ภายในหอนางโลมชุนเซียงพลันคึกคักขึ้นมาฉับพลันสายตาของแขกทุกคนต่างจับจ้องไปที่มู่หลาง
แม้เสี่ยวเอ้อร์จะโต้แย้งอะไรกลับไปไม่ได้
แต่ก็ไม่ยอมให้มู่หลางจากไปมือยังคงกำชายเสื้อของเขาไว้แน่น
ในขณะที่มู่หลางผู้ฝึกตนระดับรากฐานขั้นสาม ปล่อยพลังปราณิญญาออกมาเพียงเล็กน้อย เสี่ยวเอ้อร์ก็อ่อนแรงเซถลาไปทันที
เขายิ้มเยาะ
"เกิดอะไรขึ้น หอนางโลมชุนเซียงของพวกเ้าคิดจะข่มเหงรังแกแขกหรือ?"
ในตอนนั้นเองชายหนุ่มผู้มีไอพลังอ่อนแอคนหนึ่งก็เดินออกมาจากห้องส่วนตัวบนชั้นสอง
ใบหน้าของเขาซีดเซียวมีพลังฝึกตนเพียงระดับฝึกฝนร่างกาย เห็นได้ชัดว่าเขาใช้ชีวิตเรื่อยเปื่อยมากจนเกินไป
แต่แขกหลายคนที่เห็นเขากลับพากันหลบสายตาอย่างรวดเร็วและแสดงท่าทีหวาดกลัวอย่างมาก
บุคคลผู้นี้มีนามว่าหลี่อี้ ผู้เป็ทายาทสายตรงคนหนึ่งของตระกูลหลี่
ปกติมักชอบใช้ชีวิตอย่างหรูหราฟุ่มเฟือย และหลงใหลในสตรีเพศ ไม่มีความตั้งใจในการฝึกฝนเลยแม้แต่น้อย
ตระกูลจึงส่งเขามาดูแลธุรกิจของครอบครัวในเมืองเฮยสือแทน
หลี่อี้หลุบตาต่ำมองลงมาด้านล่างไม่สบอารมณ์
"เอะอะโวยวายอะไรกัน!"
"เกิดอะไรขึ้น?"
แม่เล้ากุลีกุจอวิ่งเข้าไปหาเขาแล้วเล่าเื่ราวทั้งหมดให้ฟัง
"เปลี่ยนตัว?"
หลี่อี้แสดงสีหน้าประหลาดใจ
แต่ไม่นานก็เข้าใจเื่ราวทุกอย่างและเลื่อนสายตามองไปยังมู่หลาง ก่อนพูดด้วยน้ำเสียงติดเ็า"เ้าตั้งใจมาก่อเื่ที่นี่สินะ?"
"เ้ารู้หรือไม่ว่าหอนางโลมชุนเซียงแห่งนี้เป็ของตระกูลหลี่"
ด้านมู่หลางไม่ได้แสดงท่าทีหวาดกลัวแม้แต่น้อยยกมือเกาหูเหมือนไม่ได้สนใจฟังที่อีกฝ่ายพูด
"ตระกูลหลี่บ้าบออะไร?"
"ไม่เคยได้ยิน"
สิ้นเสียงนั้นหลี่อี้ก็ะเิอารมณ์ทันใด เขาหันะโสั่งลูกน้องตัวเองที่ยืนอยู่ข้างกาย
"ไป!"
"ตัดแขนตัดขาของมัน แล้วโยนให้หมากินเดี๋ยวนี้!"
"รับคำสั่ง!"
เพียงเท่านั้นลูกน้องระดับฝึกฝนร่างกายหลายคนก็กระโจนเข้าหามู่หลางตามคำสั่ง ทั้งกำปั้นและฝ่าเท้าที่รุนแรงราวพายุฝนกระหน่ำลงมาไม่หยุดยั้ง
แต่พลังฝึกตนของพวกเขายังไม่อาจเทียบเคียงกับพลังของมู่หลางได้
มู่หลางเพียงแค่ปล่อยหมัดออกไปไม่กี่ครั้งโดยไม่ได้ใช้ทักษะพิเศษใดๆ ก็ทำให้ลูกน้องเ่าั้กระอักเื และถอยกลับไปนอนร้องครวญครางอยู่บนพื้น
สีหน้าของหลี่อี้เปลี่ยนไปทันที
เขาไม่คิดว่าชายคนนี้จะเป็ผู้ฝึกตนที่มีพลังฝีมือไม่ธรรมดาถึงเพียงนี้
อีกทั้งอายุก็ดูเหมือนจะยังน้อยอยู่อาจเป็คนที่มีชื่อเสียงก็เป็ได้
"เ้าเป็ใคร บอกชื่อมา!"
"ตระกูลมู่ มู่หลาง!"
มู่หลางเชิดหน้าเย่อหยิ่งขึ้น
"เ้าช่างอวดดีนัก กล้ามาปะทะฝีมือกับข้า"
"หึ! ตระกูลหลี่เช่นนั้นหรือ?"
"พรุ่งนี้รอวันล่มสลายได้เลย!"
และก่อนที่ทุกคนจะทันได้ตั้งตัวมู่หลางก็หายวับไปจากห้องโถง
หลี่อี้โกรธจนใบหน้าบิดเบี้ยวแต่ถึงกระนั้นก็ไม่ได้สั่งให้คนของตัวเองไล่ตามอีกฝ่ายไป
เหตุเพราะเขายังไม่แน่ใจว่าชายคนนี้เป็คนของตระกูลมู่จริงหรือไม่
หากเป็เช่นนั้นจริงตระกูลหลี่ก็ไม่กล้าพอที่จะมีปัญหาด้วย
ก่อนหน้านี้มีข่าวการล่มสลายของตระกูลหวังและเื่ที่มู่เสินฉวนทะลวงสู่ระดับตำหนักม่วงสำเร็จแพร่สะพัดไปทั่วเมืองชิงหยุน
ผู้คนต่างลือสาเหตุกันว่าเพราะความแค้นจากการที่ตระกูลหวังขอถอนหมั้น
และหากมู่เสินฉวนทะเยอทะยานที่จะกำราบตระกูลใหญ่อีกสองตระกูลตระกูลหลี่ต้องเป็เป้าหมายแรกอย่างแน่นอน
เื่ของเหมืองแร่เหล็กดำคงไม่จบง่ายๆ
ด้วยเหตุฉะนี้ผู้าุโของตระกูลหลี่จึงเตือนคนในตระกูลว่า อย่ามีเื่กับคนตระกูลมู่ใน่นี้เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดหายนะกับตระกูล
เวลานี้...
หลี่อี้ได้แต่ถลึงตามองด้วยความคับแค้นใจพร้ะโกนลงมาด้านล่างเสียงดัง
"พวกขยะ!"
"คนตั้งมากมาย แต่กลับจับคนคนเดียวไม่ได้!!"
"ยังจะยืนเฉยอยู่อีกทำไม รีบไปเก็บกวาดให้เรียบร้อย!"
ไม่มีใครในบรรดาเหล่าลูกน้องของหอนางโลมชุนเซียงกล้าปริปากพูดอะไรออกมาแม้แต่คำเดียว
ได้แต่ก้มหน้าก้มตาเก็บกวาดห้องโถงที่เสียหายจากการต่อสู้ก่อนหน้าเงียบๆ
...
เวลาเพียงไม่นาน
ข่าวลือก็แพร่สะพัดไปทั่วเมืองชิงหยุน
ว่าคนของตระกูลหลี่ใส่ร้ายป้ายสีว่าอัจฉริยะของตระกูลมู่มาเที่ยวเล่นที่หอนางโลมแล้วไม่จ่ายเงิน
กลายเป็หัวข้อสนทนาที่ผู้คนล้วนให้ความสนใจ
เช้าวันรุ่งขึ้น
มู่เสินฉวนนำเหล่าผู้าุโของตระกูลเดินทางไปยังที่ตั้งของตระกูลหลี่เพื่อทวงความยุติธรรม
การต่อสู้เกิดการปะทุขึ้น
ในเวลาเพียงหนึ่งก้านธูปตระกูลหลี่ก็ถูกสังหารหมู่ และถูกกำจัดออกไปจากเมืองชิงหยุนจนหมดสิ้น
นับแต่นั้นมาสี่ตระกูลใหญ่จึงเหลือเพียงตระกูลมู่และตระกูลซุนเท่านั้น
เมื่อผู้นำตระกูลซุนได้ยินข่าวนี้เขาก็กลัวจนนอนไม่หลับ
ยามราตรีคืนหนึ่งเขาได้ตีระฆังเตือนภัย เก็บรวบรวมทรัพย์สินทั้งหมด เรียกคนในตระกูลมารวมกัน และหนีไปในยามค่ำของคืนนั้น
สามวันต่อมา...
ตระกูลมู่ส่งคนไป่ชิงทรัพย์สินทั้งหมดของอีกสองตระกูลจนกลายเป็ผู้นำแห่งเมืองชิงหยุนและมีอำนาจยิ่งใหญ่อย่างแท้จริง
...
ในเวลานี้...
มู่เสินฉวนกำลังฝึกฝนอยู่ในห้องลับโดยที่ข้างกายเขามีกองหยกใสราวกับอัญมณีวางอยู่
ซึ่งมันคือแหล่งพลังงานบริสุทธิ์หนักร้อยจิน
พลังปราณิญญาบริสุทธิ์หนาแน่นปกคลุมไปทั่วห้อง ควบแน่นกันจนแทบจะกลายเป็ของเหลว ก่อตัวเป็กระแสพลังที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่าก่อนจะไหลเข้าสู่ร่างกายของมู่เสินฉวนอย่างบ้าคลั่ง
ทะเลปราณิญญาภายในตันเถียนของเขาก็ขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆจนถึงขั้นมีทีท่าว่าจะเปิดออกเป็ทะลวงสู่ระดับถ้ำ์
การฝึกฝนยังไม่สิ้นสุด
เวลาผ่านไปกว่ายี่สิบวัน
[ติ๊ง ครบกำหนดหนึ่งเดือน ภารกิจที่สองสิ้นสุดลง กำลังประเมินผล...]
[ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ ผลการประเมิน: สมบูรณ์แบบ!]
[รางวัล: ร่างกายพิเศษ กายาศักดิ์สิทธิ์แห่งความโกลาหล!]
[รางวัล: บัตรทะลวงระดับ 1 ใบ!]
[รางวัล: วิชาฝึกตน 1 เล่ม!]
[รางวัล: วงเวทรวบรวมปราณระดับแปด 1 ชุด!]
[โชคตระกูลเพิ่มขึ้น 10,000 แต้ม]