เกษียณทหารแล้วไปทำฟาร์มที่ต่างโลก

    บทที่ 13

    หลังจากจัดการเรื่องขายผลผลิตที่นำมาด้วยเสร็จเรียบร้อยแล้ว น้ำหนักถุงเหรียญของภามก็เพิ่มขึ้นมาอีกมากอย่างน่าเหลือเชื่อ มันทำให้เขาอารมณ์ดี และมีความอยากที่จะสำรวจเมืองขึ้นมาอีกเป็นกอง แต่ก่อนอื่น ภามตัดสินใจที่จะนำเจ้าดำกลับไปไว้ที่ที่พักก่อน เนื่องจากเขาอยากจะเดินรอบๆ เมืองด้วยตัวเองมากกว่าการขี่ม้า ภามเดินทอดน่องไปในเมืองอย่างไม่รีบร้อน สายตาก็สอดส่ายไปตามจุดต่างๆ อย่างพยายามซึมซับบรรยากาศตรงหน้า เมืองนี้มีลักษณะเหมือนเมืองในยุคโบราณทั่วไป ที่รอบเมืองมีกำแพงล้อมรอบ โดยมีประตูเมืองอยู่ตามทิศต่างๆ กำแพงเมืองและตัวอาคารส่วนใหญ่สร้างมาจากดิน และค้ำยันด้วยเสาไม้ บางจุดที่ไม่ได้สร้างจากดินก็จะเป็นอิฐแบบที่บ้านเราเรียกกันว่า อิฐมอญ ซึ่งความจริงแล้วมันก็ทำมาจากดินอยู่ดี สถาปัตยกรรมแทบทุกอย่างยังเป็นดิน หิน หรือไม่ก็ไม้ ยังไม่มีเหล็ก พลาสติก หรือกระจก ให้ได้เห็น ผู้คนในเมืองสวมเสื้อผ้ารูปทรงที่ถูกออกแบบมาง่ายๆ ตัวผ้าส่วนใหญ่เป็นสีพื้น ไม่มีลวดลายอะไรมากนัก ภามเดินมุ่งหน้าไปทางกลางตัวเมืองเรื่อยๆ ตามคำบอกเล่าของไซม่อน ที่นั่นเป็นจัตุรัสการค้า น่าจะมีร้านค้าและผู้คนมากมายให้เขาได้สำรวจสิ่งแปลกใหม่ เมื่อเดินไปเรื่อยๆ ก็เริ่มพบผู้คนเดินไปมาพลุกพล่านมากขึ้น ทําให้ภามเดาได้ไม่ยากว่า คงใกล้จะจึงจัตุรัสการค้าแล้ว บริเวณจัตุรัสการค้าเป็นลานขนาดใหญ่ ที่มีร้านค้าตั้งอยู่เรียงรายเต็มไปหมด ส่วนใหญ่แล้วร้านค้าที่ขายสินค้าประเภทเดียวกันมักตั้งร้านอยู่ใกล้ๆ กัน และด้วยความที่ลานนี้ใหญ่มาก แม้ร้านค้าที่มีจำนวนไปน้อย แต่ก็ยังมีเหลือพื้นที่เป็นทางเดินให้ผู้คนเดินสวนกันได้อย่างสบายๆ ร้านค้าแต่ละร้านตกแต่งด้วยผ้าสีต่างๆ บ้าง หนังสัตว์บ้าง หนังมอนสเตอร์หลากหลายสีสันบ้าง ทำให้รอบๆ จัตุรัสการค้านี้ดูมีสีสัน ผู้คนที่เดินเลือกซื้อสิ้นค้าอย่างชวักไขว่ก็ทำให้บรรยากาศดูคึกคัก ภามที่วันนี้ไม่ได้วางแผนจะทำอะไรเป็นพิเศษ จึงตัดสิ้นใจว่าจะเดินดูร้านค้าเหล่านี้ทั้งจัตุรัส และโซนแรกที่จะไปเดินดูในตอนนี้ คงจะเป็นโซนที่ขายของกิน เนื่องจากเวลาล่วงเลยมาจนจะเที่ยงแล้ว และท้องของเขาก็เริ่มจะส่งเสียงร้องประท้วงหาอาหารแล้วด้วย ทันทีที่เดินเข้าไปใกล้บริเวณที่มีร้านขายอาหารตั้งอยู่มากมาย กลิ่นหอมของอาหารก็ตีกันตลบอบอวลเรียกน้ำย่อยมากขึ้นไปอีก ภามเดินดูอาหารที่มีหน้าตาแปลกตาของแต่ละร้านไปเรื่อยๆ ก่อนจะมาหยุดอยู่หน้าร้านที่ขายของจำพวกปิ้งย่าง ที่มีป้ายร้านระบุไว้ว่า ‘มอนสเตอร์ ปิ้งย่าง’ หน้าร้านมีถาดไม้วางเรียงกับอยู่หกถามใหญ่ ในถามบรรจุของสดเสียบไว้เป็นไม้ๆ ให้ลูกค้าได้เลือกหยิบตามใจชอบ โดยมีพ่อค้ายืนอยู่หน้าเตาย่างที่ตั้งอยู่ด้านข้างร้าน หลังโต๊ะที่วางถาดเนื้อสด กำลังปิ้งเนื้อตามรายการที่ลูกค้าสั่งอยู่ด้านในตัวร้าน ของที่อยู่ในถาดมีทั้งเนื้อสดเสียบไม้ ไม่ได้แปลกอะไร แต่บางไม้ก็เป็นสิ่งที่แปลกตา เช่น ไม้ที่เสียบสิ่งที่คล้ายหนวดปลาหมึก แต่มันคงเป็นปลาหมึกยักษ์ เพราะมันมีขนาดใหญ่จน 1 ไม้เสียบได้เพียงแค่หนวดเดียว หรือไม้ที่เสียบสิ่งกลมๆ เหมือนลูกชิ้น แต่กลับมีจุดสีเป็นแววประกายอยู่ตรงกลาง สีแดงบ้าง เขียวบ้าง ม่วงบ้าง ซึ่งมองแล้วน่าจะเป็นลูกตาของสิ่งมีชีวิตอะไรสักอย่าง เสียบต่อกันอยู่ห้าลูก ก็ดูสยองอยู่ไม่น้อย ภามที่อยากลองของแปลกใหม่ เลือกหยิบของในถาดที่ดูไม่แปลกเกินไปนักขึ้นมาสามไม้ และกล่าวถามพ่อค้าถึงสิ่งเหล่านั้น “สามไม้นี้คืออะไรหรอครับ”“อ้อ ที่เป็นเนื้อสองไม้นั้น คือ เนื้อหมูป่า กับเนื้อนกคัลเลอร์เบิร์ด ส่วนไม้สุดท้ายนั่น หนวดพรายน้ำ” พ่อค้าชี้แจงชื่อเนื้อของไม้ต่างๆ ที่ภามหยิบขึ้นมา ‘เนื้อหมูป่านี่ไม่น่าแปลก เนื้อนกคัลเลอร์เบิร์ดนี่ไม่เคยได้ยิน แต่หน้าตาก็เหมือนเนื้อธรรมดาน่าจะโอเคอยู่ แต่หนวดพรายน้ำนี่มัน... เอาไว้ก่อนดีกว่า’ ภามมองสิ่งที่เหมือนหนวดปลาหมึกยักษ์ในมือแล้ววางมันกลับลงไปในถาดที่เดิม เนื่องจากชื่อของมันดูไม่น่าไว้วางใจจริงๆ คงไม่ได้หมายถึงหนวดของผีพรายน้ำใช่ไหม!! “เอาสองไม้นี้ครับ” ภามยื่นเนื้อที่ดูน่าจะกินได้มากกว่าสองไม้ให้พ่อค้า“ไม่เอาหนวดพรายน้ำไปลองชิมดูด้วยล่ะเจ้าหนุ่ม อร่อยนะ เคี้ยวแล้วกรุบกรอบดี”“เอาไว้คราวหน้าดีกว่าครับ” ภามตอบพรางส่งยิ้มแห้งๆ ให้“ตามใจเจ้าก็แล้วกัน สองไม้นี่ 30 เหรียญทองแดง” พ่อค้าแจ้งราคาแล้วหันกลับไปวางเนื้อลงบนเตาย่าง ภามเองก็หยิบเหรียญทองแดงออกมาให้พ่อค้า 30 เหรียญตามที่พ่อค้าแจ้ง และรอเพียงไม่นานเนื้อปิ้งย่างที่ส่งกลิ่นหอมยั่วน้ำลายทั้งสองไม้ก็มาอยู่ในมือของภาม หลังจากได้รับอาหารที่สั่งไว้แล้ว ภามก็กล่าวขอบคุณพ่อค้าเล็กน้อย ก่อนจะออกเดินดูอาหารร้านอื่นๆ ต่อ พร้อมกับกัดเนื้อหมูป่าย่างและเนื้อนกคัลเลอร์เบิร์ดย่างในมือไปด้วย รสชาติเนื้อหมูป่าไม่ได้แปลกใหม่อะไร แต่เนื้อนกคัลเลอร์เบิร์ดย่าง กลับให้ความรู้สึกแปลกใหม่กว่าที่คาดไว้ เนื้อของมันเหนียวนุ่ม และเมื่อเคี้ยวจะมีน้ำรสชาติหวานมันออกมาจากเนื้อ เมื่อรวมกับกลิ่นควันจากการย่างบนเตาถ่าน ทำให้รู้สึกอร่อยถูกปากมาก จนภามคิดว่าควรจะไปหาข้อมูลว่า นกคัลเลอร์เบิร์ด คือมอนสเตอร์ตัวไหนกันแน่ เผื่อแถวบ้านเขามีมอนสเตอร์ชนิดนี้ เขาจะได้ล่ามาทำอาหารกินเองบ้าง หลังจากเดินสำรวจบริเวณที่ขายอาหารจนทั่วแล้ว ภามก็ได้ของติดไม้ติดมือมาอีกสองสามอย่าง เป็นขนมหน้าตาเหมือนคุกกี้ที่แม่ค้าอธิบายว่ามันทำมาจากเห็ด กับสิ่งที่เป็นเส้นๆ เหมือนอุด้งแต่ถูกอบจนเป็นเส้นกรอบๆ ความจริงแล้วมีอาหารน่าลองชิมอีกหลายชนิด แต่เมื่อกินสิ่งที่ซื้อมาทั้งหมดแล้ว ภามก็เริ่มรู้สึกอิ่ม ทำให้ต้องยอมตัดใจ คิดว่ารอบหน้าที่นำของมาขายในเมืองค่อยแวะกลับมาซื้อสิ่งที่ยังไม่ได้ลองชิมพวกนี้แทน เมื่อเดินพ้นบริเวณที่ขายอาหารมาได้ไม่นาน ภามก็ได้ยินเสียงโวยวายมาจากมุมหนึ่งของจัตุรัสการค้า ซึ่งเป็นมุมที่ไม่ค่อยมีผู้คนเดินไปมามากนัก แต่เพราะเสียงโวยวายนั้น ทำให้ภามเกิดความรู้สึกสนใจจึงตัดสินใจเดินเข้าไปดู