เมื่อเห็นว่าชายหนุ่มไม่ไปไหนแล้ว จึงใช้สองมือปาดเช็ดน้ำตาออกจากแก้มทั้งสองข้างด้วยความรวดเร็วจากนั้นจึงค่อย ๆ ก้าวเดินเข้าไปหาร่างผู้เป็บิดา ที่ตอนนี้หายใจรวยรินลงเรื่อย ๆ
มือเรียวเล็กโอบรวบมือหนาที่มีรอยเหี่ยวย่นตามกาลเวลาของบิดาประคองขึ้นมาแนบไว้ที่ข้างแก้มตัวเองอย่างเบามือ
“คุณพ่อคะ ไม่ต้องห่วงแพรนะคะแพรอยู่ได้แพรจะเข้มแข็งจะไม่เศร้านาน จะกินให้อิ่มจะนอนให้หลับ แพรจะมีความสุขจะทำอย่างที่คุณพ่อ้าคุณพ่อได้ไปเจอคุณแม่ก่อนแพรฝากหอมแก้มแม่และฝากบอกแม่ว่าแพรคิดถึงท่านมากด้วยนะคะไปอยู่ทางโน้นคอยมองลงมาเวลาที่คิดถึงแพรด้วยนะเกิดชาติหน้าขอให้เราได้เป็พ่อลูกกันอีกแพรรักพ่อค่ะ”
หญิงสาวพูดน้ำเสียงแหบพร่าพูดไปด้วยก็ร้องไห้ไปพูดจบเธอก็ประทับจูบลงที่หลังมือหนาของบิดาอย่างแสนรักก่อนจะลุกขึ้นจูบที่หน้าผากแก้มทั้งสองข้างบิดาและกลับมานั่งกุมมือมองหน้าบิดาเป็ครั้งสุดท้าย ตอนนี้ร่างกายเริ่มซีดขาวลง
ชีพจรเต้นอ่อนลงเรื่อย ๆจนเสียงเครื่องสัญญาณชีพดังขึ้นนั่นหมายความว่า หัวใจของท่านหยุดเต้นเป็ที่เรียบร้อยแล้วเ้าหน้าที่ต่างพากันทยอยเดินกลับเข้ามาภายในห้องอีกครั้งน้ำตาที่พยายามฝืนกลั้นไว้ก็กลับมาไหลเป็สายน้ำ
“แพรเราต้องออกไปรอด้านนอกกันก่อน”
คุณหมอพอลบอกพร้อมกับประคองร่างบางที่สองมือยังคงจับมือหนาของบิดาตนไว้แน่นไม่ยอมปล่อยให้ลุกออกไปรอด้านนอกด้วยกัน ที่ตอนนี้มีชายชราผู้เป็ลุงอีกคนยืนรออยู่แล้วหลังรู้ข่าวจากบุตรชาย ท่านก็รีบเดินทางมายังโรงพยาบาลทันที ด้วยความเป็ห่วงหลานสาวที่ตอนนี้เหลือตัวคนเดียว
“แพรไหมลูก”
ผู้เป็ลุงโผเข้าสวมกอดให้กำลังใจหลานสาวทันทีที่เดินออกมาหน้าห้องเมื่อเห็นว่าเป็ใครแพรไหมสวมกอดกลับพร้อมกับปล่อยโฮออกมาราวเด็กน้อย
“คุณพ่อเสียแล้วค่ะคุณลุง คุณพ่อจากแพรไปแล้วพ่อทิ้งแพรไปแล้ว”
แพรไหมบอกน้ำเสียงสั่นเครือ กอดร่างท้วมของผู้เป็ลุงแน่นราวกับเป็ที่พึ่งพิงในเวลานี้
“ลุงรู้ ลุงรู้แล้ว ไม่เป็ไรนะหนูยังมีลุงอยู่เข้มแข็งไว้นะลูก”
คุณหมอหนุ่มทำเื่รับศพผู้เป็อาแทนน้องสาวโดยปล่อยให้บิดาทำหน้าที่ปลอบโยนหลานสาว นานนับชั่วโมงกว่าหญิงสาวจะสงบลง
“จากนี้จะเอายังไงต่อแพรย้ายมาอยู่กับลุงที่นี่ได้นะ”
“แพรยังไม่รู้เหมือนกันค่ะคงต้องกลับไปเรียนต่อให้จบก่อน เพราะเหลืออีกแค่สองเทอม จากนั้นแพรค่อยคิดอีกทีนะคะ”
แพรไหมอธิบาย ตอนนี้คิดไม่ออกเช่นกันว่าจะเอายังไงต่อกับชีวิตดี
“ไม่เป็ไรค่อย ๆ คิดยังไงหนูก็ยังมีลุงมีพี่พอลอยู่หนูอยากจะมาหาหรือจะย้ายมาอยู่กับลุงตอนไหนก็ได้ ที่นี่ก็เป็บ้านของหนูเหมือนกันพวกเรายินดีต้อนรับหนูเสมอจำไว้นะ”
“ค่ะ ขอบคุณมากนะคะคุณลุง”
“งั้นเรากลับไปรอพอลที่บ้านกันก่อน”
“ค่ะ”
แพรไหมรู้สึกซึ้งใจอบอุ่นหัวใจอย่างบอกไม่ถูกอย่างน้อยก็ไม่ได้รู้สึกโดดเดี่ยวหรือตัวคนเดียวอย่างที่คิดไว้
งานศพของบิดาเธอถูกจัดขึ้นอย่างเรียบง่ายตามพิธีการของศาสนาคริสต์ แขกที่มางานมีจำนวนไม่มากมีเพียงคนที่รู้จักบิดาและลุงของเธอที่ย้ายมาอาศัยอยู่ประเทศนี้ รวมถึงครอบครัวที่อยู่ทางนี้เพียงไม่กี่คนเท่านั้น
หลังเสร็จพิธีก่อนเดินทางกลับไทยหญิงสาวตั้งใจจะสงบจิตสงบใจคลายความเศร้าอยู่ที่นี่ต่อเสียก่อนที่จะกลับไปเรียนต่อให้จบจากนั้นค่อยคิดว่าจะเอาอย่างไรต่อกับชีวิต
“แน่ใจนะว่าหนูอยู่คนเดียวที่นั่นได้”
คำถามจากผู้เป็ลุงถามขึ้นด้วยความเป็ห่วงแสนจะสงสารหลานสาวคนเดียวของตน ที่ต้องมาสูญเสียทั้งบิดาและมารดาไปทั้งคู่ในตอนที่อายุยังน้อย
“ค่ะแพรอยู่ได้ มหาลัยใกล้เปิดแล้วแพรจะกลับไปเรียนต่อให้จบก่อนจากนั้นค่อยคิดอีกทีว่าจะเอาอย่างไรต่อ” แพรไหมบอกผู้เป็ลุงอย่างหนักแน่นกับการตัดสินใจครั้งนี้
“ลุงตามใจหนู ถ้าอยู่คนเดียวไม่ไหวก็มาอยู่ด้วยกันที่นี่”
“ค่ะคุณลุง”
“จำไว้นะ หนูไม่ได้อยู่ตัวคนเดียว หนูมีพอลมีลุงกับป้าที่ยังเป็ครอบครัวของหนู”
พูดจบชายชราก็ดึงร่างเล็กเข้ามาสวมกอดอย่างแสนรักรู้สึกเวทนาแสนสงสารเหลือเกิน ที่ประเทศไทยเธอก็ไม่มีญาติที่ไหนให้พึ่งพาได้อีกแล้วถ้าจะมีก็คงมีเพียงครอบครัวเขาเท่านั้น ที่เป็ที่พึ่งพิงเดียวที่เหลืออยู่
“ขอบคุณนะคะ บ้านคือความทรงจำของแพรที่มีทั้งพ่อและแม่อยู่ด้วยถ้าทำใจได้แล้วแพรจะมาอยู่ที่นี่กับคุณลุงค่ะ”
แพรไหมบอกน้ำเสียงหม่นเศร้า ทั้งที่ก็ไม่ได้มั่นใจนักว่าเธอจะสามารถใช้ชีวิตโดยที่ไม่มีบิดาได้หรือไม่
“เอาที่หนูสบายใจ มีเวลาอีกสองวันก่อนกลับก็พักผ่อนให้เต็มที่ทิ้งความทุกข์ไว้ที่นี่ แล้วกลับไปเริ่มต้นใหม่ ใช้ชีวิตให้มีความสุขพ่อเขาจะได้จากไปอย่างสงบ”
“ค่ะ แพรจะพยายาม”
ด้านนครินทร์รู้ข่าวจากเพื่อนว่าอดีตคนรักที่เพิ่งเลิกรากันไปได้ไม่กี่วัน บัดนี้ไปคบกับไอ้ฝรั่งตาน้ำข้าวที่เจอในไนต์คลับครั้งนั้นยิ่งทำให้เสียใจหนักกว่าเดิม
รู้สึกคับแค้นใจ ไม่คิดว่าผู้หญิงที่บอกว่ารักเขามากเลิกกันไปได้ไม่ถึงอาทิตย์ด้วยซ้ำ วันนี้มีแฟนใหม่ไปแล้ว
ทั้งยังพากันไปเปิดตัวให้ใครต่อใครได้รับรู้โดยไม่แคร์ความรู้สึกของเขาเลยสักนิด ว่าจะเสียใจหรือรู้สึกอย่างไร มิหนำซ้ำผู้หญิงที่เขาเคยรักหมดใจไม่มีท่าทีเสียใจเลยั้แ่วันที่บอกเลิกเขาไป
ไม่แปลกใจที่ทำไมไอ้ฝรั่งตาน้ำข้าวคนนั้นถึงทำท่าไม่พอใจเขาที่ไปกับเธอในวันนั้นและการที่ทั้งสองเดินออกมาทางเดียวกันในคืนนั้นก็คงไม่ใช่เื่บังเอิญแน่นอน นคินทร์รู้แล้วว่าถูกรสรินทร์สวมเขามาตลอด
เพราะหลังเลิกราไปเพื่อนๆที่เรียนด้วยกัน ต่างบอกถึงพฤติกรรมของหญิงสาวที่ทำลับหลังเขาต่าง ๆ นานา
อันที่จริงทุกคนพยายามเตือนหลายครั้งแล้วแต่เพราะตัวเขาเองที่หลงรักผู้หญิงคนนั้นจนหัวปักหัวปำ ไม่รับฟังคำเตือนของใครซ้ำยังคิดว่าคนอื่นคงอิจฉาที่เขาได้แฟนสวย
บัดนี้นึกเสียใจที่เคยหลงรักผู้หญิงอย่างรสรินทร์เพราะนอกจากความสวยเธอก็ไม่มีอะไรดีเลยโชคดีที่วันนั้นเขาเลือกครอบครัว ไม่อย่างนั้นคงต้องเสียใจหนักกว่าวันนี้
ถึงใจจะคิดแบบนั้น แต่ด้วยความรักที่เคยทุ่มเทไปให้รสรินทร์จนหมดทำให้ต้องใช้เวลาในการรักษาแผลที่เกิดขึ้นในใจ
วันนี้เขามานั่งดื่มปลดทุกข์ที่บาร์แห่งหนึ่งั้แ่หัวค่ำคนเดียว เรียกว่าดื่มเพื่อให้ลืมเธอคนนั้น ลืมผู้หญิงเลว ๆที่เข้ามาล้อเล่นกับความรู้สึก ผู้หญิงที่ทำให้หัวใจของเขาเหมือนโดนมีดกรีดฝังลึกเป็าแใหญ่กลางใจนั่งดื่มไปพักใหญ่ก็ได้ยินเสียงบาร์เทนเดอร์ย้ำถามคนข้าง ๆ เสียงดัง
“คุณผู้หญิงไหวมั้ยครับ ให้ผมโทรเรียกคนที่บ้านมารับให้ไหม”
บาร์เทนเดอร์ถามหญิงสาวที่เมาจนยกหัวแทบไม่ขึ้นแต่พยายามฝืนตัวเองว่าไหว
“ไหวคะ อย่ามาดูถูกกันนะขอเหมือนเดิมอีกแก้ว ถ้าไม่ไหวฉันจะบอกเอง”
เสียงใสอ้อแอ้ฟังคุ้นหู เหมือนเคยได้ยินเสียงนี้จากที่ไหนมาก่อนจนต้องหันไปมองตามเสียงนั้นหญิงสาวร่างเล็กในชุดเดรสสีดำเรียบร้อยนั่งหน้าแดงก่ำดื่มบรั่นดีราวกับคนเพิ่งหัดดื่มดวงตาบวมแดงก่ำหลับปี๋ ทำปากอี๋ทุกครั้งที่ยกบรั่นดีขึ้นดื่ม
เมื่อใบหน้านั้นกลับสู่ภาวะปกติ ภาพที่เห็นก็เริ่มชัดเจนขึ้นภาพใบหน้าหญิงสาวที่เคยช่วยเขาไว้ครั้งที่แล้ว ซึ่งนคินทร์จำได้ดี
แต่ทำไมวันนี้เธอถึงอยู่ในสภาพเช่นนี้ใบหน้าของเธอดูเศร้า ั์ตาหมองหม่นััได้ถึงความเศร้าโศก ราวกับกำลังเผชิญเื่เลวร้ายมาไม่ต่างกันเห็นดังนั้นนคินทร์ไม่รอช้ารีบเดินเข้าไปทักทายทันที