แต่ไม่มีใครเอาชนะโชคชะตาได้ ไม่มีมนุษย์หน้าไหนที่จะฝืนหรือเมินเฉยต่อพรหมลิขิต ที่ฟ้าได้ขีดเขียนเอาไว้เรียบร้อยแล้วได้ แม้กระทั่งหญิงสาวที่พยายามจะไม่เดินตามรอยแม่
หญิงสาวที่พยายามควบคุมหัวใจและความประพฤติของตัวเองให้อยู่ในกรอบ อยู่บนพื้นฐานความเหมาะสมอย่าง วิวรรญา ไวทยาสกุล
หลังกลับจากทำงานในหลายๆ วันถัดมา ซึ่งจะต้องทำมื้อเย็นรอลุงกับป้าที่ไปตระเวนซื้อของมาไว้ขายตามปกติที่ของในสวนตัวเองขาดหรือโตไม่ทันขาย ยำหัวปลีเป็หนึ่งในสามเมนูที่ลุงบ่นอยากกินตามเคย และหลานสาวก็มักจะรีบจัดหาให้ตามเคย
กางเกงขายาวสีดำที่สวมทับชายเสื้อแขนกุดผ้าชีฟองสีขาวบางเบายังคงห่อหุ้มกายสาวไว้ สูทพอดีตัวสีดำถูกถอดพาดไปกับพนักเก้าอี้ตรงโต๊ะอาหารเท่านั้น ก่อนจะหิ้วถุงของสดตรงเข้าครัว
เดินออกไปชะเง้อหาคนสวนหนุ่มที่มักจะทำงานอยู่ไม่ห่างในยามเย็นๆ เช่นนี้ แต่กลับไม่มี มือถือก็โทรติดต่อไม่ได้ เลยตัดสินใจเดินไปเมียงมองหาหัวปลีที่คิดว่าจะตัดได้แล้วไม่นานก็เจอหัวที่ต้องใจ
แต่ปัญหาคือกล้วยสูงเกินกว่าจะเอาลงมาเองได้ อากาศก็ครื้มฟ้าครื้มฝน ลมเริ่มพัดกรรโชกมาเป็ระยะๆ เลยต้องรีบเดินหาคนช่วย กว่าจะเจอก็นานหลายนาที
เพราะไปแอบนั่งลับมีดอยู่ในโรงเก็บของหลังกระท่อม ลินรีบแบกมีดขอเดินตามร่างผอมบางมาทันที เพราะกลัวฝนจะตกลงก่อน
“หัวนี้ตัดไม่ได้ครับคุณแจม มันยังไม่สุดลูกเลย”
เขาหันไปบอกและอมยิ้มน้อยๆ ด้วยความขำที่หลานชาวสวนแท้ๆ แต่กลับไม่รู้เื่กล้วยเอาเสียเลย
“อ้าว! เห็นมันหัวใหญ่นึกว่าตัดได้แล้ว งั้นหัวโน้นล่ะ”
มือบางชี้ไปหากอกล้วยที่มองเห็นแต่ไกล ทั้งสองเลยเดินไปอย่างเร่งเร็วเมื่อฟ้าฝนไม่เป็ใจนัก ลินใช้มีดขอตัดหัวแรกลงมา แล้วก็เดินหาอีกเมื่อคนปรุงอาหารเกรงว่าจะไม่พอกิน กว่าจะได้ก็เดินลึกและเลยกระท่อมไปหลายสิบเมตร พอเก็บหัวปลีมาถือได้คนละหัวเท่านั้นฝนก็ตกลงมาทันที
“เข้าไปหลบในกระท่อมก่อนครับ เดี๋ยวคุณแจมเปียก”
ลินร้องบอกเมื่อกระท่อมอยู่ใกล้กว่าบ้านที่ต้องวิ่งไปอีกไกล และด้วยความเป็คนกลัวเสียงฟ้าคำรามร้องและแสงสายฟ้าฟาดเปรี้ยงปร้างเป็ทุนเดิมอยู่แล้ว ทำให้วิวรรญาทำตามคำบอกของเขาทันที
ฝนตกกระหน่ำหนักราวกับฟ้ารั่ว แถมแผดเสียงร้องอึกทึกกึกก้องจนเ้าของร่างบางกลัวแทบใจจะขาด แต่ก็ไม่อยากแสดงอาการออกมากนอกจากยืนกอดอกลูบแขนไปมาเพราะความหนาว
อีกทั้งเสื้อที่เป็ผ้าบางเบาสีขาวอีกนั้น เวลาถูกน้ำแล้วจะลู่ติดผิวกายเผยให้เห็นด้านในได้อย่างทะลุปรุโปร่งจนต้องหันหลังให้ชายหนุ่มที่ยืนอยู่คนละมุมกระท่อม แต่เขาก็ยืนเฉยได้ไม่นานเมื่อเห็นอาการหนาวของหลานสาวเ้านาย
ผ้าห่มผืนบางที่ใช้ประจำจึงถูกคว้าขึ้นมาแล้วเดินไปหาคนที่ยืนกอดอกหันหลังให้ทันที อยากจะห่มให้ใจจะขาด แต่ก็ไม่กล้า เลยเดินอ้อมไปเบื้องหน้ายื่นให้แทน วิวรรญาอยากจะยื่นมือไปรับไม่น้อย
ติดตรงที่เสื้อเปียกฝนและลู่แนบเนื้อจนอดหวาดหวั่นไม่ได้ว่าเขาจะเห็นในสิ่งที่หวงแหนเอาไว้ แน่นอนว่าชายหนุ่มตรงหน้าเข้าใจ จึงเป็คนคลี่ผ้าออกแล้วเอื้อมแขนมาห่มให้เ้าของร่างบางที่ยืนกอดอกอยู่อย่างนั้นแทน
และแม้ตั้งใจจะรีบห่ม แล้วรีบผละจากกายสาวที่หอมกรุ่นสักแค่ไหน แต่ขาก็ไม่ยอมทำตาม มือก็อ้อยอิ่งอยู่กับผ้าที่ค่อยๆ คลุมให้ร่างที่เหน็บหนาวประหนึ่งไม่อยากจะจากไปไหน
และแค่เพียงเผลอส่งสายตาจ้องมองดวงหน้าสวยริมฝีปากซีดแค่ชั่วเสี้ยวนาทีเท่านั้น หัวใจของเขาก็เต้นระทึกจนแทบจะหลุดออกมานอกอกให้ได้ ยิ่งมีดวงตาคู่สวยจ้องมองมาหาจนสองสายตาได้ประสานกันด้วยแล้ว
ฝ่ามืออุ่นของเขาก็เผลอยกไปประคองแก้มขาวนุ่มขึ้นอย่างแ่เบา แล้วกายกำยำก็เผลอโน้มไปหากายนุ่ม ริมฝีปากอุ่นก็เผลอก้มลงไปประทับจูบกับริมฝีปากขาวซีด เย็นเฉียบในที่สุด
วิวรรญาจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าตัวเองเผลอซบกายไปหาอกกว้างั้แ่เมื่อไหร่ สองแขนเรียวเผลอยกไปกอดเกี่ยวร่างอบอุ่นั้แ่ตอนไหน ริมฝีปากนุ่มเผลอจูบตอบกับริมฝีปากร้อนผ่าวไปเมื่อใด
และเผลอก้าวข้ามเขตแดนที่เฝ้าขีดขวางกั้นมาได้ยังไง รู้แต่ว่าตอนนี้เป็สุขที่สุด เมื่อมีเขาอยู่แนบเนื้อ มอบจุมพิตอันหวานล้ำให้อย่างแ่เบา แล้วค่อยๆ กลายเป็จูบที่มีน้ำหนักขึ้นมาอีกระดับ ดูดดื่มหนักหน่วงขึ้นเรื่อยๆ
กายที่อ่อนแรงก็ตกอยู่ในอ้อมกอดอันแข็งแกร่งของเขาที่คอยประคองไว้ไม่ให้ทรุดลงกับพื้น ฝ่ามืออุ่นของเขาค่อยๆ เลื่อนจากแผ่นหลังนุ่ม มาหาซี่โครงเล็กๆ ไล้ขึ้นมาจนถึงอกเต่งตึง ที่แตกตื่นอยู่ภายใต้ผ้าเนื้อบางกับบราลูกไม้สีขาว
ปลายยอดชูช่อขึ้นเมื่อพานพบกับความหนาวเย็นและมือชายคนแรก เป็ััแรกของชีวิตสาว และจูบแรกที่หวงแหนด้วยมีประวัติของแม่คอยย้ำเตือนไม่ให้เดินเขวออกนอกเส้นทางที่วางไว้
“อย่า!”
คำว่าแม่ก็เป็เครื่องเตือนสติวิวรรญาได้เป็อย่างดี จนต้องรีบผลักอกเขาออก เมื่อมือของเขากำลังก้าวมาในที่ไม่ควร และด้วยความเสียใจ และอายเหลือคณานับกับการเผลอไผลในครั้งนี้
ร่างผอมบางรีบวิ่งผ่าสายฝนและเสียงเปรี้ยงปร้างของฟ้ากลับบ้านทันที แม้จะกลัวแต่ก็มีความละอายเข้ามาเป็เกราะกำบังให้แข็งใจวิ่งไปจนถึงบ้านแล้วตรงขึ้นห้องปิดประตูเงียบทันที
ใจอยากจะขังตัวเองอยู่ในนั้นชั่วกัปชั่วกัลป์ก็ว่าได้ แต่ก็ไม่อาจจะทำได้ เมื่อมีมื้ออาหารของลุงกับป้าค้ำคออยู่ จึงจำใจเดินเข้าไปอาบน้ำหมายจะดับไฟสารพัดที่แผดเผาใจอยู่ให้มอดไหม้
แต่อนิจจาที่น้ำช่วยอะไรไม่ได้เลยสักนิดเดียว เลยตัดสินใจเดินลงมาข้างล่างเมื่อเห็นว่าใกล้เวลาที่ลุงกับป้าจะกลับ ฝนซาไปแล้ว บ้านเงียบเชียบดังเดิม ซึ่งวิวรรญาถือว่าเป็เื่ดี
แปลว่าคนที่ตัวเองเพิ่งจะวิ่งหนีเมื่อครู่คงยังไม่ได้มาเพ่นพ่านแถวนี้ จึงรีบลงมือหุงข้าวแล้วตระเตรียมอาหารไว้ เมนูยำหัวปลีเป็ต้องเปลี่ยนเป็อย่างอื่นแทน ด้วยไม่อาจหาญมากพอที่จะเดินกลับไปเอามาได้แล้ว
“ทำอะไรกินจ๊ะแม่ครัว ว่าแต่ยำหัวปลีลุงของเราน่ะเริ่มลงมือหรือยัง บ่นแล้วบ่นอีกว่าอยากกิน”
เสียงป้าทำเอาร่างบางสะดุ้งเล็กน้อย เพราะไม่ได้ยินเสียงรถแล่นเข้ามาจอด อาจจะเพราะมีเสียงฝนกลบไว้
“แจมยังไม่ได้ไปดูปลีเลย ว่าจะทำอย่างอื่นก่อนพรุ่งนี้ค่อยทำให้ลุงกินใหม่”
“อ้าว! ทำไมล่ะ แต่โน่น! ไม่ต้องแล้วล่ะยัยแจม นายลินถือมาให้แล้วสองหัว งั้นก็ทำช่วยกันไปก่อนนะ ป้าขึ้นไปอาบน้ำแล้วจะลงมาช่วย กินอิ่มค่อยมัดผักกัน นายลินมาช่วยยัยแจมเร็วๆ เข้าลุงหิวแล้ว”
จากที่ตั้งใจว่าจะทำเอง คนเป็ป้าก็ดันกวักมือเรียกคนสวนหนุ่มเข้ามาในครัวอีก วิวรรญาไม่กล้าแม้แต่จะมองไปทิศทางที่เขายืนอยู่ด้วยซ้ำ ได้แต่ทำตัวให้วุ่นอยู่หน้าเตาและแสดงท่าทีเรียบเฉย
สีหน้าเมินหมางใส่เขาเท่านั้น ส่วนเขาเองวิวรรญาก็เห็นนิ่งและเงียบกว่าที่เคยเป็ ยิ่งทำให้บรรยากาศเวลาที่เผชิญหน้ากันอึมครึมไปอีก
และก็เป็ไปอย่างอึมครึมติดต่อกันสองอาทิตย์แล้ว แม้ลินจะทำหน้าที่เป็สารถีขับรถไปรับส่งใน่ต้องทำงานล่วงเวลา วิวรรญาก็ไม่แม้แต่จะคุยด้วย มื้อเช้าที่เดินไปซื้อด้วยกันในตลาดก็ไม่มีการพูดคุยใดๆ
ต่างคนต่างเงียบ เวลากลับจากที่เคยหลับ วิวรรญาก็นั่งตัวตรงคอตั้งอยู่อย่างนั้นแม้จะเหนื่อยสักแค่ไหนก็ตามที แต่จนแล้วจนรอดเพียงแค่วันที่สี่ของการทำงานล่วงเวลา กายที่อ่อนล้าก็เรียกร้องให้เอนกายลงนอนั้แ่ตอนขึ้นรถใหม่ๆ แล้ว
ลินอดหันไปมองไม่ได้ เมื่อเห็นว่าอีกคนกำลังนอนขดเพราะหนาวจากแอร์ก็รีบจอดข้างทางแล้วกางผ้าห่มเอาไปคลุมให้อย่างแ่เบา และนั่นคือเวลาที่ทำให้เขามีโอกาสได้จ้องมองใบหน้าขาวสวยได้อย่างเต็มตา
ริมฝีปากอิ่มได้รูปเรียกร้องให้อยากจะโน้มตัวลงไปจูบเหลือกำลัง จนต้องรีบหักห้ามใจแล้วออกรถไปโดยพลัน แต่ขับไปได้ไม่นานก็ต้องจอดอีกเมื่อผ้าห่มร่นลงไปตกอยู่ตรงเอว
เขาเลยตัดสินใจใช้แขนซ้ายช้อนต้นคอระหงขึ้นจากเบาะเล็กน้อย หมายจะสอดชายผ้าห่มเข้าไปให้แผ่นหลังนุ่มทับไว้ และไม่ได้คิดว่าจะทำให้คนหลับต้องตื่นเลยสักนิดเดียว แต่ก็สายไปแล้วเมื่อดวงตาคู่สวยลืมขึ้นมาแล้วพานพบกับหน้าหล่ออยู่ใกล้ๆ
กลิ่นกายชายลอยผ่านปลายจมูกไป ลินเองก็จ้องมองดวงตาที่มีแววหวาดหวั่นพอดี ตัวเองก็ใช่ว่าจะไม่หวั่นไหวเมื่อได้อยู่ใกล้ๆ ดอกฟ้า กระนั้นเขาก็ตัดสินใจอธิบายด้วยน้ำเสียงเรียบนุ่ม
“ผมขอโทษ ผมแค่จะห่มผ้าให้คุณ ไม่ได้คิดจะทำให้คุณตื่นเลย”
“...”
วิวรรญาไม่รู้จะตอบอะไร นอกจากนิ่งงันในท่าเดิม แต่อีกคนนั้นกลับนิ่งไม่ได้เมื่อหัวใจมันเรียกร้องเหลือกำลังว่าอยากจะัักระจับงามอีกครั้ง จนมือเผลอเชยคางมนให้เงยขึ้นช้าๆ
ก่อนจะปล่อยให้ตัวเองตกเป็ทาสหัวใจด้วยการก้มลงไปประทับจูบดอกฟ้าอีกครั้ง วิวรรญาไม่ได้เผลอไผลในครั้งนี้ แต่ก็ไม่อาจจะขัดขืนได้ เพราะในใจมันช่างเป็สุขกับััอันหวานล้ำจากเขาเหลือเกิน
จนกายอ่อนระทวยและแทบจะละลายอยู่ในวงแขนของเขาที่รั้งมาหา ขณะกำลังดูดดื่มกลีบบุปผานุ่มนวลอย่างลืมตัวและเนิ่นนาน มืออีกข้างก็เผลอยกขึ้นไปเคล้าคลึงอกนุ่มอย่างลืมตัวเช่นกัน
“นายลิน! อย่า! ฉันขอร้อง”
แต่คนที่ยังพอจะครองสติอยู่ต้องรีบส่งน้ำเสียงอ้อนวอนระคนจะร้องไห้ออกมา นั่นถึงเรียกสติอันกระเจิดกระเจิงของคนสวนหนุ่มให้กลับมาอยู่กับตัวอีกครั้ง จนต้องรีบปล่อยร่างนุ่มให้เป็อิสระ
แล้วตั้งใจอย่างที่สุดว่าจะกล่าวคำขอโทษออกไป แต่วิวรรญาก็ตะแคงกายไปหาหน้าต่างและไม่เอ่ยอะไรออกมาอีกเลย
ถึงบ้านก็รีบวิ่งขึ้นห้องทันที ไม่สนใจจะรอช่วยขนของเหมือนทุกครั้งอีกแล้ว ลินเลยหมดโอกาสที่จะพูดหรืออธิบายใดๆ จึงทำงานเงียบๆ คนเดียว และสองวันต่อมาที่เขาเฝ้ารอโอกาสนั้น วิวรรญาก็ไม่แม้แต่จะมองหน้าเขาเลย
========================
========================
****** ขออนุญาตแจ้งอีกทีนะคะ ว่านิยายทุกเื่จะลงให้อ่านได้ราว 70% เท่านั้นค่ะ ต้องขอโทษด้วยนะคะถ้าทำให้ค้างคา แต่กันเกราเชื่อว่านักอ่านที่น่ารักทุกท่านจะเป็กำลังใจต่อให้ด้วยการตามหาหนังสือมาไว้ในอยู่แล้วค่ะ ******
ยิ้มมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม
และหนึ่งคอมเม้นต์ของท่าน คือหนึ่งแรกผลักดันและกำลังใจของคนเขียนนะคะ แต่ก็ยินดีต้อนรับและขอบคุณนักอ่านเงาทุกท่านด้วยค่ะ
รู้งี้แล้วอย่าลืมเม้นท์ให้เค๊าหลังอ่านด้วยนะตะเอง
เข้าไปทักทาย พูดคุย หรือติชมผลงานได้
ตามเพจด้านล่างนี้เลยนะคะ
ยินดีต้อนรับทุกๆ ท่านค่ะ และยินดีรับฟังทุกความคิดเห็นค่ะ
สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗
ห้ามหยิบยก คัดลอก หรือดัดแปลงส่วนใดส่วนหนึ่งของหนังสือเล่มนี้ รวมทั้งถ่ายทอด ถ่ายเอกสาร สแกน ในรูปแบบใดๆ ทั้งสิ้น เว้นเสียแต่จะได้รับอนุญาตจากผู้ประพันธ์เป็ลายลักษณ์อักษร ยกเว้นเพื่อการประชาสัมพันธ์อันเป็ประโยชน์แก่หนังสือเล่มนี้เท่านั้น
