กลับชาติมาเกิดใน Urban Fantasy

    ตอนที่หนึ่งร้อยยี่สิบเจ็ด Power corrupted

    ตอนที่หนึ่งร้อยยี่สิบเจ็ด Power corrupted

    ในโลกของไลท์โนเวลแดนอาทิตย์อุทัยหากเราคิดจะใช้พลังของเทพปีศาจที่อยู่ในตัวเราเราต้องกังวลเกี่ยวกับการที่เราจะโดนพลังครอบงำจากตัวเราอีกคนหนึ่ง

    แต่ในโลกนี้

    วิลโล่ที่ตอนแรกที่ใช้พลังก็มีท่าทาง

    เสพติดเวทย์

    Mana addict

    ที่ดวงตากลายเป็นสีดำอารมณ์รุนแรงและข่มขืนหญิงสาวที่ตนเองหลงรัก ฯลฯ

    ตามสไตล์การเข้าสู่ด้านมืดแบบสไปเดอร์แมนร่างสีดำ

    แต่หลังจากนั้นก็มีการอธิบายว่า

    ที่เกิดอาการอย่างนั้นเพราะเวทย์ตกค้างในร่างกาย

    วิธีการแก้การเกิดอาการอย่างนั้นคือต้องใช้เวทย์ให้มากขึ้น

    เป็นมุกที่คนเขียนเรื่องสร้างขึ้นมาเพื่อให้คนดูดมองว่าการใช้เวทย์ไม่มีข้อเสียใดใดทั้งสิ้นแม้คุณจะทำสัญญากับปีศาจที่อยู่ต่างโลกเพื่อพลังนั้นก็ตาม

    ไอ้พวกถือไม้กางเขนและเข้าโบสถ์ทุกวันอาทิตย์มันโกหกอย่าฟังมัน

    การใช้เวทย์ไม่มีข้อเสียอะไรทั้งนั้น

    ดังนั้นเลโอนาร์ดจึงทำเรื่องที่จักรวาลนี้ตั้งเป็นกฎว่าเวทย์ไม่มีข้อเสียอะไรทั้งนั้น

    ถ่ายเทพลังเวทย์ไปมาในร่างกายของบอนนี่ละตนเองแบบการบำเพ็ญคู่

    เพื่อไม่ให้เวทย์ตกค้างมากไปในร่างกายของตนเองจนส่งผลกระทบต่อลักษณะนิสัย

    มีการบรรยายว่าการที่โดนพลังครอบงำนี้ไม่ต่างกับการติดยาหรือการตกอยู่ในสภาพการเมา

    แวมไพร์ตนหนึ่งบรรยายการเป็นแวมไพร์ของตนเองเอาไว้ว่า

    หลังจากเป็นแวมไพร์แล้วนั้น

    Everyday is worst day of my life

    ทุกวันคือวันที่แย่ที่สุดในชีวิตของผม

    แน่นอนนั่นคือแนวคิดของแวมไพร์ที่มีมโนธรรมที่ต้องต่อสู้กับด้านมืด The beast สัตว์ร้ายและความกระหายที่อยู่ในตนเอง

    แต่ก็มีอีกหลายตนมากกว่าที่มองว่ามันสร้าง

    ห้วงที่มีความสุขที่สุด

    The Happiest moment

    ว่าการเป็นแวมไพร์นั้นไม่ได้ทำให้ตนเองทุกข์ใจแต่ประการใดมันสร้างความสุขให้กับเราต่างหาก

    Lets it go

    ขอเพียงแค่เรายอมรับมัน

    นั่นคือความคิดของแนวคิดเรื่องเจ้าหญิงFrozen นั่นเอง ที่มองว่าควรยอมรับตนเอง การควบคุมพลังการฝึกฝนจิตใจแบบซามูไรหรือนักสู้ ไม่อยู่ในหัวคิดของแดนตะวันตกแม้แต่น้อย

    เพราพวกเขาเชื่อจากใจว่าทุกคนเต็มไปด้วยกิเลสนั่นเองไม่มีใครต่อต้านกิเลสได้

    แต่ที่ต่างไปคือบางคนยังเชื่อในพระเยซูคริสต์บางคนก็หันหน้าเข้าหากิเลสเต็มตัวเพราะรู้ว่าตนเองต่อต้านมันไม่ได้

    การไปบอกให้พวกเขาควบคุมตนเองตั้งสมาธิ ควบคุมกิเลสตนเองนั้นเป็นไปไม่ได้สำหรับคนที่รักกิเลสและรักพลังเช่นนั้น

    ว่าหากมีคนที่มีพลังควบคุมน้ำแข็งแบบเอลซ่าได้ในแนวไลท์โนเวลแดนอาทิตย์อุทัย

    Lets it go

    คงทำให้ทั้งเมืองกลายเป็นน้ำแข็งและแช่แข้งคนตายไปมากมาย

    ไม่ใช่ทำให้ควบคุมพลังของตนเองได้ไม่มีผลเลวร้ายใดใดตามมาตามแนวทางของแดนตะวันตก

    ดังนั้นการที่ผม Lets it go

    เลยไม่มีผลเลวร้ายใดใดทั้งนั้นนั่นเอง

    คล้ายกับเรื่องกลับชาติมาเกิดใน Urban Fantasy ที่คุณอ่าน