เหล่าผู้าุโที่อยู่ในห้องต่างรับยาเม็ดมาด้วยมือที่สั่นเทาดวงตาเบิกโพลง หายใจติดขัด
"ยาเม็ดเจิ้งหยาง!"
"ยาเม็ดจื่อจี๋!"
สำหรับยาเม็ดทั้งสองชนิดนี้เชื่อว่าผู้ฝึกตนระดับแก่นปราณทุกคนย่อมรู้จักเป็อย่างดี!
ยาเม็ดเจิ้งหยางสกัดจากสมุนไพรล้ำค่าหลายสิบชนิด วิธีการปรุงยานั้นยุ่งยากซับซ้อน แต่สรรพคุณก็โดดเด่นไม่แพ้กันช่วยเพิ่มพลังปราณิญญาและเสริมสร้างแก่นปราณได้อย่างรวดเร็ว
แม้แต่ผู้าุโระดับสูงของตระกูลมู่ก็ได้รับยาเม็ดนี้เพียงเม็ดเดียวในรอบหลายปี
ไม่นึกเลยว่าวันนี้ผู้นำตระกูลจะใจกว้างเพียงนี้ แจกจ่ายรวดเดียวสามขวด รวมทั้งหมดมีถึงยี่สิบเจ็ดเม็ด!
ส่วนสรรพคุณของยาเม็ดจื่อจี๋นั้นยิ่งไม่ต้องพูดถึง
หากผู้ฝึกตนระดับแก่นปราณขั้นสูงสุดกลืนมันลงไปจะมีโอกาสถึงห้าส่วนที่จะเปิดตำหนักิญญา ก้าวเข้าสู่ระดับตำหนักม่วง!
ยาเม็ดเก้าเม็ดเช่นนี้
แม้แต่หมูธรรมดาก็ยังทะลวงระดับได้!
ผู้นำตระกูลไปขุดสมบัติจากคลังของเซียนองค์ใดได้กันแน่?
ถึงแม้จะใคร่สงสัยแต่ก็ไม่มีใครโง่เขลาพอที่จะถามถึงที่มาของยาเม็ดเหล่านี้
จากนั้นเหล่าผู้าุโก็ลุกขึ้นยืนด้วยความตื่นเต้น โค้งคำนับมู่เสินฉวน
"ขอบพระคุณท่านผู้นำตระกูล!!!"
"ขอบพระคุณท่านผู้นำตระกูล!!"
[ติ๊ง การลงทุนสำเร็จ ได้รับผลตอบแทน...]
[ติ๊ง การลงทุนสำเร็จ ได้รับผลตอบแทน...]
[ติ๊ง การลงทุนสำเร็จ ได้รับผลตอบแทน...]
เสียงของระบบดังขึ้นไม่หยุด
มู่เสินฉวนโบกมือไปมาเป็เชิงบอกว่าไม่เป็อะไร
"การกวาดล้างตระกูลหวังเป็เพียงการทดสอบความสามารถเท่านั้น"
"ทุกท่านจงตั้งใจฝึกฝน ในไม่ช้าข้าจะรวมเมืองชิงหยุนเป็หนึ่งเดียว"
"เป้าหมายของตระกูลมู่ ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ราชวงศ์ต้าเยี่ยนเพียงอย่างเดียว!"
"ขอรับ!"
"ท่านผู้นำตระกูลช่างองอาจสามารถยิ่งนัก"
เสียงะโดังกึกก้องเหล่าผู้คนต่างมีประกายวาววับในดวงตา
จากนั้นมู่เสินฉวนก็หันไปมองผู้าุโสาม ผู้าุโแปด และผู้าุโเก้า
"ก่อนหน้านี้ เนื่องจากปัญหาทางการเงินของตระกูล พวกเ้าถึงปลดสมาชิกสาขาย่อยออกไปจำนวนมาก"
"ในใจของพวกเขาคงมีความแค้นเคืองอยู่บ้าง"
"แต่...การแก้ปัญหาย่อมต้องแก้ที่ต้นเหตุ"
"เื่นี้ ข้าขอให้พวกเ้าสามคนไปจัดการ"
"ไปพาสมาชิกสาขาย่อยที่ถูกปลดออกไปกลับมาให้หมด!"
สิ้นเสียง มู่เสินฉวนก็ดีดนิ้ว แหวนมิติวิเศษสำหรับเก็บของสามชิ้นก็ลอยไปอยู่ในมือของพวกเขา
ผู้าุโทั้งสามรับมา
พวกเขาย่อมรู้ว่านี่คือค่าชดเชยที่ผู้นำตระกูลมอบให้แก่สมาชิกสาขาย่อย
พวกเขารีบรับคำสั่งแล้วออกจากโถงประชุมไปอย่างรวดเร็ว
มู่เสินฉวนนวดขมับแล้วเริ่มมอบหมายงานให้กับผู้าุโคนอื่นๆ ต่อ เพราะกิจการของตระกูลใหญ่มีมากมายก่ายกองเกินไปแล้ว
ทั้งเหมืองแร่ตลาด ที่ดิน กิจการส่วนตัว สำนักต่างๆ หอคัมภีร์ และอื่นๆ อีกมากมาย
เขาคงทุ่มเทเวลาให้กับทุกเื่ไม่ได้
ได้แต่ใช้วิธีแบ่งงานให้เหมาะสมกับความสามารถของแต่ละคน
จนกระทั่งผ่านไปหนึ่งชั่วยามในโถงประชุมก็เหลือเพียงเขากับมู่หวู่จี๋
มู่เสินฉวนหยิบยาเม็ดควบรวมปราณสิบขวดออกมาจากแหวนมิติวิเศษมอบให้มู่หวู่จี๋พร้อมกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง
"ยาเม็ดเหล่านี้ เ้าช่วยนำไปมอบให้มู่เฉิน ถือเป็รางวัลสำหรับผลงานของเขาในครั้งนี้"
เมื่อมู่หวู่จี๋ได้ยินดังนั้นก็รู้สึกทำตัวไม่ถูกรีบกล่าวว่า
"พี่มู่ เื่ที่ท่านช่วยเฉินเอ๋อร์แก้ปัญหาเื่การฝึกฝน ข้ายังไม่ได้ขอบคุณท่านเลยท่านจะให้ข้ารับสิ่งนี้อีกได้อย่างไร"
มู่เสินฉวนหรี่ตาลงเล็กน้อยเขาเข้าใจได้ในทันที
ดูเหมือนเ้าเด็กนั่นจะไม่ยอมขายตัวเอง แต่เลือกที่จะปกปิดเื่ของผู้ฝึกตนระดับไฟศักดิ์สิทธิ์สินะ
แต่ถึงอย่างนั้นมันก็ไม่ใช่เื่ใหญ่อะไร
ถือเป็อีกวิธีหนึ่งในการปกป้องตระกูล
เพราะผู้ที่ทำให้ผู้ฝึกตนระดับไฟศักดิ์สิทธิ์เหลือเพียงเศษเสี้ยวิญญาได้ต้องเป็ผู้ที่ยิ่งใหญ่มากๆ ในแคว้นตงฮวงเป็แน่
ตอนนี้ตระกูลมู่ยังอ่อนแอเกินไปไม่ควรไปยุ่งเกี่ยวกับเื่ราวเช่นนี้
เมื่อคิดได้ดังนั้นมู่เสินฉวนจึงทำเป็ตำหนิ
"พวกเราเป็พี่น้องกัน มู่เฉินก็เป็หลานชายของข้า เ้าพูดเช่นนี้ได้อย่างไร"
"พร์ของเขานับว่าใช้ได้ หากมีทรัพยากรการฝึกฝนเพียงพอ อีกไม่นานเขาก็จะเป็กำลังสำคัญของตระกูลมู่"
"รับไปเถอะ!"
"อีกอย่าง บอกเขาด้วยว่า หาก้าอะไรก็ให้มาหาข้าได้โดยตรง"
เมื่อมู่อู่จี๋ได้ยินเช่นนั้นก็รู้สึกซาบซึ้งใจรีบค้อมศีรษะคำนับ
"ถ้าเช่นนั้น..."
"ข้าขอรับน้ำใจท่านไว้แทนเฉินเอ๋อร์ ขอบคุณท่านมาก!"
"อืม ไปเถอะ"
หลังจากที่ทั้งสองคนแยกจากกันมู่เสินฉวนก็หายวับไปกับตา กลับไปยังที่พักของตน
เขาหยิบเมล็ดพันธุ์แห่งชีวิตออกมาจากแหวนมิติ
มันมีขนาดเท่ากำปั้นเบาเหมือนไม่มีน้ำหนัก เปล่งแสงเรืองรองลึกลับออกมา
มู่เสินฉวนไม่รีรอเริ่มใช้พลังปราณิญญาหลอมรวมเมล็ดพันธุ์ทันที
ทันทีที่เริ่มหลอมรวมเขาก็รู้สึกได้ถึงพลังชีวิตที่บริสุทธิ์ไหลเวียนไปทั่วสรรพางค์กาย ราวกับสายน้ำเล็กๆไหลรวมเข้าสู่ทะเลปราณิญญา
ในขณะเดียวกันพลังแห่งความเข้าใจอันลึกลับก็แผ่ซ่านไปยังตำหนักิญญา เปรียบดั่งเสียงระฆังเช้าค่ำความเข้าใจในการฝึกตนที่เคยคลุมเครือของเขาก็กลายเป็กระจ่างแจ้งในพริบตา
ราวกับมีระฆังแห่งความรู้แจ้งส่งเสียงกังวานอยู่ข้างหู
ไม่นานนัก...
พลังปราณิญญาของมู่เสินฉวนก็เริ่มเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วชวนให้รู้สึกอัศจรรย์
"ระดับตำหนักม่วงขั้นที่หนึ่ง!"
"ระดับตำหนักม่วงขั้นที่สอง!"