ตอนที่ 3 มิติสืบทอด (2)
“เมื่อกี้ไปขอกับท่านอาเล็กมาขอรับ...”
เสี่ยวสือโถวลูบจมูกป้อยๆ พูดอย่างละอาย
“นางตีเ้าหรือ”
ม่อเนี่ยนจือจ้องไปยังรอยฝ่ามือบนหน้าเขาอยู่นานก่อนจะถามออกไปในที่สุด
“ปะ เปล่าขอรับ พี่หญิงวางใจได้ รอพี่หายดีแล้ว ข้าจะขึ้นเขาไปหาไข่นกมาให้พี่บำรุงร่างกาย”
แววตาเสี่ยวสือโถวเป็ประกายขึ้นมาเล็กน้อย
“ขอบใจนะ!”
ม่อเนี่ยนจือเห็นดังนั้นมีหรือจะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น รู้ว่าเด็กผู้ชายรักในศักดิ์ศรีจึงไม่ได้ถามต่อ เพียงแค่แอบตัดสินใจอย่างแน่วแน่ว่านางจะปกป้องพี่น้องสองคนนี้
“พี่ใหญ่พูดแล้วไม่ใช่หรือ พวกเราเป็พี่น้องกัน เป็คนที่สนิทใกล้ชิดกันมากที่สุดในโลกนี้ ไม่จำเป็ต้องเกรงใจพวกเรา พี่พักผ่อนให้ดีๆ นะขอรับ พี่ใหญ่ไปหาของกินให้พี่อยู่ ข้าอยู่ที่นี่เป็เพื่อนพี่ สลบไปนานขนาดนี้ ต้องหิวแย่แล้วแน่เลยใช่หรือไม่”
เสี่ยวสือโถวทำราวกับเป็ผู้ใหญ่ตัวน้อย ยื่นมือไปอังหน้าผากพี่สาววัดอุณหภูมิอย่างปวดใจ ครู่หนึ่งถึงเผยสีหน้าถอนหายใจด้วยความโล่งอกราวผู้ใหญ่ “ในที่สุดไข้ก็ลดแล้ว ครั้งนี้พี่ทำเอาท่านแม่ของเราใแทบแย่...”
ข้างหูเป็เสียงพร่ำบ่นของเสี่ยวสือโถว ม่อเนี่ยนจือจนใจแต่ก็มีความสุขต่อความห่วงใยนี้
ม่อเนี่ยนจือสูดลมหายใจเข้าลึกหนึ่งเฮือก เมื่อมาแล้วก็จงอยู่อย่างสงบใจ ในเมื่อข้าม่อเนี่ยนจือตายสามครั้งซ้อนก็ยังตายไม่สำเร็จ เช่นนั้นก็จะใช้ร่างหลี่ซินร่างนี้มีชีวิตอยู่ต่อไปให้ดีๆ อย่างน้อยก็ไม่อาจผิดต่อโอกาสครั้งนี้ที่์มอบให้จริงไหม
“เมี้ยว ข้านึกว่าเ้าจะตายอีกครั้งซะแล้ว แม้ว่าแมวจะมีเก้าชีวิตแต่ก็ไม่ได้เอามาใช้แบบนี้นะ ข้าขอบอกเ้าไว้เลย หากครั้งนี้เ้าตายง่ายๆ อีกข้าคงช่วยเ้าไม่ได้แล้ว ดังนั้น ชีวิตนี้ของเ้าไม่ใช่ได้มาง่ายๆ จงรักษาไว้ให้ดีล่ะ!”
จู่ๆ ก็มีน้ำเสียงเกียจคร้านทั้งยังเป็เชิงเตือนดังขึ้นในหัวม่อเนี่ยนจือ
ม่อเนี่ยนจือขมวดคิ้ว “ใครน่ะ ใครกำลังพูด”
“แน่นอนว่าคือข้า ข้าเป็ถึงแมวผู้ช่วยชีวิตของเ้า หากไม่ใช่ว่ามีข้าอยู่เ้าคงิญญาหลุดลอยไปนานแล้ว ไหนเลยจะได้มาคุยกับข้าอยู่ที่นี่”
เสียงในหัวเย่อหยิ่งมาก ในน้ำเสียงเจือไปด้วยความอวดดี
“เ้าอยู่ที่ไหน ออกมาเลยนะ!”
คิ้วม่อเนี่ยนจือขมวดเข้าหากัน หรือการที่นางเกิดใหม่ครั้งแล้วครั้งเล่าจะเกี่ยวข้องกับเ้านี่ เขาเป็เทพมาจากไหนกันแน่ คงไม่ใช่ปีศาจอะไรหรอกนะ
“พี่หญิง ไม่มีใครนี่ขอรับ พี่เป็อะไรไป” เสี่ยวสือโถวใจนสะดุ้งโหยงกับท่าทีกะทันหันของม่อเนี่ยนจือ ตนรีบหันมองไปรอบข้างก่อนจะถามด้วยสีหน้าสงสัย
“ไม่ ไม่มีอะไร ข้าคงหูแว่วไปเองน่ะ...” ม่อเนี่ยนจือมองเขา เห็นว่าเขาไม่รู้เื่อะไรเลยคิ้วก็ยิ่งขมวดแน่น หรือว่าสือโถวจะไม่ได้ยินเสียงคนพูด นึกถึงตรงนี้ก็อดตะลึงไม่ได้ นางมั่นใจมากว่าเมื่อกี้ไม่ได้หูแว่ว!
“อ้อ!” เสี่ยวสือโถวเห็นดังนั้นก็ไม่ถามเื่นี้ต่อ หากแต่นั่งลงด้านข้างอย่างว่าง่ายแล้วมองไปยังพี่สาวด้วยความกังวลพลางคิดในใจว่าหรือพี่สาวจะสติเลอะเลือนไปแล้ว นี่ตนต้องไปบอกท่านแม่กับพี่ใหญ่หรือเปล่า
“เมี้ยว ปีศาจอะไรกัน ข้าเป็สัตว์เทพนะ เป็สัตว์เทพที่มีพลังวิเศษเข้าใจหรือเปล่า แต่ว่าตอนนี้พวกเราทำได้เพียงสื่อสารผ่านทางจิต เ้าเด็กข้างนอกนั่นย่อมไม่ได้ยินอยู่แล้ว”
เสียงนั้นดังขึ้นในหัวอีกครั้ง ค่อนข้างจนปัญญาและอ่อนแรง
“เมี้ยว จะหันไปไหนน่ะ ข้าอยู่ที่ข้อมือเ้า! ช่างโชคร้ายแปดโคตรเสียจริงที่ข้ามาเจอเ้านายผู้โง่เขลาอย่างเ้า จากพลังของเ้าในตอนนี้แม้แต่จะลุกก็ยังทำไม่ได้ แล้วจะเรียกข้าออกมาได้อย่างไร”
พูดถึงตรงนี้เสียงนั้นก็หยุดไปครู่หนึ่งก่อนจะทนไม่ไหวเอ่ยเน้นย้ำขึ้นมาอีกหลายรอบ “แล้วก็อย่าเอาแต่เรียกว่าเ้าอย่างนั้นเ้าอย่างนี้ ข้าชื่ออาชิว จำไว้ อาชิว!”
ที่แท้ก็แค่จาม[1]น่ะเหรอ ม่อเนี่ยนจือกลอกตาด้วยความระอาใจ แม้จะไม่พอใจที่ถูกแมวตัวหนึ่งสั่งสอนแต่กลับทำอะไรไม่ได้
ม่อเนี่ยนจือได้ยินดังนั้นก็มองไปยังมือทั้งสองข้างของตน พบว่าบนข้อมือซ้ายของตนมีสิ่งที่เหมือนแผลเป็รูปจันทร์เสี้ยวอยู่รอยหนึ่ง
ม่อเนี่ยนจือมองอย่างพินิจ มันยังเหมือนมีเงาของแมวน้อยตัวหนึ่งเคลื่อนไหวไปมาอยู่ในนั้นจริงด้วย
ม่อเนี่ยนจือขมวดคิ้วพลางครุ่นคิดแล้วก็ต้องตะลึงงัน ของสิ่งนี้...ทำไมถึงดูเหมือนไข่มุกเมฆาจันทราเม็ดนั้นบนสร้อยข้อมือมุกเมฆาที่นางได้มาจากงานประมูลเมื่อชาติก่อนขนาดนี้ล่ะ
“เมี้ยว เ้าทายถูกแล้ว ก็คือสร้อยข้อมือมุกเมฆา ไม่สิ ควรเรียกว่าสร้อยข้อมือสืบทอด ส่วนข้าก็คือแมววิเศษที่อยู่ในสร้อยข้อมือสืบทอดนี้ เพียงแต่ก่อนหน้านี้ข้าหลับมาโดยตลอด ยังไม่ทันได้ทักทายเ้า เ้าก็ชิงตายเสียก่อน ดังนั้นนี่จึงถือว่าเป็ครั้งแรกที่เราเจอกัน ไม่สิ สื่อสารกัน”
อาชิวพูดพลางหาวทีหนึ่งอย่างกลั้นไม่อยู่ “เกือบเอาชีวิตแมวแล้ว ทำไมข้าถึงได้มีเ้านายผู้อาภัพอย่างเ้าได้นะ เพื่อฟื้นคืนชีพให้เ้า ข้าแทบจะใช้พลังิญญาทั้งหมดที่มีแล้วเนี่ย เมี้ยว...”
“แมววิเศษหรือ สร้อยข้อมือสืบทอดหรือ นี่มันอะไรกัน แล้วก็เ้ารู้ได้อย่างไรว่าข้าคิดอะไรในใจ”
ม่อเนี่ยนจือขมวดคิ้วแน่น พอจะเข้าใจบ้างแล้ว นางมองไปยังแผลเป็ที่คล้ายจันทร์เสี้ยวบนข้อมือแล้วถามอย่างไม่เข้าใจ ในเมื่อมีแมววิเศษอยู่ แล้วทำไมสร้อยข้อมือถึงไม่อยู่แล้วล่ะ
“สร้อยข้อมือสืบทอดเป็ของล้ำค่าที่วิเศษมาก เล่ากันว่าเป็อาวุธเวทแบบเติบโตได้ที่หลอมโดยผู้บำเพ็ญตนซึ่งมีฌานแก่กล้าท่านหนึ่ง ได้ชื่อว่าเป็สร้อยข้อมือสรรพสิ่ง และก็ได้ชื่อว่าเป็สร้อยข้อมือมิติ มีรากฐานมาจากทุกอย่าง คงอยู่เพื่อทุกสรรพสิ่ง ยิ่งพลังของเ้าของสูง พลังของมิติก็ยิ่งมาก
“พืชที่สามารถปลูกในมิติก็จะยิ่งล้ำค่าและหายาก เช่นเดียวกัน การเพาะปลูกก็สามารถกระตุ้นการเติบโตของสร้อยข้อมือ พัฒนาความสามารถของเ้าของ พอเติบโตไปถึงขั้นสูงสุด เล่ากันว่าสามารถสร้างโลกใหม่ได้เลย นี่ก็ต้องดูว่าผู้จะใช้มันอย่างชาญฉลาดอย่างไร”
เชิงอรรถ
^ ชื่อ อาชิว ออกเสียงคล้ายกับเสียงจาม ฮัดชิ้ว