ตอนที่ 8 ไม่มีทางที่ฉันจะชอบนาย
“คบกับฉัน ฉันจะทำให้เธอเลิกรักเขาเอง”
“…”
เขาพูดเหมือนทุกอย่างมันง่าย ทั้งที่ความจริงมันแทบเป็ไปไม่ได้เลยด้วยซ้ำ การจะเลิกรักใครคนหนึ่งที่บ่มเพาะความรู้สึกมา 10 ปี คิดว่ามันง่ายนักหรือไง
“ฉันว่า นายกำลังเมานะ”
“ฉันไม่ได้เมา เธอก็รู้” ใช่ ฉันรู้ว่าเขาไม่ได้เมา และดูเหมือนเขาจะพูดจริงจังมากด้วย แต่…
“นายรู้ไหม ว่าฉันเคยได้ยินประโยคนี้มาแล้วกี่ครั้ง”
“…”
“พวกผู้ชายอวดดี ที่คิดว่าจะสามารถทำให้ฉันหลงรักได้ สุดท้ายก็ถอยทัพกลับไป แม้แต่หน้าก็ยังไม่กล้ามองด้วยซ้ำ ฉันว่านายอยู่ให้ห่างจากฉันดีกว่า เก็บคำพูดพวกนั้นเอาไว้ก็พอ ฉันจะถือว่าไม่เคยได้ยินก็แล้วกัน”
“อาเจียว”
“ฉันไม่ได้ดูถูกนะ แต่ฉันรู้ว่าความรู้สึกของตัวเองเป็ยังไง และมันก็ไม่ได้ง่ายขนาดที่ใครจะเข้ามาเปลี่ยนได้ เื่พวกนี้ปล่อยมันไปเถอะ ส่วนเื่คืนนั้น ถือเสียว่าไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้นมาก่อน”
“…”
ฉันยิ้มหวาน เอื้อมมือไปจับแขนของเขาทั้งสองข้างออกจากไหล่ ก่อนจะเดินกลับไปที่โต๊ะเพื่อกินข้าว
_________________________
23.33 น.
บ้าน
ตอนออกจากบ้านไม่มีอะไรหรอก แต่ตอนจะเข้าบ้านนี่สิ ถ้าป๊ากับม๊ารู้ มีหวังโดนด่าชุดใหญ่แน่
หลังจากขับรถเข้ามาในลานจอดรถแล้ว ฉันก็ค่อยๆเปิดประตูเดินเข้าไปในบ้าน มองซ้ายมองขวาและรีบวิ่งขึ้นไปบนห้องทันที
แกร๊ก
พรึบ!!
ฉันเอื้อมมือไปเปิดไฟข้างประตูอย่างโล่งอก แต่เพราะสายตาดันเจอกับใครบางคนที่นั่งอยู่ในห้องก็ถึงกับผงะ ขาแทบจะทรุดตัวลงไปบนพื้น…
“ม๊า”
“อาเจียวไปไหนมา” ม๊ากอดอกแล้วลุกขึ้นมองหน้าฉัน
“หนู…”
“เที่ยวดึกอีกแล้วนะ อยากโดนอาม่าบ่นหรือไง”
“เปล่าสักหน่อย”
“แล้วทำไมกลับดึก บอกว่าจะกลับบ้านก็กลับให้เร็วๆหน่อย”
“รู้แล้วค่ะ แล้วทำไมม๊าถึงยังไม่นอนอีก” ฉันเดินเข้าไปควงแขนม๊า พลางทำสีหน้าออดอ้อนเหมือนทุกครั้งที่เคยทำ
“ม๊ามีเื่จะคุยกับเรา”
“อะไรเหรอคะ”
“นี่คืออะไร” ม๊ายื่นซองเอกสารสีน้ำตาลมาให้ฉัน แค่มองก็รู้แล้วว่าคืออะไร ทำไมสะเพร่าแบบนี้นะอาเจียว ตอนเขียนใบสมัครเพื่อแคสเป็นักแสดงในบริษัท Tin ก็น่าจะเอาไปทิ้งข้างนอก
โธ่เอ๊ย!!
“คือ…”
“เราก็รู้ว่าอาม่าไม่ชอบ ทำไมถึงยังไปสมัครอีก”
“ม๊า หนูแค่ลองสมัครเฉยๆ มันอาจจะไม่ได้ก็ได้”
“หนูจะทำงานอะไรที่ไหน ม๊าไม่ว่า ขอแค่เื่เดียว ห้ามเข้าวงการบันเทิงเด็ดขาด”
“แล้วทำไมอาจีถึงเป็หุ้นส่วนได้ล่ะ หนูก็สมัครเข้าบริษัทอาจีนะคะ”
“อาจีเป็แค่หุ้นส่วนไง อาม่าถึงอนุโลม แต่เรานะ จะเข้าไปเต็มตัวไม่ได้”
“…”
“อาเจียว เื่ในวงการบันเทิง มันมีอะไรหลายอย่างที่เราไม่รู้ อย่าทำเป็เล่น”
“ม๊าอ่ะ หนูไม่ได้เล่นเลยนะ”
“แล้วเราจะเข้าไปในบริษัท Tin เพื่ออะไร”
“ก็…”
“คิดว่าม๊าไม่รู้เจตนาที่แท้จริงของเราหรือไง ว่าจะเข้าไปเพื่อเจอกับติสรณ์น่ะ”
เฮ้อ ปิดม๊าไม่ได้จริงๆ ไม่ว่าจะทำอะไรก็ไม่เคยพ้นสายตาไปได้ เหมือนติดกล้องวงจรปิดไว้ที่ตัวฉันตลอดเวลาอย่างนั้นแหละ
“ไม่ต้องทำหน้างอ เราน่ะโตแล้วนะ ใกล้จะจบแล้วด้วย อย่ามัวแต่เที่ยวเล่น ห่วงอนาคตบ้าง ม๊ากับป๊าปรึกษากันแล้ว เราจะให้หนูไปฝึกงานที่บริษัทของป๊า”
“ม๊า!!”
“ไม่ต้องมาเรียก ยังไงหนูก็ต้องไปทำงานที่นั่นอยู่ดี”
“หนูบอกอาม่าไว้ว่าจะไปช่วยงานที่บริษัทของอาจี อาม่าเห็นชอบด้วย”
“อะไรนะ”
บริษัทที่ป๊าดูแลอยู่ เป็ของตระกูล มันยิ่งใหญ่เกินไป ฉันไม่กล้าเข้าไปทำอะไรทั้งนั้นแหละ แต่ถ้าเป็บริษัทของอาจี ที่ตอนนี้กลายเป็ห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ของประเทศ ฉันก็ยังพอจะทำอะไรได้บ้าง
“หนูจะไปช่วยงานอาจีบริษัท ม๊าก็เห็นว่าอาจีกำลังดูแลห้างสรรพสินค้าอยู่ อนาคตต้องไปได้ไกลแน่ หนูจะไปช่วยอาจี ไม่ได้เกี่ยวกับบริษัทที่อาจัเป็หุ้นส่วนด้วยซ้ำ เห็นไหมคะ”
“อาเจียว แล้วป๊าล่ะ หนูจะไม่ไปช่วยป๊าที่บริษัทเหรอ”
“โธ่ ม๊าคะ ป๊ามีมือดีคอยช่วยเหลือเก่งกว่าหนูตั้งเยอะ แล้วจะเอาหนูไปเป็ภาระทำไมเล่า”
“นี่…”
“ตอนนี้ดึกแล้วนะคะ ม๊าควรไปนอนได้แล้ว หนูก็เริ่มง่วงแล้วด้วย ไว้ค่อยคุยกันต่อพรุ่งนี้เนอะ”
ฉันดันหลังม๊าออกจากประตูก่อนจะหอมแก้ม
“รักม๊านะคะ” และปิดประตูอย่างรวดเร็ว
ถ้าได้คุยกันนานกว่านี้ คงได้ยาวถึงเช้าแน่ เื่อนาคตเป็อะไรที่ม๊ากับป๊าวางแผนไว้เป็อย่างดี ถ้าถึงเวลานั้นจริงๆฉันก็คงมีแต่ต้องทำตามเท่านั้นแหละ
01.02 น.
กว่าจะได้นอนก็ปาเข้าไปตีหนึ่งแล้ว ฉันหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเข้าไปหน้าไลน์ของอาติ เลื่อนขึ้นเลื่อนลงเพื่อดูข้อความการสนทนาของเรา ไม่ใช่สิ มีแค่ฉันคนเดียวมากกว่า
ทุกวันฉันจะส่งข้อความไปบอกเล่าเื่ราวในแต่ละวัน รวมถึงข้อความฝันดีก่อนนอน มันกลายเป็ชีวิตประจำวันที่ฉันจะต้องทำเสมอ แต่ทำไมวันนี้กลับรู้สึกลังเล
นึกถึงวันที่อาเมาแล้วจูบฉันวันนั้น นั่นเป็ครั้งที่สองที่เราได้ัักัน ััที่มากกว่าการัั…
ฉันจำได้ว่า ครั้งแรกที่ฉันกับอาติจูบกันคือตอนที่ไปงานวันเกิด อาติอายุครบ 25 ปี ซึ่งตอนนั้นฉันอายุ 13 ปี เริ่มโตแล้ว สูงขาวหุ่นดี เป็ผู้หญิงที่สวยคนหนึ่ง วันนั้นฉันกับอาจีไปงานวันเกิดของอาติด้วยกัน ได้เจอใครหลายคนที่เป็เพื่อนสมัยเรียนของพวกเขา แต่ฉันก็ไม่ได้สนใจใคร นอกจากอาติคนเดียว จนกระทั่งเวลาผ่านไป ฉันก็เริ่มเมา และรู้สึกได้ว่าร่างกายเริ่มร้อนจนแทบอยากจะเข้าไปอยู่ในห้องเย็น ฉันไม่มีสติในการบังคับตัวเอง พยายามจะไปนอนในห้องเพื่อให้ร่างกายได้พัก แต่ดันเจอกับอาติเสียก่อน ทำให้ฉันเลือกที่จะเข้าหาเขา โดยการะโกอดและจูบเขา…
ฉันไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันเรียกว่าอะไร และครั้งนั้นอาติเองก็ไม่ได้ผลักฉันออก แถมยังลุกไล้ลิ้นร้อนเข้ามาในโพลงปากฉันอีก จนสุดท้าย…เขาก็มีสติพาฉันเข้าไปส่งในห้องนอน
นั่นเป็ครั้งแรกที่เราสองคนจูบกัน ดูเหมือนจะดี แต่ใครจะไปรู้ พอฉันตื่นเช้ามา อาติก็ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทั้งที่เราเพิ่งจูบกันไป
สำหรับอา มันคงเป็แค่จูบ แต่สำหรับฉัน มันคือความรู้สึกจริงๆ
วันต่อมา
07.02 น.
คอนโดมิก
“กินอะไรมายัง”
“ยัง ออกมาปุบก็มาหาแกปับ”
“หลบหน้าใคร”
“เปล่าสักหน่อย แค่ไม่อยากคุยกับม๊าเท่านั้นเอง เดี๋ยวจะยาว”
“เื่บริษัทอีกแล้วเหรอ”
“มีอยู่เื่เดียวนั่นแหละ เฮ้อ”
“ม๊าแกรู้เื่ที่แกไปแคสเป็นักแสดงในบริษัท Tin หรือยัง”
“ก็ม๊าฉันดันไปเห็นใบสมัครที่ฉันทิ้งไว้ในถังขยะ ถึงได้บ่นั้แ่เมื่อคืนไง ถ้าเจอกันตอนเช้าอีกครั้ง วันนี้ฉันคงไม่ต้องมาเรียนแล้วแหละ”
“ป๊าแกเขาห่วงแกมากนะ”
“รู้ แต่แกไม่เข้าใจฉันเหรอ ฉันไม่ได้อยากทำงานในบริษัทของป๊า ฉันอยาก…”
“อยากแต่งงานกับอาติ”
นั่น…นั่นมันก็ถูก แต่…
“อะไรของแกเนี่ย เลิกพูดถึงอาติได้ล่ะ” ฉันหน้ามุ้ย ลุกขึ้นไปหยิบน้ำในตู้เย็นออกมาดื่มเพื่อดับกระหาย
“เป็อะไร หรือยังคิดถึงเื่อาติมีคู่หมั้นอยู่”
“ฉันไม่ใช่คนเข้าใจอะไรยาก แต่เพราะที่ผ่านมา อาไม่เคยมีใคร ฉันถึงลงแรงลงใจกับอาไปเยอะ แต่พอถึงเวลาที่อามีเ้าของจริงๆ ฉันกลับรู้สึกแย่…”
“ไม่นึกว่าแกจะยอมแพ้ง่ายขนาดนี้”
“แค่กๆ” ฉันสำลักน้ำที่เพิ่งดื่มเข้าไปจนเกือบอ้วก “นี่!! แกเห็นผู้หญิงที่เป็คู่หมั้นอาหรือเปล่า แกคิดว่าฉันควรจะเอาส่วนไหนไปเทียบด้วยดี หน้าสวยขนาดนั้น หน้าอกก็กินขาดไปล่ะ”
“แกกลัวหล่อนหรือไง”
“ใครบอก!!” ฉันถลึงตาโตมองเพื่อนสนิท ที่กล่าวหากันง่ายๆว่าการที่ฉันยอมถอยออกมาคือกลัว ฉันไม่ได้กลัวสักหน่อย
“ดูลักษณะท่าทางของแกก็รู้แล้วว่ากลัว”
“มิก นั่นคู่หมั้นนะ ฉันเป็ใคร แค่หลานนะแก ฉันไม่มีสิทธิ์อะไรเลย และที่สำคัญ ตลอดเวลาที่ผ่านมาอาก็ไม่เคยชอบฉันเลยด้วย”
“แกก็เลยจะปล่อยอาติไป”
“ฉันจำเป็ต้องปล่อย!!”
“งั้นก็หาแฟนใหม่”
“มันง่ายนักหรือไง”
“ฐานัสไง”
ปึก!
ฉันวางขวดน้ำลงบนโต๊ะเสียงดังเพราะรู้สึกไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่ที่เพื่อนแต่ละคนชอบพูดถึงผู้ชายคนนี้
“อะไรกันวะ ทำไมต้องหมอนั่นด้วย!!”
“ฐานัสเป็ผู้ชายที่ดีที่สุดเท่าที่ฉันเคยเจอมา เขาไม่เคยมีข่าวกับผู้หญิงและดูเหมือนจะไม่เคยมีแฟนด้วย”
“คุณพระ!! แกจะบอกว่าผู้ชายคนนั้นไม่เคยมีแฟนงั้นเหรอ”
“ก็แค่เท่าที่หาข้อมูลได้นั่นแหละ ดรีมบอกว่าฐานัสจีบแกอยู่ไม่ใช่เหรอ”
“…”
“ลองคบดูก็ไม่เสียหาย ไม่ใช่ก็แค่เลิก ตอนนี้แกจะไปคบกับใครก็ได้ทั้งนั้น ไม่ต้องสนใจอะไรอีกแล้ว”
“…”
“อาเจียว ฉันว่าแกพอได้แล้ว กลับมาใช้ชีวิตเหมือนคนปกติ เลิกไปยุ่งวุ่นวายกับคนที่ไม่ได้รักแกได้แล้ว”
ฉันก็อยากทำนะ แต่เพราะมันทำไม่ได้เลยต่างหาก…
17.03 น.
มหาลัย
“นักศึกษาอย่าลืมส่งงานที่อาจารย์เคยบอกไว้ด้วยนะคะ เลิกเรียนได้”
“ค่ะ/ครับ”
“อาเจียว แกทำเสร็จยัง” ดรีมกระซิบถามฉัน
“อืม เหลือแค่ปริ้น นอกนั้นเรียบร้อยหมดแล้ว” ฉันตอบพลางเก็บหนังสือเข้าประเป๋า
“เก่งเว่อร์ ฉันยังไม่ได้เรียบเรียงสารบัญเลย”
“จะไปไหนกันต่อหรือเปล่า” มิกเอ่ยถาม
“ไม่รู้สิ กลับคอนโดมั้ง หรือว่าคืนนี้พวกแกจะออกไปเที่ยวอีก” ดรีมตอบ
ครืด ครืด ครืด
ฉันหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดดูข้อความ
‘วันนี้ไปนอนคอนโดอานะ อาจะให้ช่วยงานนิดหน่อย บอกป๊าเราแล้ว’
“วันนี้ฉันจะไปคอนโดอาจี พอดีมีงานนิดหน่อย”
“โอเค”
“อาเจียว!! มีคนมารอหน้าห้อง!!” เสียงะโของเพื่อนในห้องทำให้ฉันเงยหน้าขึ้นไปมอง “อาเจียวรู้จักกับฐานัสด้วยเหรอ”
“…” ไอ้หมอนี่อีกแล้ว
“เขามาหาแกแน่เลย” ดรีมกระซิบข้างหูฉันก่อนจะเดินไปหาผู้ชายคนนั้นที่ยืนพิงประตูอยู่หน้าห้อง “มาหาอาเจียวเหรอ”
“อืม”
“มาจีบหรือว่าคบกันแล้ว”
“กำลังจีบอยู่ แต่อีกไม่นานก็ได้คบ”
“มั่นหน้ามาจากไหน!!” ฉันะโออกไปด้วยความหงุดหงิด “จะบอกให้ ไม่ว่ายังไงนายก็จีบฉันไม่ติดหรอก!!”
ฉันไม่มีทางที่จะคบกับเขาเด็ดขาด ไม่ว่าเขาจะ…
จู่ๆเขาก็เดินเข้ามาในห้อง หยุดยืนอยู่หน้าโต๊ะของฉัน ก่อนจะโน้มลำตัวลงมา ใบหน้าอยู่ระยะกระชิดจนััได้ถึงลมหายใจของเขา ก็ไม่อยากจะบอกนะว่าหัวใจเต้นเร็วมาก
“รอดูต่อไปก็แล้วกัน ว่าเธอจะชอบฉันหรือเปล่า”
ทำไมจมูกเขาโด่งจัง ดูดวงตาสิ เป็สีน้ำตาลอ่อนๆ ขนตาก็ยาวมาก ผิวเนียนไม่เห็นรูขุมขนเลยสักนิด ผู้ชายบ้าอะไรดูดีได้ขนาดนี้
ไม่สิ อาติดูดีกว่าตั้งเยอะ
“อาเจียว…”
“อะ…อะไร” ฉันลุกขึ้นและหันไปมองดรีมที่กำลังก้มมองดูอะไรบางอย่างในโทรศัพท์
“แกดูสิ ฉันเห็นคนรีทวิตมา” ฉันหยิบโทรศัพท์มาจากมือดรีมขึ้นมาดูก็ได้เห็น…
เห็นอาติกับผู้หญิงคนหนึ่งกำลังนั่งกินข้าวอยู่ในร้านอาหารหรู ไม่ต้องเดาก็พอจะรู้ว่าผู้หญิงคนนั้นเป็ใคร
“เหอะ มีความสุขกันมากเลยมั้ง” ฉันบ่นพึมพำ
“ฉันว่า แกคบกับฐานัสไปเลยดีกว่า ไม่ต้องไปสนใจอาติแล้ว” ดรีมกระซิบเบาๆข้างหูฉัน
ฉันรั้งสายตากลับไปมองฐานัส ที่ยืนอยู่หน้าโต๊ะ ผู้ชายคนนี้ก็หน้าตาหล่อเหลาเอาการอยู่นะ ถ้าใครได้เป็แฟน คงได้เป็ที่สนใจของใครหลายคนในมหาลัย แต่ดูยังไงก็ไม่เหมาะกับฉันอยู่ดี
นึกถึงผู้หญิงคนนั้นที่เป็คู่หมั้นของอา ก็ยิ่งรู้สึกไม่ชอบ ถ้าแค่แอบไปดูพวกเขาสองคน มันก็คงไม่เป็อะไรหรอกมั้ง…
“นายมาหาฉันมีอะไร”
“ผมจะชวนไปหาอะไรกิน”
“ดีเลย งั้นเราไปกันเถอะ” ฉันจับแขนของเขาและพาออกไปนอกห้องทันที
“คุณจะไปไหน”
“ถือว่าไปเดทก็แล้วกัน”