ้าหน้าที่ที่รอดชีวิต 26 คน ถูกจับมัดมือมัดเท้าไว้ทั้งหมด โดยมีชายผ้าคลุมดำจำนวนหนึ่งเล็งปืนขู่ไปที่ตัวพวกมัน
"ไว้ชีวิต! ไว้ชีวิตพวกเราด้วย! อยากได้อะไรก็เอาไปได้ทั้งหมดได้เลย เพียงแค่ปล่อยพวกเราไปก็พอ!" เสียงร้องขอชีวิตดังระงม
เฉาเจวี๋ยวที่ตอนนี้ถูกมัดยังคงมึนงงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น "ทำไมมันกลายมาเป็แบบนี้ล่ะ? ไม่ใช่ว่าพวกเขาต้องปิดล้อมแล้วสังหารพวกมันสองคนแล้วชิงทรัพย์สินมาหรอกเหรอ?" เขาจ้องไปยังเด็กหนุ่มที่ยังคงทำหน้าตาสบายอารมณ์ ยืนยิ้มเฉย ๆ กับเหตุการณ์ตรงหน้าตอนนี้
"พวกแกกล้าทำกับเ้าหน้าที่แบบนี้ไม่กลัวว่าทางคนคุมกฎหมายจะมาเล่นงานเอาหรือยังไง! ปล่อยพวกฉันไปแล้วฉันจะทำเป็ไม่รู้ไม่เห็นกับเหตุการณ์ในครั้งนี้!" เสียงของเฉาเจวี๋ยวยังคงมีความหยิ่งยโส เขาไม่เชื่อหรอกว่าพวกมันจะกล้าฆ่าพวกเขาจนหมด
เปรี้ยง!
เขารู้สึกได้ถึงบางอย่างกระแทกเข้าที่ใบหน้าเต็มๆ! คนอื่นที่เห็นเหตุการณ์ก็ตะลึงงัน หลงเทียนหยูใช้เท้าถีบเข้าที่หน้าของเฉาเจวี๋ยวเต็มแรง! ฟันของเฉาเจวี๋ยวหักออกมาหลายสิบซี่ เืกลบปากเต็มไปหมด ล้มลงนอนกับพื้นตามแรงถีบ
"ดูท่าทางตอนนี้แกจะยังไม่รู้สถานการณ์ของตัวเองนะ" หลงเทียนหยูที่ตอนนี้มีใบหน้ายิ้มแย้ม เดินไปทางเฉาเจวี๋ยว ก่อนจะเอาดาบแทงเข้าที่คอของมัน ตาของเฉาเจวี๋ยวเบิกค้าง มันไม่อยากจะเชื่อเลยว่ามันพูดออกไปขนาดนี้ คนตรงหน้านอกจากจะไม่กลัวแล้วยังกล้าฆ่ามันอีกด้วย! สุดท้ายสติของมันก็ดับวูบไปตลอดกาล!
"อ๊าก! ไม่นะ! ไว้ชีวิตพวกเราด้วย!" พวกที่เหลือเห็นภาพเหตุการณ์ตรงหน้าก็ร้องขอชีวิตกันระงม หลงเทียนหยูยกยิ้มแล้วเดินไปฆ่าพวกมันอีกยี่สิบสี่คน เหลือทิ้งให้รอดชีวิตเพียงแค่คนเดียว
ทุกคนเห็นหลงเทียนหยูเดินไปฆ่าแต่ละคน ใบหน้าและท่าทางของเขายังคงสงบนิ่ง ไม่มีอาการอะไรแสดงออกมานอกจากรอยยิ้มบนใบหน้าขณะที่ไล่ฆ่าไปทีละคน และตอนนี้พวกเขาเห็นชายผู้นี้กำลังหลับตาและยิ้มกว้างท่ามกลางเืและศพที่รายล้อมตัวเขา ทุกคนได้แต่หน้าซีดตัวสั่น "ผู้ชายคนนี้มัน..."
ในที่สุดเขาก็เก็บค่าประสบการณ์จนพลังเพิ่มขึ้นมาเป็สามเท่าได้แล้ว! "มันช่างดีอะไรอย่างนี้!" เขาได้ลองใช้พลังสามเท่าและรู้สึกได้ถึงพลังที่เพิ่มขึ้นมาในทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็การมองเห็น การได้ยิน การดมกลิ่น ประสาทัั หรือแม้แต่กล้ามเนื้อในร่างกายทุกส่วน เขาก็รู้สึกถึงพลังที่เพิ่มขึ้นมาอย่างชัดเจน
หลงเทียนหยูยกนกหวีดขึ้นมาเป่าเสียงดัง ก็มีคนใส่หน้ากากผ้าคลุมดำปกปิดใบหน้าและเสื้อคลุมดำเดินออกมาคนหนึ่ง เขายิ้มให้กับคนที่เพิ่งออกมา พร้อมกับจับมือพาเดินไปตรงหน้าชายที่ยังเหลือรอดอยู่อีกหนึ่งคน พร้อมทั้งหันไปถามว่า
"เห็นชายตรงหน้าคนนี้ไหม? คิดว่าถ้าปล่อยมันไป อะไรจะเกิดขึ้นมาในอนาคต?"
คนที่ใส่ผ้าคลุมดำที่เพิ่งเดินออกมาก็ยืนคิดอยู่ครู่ใหญ่ "ชายคนนี้... จะเอาเื่ที่พวกเราทำทั้งหมดไปฟ้องผู้มีอำนาจที่มันรู้จักให้มาจัดการกับพวกเราทั้งหมด" เสียงใสที่ฟังดูก็รู้ว่าเป็ผู้หญิงดังออกมา
"ไม่ ไม่ ไม่! ผมไม่กล้าที่จะทำแบบนั้นแน่นอน! ปล่อยผมไปเถอะ!" หลงเทียนหยูไม่ได้สนใจสิ่งที่ชายคนนี้พูด หันไปที่ผ้าคลุมดำ
"จำเอาไว้! กับคนที่เป็ศัตรู ห้ามใจอ่อนด้วยเด็ดขาด! ไม่งั้นคนที่เดือดร้อนก็คือเธอและคนที่เธอรัก!" หลงเทียนหยูหยิบมีดออกมาเล่มหนึ่งส่งไปที่ผ้าคลุมดำ พร้อมกระซิบเสียงเบาข้างหูของเธอ
"หลินหลาง จงเอามีดเล่มนี้ไปจัดการชายคนนี้ซะ! เป็ผู้หญิงของฉันจะมาใจอ่อนให้กับศัตรูไม่ได้หรอกนะ!"
หลินหลางรับมีดมา เธอยกมีดหันไปที่ชายคนนี้ ตัวและมือของเธอสั่นมาก ในชีวิตของเธอไม่เคยฆ่าใครเลยสักคน ชายที่ถูกจับมัดที่เห็นเหตุการณ์ก็ส่ายหน้าไปมา มีน้ำตาไหลนองเต็มหน้า ร้องขอชีวิตด้วยเสียงหวยหวน คนที่อยู่ในเหตุการณ์มองมาตอนนี้ก็อดเวทนาสงสารให้กับชายคนนี้ไม่ได้